ภูผาอัสนี
ลั่วหยางมองไปยังลั่วเจิ้ง พร้อมถามออกมา
ลั่วเจิ้งกล่าว “ข้าขอถอนตัว พาข้ากลับตระกูลเดียวนี้!!”
ลั่วหยางตกตะลึง “ถะ...ถอนตัว?! มีอะไรเกิดขึ้นข้างในรึ”
ลั่วเจิ้งร้อนรน “เร็วเข้า!! ถ้ายังช้าอยู่อย่างนี้เวลาของข้าจะไม่เพียงพอ!!”
“นายน้อย ท่านช่วยใจเย็นๆและเล่ามาก่อนว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น และเหตุใดถึงต้องรีบร้อนถึงเพียงนี้”ลั่วหยางกล่าวอย่างใจเย็น
ลั่วเจิ้งกล่าว “มันไม่ได้เกิดสิ่งใดขึ้น ข้าแค่มีเรื่องสำคัญต้องรีบกลับไปทำ และเวลามันก็เหลือน้อยลงไปทุกทีแล้ว”
ลั่งหยางส่ายหัว“ถ้ามันไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ข้าก็ค่อยโล่งอกหน่อย แต่การจะกลับไปตระกูลตอนนี้มันคงเป็นไปไม่ได้อยู่ดี เนื่องจากระยะทางจากป่าต้องห้ามและตระกูลนั้นไกลเป็นอย่างมาก และถ้าเรากลับตอนนี้คนที่เหลือจากตระกูลจะกลับเยี่ยงไร?”
“แถมถ้าเรากลับ ท่านผู้นำตระกูลคงลงโทษข้าเป็นแน่ เนื่องจากป่าต้องห้ามสำคัญกับตระกูลเป็นอย่างมาก ดังนั้นแม้จะเป็นท่าน ข้าก็คงพากลับไปไม่ได้ นอกจากท่านจะกลับไปด้วยตนเอง”
สิ้นสุดเสียงของลั่วหยาง ลั่วเจิ้งก็ครุ่นคิด
เขาไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย คำพูดของลั่วหยางนั้นถูกต้องทั้งหมด
ป่าต้องห้ามสำคัญกับตระกูลเป็นอย่างมาก แม้เขาจะเป็นถึงนายน้อย แต่ก็มิอาจเอาเรื่องสำคัญของตนมาเป็นที่ตั้งได้
ลั่วเจิ้งถามขึ้น “ระยะทางจากที่นี้ไปถึงตระกูล เส้นทางไหนใกล้สุด”
ลั่วหยางครุ่นคิดเล็กน้อย “ถ้าเป็นเส้นทางปกติ ระยะทางจะอยู่ที่3แสนลี้ แต่ถ้าท่านอยากใช้เส้นทางที่สั่นที่สุดก็คงเป็นเส้นทางนั้น”
“แต่ถึงมันจะสั่น ความอันตรายมันเกินกว่าที่ตัวของท่านจะรับมือได้”
ลั่วเจิ้งไม่สนใจ “รีบๆบอกมาได้แล้ว”
ลั่วหยางชี้ไปยังทิศทางตรงข้าม“จากที่นี่ ท่านต้องตรงไปยังภูผาอัสนี ตัดผ่านแม่น้ำพันลี้ ข้ามเมืองทั้งหมด3เมือง ได้แก่ เมืองมืด เมืองวังวน และเมืองนภาลัย เมื่อท่านผ่านเมืองทั้ง3แล้ว ให้เลี้ยวซ้ายและตรงไปอีก500ลี้ก็จะถึงตระกูลขอรับ”
ลั่วเจิ้งจดจำเส้นทางทั้งหมด และมองไปยังที่นิ้วของลั่วหยางชี้ไป
“ถึงเมืองทั้ง3จะไม่ได้เป็นอันตรายมาก แต่ท่านต้องระวังภูผาอัสนีและแม่น้ำพันลี้ สถานที่ทั้ง2แม้แต่ข้าก็มิอาจรับประกันว่าจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย เพราะฉะนั้น ถ้าท่านใช้เส้นทางนี้ ท่านต้องระวังตัวด้วยนะขอรับ”ลั่วหยางกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ลั่วเจิ้งพยักหน้าและตรงไปยังทิศทางนั้นทันที“ถึงแม้มันจะใช้เวลาสักระยะในการเดินทาง แต่มันก็ยังดีกว่ามานั่งรอให้การแข่งขันจบลง”
ตามความคิดของลั่วเจิ้ง ถ้าเขาใช้เส้นทางที่ลั่วหยางแนะนำมา เขาสามารถไปถึงตระกูลได้เร็วกว่าการนั่งรอถึง3วัน
ซึ่ง3วัน มันเป็นระยะเวลาที่นานมาก และมันก็ยังเป็นเวลาที่เขาสามารถใช้ร่วมกับครอบครัวได้มากขึ้นถึงมันจะอันตรายไปหน่อย
.....
5 ชั่วโมงผ่านไป
ด้านหน้าของลั่วเจิ้งปรากฏหน้าผาขนาดใหญ่
แม้เขาจะอยู่ห่างจากหน้าผานั้นถึง30ลี้ เขาก็ยังมิอาจมองหาจุดยอดสุดของมันได้เลย
ราวกับมันสูงใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดเสียอย่างไรอย่างนั้น
อัสนีบาทมากมายร่วงหล่นลงมายังพื้นปฐพีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พื้นปฐพีในรัศมี15ลี้พังพินาศด้วยการผ่าซ้ำๆของอัสนีบาท
ลั่วเจิ้งมองไปยังเส้นสายอัสนีด้วยความหวาดกลัว “ถ้าข้าโดนสายฟ้านี้ผ่าลงมาเพียงครั้งเดียว ข้าคงมิได้มีโอกาสพบครอบครัวอีกแน่นอน”
ความรุนแรงของสายอัสนีนี้ แม้จะเป็นลั่วเจิ้งที่อยู่ในระดับก่อเกิด เขาก็มิอาจรับมันได้เพียงสายเดียว
นี้เป็นเหตุผลที่ลั่วหยางตักเตือนเขาด้วยความจริงจัง
ถ้าเป็นคนอื่นก็คงหันหลังกลับแน่ แต่สำหรับลั่วเจิ้ง เขาไม่ได้หันหลังกลับเลยและยังคงตรงไปยังภูผาสายฟ้าด้วยความรวดเร็ว
25ลี้ 20ลี้ 15ลี้ 10ลี้
เมื่อมาถึง10ลี้ ความเร็วของลั่วเจ้งก็เร่งถึงขีดสุด
สายอัสนีผ่าลงมาอย่างรวดเร็ว ลั่วเจิ้งที่อยู่ในจุดที่สายอัสนีตกลงมารีบหันหลบทันที
แต่ด้วยความรวดเร็วของสายอัสนี เขามิอาจหลบมันได้เลย
เปรี๊ยง!!!
สายอัสนีผ่าลงมายังเหนือศีรษะของลั่วเจิ้งอย่างรวดเร็ว แต่มันไม่ได้ผ่าลงมายังผูตัวของลั่วเจิ้ง
เสมือนมีบางอย่างมากันไม่ให้สายอัสนีผ่าลงมา
ลั่วเจิ้งจับจ้องไปยังแผ่นหยกของตน “เหลืออีกเพียง2ครั้งเท่านั้น”เขากำแผ่นหยกแน่น
ด้วยแผ่นหยกนี้ ทำให้ลั่วเจิ้งไม่เกรงกลัวภูผาอัสนี
เนื่องจากแผ่นหยกนี้ สามารถช่วยชีวิตของเขาให้พ้นความตายได้3ครั้ง และในตอนนี้มันเหลืออีกถึง2ครั้ง
เมื่อสายอัสนีหายไป ลั่วเจิ้งก็รีบออกจากจุดนั้นทันที
ในสายตาของลั่วเจิ้ง สายอัสนีสายแล้วสายเล่าผ่าลงมายังทุกทิศทาง
ซึ่งเขาไม่อาจหาจุดที่สามารถหลบเลี่ยงได้เลย
เขาในตอนนี้ หวังพึ่งเพียงโชคชะตาของตนก็เท่านั้น
“ลั่วเจิ้ง ระวัง!!”เสียงของผู้เฒ่าในแหวนดังขึ้น ทำให้ลั่วเจิ้งรีบหลบทันที
สายอัสนีผ่าลงมายังพื้นปฐพีด้านล่างของลั่วเจิ้ง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เมื่อมองลงไปยังด้านล่าง หลุมลึกขาดใหญ่ก็ปรากฏ
ลั่วเจิ้งมองไปยังหลุมด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
ถ้าเขาไม่ได้อาจารย์เตือน ตอนนี้แผ่นหยกของเขาคงเหลืออีกแค่ครั้งเดียวก่อนมันจะแตก
“มัวรออะไรอยู่ รีบไปได้แล้ว”ผู้เฒ่ากล่าว ความรุนแรงของสายอัสนีแม้แต่เขาก็ประมาทไม่ได้
สำหรับลั่วเจิ้งแล้ว ถ้ายังช้าอยู่แบบนี้คงได้ไปเฝ้าบรรพบุรุษแน่นอน