ฟื้นความทรงจำ
วันรุ่งขึ้น ซุนห่าวลืมตามองไปที่เบื้องหน้าของเขาด้วยสีหน้าแข็งค้าง เขาเห็นผู้หญิงผมทองสวยยืนอยู่ต่อหน้าต่อตาเขา
ยามจ้องมองไปที่ซุนห่าว ในดวงตาสีฟ้าของนางมีแสงประหลาดแฝงเอาไว้อยู่ ผมของนางถูกมัดไว้ด้านหลังของศีรษะ เผยให้เห็นหูแหลมๆ นางคือหวงหรูเหม่ยอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นซุนห่าวตื่นแล้ว หวงหรูเหม่ยก็ยิ้มออกมาก่อนจะกล่าว “นายน้อย ท่านตื่นแล้ว”
“สาวน้อย เจ้า…” ซุนห่าวตกตะลึง
“นายน้อย ข้าดูดีรึเปล่า?” หวงหรูเหม่ยถาม
"เจ้าดูดีจริงๆ" ซุนห่าวพยักหน้า
“นายน้อย อาหารเช้าพร้อมแล้ว ท่านควรรีบอาบน้ำ!” หวงหรูเหม่ยกล่าว
อะไร?
อาหารเช้าพร้อมแล้ว?
ยังจะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกไหม?
มีสาวงามอยู่เคียงข้างเช่นนี้
มันเกิดขึ้นเพียงว่านางยังเป็นมนุษย์ธรรมดาอยู่ ถ้าข้าฝึกเต๋าคู่กับนางได้! แล้วเราก็จะได้แต่งงานกัน
ในวันนี้มันสวยงามเป็นพิเศษ
หลังจากที่ซุนห่าวอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบแต่งตัวและเดินไปที่ห้องอาหารพร้อมกับหวงหรูเหม่ย
โจ๊กข้าวฟ่าง เค้กหัวหอมหั่นฝอย ผลไม้แห้งสองกำมือ เชอร์รี่สองสามผล ของเหล่านี้ถูกเตรียมไว้สำหรับสองคน มันดูเรียบง่ายแต่ก็หรูหราในเวลาเดียวกัน
“นายน้อย หากข้าทำได้ไม่ดี โปรดอย่าถือสา!” หวงหรูเหม่ยกล่าว
“ข้าจะตำหนิเจ้าได้ยังไง!”
ซุนห่าวเริ่มทานโจ๊กข้าวฟ่างและชื่นชมมันอยู่ในใจ เมื่อเทียบกับโจ๊กข้าวฟ่างที่เขาทำเองแล้ว มันก็ไม่ต่างกันมาก
ในอนาคต ถ้านางยังฝึกฝนมากขึ้น นางอาจจะสามารถตามเขาทัน
"อร่อยมาก" ซุนห่าวชมเชย
“ขอบคุณเจ้าค่ะ นายน้อย” ดวงตาของหวงหรูเหม่ยเป็นประกาย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสุข
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ หวงหรูเหม่ยก็ตามซุนห่าวไปเพื่อเรียนรู้การเล่นกู่ฉิน
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หวงหรูเหม่ยก็สามารถเล่นกู่ฉินได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ว่านางจะยังเล่นทื่อๆอยู่บ้างในบางจุด แต่ตราบใดที่นางฝึกฝนอย่างหนัก มันก็จะทำให้ทักษะของนางสมบูรณ์แบบ
สักวันหนึ่ง แนวคิดทางศิลปะอาจจะผุดขึ้นมาในใจของนาง ถึงตอนนั้นหวงหรูเหม่ยก็จะถูกนับเป็นระดับอาจารย์ได้แล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม หากนางต้องการเล่นให้เก่งกว่าเขา นางจะต้องฝึกฝนให้หนักขึ้นกว่านี้อีกสิบเท่า
จบไปหนึ่งเพลง
“เราพักดื่มชาสักถ้วยก่อนเถอะ!”
ซุนห่าวส่งชาต้าหงเปาที่ชงให้กับหวงหรูเหม่ย
“ขอบคุณมาก นายน้อย!” หวงหรูเหม่ยหยิบถ้วยชาขึ้นมาและจิบเบ่าๆ
ทันใดนั้น นางก็ต้องตกใจจนตัวแข็งทื่อ ความหนาวเหน็บเข้าปกคลุมไปทั่วจิตใจของนาง ในขณะนี้ จิตวิญญาณของนางเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ความทรงจำที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจของนางในตอนนี้เริ่มทะลักออกมา
นางหลับตาไม่ขยับ หลังจากผ่านไปนานนางก็ลืมตาขึ้น ใบหน้าของนางไม่มีการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น หวงหรูเหม่ยมองไปที่ซุนห่าวด้วยความกตัญญู
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะเป็นคนรับใช้ของท่าน! ตราบใดที่นายน้อยไม่ดูถูกข้า ข้าจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ! เรื่องอื่นก็ปล่อยมันหายไปตามสายลม!”
หวงหรูเหม่ยพึมพำก่อนจะตัดสินใจเก็บทุกอย่างเป็นความลับ
ทันใดนั้น นางก็เลิกคิ้วขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึง นางมองดูชาในถ้วยแล้วสะดุ้งเล็กน้อย ชาถ้วยนี้ทำให้นางไม่สามารถสงบใจลงได้
“นี่ … นี่คือชาแห่งการรู้แจ้ง!” ความรู้สึกของพลังที่ไหลเข้าสู่จิตวิญญาณเป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือน น่าตกใจมากที่นายน้อยยอมเอาชารู้แจ้งให้นางดื่ม
ไม่นานมานี้ อดีตจักรพรรดิปีศาจแห่งภูเขาปีศาจบรรพบุรุษ, จักรพรรดิปีศาจได้ต่อสู้กับคนจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่แข็งแกร่งมากถึงสามร้อยรอบเพื่อแย่งชิงชารู้แจ้ง
ในการต่อสู้ครั้งนั้น ทำให้เกิดทะเลเลือดไหลลงสู่แม่น้ำ ผู้คนและปีศาจนับไม่ถ้วนต้องพบกับจุดจบอันโหดร้าย
ถึงท้ายที่สุด แม้ว่าจักรพรรดิปีศาจจะได้รับชารู้แจ้งมา แต่มันก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็สิ้นชีวิตลง
จากเหตุการณ์นี้ สามารถบอกได้ว่าเลยชาแห่งการรู้แจ้งนั้นมีค่าเพียงใด
ข้าสามารถดื่มชาตรัสรู้ได้?
ยิ่งกว่านั้น มันยังเป็นสิ่งที่นายน้อยมอบให้
ไม่นานมานี้ นางดูเหมือนจะเห็นว่านายน้อยหยิบใบชาแบบนี้ใส่มาหลายสิบใบ แถมเหมือนกับว่าเขาจะมีชาชนิดนี้อยู่เป็นถุงใหญ่เลยด้วยซ้ำ
"พระเจ้า …"
หวงหรูเหม่ยตกใจมากจนนางเกือบจะทำถ้วยชาตก
ด้วยชาแห่งการรู้แจ้งอันล้ำค่าเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงการทำชาทั้งถ้วยหกเลย แค่หยดหนึ่งหยดมันก็ทำให้ผู้คนรู้สึกทุกข์มากจนไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้แล้ว
“นายน้อย เขาเป็นใครกันแน่?”
“เกรงว่าอย่างน้อยเขาก็ต้องเป็นเซียนอมตะ!” หวงหรูเหม่ยพึมพำออกมาก่อนจะไม่สามารถสงบจิตใจลงได้เป็นเวลานาน
“สาวน้อย ไม่ต้องอาย ดื่มสิ!”
ตอนนั้นเอง เสียงของซุนห่าวก็ไปปลุกหวงหรูเหม่ยให้ตื่นจากภวังค์
“นายน้อย ตอนนี้ ข้าฟื้นความจำของข้าได้แล้ว” หวงหรูเหม่ยกล่าว
"จริงหรือ? เจ้าชื่อว่าอะไร? ซุนห่าวถาม
“ข้าชื่อว่าหวงหรูเหม่ย ถ้าท่านไม่รังเกียจ โปรดเรียกข้าว่าหรูเหม่ย ข้าเองก็ยังไม่รู้จักนามของนายน้อยเลย!” หวงหรูเหม่ยถาม
“ข้าชื่อซุนห่าว เรียกข้าว่าพี่ห่าวก็ได้” ซุนห่าวกล่าวว่า
“จะเรียกอย่างงั้นได้อย่างไร? นั่นเป็นการไม่ให้ความเคารพ ท่านช่วยข้าไว้! ข้าจะเรียกท่านว่านายน้อย!” หวงหรูเหม่ยกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ซุนห่าวก็แอบถอนหายใจ
“สาวน้อยหรูเหม่ย แม้ว่าเจ้าจะได้ความทรงจำกลับมาแล้ว แต่เจ้าก็ยังต้องฝึกฝนทักษะกู่ฉินอยู่!” ซุนห่าวกล่าวว่า
“นายน้อย ตราบใดที่ท่านไม่รังเกียจข้า ข้ายินดีที่จะอยู่กับท่านและเรียนรู้ต่อไป!” หวงหรูเหม่ยกล่าว
รังเกียจหญิงงามเช่นเจ้าหรือ? จะเป็นไปได้ยังไง!
แม้จะคิดอย่างนั้นอยู่ในใจ แต่ซุนห่าวก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมาบนใบหน้า
“เจ้ากำลังล้อเล่นแล้ว เป็นความยินดีอย่างยิ่งที่มีผู้หญิงสวยเช่นเจ้าอยู่ใกล้ๆ ข้าจะรังเกียจเจ้าได้ยังไง!”
“ขอบคุณมาก นายน้อย!” หวงหรูเหม่ยกล่าว หยดน้ำตาสองสายไหลออกมาจากมุมตาของนาง
นางมองไปที่ซุนห่าวแล้วคุกเข่าลง
“หรูเหม่ย อย่าคุกเข่า ลุกขึ้นเถอะ!” ซุนห่าวกล่าวว่า
“เจ้าค่ะ นายน้อย!”
"ดื่มชาสิ!"
“อืม!”
หวงหรูเหม่ยยังคงดื่มชาต่อไป พลังวิญญาณของนางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ภาพทั้งสวรรค์และโลกก็เปลี่ยนไป ราวกับว่านางเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในโลกใบนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ในขณะนี้ ตัวนางคือสวรรค์และโลก
นางได้บรรลุถึงห้วงของธรมมชาติรวมเป็นหนึ่ง ไม่มีคำพูดใดสามารถอธิบายอารมณ์อันยอดเยี่ยมนี้ได้
ในร่างกายของหวงหรูเหม่ย ไม่ว่ามันจะเป็นพลังงานแบบไหน มันก็จะไหลเข้าสู่ร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว พลังงานเหล่านี้ถูกกลั่นโดยแก่นปีศาจก่อนจะเปลี่ยนเป็นพลังของนางอย่างสมบูรณ์
นางทะลวงขอบเขตใหม่ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่ลมหายใจ นางก็มาถึงขั้นกลางของขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติ
นอกจากนี้ ตอนนั้นเอง
"ฮึ่ม…"
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เมฆดำเคลื่อนเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ภายในเมฆดำเกิดแสงไฟสามสีมาบรรจบกันอย่างไม่หยุดยั้ง ภายในระยะหนึ่งร้อยลี้ ทุกอย่างถูกห้อมล้อมไปด้วยเมฆดำ
“บึ้ม…”
ทุกครั้งที่แสงทั้งสามสีผ่าขึ้น มันจะเสียงคำราวคล้ายระเบิดดังขึ้นมาอย่างน่าสะพรึงกลัว ฉากนี้ราวกับว่ามันกำลังจะทำลายล้างโลกให้พังพินาศอย่างน่าสยดสยอง สัตว์ประหลาดทุกตัวในรัศมีหนึ่งร้อยลี้ต้องตัวสั่นและก้มลงไปคลานอยู่กับพื้น
สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากสามสี!
นี่คือสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากที่หวงหรูเหม่ยต้องประสบ
ถ้านางผ่านการทรมารจากสายฟ้าเหล่านี้ไปได้ นางก็จะสามารถฝึกฝนต่อไปได้ แต่ถ้านางผ่านมันไปไม่ได้ นางก็จะสูญเสียจิตวิญญาณของตัวเอง
“เปรี๊ยง…”
เสียงร้องดังมาอีกครั้ง ทันใดนั้น แสงฟ้าทั้งสามสีที่หนาเท่าแขนก็ผ่าลงมาเป็นเส้นตรงจากท้องฟ้า
มังพุ่งไปหาหวงหรูเหม่ยที่อยู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ ซุนห่าวและหวงหรูเหม่ยนั่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน จะเห็นได้ชัดว่าสายฟ้าพวกนี้ตั้งใจจะโจมตีทั้งสองคนไปพร้อมๆกัน
ตอนนั้นเอง สายฟ้าที่ผ่าลงมาก็เกิดการสั่นคลอนเล็กน้อย สายฟ้าเบี่ยงออกไปจากเป้าหมายและพุ่งเข้าปะทะกับต้นซากุระ
“บูม!” เสียงระเบิดดังสนั่น
เสียงนี้เกือบจะทำให้วิญญาณของซุนห่าวหลุดออกจากร่าง เขามองไปที่ท้องฟ้าแล้วตะโกนออกมาอย่างโกรธเคือง “บัดซบ เจ้าต้องการจะผ่าข้าให้ตายอย่างงั้นหรือ?”
ทันทีที่คำกล่าวของเขาถูกกล่าวออกมา เสียงฟ้าร้องก็หายไปอย่างรวดเร็ว และสายฟ้าทั้งสามสีก็เริ่มหายไปทีละเส้น จนในที่สุด แม้แต่เมฆดำก็หายไปอย่างสมบูรณ์ เผยให้แสงแดดอันร้อนแรงสาดลงมา
หวงหรูเหม่ยค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วมองไปที่ซุนห่าว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยแสงแห่งการนับถือที่หาที่เปรียบมิได้
ขับไล่สายฟ้าแห่งความทุกข์ยาก!
ในปัจจุบันยังมีใครทำได้อีก?
ขอบเขตมหายาน? สัตว์ประหลาดเฒ่าจากขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติ?
ไม่มีทาง!
สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากจะยอมถอยให้ขอบเขตเหล่านี้ได้อย่างไร? แม้แต่เซียนก็ยังทำไม่ได้!
ความแข็งแกร่งของนายน้อยยังมากกว่าเซียนอีกหรือ?
เมื่อนางคิดมาถึงตรงนี้
“ฟู่…” หวงหรูเหม่ยอดไม่ได้ที่จะถอดหายใจออกมา เมื่อมองไปที่ซุนห่าว สายตาของนางก็ยิ่งเต็มไปด้วยความเคารพมากยิ่งขึ้น