ความปรารถนาในการล้างแค้น
ส่วนลึกสุดของสำนักเหนือฟ้า
เจียงหมิงที่กำลังเงยหน้ามองท้องฟ้า ก็มีสีหน้ายิ้มแย้มปรากฏขึ้น “3ชั่วโมงก็สามารถบรรลุระดับรวมปราณขั้นต้นได้แล้ว พรสวรรค์เช่นนี้ไม่เลวเลย ถึงแม้นางจะเคยผ่านช่วงเวลานี้และคุ้นเคยแต่มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดีที่จะใช้เวลาแค่3ชั่วโมง ตงกู่ศิษย์ที่เจ้าหามาอนาคตข้างหน้าคงสดใสหน้าดูถ้าไม่มีตัวแปรเกิดขึ้นอย่างที่เคยเป็น”เขาพึมพำออกมา และหันมองหน้าจอระบบที่เด้งมาพร้อมกัน
[ ติ้ง!! ศิษย์ในสำนักของท่านบรรลุสู่เส้นทางแห่งการบ่มเพาะสำเร็จ ได้รับ แต้มประสบการณ์ +3 ]
“3แต้ม มันไม่เพียงพอให้ข้าสุ่มกาชาแม้แต่ครั้งเดียว”เจียงหมิงบ่นออกมาเล็กน้อย
เนื่องจากฟังก์ชั่นของระบบมันไม่มีประโยชน์กับเขาเลยยกเว้นกาชาที่สามารถใช้เสี่ยงดวงเพื่อฆ่าเวลาได้
นอกนั้นมันไร้ประโยชน์สำหรับเจียงหมิงมาก
“ดูเหมือนข้าจะต้องหาศิษย์มาเข้าสำนักเพิ่มเสียแล้ว แต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้”เจียงหมิงครุ่นคิด ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ของตน
และจ้องมองไปยังมหาสมุทรดาราอันไร้ขอบเขต
....
ฉูเสวี่ยชิงที่สัมผัสได้ถึงพลังของตนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก “ข้าสามารถบรรลุขอบเขตรวมปราณขั้นต้นได้ภายใน3ชั่วโมง”นางชื่นชมตนเองอยู่ในใจ
การบรรลุขอบเขตแต่ละขอบเขตนั้นยากเย็นแสนเข็ญมาก
แม้แต่ขอบเขตเริ่มต้นอย่างรวมปราณ บางคนใช้เวลาเป็นปีถึงจะสามารถบรรลุได้
แม้แต่นางเมื่อก่อนก็ใช้เวลาไปถึง5เดือน
ความยากระดับนี้ทำให้หลายๆคนต่างยอมแพ้และเลือกเป็นมนุษย์ธรรมดา
ตงกู่พยักหน้า “ทำได้ไม่เลวเลย ข้าภูมิใจในตัวเจ้ามาก”เนื่องจากฉูเสวี่ยชิงสามารถบรรลุรวมปราณได้ภายใน3ชั่วโมง
การจะมาให้ถึงระดับเขาภายใน5ปีมันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้แล้วในตอนนี้
“เอาล่ะ เราไปอีกที่กันเถอะ”ตงกู่หันหลังและเดินนำไป
ฉูเสวี่ยชิงพยักหน้าและลุกขึ้นตามตงกู่ไปอย่างติดๆ
เมื่อเดินมาได้ไม่นาน ทั้ง2ก็หยุด
เบื้องหน้าของทั้ง2มีต้นไม้สูงชันมากมายปรากฏ มันรกทึบเป็นอย่างมาก
แม้แต่แสงแดดก็อาจจะไม่สามารถส่องลงมายังพื้นด้านล่างได้
ตงกู่กล่าว “เอาล่ะ ที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ฝึกที่เจ้าต้องมาทุกวันนับแต่นี้เป็นต้นไป และอยู่ภายในนี้เป็นเวลา7ชั่วโมง”
ฉูเสวี่ยชิงมองไปยังทางเข้า และรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว”แต่นางก็ยังเลือกตอบกลับ
เนื่องจากที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่ทำให้นางแข็งแกร่งขึ้นและสามารถกลับไปล้างแค้นได้
ทำให้นางไม่ลังเลอีกต่อไปและเลือกตอบ
“งั้นอีก7ชั่วโมงข้าจะมารับเจ้า”กล่าวจบตงกู่ก็เดินกลับไปทางเดิม
ฉูเสวี่ยชิงเมื่อไม่เห็นตงกู่แล้ว นางก็เลือกเดินเข้าไปในป่าด้านหน้าและทำท่าหยิบอาวุธของตน
“หื้ม?!”นางพยายามหยิบหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ว่านางจะหยิบอย่างไร นางก็ไม่อาจหยิบอาวุธของตนได้เลย
นางค่อยๆหันไปมองข้างๆเอวที่ควรมีอาวุธของตนอยู่ และก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น “ขะ...ข้าลืมหยิบมันมาหรือนี้?!!!”
นางตื่นตระหนกเล็กน้อย ก่อนปรับลมหายใจและค่อยๆเดินต่ออย่างช้าๆ“ถึงข้าจะไม่มีอาวุธ แต่ป่าแห่งนี้ก็ควรเป็นป่าที่ข้าสามารถจัดการได้”
เดินมาได้สักพัก นางก็พบสัตว์ตัวแรก
เนื่องจากที่แห่งนี้เป็นป่า มันก็ควรมีสัตว์สิถึงจะถูก
แม้ทวีปนี้จะถูกเรียกว่าทวีปมนุษย์ แต่มันก็แค่ถูกปกครองโดยเหล่ามนุษย์เท่านั้น
ทวีปมนุษย์ยังมีอีกหลายเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเผ่าอสูร
ซึ่งถูกเรียกอีกแบบว่าสัตว์อสูร
ฉูเสวี่ยชิงจ้องมองไปยังสัตว์อสูรตรงหน้า “หมาป่าเพลิงคราม”นางจำสัตว์อสูรตนนี้ได้
เนื่องจากนางเคยเห็นมันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ที่แปลกสำหรับนางก็คือ หมาป่าเพลิงครามที่อยู่ตรงหน้านั้นมีขนาดที่ใหญ่เกินกว่าทุกตัวที่นางเคยเห็นมา
มันมีขนาดเกือบ3เมตร ซึ่งใหญ่มาก
ฉูเสวี่ยชิงไม่กล้าอยู่ต่อ เนื่องจากด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ของมัน ทำให้นางไม่สามารถต่อสู้กับมันได้
และยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับ มันคงจะมีระดับที่เหนือกว่าฉูเสวี่ยชิงไปมาก
นางค่อยๆหลบเลี่ยงหมาป่าเพลิงคราม และเดินอ้อมไปทางอื่น
ด้วยระยะที่ฉูเสวี่ยชิงและหมาป่าเพลิงครามอยู่นั้นค่อนข้างไกล ทำให้หมาป่าเพลิงครามไม่ได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย
ด้วยประสบการณ์ของฉูเสวี่ย ทำให้นางสามารถหลบเลี่ยงหมาป่าเพลิงครามมาได้
และมาถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง มันมีขนาดไม่สูงมาก
แต่สายลมที่พัดอยู่ด้านล่างทำให้ฉูเสวี่ยชิงไม่กล้ามองต่อ มันรุนแรงมาก
รุนแรงจนสามารถบดขยี้ผู้ที่อยู่ในขอบเขตรวมปราณขั้นกลางได้เลย
ซึ่งฉูเสวี่ยชิงที่อยู่ขั้นต้น ไม่อาจต้านทานมันได้อย่างแน่นอน
นางเลือกถอยหลังออกมาและหนั่งลงใต้ต้นไม้ “ถ้านับตามเวลา ข้าเข้ามาที่แห่งนี้ได้เกือบ5ชั่วโมงแล้ว แต่ทุกเวลาที่เสียไป ข้าไม่อาจทำอะไรได้เลย แล้วแบบนี้ข้าจะสามารถล้างแค้นได้อย่างไร ข้ามันอ่อนแอ ข้ามันไร้ประโยชน์ ข้ามัน....”นางหลั่งน้ำตาออกมา และหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พ่อ แม่ ครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดที่สำคัญต่อนาง นางไม่อาจรักษาไว้ได้เลย
การทำลายล้างทุกสารทิศ ทำให้ฉูเสวี่ยชิงที่อยู่ในเหตุการณ์รู้ว่าตนอ่อนแอเพียงใด
“เจ้ามานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้มันจะได้อะไร?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้ฉูเสวี่ยชิงรีบเช็ดน้ำตา
“การร้องไห้มันจะช่วยให้เจ้าสามารถแข็งแกร่งได้รึ? มันจะช่วยให้เจ้าล้างแค้นได้รึ?”
ฉูเสวี่ยชิงตอบกลับ “ข้าไม่รู้”ในหัวของนางตอนนี้ไม่รู้อะไร
“งั้นก็จงหาคำตอบนั้นสิ อะไรทำให้เจ้าอยากแข็งแกร่งขึ้น อะไรอยากทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่ อะไรทำให้เจ้าสามารถล้างแค้นได้”
ฉูเสวี่ยชิง“ได้! ว่าแต่เจ้าเป็นใครกัน?”นางตอบกลับและหันมองรอบๆ
แต่ไม่ว่านางจะหันมองอย่างไร นางก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากต้นไม้ใบหญ้า
เมื่อนางหันกลับมา นางก็เห็นบางอย่างตกลงมาช้าๆ“นี้มันคืออะไร?”นางหยิบมันขึ้นมาและมองดู
กำไลข้อมือขนาดเล็กถูกฉูเสวี่ยชิงจ้องมอง
ก่อนที่จะถูกนางเก็บเข้าไปในกระเป๋า “ในเมื่อมันตกลงมาตรงหน้าข้า ก็แปลว่ามันเป็นของข้า ค่อยเอามันไปถามผู้อาวุโสตงกู่ก็แล้วกัน”
นางลุกขึ้น และมองดูพระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้า“ใกล้ครบเวลา7ชั่วโมงแล้ว”จากนั้นนางก็ค่อยๆเดินกลับทางเดิมอย่างช้าๆ