ตอนที่​ ​3 : ลิ้มลองชิ้นเนื่อของสัตว์อสูร!

ตอนที่​ ​3 : ลิ้มลองชิ้นเนื่อของสัตว์อสูร!

ทุกคนได้ยินเย่ฟงประกาศออกมาก็ต้องตกตะลึงกันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“ผู้ชายคนนี้เป็นบ้าไปแล้วรึยังไงกัน? ทำไมเขาถึงขอให้คนอื่นมาทรมานตัวเอง!”

“ฉันคิดว่าเย่ฟงคงถูกกระตุ้นด้วยอาชีพที่ไร้ประโยชน์ของเขา ลืมมันซะ พวกเราอย่าทำตัวเหมือนคนบ้าแบบเย่ฟงเลย!”

“ฉันแค่รู้สึกไม่พอใจผู้ชายคนนี้ พอฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ฉันต้องให้เขารู้ว่าทำไมเลือดในร่างกายคนเราถึงได้มีสีแดงขนาดนี้!”

พอได้ยินบรรดาเพื่อนร่วมชั้นพูดเช่นนั้น เย่ฟงก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาพร้อมกับแสดงสีหน้าเยาะเย้ยออกมาอีกด้วย และคิดอยู่ในใจว่า

“หลังจากผ่านไปเจ็ดวันมันก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครจะเอาชนะใครกันแน่!”

อาจารย์ประจำชั้นก็พูดอีกสองสามคำแล้วประกาศให้นักเรียนทุกคนแยกย้ายกลับบ้านได้ และในขณะที่เย่ฟงกำลังจะกลับบ้านก็มีคนสองคนเดินตรงไปมาหาเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหวังปิน ส่วนด้านหลังของหวังปินเป็นชายอ้วนสวมแว่นตาขอบดำและมีใบหน้ามีรอยเปื้อนก็คือฮวงเทียนเฉา

“เฮ้! เย่ฟง! ในเมื่ออาจารย์ประจำชั้นได้มอบหมายให้คุณมาอยู่กับฉัน ดังนั้นคุณต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉัน!”

“ตอนนี้คุณได้ปลุกอาชีพที่ไร้ประโยชน์ขึ้นมาแล้ว เช่นเดียวกับฮวงเทียนเฉานอนลงเหมือนสุนัขและทำทุกอย่างที่ฉันบอกให้คุณทำก็พอแล้ว!”

ฮวงเทียนเฉารู้สึกสะท้อนในใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงประจบประแจงหวังปินอยู่ดี “ใช่แล้ว! เย่ฟง! คุณก็เป็นเหมือนกับฉันที่ปลุกอาชีพไร้ประโยชน์ขึ้นมา ดังนั้นจงติดตามพี่หวังเหมือนกับฉัน พี่หวังจะไม่ยอมให้คุณทนทุกข์ทรมานอย่างแน่นอนฉันรับประกันได้!”

“นี่คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกัน?”

เสียงของผู้หญิงที่ไพเราะน่าฟังดังขึ้น และหลี่เฟยเฟยก็เดินเข้ามาหาทั้งสามคนพร้อมกับมองไปที่หวังปินและฮวงเทียนเฉาอย่างสงสัย

“เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลย! พวกเราก็แค่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเท่านั้นเองครับ!”

หวังปินยิ้มออกมาพร้อมกับพูดอย่างประจบประแจงหลี่เฟยเฟย

“ถ้าอย่างนั้นก็มาคุยกันเถอะ พรุ่งนี้พวกเราจะไปยกระดับที่ไหนกันดี?” หลี่เฟยเฟยพูดขึ้นมา

หวังปินยิ้มและพูดว่า “แน่นอน! ฉันจะไปทางตะวันออกของเมืองเพื่อต่อสู้กับหมูป่าเขี้ยวเหล็ก!”

“หมูป่าเขี้ยวเหล็กนั้นค่อนข้างเทอะทะ แม้ว่าพลังโจมตีของมันจะสูงมาก แต่มีการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าทำให้พวกเราโจมตีหมูป่าเขี้ยวเหล็กได้อย่างง่ายดาย!”

ฮวงเทียนเฉาพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเห็นด้วย “ถูกต้องแล้ว คุณหลี่ พี่หวังได้ศึกษามันแล้วเพื่อช่วยให้คุณเพิ่มเลเวลได้อย่างรวดเร็ว และด้วยวิธีนี้ประสิทธิภาพในการเพิ่มเลเวลก็จะสูงมาก!”

แต่เย่ฟงกล่าวออกมาว่า “ฉันคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าไปทางตะวันออกของเมืองเพื่อต่อสู้กับหมาป่าสายลม!”

“แม้ว่าหมูป่าเขี้ยวเหล็กจะมีการเคลื่อนไหวอย่างงุ่มง่าม แต่พลังป้องกันของมันก็สูงมากเกินไป ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับอาชีพเวทมนตร์ที่จะใช้พวกมันยกระดับขึ้น ส่วนอาชีพต่อสู้ระยะประชิดนั้นมันต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบนาทีในการฆ่าหมูป่าเขี้ยวเหล็ก ซึ่งการโจมตีไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก!”

“แต่ร่างกายของหมาป่าสายลมนั้นบอบบางมาก สำหรับคุณที่เป็นนักรบตราบใดที่คุณโจมตีถูกตัวมันตรงๆ ได้ คุณก็สามารถฆ่าหมาป่าสายลมหนึ่งตัวด้วยการฟันดาบเพียงครั้งเดียว และประสิทธิภาพในการโจมตีจะดีขึ้นมากอีกด้วย!”

หวังปินเหลือบมองไปที่เย่ฟง “ทำไมคุณถึงพูดขัดจังหวะล่ะ? ฉันเป็นกัปตัน ฉันเป็นคนสุดท้ายที่จะพูดได้ว่าพวกเราจะไปเพิ่มเลเวลที่ไหน!”

หลี่เฟยเฟยเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดตัดบทเพื่อลดความขัดแย้งภายในกลุ่ม “หวังปิน! ฉันคิดว่าสิ่งที่เย่ฟงพูดนั้นสมเหตุสมผลมาก เพราะสิ่งที่หมาป่าสายลมกลัวมากที่สุดก็คือตัวละครที่มีพลังโจมตีสูงอย่างคุณ!”

“เมื่อหมาป่าสายลมถูกดาบใหญ่โจมตี มันง่ายมากที่จะสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว และเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนอื่นที่จะโจมตีในจังหวะต่อไป!”

“ประสิทธิภาพในการฆ่าหมาป่าสายลมจะต้องเร็วกว่าหมูป่าเขี้ยวเหล็กอย่างแน่นอน!”

ใครๆ ก็ต้องเห็นด้วยเมื่อเจอสาวงามประจำโรงเรียนเสนอความคิดเห็นออกมา

ดังนั้นหวังปินจึงไม่มีทางเลือกนอกจากระงับความโกรธภายในใจและยิ้มออกมา “ในเมื่อคุณหลี่เฟยเฟยพูดเช่นนั้น พวกเราก็ไปฆ่าหมาป่าสายลมกันเถอะ!”

หลี่เฟยเฟยยิ้มอย่างพอใจและพยักหน้าเป็นการตอบรับ “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เจอกันพรุ่งนี้เช้า จุดนัดพบอยู่ที่ทางตะวันออกของเมืองตอนเจ็ดโมงเช้า!”

เย่ฟงพยักหน้าเห็นด้วยและเดินจากไปในทันที ส่วนหวังปินเมื่อมองที่แผ่นหลังของเย่ฟง ทันใดนั้นเองดวงตาของหวังปินก็ฉายแววที่ดุร้ายออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ฮวงเทียนเฉา! คุณปลุกอาชีพอะไรขึ้นมา? และคุณได้รับทักษะอะไรมาบ้าง?”

“ฉันได้อาชีพนักแสดงเป็นอาชีพประเภทชีวิตระดับ F ดังนั้นฉันจึงมีทักษะที่ไร้ประโยชน์ก็คือการแสร้งทำเป็นตาย ทำให้ฉันสามารถแสร้งทำเป็นตายและหันเหความเกลียดชังได้!”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นดวงตาของหวังปินก็สว่างขึ้นมาทันทีทันใด และรอยยิ้มอันโหดเหี้ยมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา จากนั้นหวังปินก็ก้มศีรษะลงและกระซิบสองสามคำข้างหูของฮวงเทียนเฉา

เมื่อฟังเสร็จฮวงเทียนเฉาก็ตบหน้าอกของเขาอย่างตื่นเต้นและพูดว่า “ไม่ต้องกังวลพี่หวัง! ฉันจะทำงานให้สำเร็จอย่างแน่นอน!”

ส่วนทางเย่ฟงก็แทบรอไม่ไหวที่จะกลับให้ถึงบ้านของเขาเร็วๆ ซึ่งภายในบ้านของเขานั้นก็เงียบสงบไร้สิ่งใดรบกวน ตามความทรงจำของเจ้าของเดิมนั้นช่างน่าเศร้ายิ่งนัก เนื่องจากเขาโชคไม่ดีที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตจากการล่าสัตว์อสูรตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก

และได้รับเงินบำนาญจำนวนมากจากทางการ ด้วยเงินบำนาญนี้เท่านั้นที่ทำให้เย่ฟงสามารถดำเนินชีวิตอยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน

“ระบบ! นำชิ้นเนื้อที่ได้รับจากแพ็คเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ออกมาแล้วแสดงให้ฉันเห็นเดี๋ยวนี้!”

หลังจากสิ้นเสียงคำสั่งของเย่ฟงทันใดนั้นพื้นที่ก็ถูกบิดเบือน และเนื้อสีแดงสดชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอยู่ในมือของเขา ซึ่งชิ้นเนื้อชิ้นนี้มีขนาดใหญ่ประมาณครึ่งฝ่ามือของเขาเท่านั้นเอง และสามารถกลืนได้ด้วยการกัดเพียงสองสามครั้งเท่านั้น

“ระบบ! นี่คือเนื้ออะไรเหรอ?”

เย่ฟงเห็นชิ้นเนื้อนี้แล้วก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาในทันทีทันใด เย่ฟงจึงใช้ดวงตาแห่งการคัดสรรค์สำรวจตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และข้อมูลเกี่ยวกับชิ้นเนื้อชิ้นนี้ก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา

[ชื่อ : เนื้อลูกมังกร]

[เผ่าพันธุ์ : เผ่ามังกรสายฟ้า]

[ระดับ: ระดับ ★★★★★★]

[รายละเอียด : มังกรสายฟ้าเป็นที่กล่าวถึงกันมาตั้งแต่สมัยโบราณปรากฏตามตำนานต่างๆ มากมาย โดยมักแสดงออกในรูปแบบร่างอวตารของเทพเจ้าที่โกรธกริ้วมนุษย์ที่ชั่วช้า มังกรสายฟ้านั้นมีทั้งความแข็งแกร่งทางกายภาพและเวทมนต์ธาตุสายฟ้าที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง และเกล็ดมังกรสายฟ้าก็ป้องกันต่อเวทมนตร์ทุกธาตุได้ถึง 90% ส่วนเวทมนต์ธาตุสายฟ้านั้นสามารถป้องกันได้ถึง 100%]

[วิธีรับประทาน : เนื้อมังกรตุ๋น , ผัดเผ็ดเนื้อมังกร , เนื้อมังกรย่าง]

เย่ฟงรู้สึกตกใจไม่น้อยที่ได้รู้รายละเอียดของเนื้อชิ้นนี้

“เนื้อลูกมังกรระดับ ★★★★★★?”

“ฉันคิดว่าระบบจะให้เนื้อสัตว์อสูรระดับสองดาวหรือสามดาวแก่ฉัน แต่ไม่คิดว่าระบบจะใจกว้างขนาดนี้! ระบบนักสำรวจวัตถุดิบนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ!”

เย่ฟงพบว่าวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารนั้นมีพร้อมในตู้เย็นของเขา จากนั้นเย่ฟงก็เริ่มตั้งหม้อต้มน้ำเตรียมทำเนื้อลูกมังกรตุ๋น หลังจากต้มน้ำไปได้สักระยะเนื้อลูกมังกรก็ถูกเคี่ยวในที่สุด แต่ว่าแม้จะเคี่ยวนานกว่าสองชั่วโมงเนื้อลูกมังกรก็ยังคงแข็งกระด้างและไม่สามารถกัดได้เลย

ด้วยความสิ้นหวังเย่ฟงก็ทำได้แค่เคี่ยวเนื้อลูกมังกรต่อไป และในครั้งเย่ฟงต้องใช้เวลาเคี่ยวนานกว่าหกชั่วโมง จนในที่สุดเนื้อลูกมังกรก็ค่อยๆ นุ่มขึ้นจนสามารถเคี้ยวได้แล้ว และเนื้อลูกมังกรเริ่มส่งกลิ่นหอมลอยไปทั่วห้องครัวจนท้องของเย่ฟงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความหิว

จากนั้นเย่ฟงก็หยิบชิ้นเนื้อลูกมังกรขึ้นมาแล้วใส่เข้าไปในปากของเขาพร้อมกับเคี้ยวชิ้นเนื้อลูกมังกรอย่างระมัดระวัง ซึ่งกลิ่นเนื้อเข้มข้นส่งตรงไปถึงสมอง เนื้อนุ่มแต่เคี้ยวได้ แม้จะกลืนเข้าไปแล้วก็ยังมีกลิ่นแปลกๆ เล็ดลอดไปทั่วริมฝีปากและฟัน

ทันใดนั้นเย่ฟงก็รู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ออกมาจากท้องของเขาและพุ่งกระจายไปตามร่างกายของเขา และร่างกายของเขาก็รู้สึกเหมือนกำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน มันให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายมากๆ ทำให้เย่ฟงต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นมา

“มาสเตอร์กินเนื้อลูกมังกรระดับหกดาวเป็นครั้งแรก และได้รับความแข็งแกร่ง 300 หน่วย สมรรถภาพร่างกาย 300 หน่วย สติปัญญา 200 หน่วย พลังวิญญาณ 200 หน่วย และความว่องไว 200 หน่วย!”

“มาสเตอร์ได้รับความสัมพันธ์ธาตุของลูกมังกร ธาตุสายฟ้า!”

“มาสเตอร์ได้รับทักษะของลูกมังกร ธันเดอร์แฟลช!”

หลังจากเย่ฟงได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่เป็นธรรมชาติของระบบนักสำรวจวัตถุดิบ มันก็ทำให้เย่ฟงแทบรอไม่ไหวที่จะเปิดแผงคุณสมบัติเพื่อทำการตรวจสอบ

[ชื่อ : เย่ฟง]

[อายุขัย : 18/100 ปี]

[เผ่าพันธุ์ : มนุษย์]

[อาชีพ : นักสำรวจวัตถุดิบระดับ SSS]

[ระดับ : ★ Lv.0 (0%)]

[พลังชีวิต : 3,060]

[มานา : 2,080]

[สมรรถภาพร่างกาย : 306 , (พลังชีวิตอัตราส่วน 1 : 10)]

[ความแข็งแกร่ง : 307 , (พลังโจมตีทางกายภาพและพลังป้องกันทางกายภาพอัตราส่วน 1 : 1)]

[สติปัญญา : 208 , (มานาอัตราส่วน 1 : 10)]

[พลังวิญญาณ : 207 , (พลังโจมตีเวทมนต์และพลังป้องกันเวทมนต์อัตราส่วน 1 : 1)]

[ความว่องไว : 207 , (หลบหลีกการโจมตีอัตราส่วน 1 : 1)]

[พลังโจมตีทางกายภาพ : 307]

[พลังป้องกันทางกายภาพ : 307]

[หลบหลีกการโจมตี : 207]

[พลังโจมตีเวทมนต์ : 207]

[พลังป้องกันเวทมนต์ : 207]

[คะแนนคุณสมบัติฟรีที่มี : 0]

[ความสัมพันธ์ธาตุ : ธาตุสายฟ้า (มีความสำพันธ์กับธาตุสายฟ้าถึง 100% ทำให้สามารถเรียนรู้และใช้เวทมนต์ธาตุสายฟ้าได้ทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถป้องกันเวทมนต์ธาตุสายฟ้าได้ 100%)]

[ทักษะ 1 : ดวงตาแห่งการคัดสรรค์ LV.1 (สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตได้ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ 1% ที่จะค้นพบจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตจะต้องมีเลเวลไม่สูงกว่า 10 เลเวล)]

[ทักษะ 2 : กลืนกินทุกสิ่ง LV.1 (สามารถกลืนวัตถุดิบทุกชนิดที่กินไม่ได้ มีโอกาส 100% ที่จะได้รับคุณสมบัติ และความน่าจะเป็น 1% ที่จะได้รับทักษะ เวลาในการคูลดาวน์ 1 นาที)]

[ทักษะ 3 : ธันเดอร์แฟลช LV.1 (สามารถเคลื่อนไหวหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า ระยะทางในการเคลื่อนที่ 100 เมตร/ครั้ง ใช้มานา 10 หน่วย/ครั้ง เวลาในการคูลดาวน์ไม่มี)]

ทันทีที่เย่ฟงตรวจสอบเสร็จเขาก็ต้องส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้น

“นี่คือทักษะการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมมากๆ เพียงเท่านี้ฉันก็มีการป้องกันที่สมบูรณ์แบบแล้ว!”

“ธันเดอร์แฟลช LV.1 มีระยะทางในการเคลื่อนที่ 100 เมตร/ครั้ง ใช้มานา 10 หน่วย/ครั้ง เวลาในการคูลดาวน์ไม่มี เพียงเท่านี้ก็ยากที่จะโดนโจมตี!”

“นอกจากนี้ความแข็งแกร่งและสมรรถภาพร่างกายก็เพิ่มขึ้นถึง 300 หน่วย อีกทั้งสติปัญญา พลังวิญญาณ และความว่องไวก็เพิ่มขึ้นถึง 200 หน่วยเช่นกัน!”

“แม้แต่อาชีพประเภทการต่อสู้ระดับสองดาวเลเวล 100 ก็ไม่สามารถบรรลุคุณสมบัติที่สูงเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน!”

แม้ว่าเย่ฟงจะไม่มีทักษะสร้างความเสียหาย แต่พลังของหมัดของเขาก็สามารถบดขยี้ผู้คนในระดับสองดาวได้อย่างง่ายดาย

“สมแล้วที่เป็นถึงชิ้นเนื้อลูกมังกรที่แท้จริง!”

จากนั้นเสียงเตือนของระบบนักสำรวจวัตถุดิบดังขึ้นอีกครั้ง

“เนื้อลูกมังกรสายฟ้ารวมอยู่ในหหนังสือภาพประกอบสำหรับนักสำรวจวัตถุดิบ ระบบหวังว่ามาสเตอร์จะทำงานหนักต่อไป!”

ด้วยความคิดในใจเย่ฟงก็เปิดหนังสือภาพประกอบสำหรับนักสำรวจวัตถุดิบ ม่านแสงเสมือนจริงปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขาในทันที

“นี่คือหนังสือภาพประกอบสำหรับนักสำรวจวัตถุดิบ!”

ทางด้านซ้ายของหนังสือภาพประกอบสำหรับนักสำรวจวัตถุดิบคือกล่องดำ ภายในกล่องมีเครื่องหมายคำถามสามอัน กล่องแรกสว่างแล้วข้างในมีลูกมังกรสีน้ำตาลอ่อนตัวเล็กน่ารัก นอกจากนี้ยังมีการแนะนำสั้นๆ อยู่ด้านล่าง ส่วนทางด้านขวาของหนังสือภาพประกอบสำหรับนักสำรวจวัตถุดิบคืองาน

“การใส่สัตว์อสูรลงในหนังสือภาพประกอบสำหรับนักสำรวจวัตถุดิบ : ยังไม่เสร็จ!”

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่​ ​3 : ลิ้มลองชิ้นเนื่อของสัตว์อสูร!

ตอนถัดไป