แม่น้ำพันลี้
ณ สำนักเหนือฟ้า
เจียงหมิงจ้องมองไปยังต้นหลิว พร้อมกับหยิบแผ่นป้ายออกมาก่อนจะโยนมันขึ้นไปบนฟากฟ้า“การบ่มเพาะของแต่ละเผ่าพันธุ์นั้นแตกต่างกัน ถึงข้าจะรู้ว่ามันควรฝึกเยี่ยงไร แต่ประสิทธิภาพที่ได้นั้นย่อมแตกต่าง”
เมื่อแผ่นป้ายหายไป แสงสลัวสีเขียวก็ปรากฏขึ้นพร้อมร่างๆหนึ่งที่ค่อยๆบินลงมา
“อวิ๋นซิง ยินดีที่ได้พบท่านเจ้าสำนัก”หญิงสาวแสดงความเคารพทันทีเมื่อร่างของนางถึงพื้น
[ ชื่อ : อวิ๋นซิง
เผ่าพันธุ์ : พืชวิญญาณ
อายุ : 190,000ปี
ฐานการบ่มเพาะ : แม่ทัพเทพขั้นสมบูรณ์ ]
เจียงหมิงมองไปยังอวิ๋นซิง พร้อมพยักหน้า“ถึงเจ้าจะเป็นเพียงแม่ทัพเทพ แต่การสอนต้นหลิวคงไม่ยากเกินมือของเจ้าหรอกใช่หรือไม่”
อวิ๋นซิงตอบอย่างรวดเร็ว “ข้าทำได้เจ้าค่ะ”
ด้วยการตอบกลับของอวิ๋นซิง เจียงหมิงก็โบกมือเล็กน้อย ก่อนที่ร่างของต้นหลิวและอวิ๋นซิงจะหายไป
เมื่อร่างของทั้ง2หายไปจนแม้แต่ล่องลอยของพลังก็ไม่เหลือแล้ว เจียงหมิงก็นั่งลงบนเก้าอี้และพึมพำบางสิ่งบางอย่างออกมา “ไม่เลวๆ ผ่านไปเพียงไม่ถึงวันก็สามารถปลุกร่างอัสนีขึ้นมาได้ และยังเป็นร่างเพียงหนึ่งเดียวอีกด้วย สายตาของข้าช่างมองคนได้ดีจริงๆ”
....
พื้นป่าของภูผาอัสนี ตอนนี้มีร่างๆหนึ่งเดินออกมา
ร่างนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลั่วเจิ้ง
เขากวาดสายตามองสายอัสนีที่ปั่นป่วนอยู่ภายนอก
ความตื่นเต้น ความสุข ความยินดี อารมณ์ต่างๆปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา
“ด้วยร่างอัสนี ข้าก็ไม่ต้องคอยหลบเลี่ยงสายอัสนีอีกต่อไปแล้ว”ลั่วเจิ้งกล่าว พร้อมบินขึ้นและตรงไปยังด้านหน้า
ความเร็วของลั่วเจิ้งในตอนนี้ รวดเร็วมากจนแม้แต่สายฟ้าก็ไม่อาจผ่าลงมาได้ทัน
ร่างของเขากระพริบพร้อมมีสายอัสนีรั่วไหลออกมาเป็นระยะๆ
ไม่นาน ลั่วเจิ้งก็สามารถออกจากภูผาอัสนีได้ เขาหันมองย้อนไปยังภูผาอัสนี“ความเร็วของข้าในตอนนี้ มันรวดเร็วยิ่งกว่าผู้บ่มเพาะระดับก่อเกิดขั้นสมบูรณ์เสียอีก แม้จะไม่เท่าระดับญาณทิพย์ แต่มันก็เกินพอที่ข้าจะหลบหนีผู้บ่มเพาะในระดับต่ำกว่าญาณทิพย์ได้อย่างง่ายดาย”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลั่วเจิ้งอีกครั้ง
ระดับญาณทิพย์ ทั่วรัศมี50ล้านลี้มีตัวตนระดับนี้ไม่เกิน100
และมากกว่า50 ก็ยังเป็นตัวตนของทั้ง3ตระกูล
ทำให้ลั่วเจิ้งในตอนนี้ แค่เขาไม่ไปยั่วยุอีก2ตระกูลที่เหลือ เขาก็นับว่าไร้พ่ายในรัศมี50ล้านลี้แล้ว
แต่ความยินดีของเขาก็อยู่เพียงไม่นาน ก่อนจะบินไปยังด้านหน้า
“ลั่วเจิ้ง ข้าอยู่กับเจ้ามา3ปี ความคิดของเจ้าก็ช่างอ่านออกง่ายเหมือนเดิม แต่ข้าขอเตือนอะไรเจ้าหน่อย แม้เจ้าจะรวดเร็วเมื่อเทียบกับระดับเดียวกันแล้ว แต่เจ้าก็มิควรประมาท ทวีปมนุษย์นั้นหาใช่อะไรที่ง่ายดายอย่างที่เจ้าคิดไม่ แม้แต่ตัวข้าเมื่อก่อน ยังไม่กล้าเอ่ยปากว่าตนไร้เทียมทาน เพราะฉะนั้น เจ้าไม่ควรหยิ่งผยองแม้ตนจะแข็งแกร่งขึ้นแล้ว”
เสียงของผู้เฒ่าดังขึ้น ทำให้ลั่วเจิ้งเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ“ข้าเข้าใจแล้ว”
“ในเมื่อเจ้าเข้าใจ ก็แล้วไป”เขาตอบกลับ ก่อนจะเงียบไป
ลั่วเจิ้ง เมื่อไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ของตนแล้ว เขาก็เกิดข้อสงสัยขึ้น “ท่านอาจารย์ ช่วงนี้ดูท่านจะเงียบๆนะ เป็นอะไรรึป่าว”
ผู้เฒ่าตอบกลับ “ไม่มีอะไรๆ ข้าแค่กำลังนึกถึงเรื่องบางเรื่องในอดีตก็เท่านั้น”
“เจ้าไม่ควรมาสนใจข้า เพียงแต่สนใจสถานที่ด้านหน้าของเจ้าให้ดีก็พอ”เขาเตือนลั่วเจิ้งเล็กน้อย
ลั่วเจิ้งพยักหน้า และเริ่มเร่งความเร็วขึ้น
ผ่านไปได้ไม่นาน ด้านหน้าของลั่วเจิ้งก็ปรากฏแม่น้ำยาวสุดลูกหูลูกตา
มันยาวจนแม้แต่ลั่วเจิ้งก็มิอาจมองเห็นจุดสิ่นสุดได้ และขนาดของมันก็ใหญ่มาก
ลั่วเจิ้งค่อยๆบินเข้าใกล้อย่างช้าๆ เนื่องจากคำเตือนของลั่วหยางและอาจารย์ ทำให้เขาไม่กล้าประมาท
เมื่อมาถึงแม่น้ำ หมอกหนาจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นทันที
หมอกนี้ บดบังวิสัยทัศน์รอบๆไปจนหมด และมันยังอยู่สูงกว่าน้ำเพียงเซนเดียว
ทำให้ลั่วเจิ้งไม่อาจมองลงไปยังด้านล่างของแม่น้ำได้เลย
เขากลืนน้ำลายเล็กน้อย “แม่น้ำพันลี้ ความอันตรายดูเหมือนจะมากกว่าภูผาอัสนีเสียอีก”
เนื่องจากลั่วเจิ้งไม่อาจมองเห็นสิ่งรอบตัวได้เลย ทำให้เขาประเมินความอันตรายของมันไว้สูงสุด
แม้แต่ภูผาอัสนีและสถานที่ลึกลับในตระกูลก็ไม่อาจเอามาเทียบได้
ความเร็วของลั่วเจิ้งช้าลงเรื่อยๆ
จิตสัมผัสของเขาแพร่กระจายไปทั่วรัศมี5ลี้
“ไม่มีสิ่งมีชีวิต หรือมันจะเป็นเพียงแม่น้ำหมอกธรรมดาๆ?”ความคิดนี้ผุดขึ้นมา แต่แล้วเขาก็ส่ายหัว
แม่น้ำที่ไร้สิ่งมีชีวิต จะเรียกว่าธรรมดาได้อย่างไร
นี้มันผิดปกติ ผิดปกติมากด้วย
หลังจากเข้ามาภายในหมอก จิตสัมผัสของลั่วเจิ้งก็ถูกบีบให้เหลือเพียง1ลี้
ความตื่นตระหนกปรากฏบนใบหน้าของลั่วเจิ้ง “ขอบเขตของจิตสัมผัสลดลง แถมยังเหลือเพียง1ลี้เท่านั้น”
ระยะเพียง1ลี้ เป็นระยะที่สั่นมากสำหรับจิตสัมผัส
ถ้าเป็น5ลี้ เขาก็อาจจะสามารถป้องกันได้ทันท่วงทีเมื่อเจอศัตรู แต่1ลี้
แม้แต่อาวุธ ก็อาจจะไม่สามารถหยิบขึ้นมาได้ทัน
ลั่วเจิ้งรีบหยิบดาบเหล็กของตนขึ้นมา และกวาดสายตาไปรอบๆ
“ภายในหมอก แม้แต่สายตาของข้าก็ถูกบดบัง สามารถเห็นเพียงแค่2ลี้เท่านั้น”
ร่างของลั่วเจิ้งค่อยๆลอยสูงขึ้น “มันจะต้องมีสัตว์ที่อันตรายมากๆอยู่ภายในแม่น้ำ เพราะฉะนั้นอยู่ที่สูงจะดีเส...”
แต่ก่อนที่คำกล่าวของลั่วเจิ้งจะสิ้นสุด น้ำใต้เท้าของเขาก็กระเพื่อมอย่างรุนแรง
พร้อมมีร่างๆหนึ่งกระโดดขึ้นมา