นางฟ้าตกจากฟ้า
ซุนห่าวที่เอนกายอยู่ในทะเลสาบหยกมองขึ้นไปที่ดอกซากุระเหนือศีรษะของเขาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“ทะเลสาบหยก(เหยาจิ)ที่ผู้ฝึกตนเอามาให้มันดีมากจริงๆ!”
“พอนอนอยู่ในนี้แล้วมันรู้สึกผ่อนคลายมาก!”
“ถึงข้าจะไม่สามารถบ่มเพาะได้ แต่ข้าก็ยังได้กินและดื่ม!”
“ยิ่งกว่านั้น ถ้าชาติก่อนข้ามีบ้านและที่ดินแบบนี้ ข้าคงถูกมองว่าเป็นเศรษฐีตัวเล็กๆได้เลย”
“แต่น่าเสียดายที่มีบางอย่างขาดหายไป สาวงามที่ใช้ชีวิตคู่กับข้า!”
หลังจากซุนห่าวพูดจบไม่นาน กลีบดอกของเทพดอกบัวร้อยสีในสระน้ำก็พลิ้วไหวเป็นจังหวะไปมา
“ชู่ …”
เสียงดังขึ้นมาบนอากาศ
สายรุ้งเส้นหนึ่งทอดยาวลงมาจากฟากฟ้า มันทอดยาวตกลงมาสู่ทะเลสาบหยกอย่างรวดเร็ว
“บูม!”
เกิดเสียงน้ำกระเซ็นกระจายไปทั่ว เสียงนี้แทบจะทำให้วิญญาณของซุนห่าวหลุดออกจากร่างเพราะความตกใจ
“บ้าเอ้ย ตกใจเกือบตาย มันคืออะไรกันแน่?"
หลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว ซุนห่าวก็ไปที่ใจกลางทะเลสาบหยกและอดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางตกตะลึงออกมา
เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งลอยอยู่บนทะเลสาบหยก นางมีผมสีทองและสวมชุดสีแดง
ไม่สิ
มันควรเรียกว่าเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดไปทั้งตัวมากกว่า ดวงตาของนางปิดแน่นและหายใจอย่างยากลำบาก
เห็นได้ชัดว่านางได้รับบาดเจ็บสาหัส นางคือองค์หญิงปีศาจ หวงหรูเหม่ย
“นางงาม นางฟ้าแสนสวย!” ซุนห่าวเดินไปหาหวงหรูเหม่ยอย่างกล้าหาญ ซึ่งเมื่อมองไปที่ใบหน้าที่เรียบร้อยของนาง การแสดงออกของเขาก็อยู่ในอาการสับสน เขามาที่โลกนี้เป็นเวลานานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นผู้หญิงที่งดงามเช่นนี้ แม้แต่ซูอี้หลิงและหลัวหลิวหยานก็ยังไม่สามารถแข่งขันกับผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าเขาได้
“นางบาดเจ็บสาหัสกว่าแม่นางอี้หลิงคนนั้นซะอีก แม้ว่าข้าจะลงมือรักษา เกรงว่าอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามวันกว่านางจะฟื้นขึ้นมา!”
“แต่ข้าต้องช่วยนางรึเปล่า?” ซุนห่าวทำหน้าเคร่งขรึมแสดงท่าทางครุ่นคิด
มันคงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมากถ้าไม่ช่วยรักษาสาวงามแบบนี้ไว้
แต่ถ้าช่วยนางแล้วนางเกิดก้าวร้าวหันดาบเข้าหาข้า ความพยายามของข้าก็จะสูญเปล่า
“แม่นาง ไม่มีทางอื่นแล้ว ข้าต้องทำให้เจ้าไร้เรี่ยวแรงซะก่อน!”
“เมื่อเจ้าตื่นขึ้นและไม่มีเจตนาร้ายต่อข้า ข้าจะช่วยล้างพิษให้!” ซุนห่าวพยักหน้าตัดสินใจก่อนจะนำนางเข้าไปด้านในบ้าน
พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะเขาขาดความแข็งแกร่ง เขาก็ไม่อยากจะใช้วิธีนี้จริงๆ
ในโลกที่ไม่มีกฎหมาย นี่เป็นวิธีเดียวที่เขาจะปกป้องตัวเองได้
ซุนห่าวอุ้มหวงหรูเหม่ยเดินเข้าไปในห้อง “ชุดของนางเปียกไปหมด นางอาจจะเป็นไข้หวัดได้!”
“รูปร่างของนางคล้ายกับแม่นางอี้หลิง บางทีนางอาจจะใส่ชุดนั้นได้!” เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็วางหวงหรูเหม่ยไว้บนที่นอนและจากไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน ซุนห่าวก็นำชุดกระโปรงสีเขียวเข้ามา “นางยังไม่ตื่น ข้าควรทำอย่างไรดี?"
“ลองนึกภาพผู้ชายที่โตเต็มวัยแล้วอย่างข้าต้องช่วยนางเปลี่ยนแปลงชุดสิ!”
"ไม่มีทาง! ทำไม่ได้อย่างแน่นอน!"
“สาวๆในโลกนี้เชื่อในระบบศักดินา ถ้าข้าไปทำลายความบริสุทธิ์ของนางเข้าละก็ เกรงว่านางจะต้องขอให้ข้ารับผิดชอบโดยการแต่งงานกับนางเป็นแน่”
"ข้าควรทำอย่างไรดี?"
ซุนห่าวอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่พักหนึ่ง หลังจากต่อสู้กันทางอุดมการณ์อยู่ในหัวเสร็จแล้ว ซุนห่าวก็ได้ตัดสินใจช่วยหวงหรูเหม่ยเปลี่ยนเสื้อผ้า
แต่ทว่า เขาเลือกที่จะปิดตาของตนเอง เพื่อไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาครอบคลุมตัวเขา
ซุนห่าวหยิบผ้าสีดำมาปิดตาของเขา หลังจากนั้นเขาก็เริ่มช่วยหวงหรูเหม่ยเปลี่ยนเสื้อผ้า
“นี่อะไร? มันใหญ่มาก?"
“แม่นาง ข้าขอโทษ! ข้าไม่ได้ตั้งใจ!”
“ข้าขอโทษ ข้าแตะผิดที่ ได้โปรดอย่าตำหนิข้า!”
“เอ่อ.. ในที่สุดก็เปลี่ยน!”
ซุนห่าวถอนหายใจด้วยความโล่งอกและผ่อนคลาย หลังจากถอดผ้าปิดตาออกแล้วมองดูชุดที่เขาสวมให้นาง ปรากฏว่าเสื้อผ้ามันผิดด้าน เขาจึงต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
“เฮ้ ทำไมข้าถึงซุ่มซ่ามขนาดนี้!”
“แม่นาง ข้าขอโทษจริงๆ!”
หลังจากพูดอย่างนั้น ซุนห่าวก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าของหวงหรูเหม่ยอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ลื่นไหลมากนัก เพราะหากเขาไม่ระวัง เขาอาจจะเผลอไปจับในที่ที่เขาไม่ควรแตะต้อง
โชคดีที่หวงหรูเหม่ยยังหมดสติอยู่ ทำให้ไม่รู้เรื่องทั้งหมดนี้
มิฉะนั้น ซุนห่าวก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซุนห่าวก็ถอดผ้าปิดตาออกและมองไปที่หวงหรูเหม่ย เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะเหยียดมือออกมาตรวจชีพจรของนาง
“เส้นลมปราณแตกเป็นเสี่ยงๆ! อวัยวะภายในทั้งห้าถูกทำลาย…”
“ข้าต้องป้อนยานางโดยเร็ว!” หลังจากนั้นซุนห่าวก็วางนางลงบนเตียงแล้วรีบออกไปอย่างรวดเร็ว …
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ซุนห่าวกลับมาพร้อมกับชามซุปหนึ่งชาม หลังจากป้อนให้หวงหรูเหม่ยกินเรียบร้อยแล้ว เขาก็แสดงท่าทีผ่อนคลายออกมา
“ชีวิตของนางไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายแล้ว นางน่าจะฟื้นในอีกสามวัน!”
“นางฟ้าแสนสวย ถ้านางมัดผมไว้ มันจะดูดีกว่านี้!”
“หูของนางฟ้าช่างน่ารักยิ่งนัก”
ซุนห่าวพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง เขาจ้องไปที่หวงหรูเหม่ยโดยไม่กระพริบตา
“ในเมื่อเจ้าสบายดีแล้ว ข้าก็จะไปทำงานต่อ” หลังจากพูดจบ ซุนห่าวก็เดินออกไป
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวันแล้ว หวงหรูเหม่ยตื่นขึ้นมาอย่างสบายๆ นางจ้องมองไปที่เพดานด้วยความสับสน
ข้าเป็นใคร?
ข้าอยู่ที่ไหน?
ทำไมถึงปวดหัวจัง
ฉับพลัน ความทรงจำมากมายก็ผุดขึ้นมา
"อาา! มันเจ็บ! ฆ่าข้าเร็วๆเถอะ”
เมื่อความทรงจำทั้งหมดนี้เข้ามาในจิตใจของนาง หวงหรูเหม่ยที่ไร้เรี่ยวแรงอยู่ตอนนี้ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ นางตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
“อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า!”
"มันเจ็บ ข้ากลัวความเจ็บปวด!” น้ำตาสองสายไหลลงมา
“ครีก…”
ตอนนั้นเอง ประตูก็ถูกเปิดออก มีร่างหนึ่งเดินเข้ามา เขาดูสง่างามและทรงพลัง ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ
หวงหรูเหม่ยฝืนมองออกไปทางอื่น
“แม่นาง เจ้าตื่นแล้ว!” เป็นซุนห่าวที่เข้ามาในห้อง
“ข้า … ข้า …” หวงหรูเหม่ยดึงสายตากลับมามองไปที่ซุนห่าวด้วยความกลัว
“แม่นาง ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย!” ซุนห่าวพยายามพูดทำให้นางสงบลง เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวงหรูเหม่ยก็สงบลงเล็กน้อย
แต่อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของนางยังเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“แม่นาง เจ้ามีชื่อว่าอย่างไร” ซุนห่าวถาม
"ข้า?" หวงหรูเหม่ยกัดแขนเสื้อของนางและเริ่มคิด
ครู่ต่อมา
“อ๊ะ อย่าฆ่าข้า ข้ากลัวความเจ็บปวด ข้ากลัวความเจ็บปวด!” หวงหรูเหม่ยร้องไห้ออกมาเสียงดัง ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความกลัว
"สาวน้อย! ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว!" ซุนห่าวเข้าไปกอดหวงหรูเหม่ยไว้เพื่อปลอบโยนนาง ภายใต้การปลอบโยนของซุนห่าว นางค่อยๆผ่อนคลายอย่างช้าๆก่อนจะหลับตาและผล็อยหลับไป
“ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องทนทุกข์ทรมานมาหนักพอสมควร!”
“ด้วยสภาพแบบนี้ นางจะไปฆ่าใครที่ไหนได้กัน? ขั้นแรก ทำให้นางกลับมามีแรงอีกครั้งก่อนดีกว่า!” ซุนห่าวคิดในใจแล้วจากไปในทันที
ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็นำชามข้ามต้มเข้ามาในห้องก่อนจะปลุกหวงหรูเหม่ยและป้อนนาง
หวงหรูเหม่ยไม่ได้พูดอะไรออกมา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความขอบคุณ ความระแวดระวังที่นางมีต่อซุนห่าวก็ลดลงไปกว่าครึ่งเช่นกัน
“แม่นาง เจ้ายังเหนื่อยอยู่ นอนพักก่อนเถอะ!” ซุนห่าวกล่าวพลางลุกขึ้นยืน
“อย่าไป!” หวงหรูเหม่ยคว้าแขนของซุนห่าวไว้แล้วเอามาหนุนศีรษะนอนอย่างสงบ
“ไม่เป็นไรแล้ว นอนเถอะ!” หลังจากได้ยินคำกล่าวเบาๆของซุนห่าว หวงหรูเหม่ยก็ผล็อยหลับไปอีก
ซุนห่าวยิ้มอย่างอ่อนแรงก่อนจะค่อยๆดึงแขนของเขาขึ้นโดยไม่ทำให้นางให้ตื่น
“พิษถูกกำจัดไปแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไม่มีออร่าแบบเดียวกับเฉินเต้าหมิงและผู้ฝึกตนคนอื่นๆ นางเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเหมือนข้าหรือเปล่า?”
“มันโหดร้ายเกินไปแล้ว คนที่ทำเช่นนี้กับมนุษย์ธรรมดา” ซุนห่าวพึมพัมและเดินออกไป
หวงหรูเหม่ยนอนหลับทั้งวัน นางไม่ตื่นจนถึงเที่ยงวันของวันถัดไป
ซึ่งเมื่อนางตื่นและมองไปรอบๆ หวงหรูเหม่ยก็รีบใช้ผ้าห่มห่อตัวและซ่อนตัวอยู่ที่มุมห้องด้วยความตกใจ
“เจิ้ง…”
ทัดใดนั้น เสียงของกู่ฉินก็ดังเข้ามาจากนอกห้อง เสียงนี้ส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณของนาง ความกลัวทั้งหมดของนางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ต่อหน้าของหวงหรูเหม่ยได้มีภาพอันอบอุ่นปรากฏขึ้นมา ครอบครัวของนางได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข นางถูกทุกคนรักและเอ็นดูเหมือนกับเจ้าหญิง
นางหลับตารู้สึกถึงฉากนี้อย่างสงบ จิตใจของนางเหมือนน้ำนิ่งที่ไม่มีระลอกคลื่นใดๆ หวงหรูเหม่ยค่อยๆผ่อนคลาย นางใส่รองเท้าแล้วเดินออกมาจากบ้าน
ซึ่งเมื่อนางมาถึงลานด้านนอก ฉากตรงหน้าก็ทำให้ดวงตาของนางเปล่งประกายออกมาเป็นครั้งคราว นางเห็นเทพดอกบัวร้อยสีกำลังเบ่งบานด้วยแสงหลากสี มันราวกับว่านางกำลังอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย
ต้นซากุระสองต้นขับกลิ่นหอมสดชื่นอันละเอียดอ่อนของพวกมันออกมา ในศาลาใต้ต้นซากุระ มีชายคนหนึ่งกำลังเล่นกู่ฉินอยู่ ตัวเขาเปล่งประกายอย่างมีเสน่ห์
ทุกการกระทำของเขาเป็นธรรมชาติอย่างไร้ที่ติ สวยงามจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ แต่ละจังหวะส่งตรงไปยังจิตวิญญาณของนาง ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ หวงหรูเหม่ยเดินเข้าไปในศาลาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากเล่นไปจนจบเพลง ซุนห่าวก็หันกลับมาก่อนจะกล่าว “แม่นาง เจ้าตื่นแล้วหรือ?”
หวงหรูเหม่ยตื่นตระหนก นางก้มศีรษะลงและกำมือแน่น ท่าทางประหม่าอย่างมาก “ข้า … ข้า…”
“แม่นาง ไม่ต้องกลัว นั่งลงเถอะ!” ซุนห่าวถาม
“อืม”
เสียงที่หวงหรูเหม่ยพูดออกมานั้นเบาจนเกือบจะไม่ได้ยิน นางนั่งลงบนเก้าอี้และไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“จ๊อก …” ในขณะนั้นเสียงท้องร้องของนางก็ดังขึ้น หวงหรูเหม่ยรีบก้มศีรษะลง นางไม่กล้าที่จะมองไปยังสายตาของซุนห่าว
“ท้องของนางร้องหิวข้าวแล้ว เห็นได้ชัดว่านางไม่ใช่ผู้บ่มเพาะ!”
“เหมือนว่านางจะกลัวข้านะ!”
ซุนห่าวยืนขึ้น “เจ้าคงจะหิวแล้ว เดี๋ยวข้ามา รอสักครู่"
"ไม่เป็นอะไร!" หวงหรูเหม่ยพยักหน้าแล้วมองไปที่ซุนห่าวอย่างกลัวๆ
หลังจากที่ซุนห่าวจากไปแล้ว หวงหรูเหม่ยก็พยายามยืนขึ้น นางจ้องไปที่กู่ฉินด้วยความอยากรู้แล้วเดินเข้าไปที่กู่ฉินตัวนั้นก่อนจะดีดมันเบาๆ
“เจิ้ง…”
ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น นางก็รีบดึงนิ้วกลับด้วยความตกใจ
เมื่อสายหยุดสั่นแล้ว นางก็ยืนมือไปดีดมันอีกครั้ง