ต้นชารู้แจ้ง

สวนชาไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก มันมีพื้นที่ประมาณสิบหมู่(ไร่จีน)ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ



“หรูเหม่ย ดูสิ นี่คือสวนชา!”



“ดูต้นนั้นสิ มันคือต้นชาต้าเปาหง!” ซุนห่าวกล่าว



หวงหรูเหม่ยฟังคำพูดเหล่านี้อย่างเหม่อลอย นางเดินไปข้างหน้าสองสาวก้าวก่อนจะวิ่งไปที่ต้นชาต้าเปาหงแล้วเหยียดมือออกสัมผัสมันเบาๆ นางเหมือนกับเด็กที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น



“ต้นชารู้แจ้ง ทั้งหมดคือต้นชาแห่งการรู้แจ้ง!”



“ข้า…ท่านแม่! นี่…นี่…อย่างน้อยก็มีหลายพันต้น!” เสียงของหวงหรูเหม่ยสั่นเหมือนนางกำลังจะร้องไห้ออกมา



ในโลกภายนอก ใบชารู้แจ้งเพียงใบเดียวสามารถทำให้เกิดทะเลโลหิตได้ แต่ตอนนี้ นางสามารถเห็นต้นชารู้แจ้งได้ทุกที่!



เทียบไม่ได้เลย!



“พระเจ้า บอกข้าทีว่านี่คือความฝัน!” หวงหรูเหม่ยหยิกตัวเองเบาๆ “โอ้ย เจ็บ!”



“นี่ไม่ใช่ความฝัน!”



“นายน้อยมีต้นชารู้แจ้งมากเหลือเกิน!” หวงหรูเหม่ยพึมพำ นางใช้เวลานานกว่าจะสงบลงได้



มีคำพูดที่โด่งดังในโลกของการเพาะปลูกอยู่: หากเจ้ามีชารู้แจ้งอยู่กับตัว ไม่ว่าสาวงามคนนั้นจะเย็นชาเพียงใด นางก็จะยอมที่จะเป็นคู่ฝึกเต๋ากับเจ้า!



สำหรับนายน้อย ด้วยต้นชาแห่งการรู้แจ้งเหล่านี้ เขาสามารถมีคู่รักได้หลายแสนคนอย่างไม่มีปัญหาเลย!



เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ความรู้สึกไม่พอใจก็ผุดขึ้นมาในใจของหวงหรูเหม่ย แต่อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้านางก็ลบความรู้สึกไม่พอใจนั้นออกไปได้



“ตัวตนอย่างนายน้อยจะหลงใหลในสาวงามได้อย่างไร!”



“ข้าดื่มชารู้แจ้งไปหลายสิบครั้งแล้ว! เพียงพอที่จะเป็นความภาคภูมิใจของโลก!”



“นายน้อยช่วยชีวิตข้าไว้ และยังปฏิบัติต่อข้าเหมือนครอบครัว ตราบใดที่เขาไม่ขับไล่ข้า แม้ว่าข้าจะกลายเป็นทาส ข้าก็เต็มใจ!” หวงหรูเหม่ยพึมพำกับตัวเอง อารมณ์ของนางดีขึ้นมาก



“หรูเหม่ย นั่นคือชาปี้หลัวชุน และนู้นก็คือต้นชาหลงจิ่ง นั่น…” ซุนห่าวแนะนำต้นชาต่างๆให้หรูเหม่ยทีละต้น



“ชาวิญญาณ ชาจิตวิญญาณขั้นสูงสุด! เยอะมาก อย่างน้อยก็มีร่วมกันหลายพันต้น!”



"อะไร? ชาอมตะ! นี่คือชาอมตะ! เกรงว่าทุกๆใบจะมีพลังอมตะแฝงอยู่ มันมีค่าพอๆกับศิลาอมตะระดับกลาง!”



ทุกครั้งที่นางเห็นต้นชาใหม่ๆ หวงหรูเหม่ยก็จะต้องประหลาดใจอยู่นาน



ซึ่งเมื่อเห็นท่าทางของหวงหรูเหม่ย ซุนห่าวก็ยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย



“ดูเหมือนว่าหรูเหม่ยจะชื่นชมเทคนิคการปลูกของข้าด้วย!”



” เทคนิคการเพาะปลูกของข้าที่อยู่ในระดับสูงสุดนั้นไม่ธรรมดาอยู่แล้ว!” ซุนห่าวแอบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขารอให้หวงหรูเหม่ยกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งก่อนจะพานางไปที่สวนสมุนไพร



“สมุนไพรอมตะ นี่คือสมุนไพรอมตะ!”



"นี่คืออะไร? มันน่ากลัวยิ่งกว่าสมุนไพรอมตะเสียอีก ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสมุนไพรอมตะขั้นสุดยอด! พระเจ้า! “



“มีมากมาย มีต้นพวกนี้ตั้งหลายพันชนิด!”



“ถ้าสายพันธุ์เหล่านี้หลุดออกไปสู่โลกภายนอกแม้แต่ต้นเดียว เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ประกาศว่าตัวเองเป็นต้นกำเนิดของพระเจ้าคงจะต้องกระโดดออกมาแย่งชิงมันไปด้วยตัวเองแน่ๆ!”



“น่ากลัว น่ากลัวมาก” หวงหรูเหม่ยกรีดร้องออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยิ่งนางเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่ หวงหรูเหม่ยก็ยิ่งตกใจมากขึ้นเท่านั้น



นางพยายามทำให้ตัวเองสงบลงอย่างช้าๆ แต่กว่าหวงหรูเหม่ยจะฟื้นคืนสติได้ก็หลังจากที่เดินกลับจากสวนหลังบ้านแล้ว



“หรูเหม่ย เป็นไงบ้าง บ้านของข้าเต็มไปด้วยขุมทรัพย์ใช่รึเปล่า!” ซุนห่าวกล่าว



"แน่นอน!" หวงหรูเหม่ยพยักหน้า “นายน้อย ด้วยสิ่งเหล่านี้ พวกเราไม่ต้องกังวลเรื่องการกินและดื่มเลย!”



"แน่นอน!"



ซุนห่าวพยักหน้าด้วยท่าทางหยิ่งผยอง “อีกไม่กี่วันข้าจะพาเจ้าไปดูสัตว์เลี้ยงของข้า!”



“สัตว์เลี้ยง?” หวงหรูเหม่ยตกตะลึง “นายน้อย ทำไมท่านถึงไม่เคยบอกข้าเรื่องสัตว์เลี้ยงมาก่อนเลยล่ะ?”



ซุนห่าวยิ้มออกมาอย่างอายๆ “หรูเหม่ย นั่นก็เพราะว่าตอนแรกข้ากะจะเลี้ยงมันไว้กิน ต่อมา ข้าเห็นว่ามันดูร่าเริงดี ก็เลยกินมันไม่ลง!”



เมื่อได้ยินเรื่องนี้ หวงหรูเหม่ยก็พยักหน้าอย่างคาดหวัง เวลาผ่านไปอีกวันในพริบตา



ในวันนี้ ซุนห่าวและหวงหรูเหม่ยรับประทานอาหารเช้าเสร็จตามปกติ และทั้งสองคนก็เริ่มเตรียมที่จะชงชากันต่อ



หวงหรูเหม่ยเปิดถุงชาและเห็นว่าใบชามีราขึ้นแล้ว ดังนั้นนางจึงเอาไปล้างในบ่อ



“หรูเหม่ย เจ้าจะไปที่ใด?” ซุนห่าวถาม



“นายน้อย ต้าหงเปาขึ้นราแล้ว ข้าจะเอาไปล้าง” หวงหรูเหม่ยกล่าว



“ขึ้นรา? หน้าฝนแบบนี้มันน่ารำคาญจริงๆ!”



ซุนห่าวแอบส่ายหัว “หรูเหม่ย ถ้ามีอะไรหักก็ต้องทิ้ง!”



“ถึงจะทำความสะอาดดีแค่ไหนก็ยังมีราอยู่ดี มันไม่ดีต่อสุขภาพ แถมรสชาติก็ไม่ดีด้วย!” ซุนห่าวหยิบถุงชาจากมือของหวงหรูเหม่ยแล้วเดินไปที่สระน้ำ



“นายน้อย นี่ …” หวงหรูเหม่ยเต็มไปด้วยความตกใจ นี่คือชารู้แจ้ง! นี่คือสิ่งที่ผู้ฝึกตนทุกคนต้องการจะได้มันมาไว้ครอบครอง แม้มันจะหักไปแล้วก็ตาม! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องขึ้นราเลย เพราะต่อให้มันจะเน่าเสียแล้วก็เถอะ พวกเขาก็จะรับประทานมันด้วยความยินดีอยู่ดี



แต่นายน้อยกับบอกให้กำจัดมันทิ้งหรือ? หลังจากประหลาดใจ หวงหรูเหม่ยก็ตกอยู่ในอาการมึนงง



เมื่อข้าอยู่กับนายน้อย ข้าพึ่งรู้ว่าตนเองเป็นกบที่อยู่ก้นบ่อ ชาแห่งการรู้แจ้งมีค่ามากในสายตาของข้า แต่ในมุมมองของนายน้อย มันกลับไม่มีค่าให้พูดถึงเลยด้วยซ้ำ



แม้จะมึนงงอยู่ แต่นางก็ยังรู้สึกเสียดายที่ต้องทิ้งชาที่ดีเช่นนี้



ข้าจะรอจนกว่านายน้อยจะทิ้งมันไปแล้วค่อยไปเอามันขึ้นมาอย่างลับๆ



เมื่อคิดได้เช่นนี้ หวงหรูเหม่ยจึงเดินตามซุนห่าวไป “นายน้อย ท่านจะเอาชาไปทิ้งที่ใด?”



“ปกติแล้ว ข้าจะโยนมันลงไปในสระ ของเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราควรจะดื่ม แต่สำหรับดอกบัวแล้ว มันเป็นสารอาหารที่ดีมาก!” ซุนห่าวกล่าว



“ฮึ่ม…” เหมือนกับมีฟ้าร้องอยู่ในหัวของหวงหรูเหม่ย นางตระหนักได้ในทันใด ไม่น่าแปลกใจเลยที่ปีศาจดอกบัวนั้นทรงพลังมากขนาดนั้น สารอาหารทั้งหมดที่นางกินก็คือชารู้แจ้ง



น่าอิจฉา!



ตอนแรก นางอยากจะหยิบมันขึ้นมาอย่างลับๆ แต่ตอนนี้นางไม่กล้าแม้แต่จะมีความคิดแบบนั้นแม้แต่น้อย ต่อสู้กับปีศาจอมตะเพื่อใบชา? นางยังไม่เบื่อที่จะมีชีวิตอยู่



นางเงยหน้าขึ้นไปมองเทพดอกบัวร้อยสีที่พลิ้วไหวไปมาตามสายลม กลีบดอกของมันขยับไปมาราวกับกำลังบรรเลงเพลงแสนไพเราะอยู่



“จ๋อม…”



หลังจากที่ชาแห่งการรู้แจ้งถูกโยนลงไปในสระน้ำ เทพดอกบัวร้อยสีก็เหยียดรากออกมานับไม่ถ้วน รากพวกนั้นห่อใบชาทั้งหมดเอาไว้ราวกับปลาหมึกกำลังกินอาหารอย่างเมามัน



หวงหรูเหม่ยเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่ากลีบของเทพดอกบัวร้อยสีเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กลีบที่เติบโตในภายหลังนั้นมีสีที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อน



“เก้าร้อยสีแล้ว ในไม่ช้า นางก็จะทะลุถึงหนึ่งพัน! เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้น ความแข็งแกร่งของนางจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก!” หวงหรูเหม่ยพึมพำด้วยความอิจฉา



“หรูเหม่ย อย่าหยุด มาเรียนกู่ฉินกันเถอะ!” ตอนนั้นเอง เสียงของซุนห่าวก็ปลุกหวงหรูเหม่ยให้ได้สติ



“เจ้าค่ะ นายน้อย!” นางเดินไปที่ศาลาก่อนจะนั่งข้างๆกู่ฉินแล้วเริ่มเล่น การเคลื่อนไหวของหวงหรูเหม่ยมีความชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ ภายในจิตใจของนางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย



และเมื่ออารมณ์ของนางเริ่มมา ความแข็งแกร่งของของนางก็มากขึ้นไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่นานนางก็ทะลวงมาถึงช่วงปลายของขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติ



ในเวลานี้ สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากก็เริ่มปรากฏขึ้น



……



……



บนท้องฟ้าเหนือภูเขาปีศาจอมตะ เมฆดำขนาดใหญ่กำลังลอยไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ในเมฆดำ มีปีศาจผู้ยิ่งใหญ่หลายหมื่นตัว คนที่นำอยู่หน้าสุดคืออีกาทองคำเล่ยหยาง



“ข้างหน้ามีสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากหรือ?” อีกาทองคำเล่ยหยางถาม



“ใช่ขอรับ ท่านราชาปีศาจ! ข้าจำสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากนั้นได้อย่างชัดเจน มันน่ากลัวมาก เพียงแค่เห็นข้าก็ขนลุกแล้ว!” ปีศาจตนหนึ่งกล่าว



“สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากสามสี? น่าจะเป็นผู้ฝึกฝนทรงอำนาจจากขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติ!” ใบหน้าของอีกาทองคำเล่ยหยางเต็มไปด้วยความระมัดระวัง



“ท่านราชาปีศาจ หรือว่านี่อาจจะเป็นองค์หญิง?”



“องค์หญิงบ้าบออะไร! นางเพิ่งทะลวงเข้าไปในขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติเมื่อไม่นานนี้เอง แถมตอนนี้นางยังได้รับบาดเจ็บสาหัส เกรงว่าตอนนี้สภาพของนางคงจะไม่ต่างไปจากขยะ!”



“แต่ถ้าข้ายังจับนางไม่ได้ ใจข้าคงกระสับกระส่ายอย่างนี้ทุกวัน!”



“ข้าต้องไปเห็นคนที่กำลังเผชิญกับสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากนี้!” อีกาทองคำเล่ยหยางกล่าว



“ขอรับ ท่านราชาปีศาจ!” หลังจากพูดจบ ทุกอย่างก็เงียบลง และทันใดนั้น ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติเกิดขึ้น





ตอนก่อน

จบบทที่ ต้นชารู้แจ้ง

ตอนถัดไป