ต้นอัสนี9สวรรค์

10นาทีผ่านไป ลั่วเจิ้งก็สามารถฝ่าฝันมาจนถึงภูผาอัสนีได้

ในรัศมีรอบๆภูผา แม้จะมีสายอัสนีร่วงหล่น แต่ตัวของภูผากลับไม่มีสายอัสนีเลยแม้แต่เส้นเดียว

ลั่วเจิ้งลงจอดที่ภูผาอัสนี “เห้อ~ เกือบตายแล้วไหมละตัวเรา”เขาปาดเหงื่อและมองไปยังด้านหลัง

ก่อนที่จะนั่งลง “พลังปราณในตอนนี้คงไม่เพียงพอในการฝ่าภูผาอัสนีแน่นอน”

“ข้าไม่ได้คาดคิดว่าแค่เพียง10นาที จะเผาผลาญพลังปราณของข้าไปเกือบหมด ถ้าไม่ได้สายลมในตอนนั้นข้าคงไม่อาจหาจุดพักได้เลย และไม่อาจมาถึงหน้าผาอัสนีด้วยเวลาแค่นี้อย่างแน่นอน”ลั่วเจิ้งนึกถึงสายลมที่พัดเขามายังทิศทางนี้ด้วยความยินดี

......

ผ่านมาได้ไม่นาน ลั่วเจิ้งก็ค่อยๆลืมตาขึ้น“พลังปราณเท่านี้คงเพียงพอสำหรับการข้ามภูผาอัสนีแล้ว!”เขาสัมผัสปราณในร่างกายของตน

พลังปราณของลั่วเจิ้งฟื้นฟูมาได้เกือบ90เปอร์เซ็นต์แล้ว

แต่เมื่อมองไปยังท้องฟ้า “ใกล้เช้าแล้วรึ?”สายตาของเขาเห็นแสงอาทิตย์ค่อยๆโผล่ขึ้นมาอย่างช้าๆ

ด้วยแสงอาทิตย์ทำให้ลั่วเจิ้งสามารถมองรอบๆได้อย่างชัดเจนขึ้น

ภาพที่ลั่วเจิ้งเห็นในตอนนี้มีเพียงความพินาศจากอัสนีบาทเท่านั้น

เมื่อลั่วเจิ้งเห็นพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาแล้ว เขาก็ลุกขึ้นในทันที

พร้อมเงยหน้ามอง “มีทางเดียวคือต้องอ้อมเอาสินะ”เนื่องจากเขาไม่อาจหาจุดสิ้นสุดของภูผาอัสนีได้

ทำให้ทางเดียวในตอนนี้คืออ้อม

คิดได้ดังนั้น ลั่วเจิ้งก็บินขึ้นมาบนอากาศและเริ่มหาเส้นทางที่สั้นที่สุด

“ทางซ้ายมีอัสนีบาทค่อนข้างมาก แต่มันก็สั่นมากเช่นกัน ส่วนทางขวามีอัสนีบาทเพียงไม่กี่สาย แต่ข้าไม่อาจมองหาเส้นทางเพื่อทะลุไปยังอีกด้านได้เลย”

“อันตรายแต่รวดเร็ว หรือช้าแต่ค่อนข้างไม่อันตราย ข้าควรเลือกเส้นใดกัน”เขาครุ่นคิดเล็กน้อย

ถ้าลั่วเจิ้งไปยังทางซ้าย เขาอาจจะสามารถข้ามภูผาอัสนีไปได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ซึ่งความอันตรายอาจจะทำให้เขาบาดเจ็บล้มตายได้และระยะเวลาอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหรือไม่เขาก็อาจจะเสียชีวิต

แต่ถ้าเข้าเลือกทางขวา เวลามันก็อาจจะนานเป็นวันหรืออาจจะหลายวันเลยก็ได้

แม้ความอันตรายจะน้อย แต่มันก็ยังเสี่ยงเจออุปสรรคอีกมากมาย

“ทางซ้าย!!”ลั่วเจิ้งไม่รอช้า เขาเลือกทางซ้ายทันที

เนื่องจากแผ่นหยกของเขายังเหลืออีก2ครั้ง และยังมีการเตือนของอาจารย์อีก

ด้วย2สิ่งนี้ ทำให้ลั่วเจิ้งเลือกเส้นทางซ้ายอย่างไม่ลังเล

“ถ้าเจ้าเลือกได้แล้วก็ไปกันเถอะ”ผู้เฒ่าในแหวนกล่าว เขาไม่อยากให้ลั่วเจิ้งชักช้า

เนื่องจากความอันตรายของภูผาอัสนีมันมากเกินไป และสายอัสนีแต่ละสายก็ยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

ทำให้เขาไม่อยากให้ลั่วเจิ้งอยู่ที่นี้นาน

ร่างของลั่วเจิ้งบินไปยังเส้นทางซ้ายอย่างช้าๆ เขาไม่ได้รีบในตอนนี้เนื่องจากเขายังอยู่ในระยะของภูผาอัสนี

เมื่อบินมาได้สักระยะ ลั่วเจิ้งก็อยู่หน้าระยะที่สายอัสนีสามารถผ่าลงมาได้แล้ว

ความเร็วของลั่วเจิ้ง ค่อยๆเร็วขึ้นจนถึงขีดสุด

เมื่อเข้าระยะของสายอัสนีแล้ว ลั่วเจิ้งไม่สามารถชักช้าได้แม้แต่วินาทีเดียว

เปรี๊ยง!!!

เสียงอัสนีผ่าลงมาดังสนั่น มันมากกว่าตอนที่เขามาถึงภูผาอัสนีถึง2เท่า

สายอัสนีหลายสิบสายผ่าลงมาในระยะสายตาของลั่วเจิ้งแทบจะพร้อมกัน

เมื่อลั่วเจิ้งเห็น เขาก็ทำได้แค่กลืนน้ำลาย เพราะภาพเมื่อกี้มันน่ากลัวเกินไป

“ใกล้แล้ว!!”ลั่วเจิ้งกล่าวด้วยความยินดีเมื่อเห็นว่าภูผาอัสนีด้านหน้าเป็นจุดสิ้นสุด

ถ้าเขาถึงจุดสิ้นสุดของภูผาอัสนี เขาก็สามารถอ้อมไปยังอีกทางได้

“อย่าพึ่งดีใจ เจ้ายังมิได้ออกจากภูผาอัสนีเสียหน่อย”ผู้เฒ่ากล่าวเตือน

ด้วยการเตือนของอาจารย์ ทำให้ลั่วเจิ้งเก็บความยินดีไว้ในใจ

“หลบไปด้านซ้าย”

สิ้นเสียงของผู้เฒ่า ลั่วเจิ้งก็รีบหลบทันที

สายอัสนีผ่าลงมายังจุดที่ลั่วเจิ้งเคยอยู่อย่างรวดเร็ว

ด้วยการผ่าของอัสนี ทำให้ลั่วเจิ้งสีหน้าซีดเซียว

เนื่องจากอัสนีที่ผ่าลงมามีความถี่ที่มากขึ้น

ทุกๆนาที การผ่าของสายอัสนีจะปรากฏขึ้นรอบตัวเขาเกือบ3สาย

ผ่านไปได้ไม่นาน ลั่วเจิ้งก็สามารถมาถึงจุดสิ้นสุดของภูผาอัสนีได้

เขาในตอนนี้ไม่อยากรอช้า และรีบบินวนไปยังอีกด้านหนึ่งของภูผาอัสนีอย่างรวดเร็ว

อัสนีรอบๆจุดสิ้นสุดของภูผาอัสนีนั้นน้อยมาก มันมีเพียงสายเดียวเท่านั่น

ทำให้ลั่วเจิ้งสามารถผ่านไปได้อย่างสบายๆ

หลังจากมายังอีกด้านของภูผาอัสนี ทิวทัศน์ในสายตาของลั่วเจิ้งก็เปลี่ยนไป

เขาเห็นต้นไม้มามายเต็มไปหมด

ต้นไม้เล่านี้ปล่อยสายฟ้าออกมายังรอบๆตัวของมัน แม้จะไม่รุนแรงแต่ก็เพียงพอให้ผู้ที่อยู่ในระดับรวมปราณตายได้แล้ว

แต่สำหรับลั่วเจิ้งที่อยู่ในระดับก่อเกิด สายฟ้าเล่านี้ไม่อาจทำอะไรอันตรายเขาได้เลย

“ต้นอัสนี9สวรรค์”ลั่วเจิ้งจ้องไปยังต้นไม้สายอัสนีต้นหนึ่ง เขาจดจำรูปลักษณ์ของมันได้

เนื่องจากที่ตระกูลของเขาก็มีต้นอัสนีเหมือนกัน แต่มันไม่เหมือนตรงที่ระดับ

ต้นอัสนีที่ตระกูลเป็นเพียง5สวรรค์ ซึ่งด้อยกว่าต้นตรงหน้ามาก

ลั่วเจิ้งหันมองรอบๆ“ในเมื่อมันไม่มีใคร งั้นผลของต้นไม้อัสนี9สวรรค์ก็ต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียว”

ลั่วเจิ้งไม่รอช้า และบินไปยังที่ต้นไม้อัสนี9สวรรค์อยู่

เมื่อมาถึง สีหน้าของลั่วเจิ้งก็มีรอยยิ้มปรากฏ “1.2.3.... 13ผล มันมีทั้งหมดถึง13ผล”

ผลอัสนี13ผล จำนวนมากถึงเพียงนี้สามารถทำให้ลั่วเจิ้งปรับเปลี่ยนร่างกายของตนเป็นร่างอัสนีได้เลย

และถ้าเขามีร่างกายอัสนี ความน่าจะเป็นที่จะบรรลุระดับญาณทิพย์ก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ลั่วเจิ้งรีบเด็ดผลอัสนีทั้ง13และกินมันอย่างรวดเร็ว



ตอนก่อน

จบบทที่ ต้นอัสนี9สวรรค์

ตอนถัดไป