การล้างแค้นเริ่มต้นขึ้น
ฝ่ามือเพลิงก่อตัวขึ้น และพุ่งมายังโดมแก้วหวังจะทำลาย
แต่เมื่อฝ่ามือเพลิงมาเกือบจะถึงโดมแก้ว มันก็สลายหายไปในพริบตา
อู่คังเซียงตื่นตระหนกและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น “เป็นไปได้อย่างไรกัน?!”
ด้วยความไม่เชื่อ ทำใหอู่คังเซียงปลดปล่อยฝ่ามือเพลิงมาอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะปลดปล่อยมามายน้อยเพียงใด
มันก็จะสลายไปเมื่อมาถึงโดมแก้วแห่งการจองจำ
ฉูเสวี่ยชิงที่มองอยู่ก็กล่าวด้วยสีหน้าเหนียดหยาม “เพลิงของเจ้าไหนเลยจะเทียบข้าได้”
สิ้นเสียง พลังปราณของนางก็ปรากฏธาตุไฟแทรกแซงเข้าไปยังโดมแก้ว
ด้วยการแทรกแซงของธาตุ ทำให้โดมแก้วแห่งการจองจำเริ่มปรากฏเปลวเพลิงเช่นกัน แต่เปลวเพลิงนี้แตกต่างจากของอู่คังเซียงมาก
มันทั้งรุนแรงกว่า หนาแน่นกว่า และยังดูน่าหวาดกลัวกว่า
ไม่นาน โดมแก้วแห่งการจองจำก็ปรากฏฟีนิกซ์เพลิงมากมายหลายร้อยตัว
ขนาดของฟีนิกซ์เพลิงเล็กมาก มันมีขนาดเพียงแค่กำมือเท่านั้น
แต่ด้วยจำนวนที่มากถึงร้อยตัว มันก็เพียงพอในการเผาเมืองหงอู่ทั้งเมืองได้แล้ว
อู่คังเซียงสีหน้าเคร่งขรึม “รนหาที่ตาย”เสียงตะโกนของเขาดังกึกก้อง
เขาจ้องมองไปยังฟีนิกซ์ก่อนจะหยิบหอกออกมาจากแหวนมิติ
ร่างของเขากลายเป็นริ้วแสง และพุ่งมายังเหล่าฟีนิกซ์
หอกสีเงินตัดร่างของฟีนิกซ์นับสิบอย่างรวดเร็ว
แต่ด้วยการที่มันเกิดมาจากธาตุ ทำให้แม้จะโดนฟันเป็นสองท่อน ก็จะกลับมาก่อตัวใหม่อีกครั้ง
อู่คังเซียงเมื่อรับรู้ว่าสิ่งที่ตนทำมันไม่ได้ผล เขาก็หยุดลงทันที
มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นเหนือหัว ก่อนจะมีโดมอีกอันตกลงมา
โดมแก้วแห่งการจองจำของฉูเสวี่ยชิงปะทะกับโดมแก้วแห่งการจองจำของอู่คังเซียงจนเกิดคลื่นพลังกวาดไปทั่ว
อู่คังเซียงจ้องมองไปยังโดมแก้วของตน การปะทะในครั้งนี้โดมแก้วของเขาเสียเปรียบเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นพลังหรือความหนาแน่น มันเทียบกันไม่ติดเลย
ราวกับปฐพีที่กำลังเผชิญหน้ากับสวรรค์ และผลลัพธ์ของทั้ง2 ก็ไม่ต้องพูดถึง
ปฐพีจะเทียบกับสวรรค์ได้อย่างไร
สีหน้าของอู่คังเซียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “โดมแก้วแห่งการจองจำของข้าจะพ่ายแพ้งั้นรึ”
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาโดมแก้วแห่งการจองจำของอู่คังเซียงก็เล็กลงจนเหลือขนาดเพียง5ใน10ส่วน
ฉูเสวี่ยชิงยกยิ้ม “เป็นเพียงระดับจองจำขั้นต้น ถึงขั้นกล้าที่จะสู้กับโดมแก้วของข้า ไม่เจียมตัว”ร่างของนางหายไป
ก่อนจะมาปรากฏในโดมแก้วแห่งการจองจำ
อู่คังเซียงและฉูเสวี่ยชิงยืนอยู่ในระดับเดียวกัน สายตาของทั้งคู่จ้องมองไปยังฝ่ายตรงข้าม
เมื่ออู่คังเซียงเห็นฉูเสวี่ยชิง สีหน้าตกตะลึงก็ถูกแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
อู่คังเซียงเสียงสั่นเทา “เจ้าคือฉูเสวี่ยชิง?”เขาถามออกมา
ฉูเสวี่ยชิงกล่าว “ใช่ ข้าฉูเสวี่ยชิง บุตรสาวของเจ้าตระกูลฉู ตระกูลที่เจ้าได้ทำลายไปยังไงล่ะ”เสียงของนางเต็มไปด้วยความโกรธ
สิ้นสุดเสียงของฉูเสวี่ยชิง ห้วงความคิดของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
ฉูเสวี่ยชิงควรตายไปแล้ว นางจะมาปรากฏตรงหน้าเขาได้อย่างไร
ในตอนนั้น เขาเป็นคนสังหารเธอเองกับมือ มันไม่ทางที่เธอจะรอดมาได้อย่างแน่นอน
ฉูเสวี่ยชิงที่เห็นสีหน้าของอู่คังเซียงก็กล่าวขึ้น “ตกใจละสิ?ข้าที่โดนเจ้าสังหารรอดมาได้อย่างไร?”
“ข้าในตอนนั้น ถ้าไม่ได้ป้ายของบรรพชนช่วยไว้ก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้ แต่ในเมื่อเจ้าไม่อาจสังหารข้าได้ งั้นข้าจะเป็นคนสังหารเจ้าเอง”สิ้นเสียงจิตสังหารของนางก็ถูกปลดปล่อยออกมาในทันที
ด้วยจิตสังหารของนาง ทำให้ผู้คนในเมืองกระอักเลือด
ความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นในจิตใจของพวกเขา พร้อมจ้องไปยังผู้นำตระกูลอู่
ในสายตาของพวกเขา ไม่เห็นฉูเสวี่ยชิงเลย
มีเพียงแค่อู่คังเซียงเท่านั่นที่ยืนอยู่บนอากาศ
แต่ถึงผู้คนจะมองไม่เห็น มันก็มิใช่สำหรับผู้บ่มเพาะระดับญาณทิพย์
แต่ด้วยแรงกดดันจากออร่าที่นางปล่อยออกมา ทำให้พวกเขาไม่อาจมองได้อย่างชัดเจน
เห็นเพียงร่างเลือนลางเท่านั้น
อู่คังเซียงกล่าวด้วยความดูถูก “สังหารข้า?! เจ้าประเมินตัวเองสูงเกินไปไหม? คิดว่าเป็นผู้บ่มเพาะระดับจองจำแล้วข้าจะสังหารเจ้าไม่ได้รึไง”
สำหรับฉูเสวี่ยชิง อู่คังเซียงแม้จะไม่อาจมองการบ่มเพาะของนางได้
แต่นางก็ควรเป็นผู้บ่มเพาะระดับจองจำขั้นต้นเท่านั้น
มันไม่มีทางที่ภายใน1ปี นางจะก้าวกระโดดจากระดับญาณทิพย์ระดับสมบูรณ์และก้าวข้ามระดับจองจำขั้นต้นไปยังขั้นกลางได้
ควรรู้ไว้ว่าระดับจองจำนั้นไม่ใช้อะไรที่จะทะลวงขั้นได้ง่ายได้เมื่อเทียบกับ3ขั้นก่อนหน้า
1 ขั้นเล็กของระดับจองจำ แทบจะเทียบกับ 1 ขั้นใหญ่เลยทีเดียว
ทำให้ระยะเวลาแค่1ปี ฉูเสวี่ยชิงควรจะอยู่ที่ขั้นต้นเท่านั้น
อู่คังเซียนกล่าว “ในเมื่อตอนนั้นข้าไม่อาจสังหารเจ้าได้ วันนี้ข้าก็จะสังหารเจ้าให้สำเร็จ และเหยียบย่ำเจ้าที่บังอาจมาบุกโจมตีตระกูลอู่ของข้า”หอกยาวของเขาเปล่งแสงเล็กน้อย
ก่อนจะหมุนวนรอบๆตัวหอก กลายเป็นมังกรปราณขนาดเล็กหมุนวนแทน
ฉูเสวี่ยชิงจ้องมองไปยังหอกของอู่คังเซียง “สังหารข้า? คิดว่าทำได้ก็ลองดู!!”ดาบของนางถูกยกขึ้นก่อนจะมีฟีนิกซ์ยืนอยู่เหนือดาบ
ฟีนิกซ์และมังกรคำรามใส่กัน สร้างคลื่นพลังกวาดไปทั่วบริเวณ
ผู้คนด้านล่างไม่ต่างจากมดปลวกเมื่อโดนคลื่นเล่านี้
ร่างกายของพวกเขาแหลกสลายไปแทบจะในพริบตา
แม้แต่ผู้บ่มเพาะระดับญาณทิพย์ พวกเขาต่างก็ได้รับบาดเจ็บเพียงแต่คลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมา