ถึงตระกูลแล้ว

ภายในป่าทึบ ฝุ่นควันลอยตามสายลม

กองไฟที่มีปลาหลายตัวหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงกิ่งไม้เท่านั้น

ลั่วเจิ้งจ้องมองไปยังกองไฟ “ดูเหมือนจะได้เวลาเดินทางต่อแล้วสิ”เขาดับกองไฟ ก่อนจะลุกขึ้น

แม้ช่วงเวลาตอนกลางคืนจะอันตราย แต่ความอันตรายนี้เทียบไม่ได้กับความอันตรายของจระเข้ทองคำเลย

ร่างของลั่วเจิ้งยืนอยู่กลางอากาศ จ้องมองไปยังแม่น้ำพันลี้ ก่อนจะหันหลังกลับ

กาลเวลาไหลไปอย่างช้าๆ จากค่ำคืนที่มืดมิด กลายเป็นกลางวันที่แสงแดดสาดส่องเจิดจ้า

ด้วยการเดินทางมาเกือบ1 วันลั่วเจิ้งได้ผ่านเมืองเมืองมืดและเมืองวังวนมาแล้ว

และตรงหน้าของเขาก็ปรากฏกำแพงเมืองขนาดใหญ่ของเมืองนภาลัย

เมืองนภาลัยนั้นมีขนาดเล็ก เทียบกับเมืองมืดและเมืองวังวนไม่ได้เลย

ร่างของลั่วเจิ้งบินผ่านเมืองนภาลัย ก่อนจะหยุดลง“อีกแล้วรึ?”เขาบ่นออกมาเล็กน้อย

ตรงหน้าของเขาปรากฏชายหลายสิบคนที่กำลังยืนอยู่บนอาวุธของตน

ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ชายเหล่านั้น มีฐานการบ่มเพาะระดับรวมปราณขั้นสมบูรณ์

ชายเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากโจรที่คอยดักปล้นผู้บ่มเพาะเร่ร่อนหรือมาตัวคนเดียว

ก่อนที่ลั่วเจิ้งจะมาถึงเมืองนภาลัย เขาก็พบเจอโจรหลายกลุ่มที่คอยดักปล้นอยู่ตามทาง

ด้วยความเร่งรีบ ทำให้ลั่วเจิ้งไม่ลังเลที่จะสังหาร

และยิ่งเป็นโจร ลั่วเจิ้งเลยไม่ปรานีแม้แต่นิดเดียว

ลั่วเจิ้งมองไปยังชายที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม “เจ้าเป็นหัวหน้า?”และถามออกมา

เมื่อชายคนนั้นได้ยิน เขาก็ยกยิ้ม“ฉลาดไม่เบาเลยนี้ เห็นแก่ที่เจ้าฉลาด ข้าจะเพียงปล้นเท่านั้นและจะปล่อยเจ้าไปดีๆ แต่ถ้าเจ้าขัดขืน ก็แค่ตาย!!!”เขายกดาบขึ้นมาก่อนจะเลียมันด้วยความกระหาย

ลั่วเจิ้งกลั้นขำแทบไม่อยู่ เนื่องจากท่าทีของหัวหน้าโจรผู้นี้ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย

มันไม่เอะใจอะไรเมื่อเห็นลั่วเจิ้ง นี้เป็นโจรกลุ่มแรกที่ลั่วเจิ้งเคยพบเจอ

ท่าทีของลั่วเจิ้ง ทำให้หัวหน้าโจรจับได้ “ท่าทีนั้นมันอะไร? อยากตายรึไงกัน?” เส้นเลือดปรากฏตามใบหน้าของหัวหน้าโจรทันที

ดาบใหญ่ของเขาชี้มาทางลั่วเจิ้ง ก่อนจะสั่งการลูกน้องของตน “ในเมื่อเจ้าเด็กนี้ไม่สนใจความเมตตาของข้า งั้นก็จงตายเสียเถอะ ฆ่ามัน!!!”

ลูกน้องหลายสิบคน เมื่อได้ยินคำสั่งของหัวหน้าก็พุ่งตรงไปทางลั่วเจิ้งทันที

ดาบ ค้อน ลูกธนู เปลวเพลิง การโจมตีนับสิบอย่างพุ่งมาทางลั่วเจิ้งทันที

ลั่วเจิ้งเมื่อเห็น ก็หยิบดาบของตนขึ้นมา “รนหาที่ตาย!!!”ดาบของลั่วเจิ้งฟันการโจมตีทั้งหมดจนหายไป

หัวหน้าโจรที่กำลังมองดูอยู่ ดวงตาเบิกกว้าง “เกิดอะไรขึ้น?”ความหวาดกลัวเล็กๆปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา

เมื่อการโจมตีทั้งหมดหายไป ร่างของลั่วเจิ้งก็มาปรากฏตรงหน้าของลูกน้องคนหนึ่ง

ดาบของเขายกขึ้นเหนือหัว ก่อนจะฟันลองมาผ่าร่างของลูกน้องคนนั้นแยกเป็นสองท่อน

จากหนึ่ง เป็นสอง

สายเลือดตกลงมายังพื้นด้านล่างราวกับสายน้ำ

หัวหน้าโจรจ้องมองไปยังลูกน้องคนสุดท้ายที่ร่างค่อยๆตกลงสู่พื้น

ดวงตาของหัวหน้าโจรสั่นด้วยความหวาดกลัว

ร่างของเขาสั่นเทา ก่อนที่จะรีบหันหลังหนีอย่างรวดเร็ว

ลั่วเจิ้งจ้องมองไปยังหัวหน้าโจรที่กำลังหนี ก่อนร่างของเขาจะมาปรากฏด้านหน้าของหัวหน้าโจร

ดาบในมือแทงทะลุหน้าอก หัวหน้าโจรเบิกตากว้างกระอักเลือดออกมาเต็มปาก

ก่อนที่แววตาของเขาจะขาวขุ่น และสิ้นลมหายใจไปในที่สุด

ลั่วเจิ้งจ้องมองไปยังพื้นด้านล่างที่เต็มไปด้วยเลือด ก่อนจะจากไป

ผ่านมาได้ไม่นาน ตรงหน้าของลั่วเจิ้งก็ปรากฏภูเขาสูง

ห้อมล้อมไปด้วยกำแพงป้องกัน และค่ายกลที่เปล่งประกายเล็กน้อย

“ถึงตระกูลแล้ว”ลั่วเจิ้งกล่าวออกมาด้วยความยินดี

ตลอดการเดินทางของลั่วเจิ้ง เขาใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบ3วันเต็ม

ความเหนื่อยล้าทางจิตใจก่อนหน้านี้ของเขาแทบจะหายไปในทันทีเมื่อเห็นกำแพงป้องกันของตระกูล

ร่างของเขาค่อยๆหยุดลง และหยิบป้ายแสดงตัวออกมา

ก่อนจะยื่นมันไปด้านหน้า ค่ายกลเมื่อสัมผัสกับป้ายก็เริ่มแยกออก

ลั่วเจิ้งไม่รอช้า และบินเข้าไปในทันที

เมื่อร่างของลั่วเจิ้งเข้ามาแล้ว ค่ายกลก็ปิดลงเหมือนเดิม

พร้อมกับเสียงของหญิงสาวที่ดังขึ้น “ลั่วเจิ้ง?!”

ลั่วเจิ้งเมื่อได้ยินเสียง ก็หันไปมองและเห็นมารดาของตน

หรือก็คือ ลั่วซิงจื่อ ยืนมองขึ้นมาด้านบน

ลั่วเจิ้งบินลงมา “ท่านแม่!!”เสียงของลั่วเจิ้งดังขึ้น ทำให้ลั่วซิงจื่อจ้องมองด้วยความงุนงง

เนื่องจากลั่วเจิ้งพึ่งจะอายุเพียง13 ทำให้น้ำเสียงของเขาที่เรียกแม่ของตนกลายเป็นไร้เดียงสาทันที

แม้เขาจะผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาแล้วถึง2ครั้งก็ตาม

“เจ้าไม่ได้ไปป่าต้องห้ามเพื่อแข่งขันรึ?”ลั่วซิงจื่อถามขึ้น

ลั่วเจิ้งตอบกลับ “ข้ากลับมาก่อน แต่ท่านแม่ ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่า ท่านพ่ออยู่ที่ไหนงั้นรึขอรับ?”

ลั่วซิงจื่อครุ่นคิด “ถ้าดูจากเวลา พ่อของเจ้าหน้าจะอยู่ที่โถงประชุมนะ”

“ขอบคุณท่านแม่”ลั่วเจิ้งกล่าวขอบคุณ ก่อนจะรีบเร่งไปยังโถงประชุม

ลั่วซิงจื่อจ้องมองไปยังร่างของลั่วเจิ้งที่ค่อยๆหายไปด้วยความมึนงง “รีบร้อนอะไรถึงเพียงนี้?”

เมื่อลั่วเจิ้งมาถึงโถงประชุม เขาก็รีบผลักประตูเข้าไปในทันทีโดยไม่สนใจคำเตือนของยามเฝ้าประตูเลย

“นายน้อย ตอน..”

ปัง!!

เสียงเปิดประตูดังสนั่น ร่างหลายร่างในโถงประชุมมองไปยังประตูทันที

“ท่านพ่อ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!”เสียงของลั่วเจิ้งดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง



ตอนก่อน

จบบทที่ ถึงตระกูลแล้ว

ตอนถัดไป