ไม้จันทน์อมตะ
“แม่นาง ข้ามาแล้ว!”
ซุนห่าวเดินเข้าไปพร้อมกับจานเชอร์รี่ เชอร์รี่แต่ละลูกมีขนาดเท่ากับกำปั้นของเด็กทารก เชอร์รี่สีแดงเข้มเปล่งประกายออกมาอย่างน่าดึงดูด แวบแรกที่มองมันทำให้คนที่เห็นต้องน้ำลายสอ
เมื่อเห็นฉากนี้ การแสดงออกของหวงหรูเหม่ยก็แข็งค้างไป ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในใจของนาง “เจ้าสารเลว เจ้ามีคุณสมบัติที่จะกินผลวิญญาณอย่างงั้นหรือ? เอามาให้ข้า!”
“เจ้าคนนอก เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะกินผลวิญญาณ ส่งมาให้ข้า!"
หลังจากกล่าวจบ ความทรงจำใหม่ก็ปรากฏขึ้นในหัวของหวงหรูเหม่ย
“ไม่ … อย่าตีข้า” หวงหรูเหม่ยจับหัวของตัวเองแน่น ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“แม่นาง ปล่อยอดีตอันน่าเศร้าของเจ้าไปกับสายลม!” เสียงของซุนห่าวปลุกหวงหรูเหม่ยออกมาจากฝันร้าย
นางรีบลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วถอยห่างออกมาจากซุนห่าว ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างเงียบๆ
“แม่นาง กินเชอร์รี่กันก่อนเถอะ!” หลังจากที่ซุนห่าวพูดจบ เขาก็ส่งจานผลไม้ไปให้หวงหรูเหม่ย
“นี่ … นี่ …” หวงหรูเหม่ยมองไปที่ซุนห่าวแล้วค่อยหันมองไปที่จานผลไม้
นางยืนนิ่งไม่ขยับพลางกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น
หลังจากที่เห็นซุนห่าวทำท่าทางบอกให้นางกินหลายครั้ง หวงหรูเหม่ยจึงหยิบลูกเชอร์รี่สองลูกใส่เข้าไปในปาก
หลังจากกลืนลงไปแล้ว เมื่อเห็นซุนห่าวไม่ได้พูดอะไรออกมา นางจึงหยิบเชอร์รี่อีกหนึ่งลูกขึ้นมากิน
“ว้าว …” พลังวิญญาณมหาศาลพุ่งเข้ามาในร่างกายของนาง
การแสดงออกของนางเปลี่ยนไปทันที ความทรงจำเกี่ยวกับการเพาะปลูกของนางเพิ่มขึ้นมา นางนั่งลงโดยไม่รู้ตัวแล้วเริ่มปรับแต่งพลังที่พึ่งค้นพบใหม่นี้
ครู่ต่อมา หวงหรูเหม่ยก็เปิดตาของนางขึ้น ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“นี่เป็นผลไม้วิญญาณชนิดใดกัน? ทรงพลังมากไปแล้ว!”
“ข้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? ข้าเป็นใคร?"
“นายน้อยใจดีกับข้ามาก ทำไมข้าต้องคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นด้วย”
หวงหรูเหม่ยพึมพัมเบาๆพลางมองไปที่ซุนห่าวด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“แม่นาง พักผ่อนเถอะ ข้าจะไปทำอาหารก่อน!” ซุนห่าวกล่าว
"นายน้อย" เสียงของหวงหรูเหม่ยเบาราวกับยุง
“แม่นาง มีอะไรหรือ?” ซุนห่าวกล่าว
“ข้า…นายน้อย ข้า…ให้ข้าช่วยท่านด้วย!” หวงหรูเหม่ยถามด้วยเสียงเบา
"ตามมาสิ"
ซุนห่าวพยักหน้าและเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับหวงหรูเหม่ย
ต่อมา การเคลื่อนไหวของหวงหรูเหม่ยก็ทำให้ต้องซุนห่าวตกตะลึง เพราะว่านางมีความชำนาญในการล้างและหั่นผัก ทั้งยังหุงข้าวได้อีก แม้ว่าทักษะการทำอาหารของนางจะไม่ดีเท่าเขา แต่อย่างน้อยนางก็เก่งพอจะเป็นอาจารย์สอนทำอาหารได้เลย
“หากมีผู้ช่วยเช่นนี้อยู่ด้วย ความเร็วในการทำอาหารคงจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเป็นอย่างน้อย!”
“ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ต้องทนทุกข์ทรมานมามากแค่ไหนกันแน่!” ซุนห่าวพึมพำกับตัวเองขณะมองดูแผ่นหลังของหวงหรูเหม่ย
ต่อมา หลังจากหวงหรูเหม่ยไปก่อไฟ ซุนห่าวก็เริ่มแสดงทักษะการทำอาหารของเขาทันที
"นี่?" หวงหรูเหม่ยถือไม้ขึ้นมาท่อนหนึ่ง ในใจนางเต็มไปด้วยตกตะลึง เนื้อไม้ท่อนนี้เป็นสีแดงเลือดและมีกลิ่นจางๆลอยออกมา
“ไม้จันทน์อมตะ” หวงหรูเหม่ยโพล่งออกมา
นางยืนนิ่งอย่างสับสน แม้ว่านางไม่รู้ว่าไม้จันทน์อมตะคืออะไร แต่นางก็บอกกับตัวเองในใจว่าไม่มีอะไรต้องกังวล
“ปล่อยมันไว้ก่อน!”
หวงหรูเหม่ยหยิบไม้ชิ้นอื่นขึ้นมาและเริ่มเผา เมื่อนางหันไปมองการทำอาหารของซุนห่าว มันก็ทำให้นางตกตะลึงไปอย่างสมบูรณ์ ทุกการเคลื่อนไหวของซุนห่าวนั้นเป็นธรรมชาติและสวยงามเกินบรรยาย อาหารที่เขาทำนั้นใสสะอาด ทั้งยังเต็มไปด้วยสีสัน กลิ่นและรสชาติ
หวงหรูเหม่ยมองดูฉากนี้เงียบๆและจดจำทุกการเคลื่อนไหว
ไม่นานอาหารก็พร้อมทาน เมื่อทั้งสองเดินมาถึงโต๊ะอาหาร หวงหรูเหม่ยก็เดินมายืนหยุดข้างๆเขา
“แม่นาง นั่งลงกินข้าวด้วยกันเถอะ”
“ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ ให้คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้านของเจ้าเองก็ได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเกรงใจกันหรอก!” ซุนห่าวกล่าว
“ข้า … นายน้อย!” น้ำตาเริ่มก่อตัวขึ้นมาดวงตาของหวงหรูเหม่ย นางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจอย่างมาก
"ทานเถอะ! เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน!"
“อืม”
“แม่นาง เจ้าไม่ชอบให้คนอื่นเห็นหูอย่างงั้นหรือ? ข้าคิดว่า ถ้าเจ้ามัดผมเผยให้เห็นหูของตัวเองได้ เจ้าจะยิ่งดูน่ารักขึ้นไปอีกนะ!”
ทันทีที่ซุนห่าวพูดจบ การแสดงออกของหวงหรูเหม่ยก็หยุดนิ่งไป ความทรงจำมากมายผุดขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้าไม่ได้บอกหรือว่าเจ้าเป็นปีศาจที่มีหูแปลก!”
"ใช่! เจ้าควรจะตัดหูนั่นทิ้งซะ!”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ น้ำตาสองสายก็ไหลลงมาตามดวงตาของหวงหรูเหม่ย
“แม่นาง อย่าร้องไห้ อย่าจริงจังกับคำพูดของข้า มาทานข้าวกันเถอะ” ซุนห่าวพูดปลอบนาง
“นาย … นายน้อย ขอบคุณ…ขอบคุณมาก!”
หวงหรูเหม่ยเริ่มกินอย่างเงียบๆพลางมองไปที่ซุนห่าวเป็นครั้งคราว ดวงตาของนางส่องประกายออกมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อซุนห่าวเหลือบมองไปที่นาง หวงหรูเหม่ยก็รีบก้มศีรษะลงอย่างรวดเร็ว
หวงหรูเหม่ยไม่ได้พูดอะไรออกมาและซุนห่าวก็เช่นกัน ทั้งสองทานอาหารกันเงียบๆโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ
“นายน้อย ข้าจะไปล้างจาน!”
หลังจากเก็บจานกับตะเกียบแล้ว หวงหรูเหม่ยก็ทำความสะอาดโต๊ะ ล้างจานและทำความสะอาดพื้น
ซุนห่าวมองไปที่ฉากนี้อย่างว่างเปล่า เขารู้สึกว่าอารมณ์เอ้อล้นขึ้นมาในใจอย่างอธิบายไม่ถูก หัวใจของเขาพองโตด้วยความสุข หากเขามีภรรยาเช่นนี้ คงจะดีมากสำหรับเขาที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
“นายน้อย ข้า … ข้าทำได้ไม่ดีหรือ?”
หวงหรูเหม่ยก้มหัวลงหลังจากมองไปยังสายตาที่เหมือนมีไฟลุกโชนของซุนห่าว
นางราวกับเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆที่เพิ่งทำอะไรผิดไป
“ไม่ เจ้าทำได้ดีมาก!” ซุนห่าวยืนขึ้นก่อนจะเดินไปหาหวงหรูเหม่ย "มากับข้า!"
หวงหรูเหม่ยก้มศีรษะลงและเดินตามซุนห่าวไปอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ทั้งสองเดินมาที่ศาลา ซุนห่าวก็ชี้ไปที่กู่ฉิน “เจ้าชอบมันรึเปล่า?”
“ข้าชอบ!” หวงหรูเหม่ยพยักหน้า
“ถ้างั้นเจ้าอยากเรียนไหม? ข้าสอนให้ได้!” ซุนห่าวกล่าว
"จริงหรือ?" แสงในดวงตาของหวงหรูเหม่ยสองประกายออกมา
"แน่นอนสิ!"
“นายน้อย ท่านนั่งลงเถอะ ข้าจะยืนเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆจากท่าน!”
“เจ้าจะเรียนรู้ได้อย่างไรถ้าไม่นั่งลงแล้วลองเล่นมัน”
“ถ้างั้น…ข้าจะฟังที่นายน้อยกล่าว!” จากนั้นซุนห่าวก็เริ่มให้บทเรียนกับหวงหรูเหม่ย นางฟังอย่างระมัดระวังและพยายามเล่นเป็นครั้งคราว
“เจ้าต้องใส่อารมณ์ลงไปด้วย…”
“เจ้าควรวางมือไว้แบบนี้”
“นายน้อย ท่านคิดว่าอย่างนี้ดีรึเปล่า?”
"ไม่เลว!"
“นั่นยังไม่พอ นายน้อย ท่านช่วย…สอนข้าให้เห็นภาพมากกว่านี้ได้หรือไม่?”
ในเมื่อหวงหรูเหม่ยต้องการ เขาจะปฏิเสธคำขอของสาวงามได้อย่างไร? ซุนห่าวจับมือของหวงหรูเหม่ยก่อนจะสอนนางอย่างละเอียด หวงหรูเหม่ยติดตามท่วงทำนองที่ไพเราะของซุนห่าวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลางคืนมาถึง ทั้งสองคนจึงตัดสินใจหยุดฝึกกันก่อน
“เอาล่ะ นั่นคือบทเรียนทั้งหมดสำหรับวันนี้ กลับไปพักผ่อนเถอะ” ซุนห่าวกล่าว
“เจ้าค่ะ นายน้อย!” หวงหรูเหม่ยพยักหน้าแล้วเดินไปที่ห้องอื่น ซุนห่าวเดินกลับไปที่ห้องของเขาพร้อมกับพยักหน้าอย่างลับๆ
“ผู้หญิงคนนี้เป็นอัจฉริยะในการเล่นกู่ฉิน พรสวรรค์ของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าข้ามากนัก!”
“วันเวลาเช่นนี้ช่างดีมากจริงๆ บางทีชีวิตอมตะอาจจะไม่ได้มีความสุขอย่างนี้!”
“ถ้าเป็นอย่างนี้ทุกวัน คงเป็นเรื่องที่ดีมาก!”
“ได้เวลาพักผ่อนแล้ว!”
หลังจากพูดแล้ว ซุนห่าวก็เดินกลับไปที่ห้องนอน เขาใส่ชุดนอนแล้วล้มตัวลงนอนก่อนจะผล็อยหลับไป
ในอีกด้านหนึ่ง หวงหรูเหม่ยก็เดินกลับไปที่ห้องของนางด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจบนใบหน้า
นางนอนลงบนเตียง แต่กลับนอนไม่หลับอยู่เป็นเวลานาน
ในที่สุด นางก็ดึงหมอนใบหนึ่งเข้ามากอดไว้แน่นพลางพึมพัมกันตนเอง “นายน้อย ท่านใจดีกับข้ามาก!”
ในไม่ช้านางก็เริ่มค่อยๆผล็อยหลับไปอย่างมีความสุข