ที่ห้างสรรพสินค้า
"พ่อมีอะไรงั้นหรอครับ" หลินหยุนถามขณะมองท่าทางจริงจังของหลินเซียวหยุนด้งยความสงสัย
"เทียนเออร์อันที่จริงพ่อได้คิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วกับแม่ของลูก พ่อจะบอกความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้"หลินเซียวหยุนกล่าวพร้อมท่าทีจริงจัง จากนั้นก็กล่าวต่อ "อันที่จริงในโลกนี้ยังมีอีกด้านที่ลูกไม่รู้นั้นก็คือในโลกใบนี้มีผู้บ่มเพาะ "
"ผู้บ่มเพาะ!"หลินเทียนกล่าวซ้ำคำของพ่อเขา เขานึกว่าพ่อของเขาอยากจะคุยเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง
"ใช่แล้วละ ผู้บ่มเพาะ พวกเขานั้นมีพลังมหาศาลสามารถทำลายภูเขาหรือแยกมหาสมุทรออกจากกันได้"หลินเซียวหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกและดูพิศวง
"พ่ออยากจะบอกว่าจะทำอะไรก็ระวังหน่อย อย่าเผลอไปล่วงเกินผู้บ่มเพาะเชียว"
"พ่อก็เป็นผู้บ่มเพาะด้วยอย่างงั้นหรอครับ"หลินเทียนกล่าวถาม อันที่จริงเขารู้แล้วว่าพ่อของเขาเป็นผู้บ่มเพาะเพียงแต่ว่าถามไปอย่างนั้นเอง เพื่ออยากจะล้วงข้อมูลเชิงลึก
"ใช่แล้วละพ่อเองก็เป็นผู้บ่มเพาะเช่นกัน"หลินเซียวหยุนกล่าวตอบพร้อมกับจ้องมองไปที่หลินเทียนอย่างเศร้าๆ
"โอ้วว!"หลินเทียนเเสร้งตกใจเล็กน้อยจากนั้นเขาก็ถามพ่อของเขาว่า "พ่อครับในตระกูลเราใครเป็นผู้บ่มเพาะบ้างครับ"หลินเทียนอยากรู้จริงๆว่าในตระกูลของเขาใครเป็นผู้บ่มเพาะบ้างหรือจะเป็นเฉพาะคนระดับสูงของตระกูลเท่านั้นที่เป็นผู้บ่มเพาะ
"ที่จริงเกือบทั้งหมดที่นามสกุลหลินล้วนเป็นผู้บ่มเพาะ"พ่อของเขากล่าวออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ดูหม่นลงเล็กน้อย
"เกือบทั้งหมดงั้นหรอ?แล้วเกือบนี่มีใครบ้างงั้นหรอครับ"หลินเทียนถาม เกือบงั้นหรอทำไมไม่ใช่ทั้งหมดล่ะ
"มีแค่...ลูกคนเดียว"หลินเซียวหยุนกล่าวออกมาพร้อมกับก้มหน้า
"ผม?"หลินเทียนชี้ไปที่ตัวเอง'อ่า ปรากฏว่าเป็นฉันเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่ผู้บ่มเพาะภายในตระกูลหลิน เอ๊ะไม่ใช่สิตอนนี้ฉันเป็นเทพแล้วนี่น่า'
"ใช่แล้วล่ะในตระกูลมีลูกคนเดียวที่ไม่ได้บ่มเพาะ"
"งั้นทำไมพ่อไม่สอนผมล่ะ"หลินเซียวหยุนถามอย่างสงสัย เขาไม่เข้าใจทำพ่อไม่สอนเขาล่ะ
"ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากสอนแต่ว่า...เฮ้อ" หลินเซียวหยุนรู้สึกเศร้า ถ้าเกิดว่าร่างกายของหลินเทียนเป็นปกติเหมือนคนธรรมดาทั่วไปเขาก็สามารถใช้ทรัพยากรณ์ของตระกูลปั้นหลินเทียนให้กลายเป็นผู้บ่มเพาะได้ แต่ว่าร่างกายของหลินเทียน...
"มีอะไรงั้นหรอครับพ่อ" หลินเทียนที่เห็นพ่อเศร้าๆก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาขึ้นมา
"ไม่มีอะไรหรอก ไปหาแม่ของลูกเถอะเห็นเธอบ่นว่าอยากไปช็อปปิ้ง ไปช็อปปิ้งเป็นเพื่อนแม่ของลูกสักหน่อยก็ดีน่ะสามเดือนมานร้เธอจมอยู่ในความเศร้ามานาน ลูกพาแม่ไปปลดปล่อยเถอะ"หลินเซียวหยุนกล่าวออกมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
"งั้นผมไปก่อนนะพ่อ" หลินที่เห็นว่าพ่อของไม่จะเล่าเขาก็ไม่คิดจะฝืนใจ เขาลุกขึ้นเดินออกจากห้องรับแขกไป
หลินเทียนเดินไปภายในสวนหลังบ้านเพื่อไปพบกับแม่ของเขา"แม่ครับ ทำอะไรอยู่งั้นเหรอครับ?"
"เทียนเออร์ลูกเองหรอ ตอนนี้แม่รู้สึกเบื่อนิดหน่อยน่ะก็เลยมาดูดอกไม้ " จี้ถิงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
"แม่เบื่องั้นหรอ งั้นเราไปช็อปปิ้งกันไหมครับ"
"ช็อปปิ้งหรอ? ดีเลยแม่กำลังอยากไปอยู่พอดี"
"งั้นเราไปกันเลยไหมครับ"
"จ้ะไปจ้ะ"
.............
หลินเทียนขับรถพาแม่ของเขาไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง รถที่หลินเทียนขับเป็นรถเฟอร์รารี่ แน่นอนว่ามันเป็นหนึ่งในรถที่มีหลายคันของเขา
จี้ถิงพาหลินเทียนไปเลือกเสื้อผ้าในร้านแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง จี้ถิงเลือกเสื้อผ้ามากมายให้หลินเทียนไปลอง หลินก็ไม่ได้บ่มอะไร เขาคิดว่าขอเเค่แม่เขามีความสุขไม่ว่าอะไรเขาก็ยอม
หลังจากซื้อเสื้อผ้าเสร็จจี้ถิงก็ลากหลินเทียนไปยังโซนนาฬิกาข้อมือต่อ "พนักงานช่วยแนะนำเรือนนี้หน่อย" จี้ถิงชี้ไปนาฬิกาข้อมือผู้ชายเรือนหนึ่งที่ดูสวยงามเป็นอย่างมาก รอบๆตัวนาฬิกาฝังไปด้วยเพชรสีครามทำให้ตัวนาฬิกาเกิดเเสงวับๆแวมๆ
พนักงานหยิบนาฬิกาขึ้นมาเธอยิ้มให้กับจี้ถิงและกล่าว"คุณลูกค้าท่านนี้สายตาหลักแหลมมากแหวนวงนี้เพิ่งมาถึงร้านของเราเมื่อ2-3วันมานี้เอง มันมีชื่อว่า Diamond pull William รอบๆตัวนาฬิกาฝังไปด้วยเพชรเเท้น้ำทะเล นาฬิกาตัวนี้เป็นสินค้าตัวใหม่ของแบรนด์เรา ตอนนี้ทั่วโลกมีเพียงแค่10เรือนเท่านั้น ปัจจุบันนาฬิกาเรือนนี้มีราคา สามสิบล้านหยวน ท่านลูกค้าสนใจหรือไม่"
ในขณะที่จี้ถิงกำลังจะตอบพนักงานนั้น จู่ๆเสียงที่ฟังดูหยิ่งยโสก็ได้กล่าวขัดขึ้นซะก่อน
"ฉันต้องการมัน''
เสียงที่ฟังดูหยิ่งยโสนั้นดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของหลินเทียนกับจี้ถิง
หลินเทียนและจี้ถิงหันหลังกลับมาพร้อมกัน ด้านหลังของพวกเขา ปรากฎเป็นหญิงสาววัยกลางคนนาง ตอนนี้หน้าตาของเธอปรากฎความหยิ่งยโสขึ้นมาอย่างเด่นชัด
"คุณคะ นาฬิกาเรือนนี้ฉันเห็นมาก่อนนะค่ะ" จี้กล่าวขึ้นกับหญิงสาววัยกลางคน
เฉินเยี่ยนหรูมองไปที่ใบหน้าของจี้ถิง ปรากฎแววตาแห่งการอิฉฉาริษยาขึ้นมาในดวงตาของเธอ เฉินเยี่ยนหรูเห็นว่าจี้ถิงนั้นสวยเป็นอย่างมาก อีกทั้งร่าวกายของจี้ถิงยังปลดปล่อยออร่าของผู้สูงศักดิ์ออกมา ทำให้ตอนนี้เธอรู้เหมือนต่ำต้อยกว่าจี้ถิงมาก
"แล้วยังใง?"เฉินเยี่ยนหรูกล่าวตอบออกมา เธอละความสนใจจากจี้ถิงและสั่งพนักงาน"นี่เธอห่อสินค้าอันนี้ให้ฉันด้วย" เฉินเยียนหรูตั้งใจจะซื้อนาฬิกาเรือนนี้ไปให้สามีของเธอเนื่องจากอีกไม่กี่วันก็จะถึงงานวันเกิดของสามีเธอแล้ว
เมื่อเห็นว่าเฉินเยี่ยนหรูไม่สนใจตน จี้ถิงก็อดไม่ได้ที่จะโมโหขึ้นมา เธอเดินมาขนาบข้างกับเฉินเยี่ยนหรูและกล่าวกับพนักงาน "ฉันก็ต้องการเรือนนี้เหมือนกัน เธอเลือกมาว่าจะให้ใคร" แน่นอนว่าพนักงานไม่ลังเล
พนักงานสาวหันหน้าไปทางเฉินเยี่ยนหรู เธอกล่าวออกมาอย่างขอโทษ "คุณค่ะ พอดีว่าลูกค้าท่านนี้เขามาก่อน ยังใงคุณลูกค้าลองดูสินค้าตัวอื่นในร้านเราได้นะคะ เดี่ยวดิฉันจะลดให้เป็นพิเศษ" พนักกล่าวด้วยถ้อยคำที่สุภาพ แน่นอนว่าถ้าจะให้เลือกว่าจะขายให้ใครเธอก็ต้องเลือกขายให้จี้ถิงแน่นอนเพราะว่าจี้ถิงนั้นมาก่อน อีกทั้งเธอคิดว่าจี้ถิงนั้นไม่ใช่คนธรรมดา ดูจากออร่าที่เธอปล่อยออกมานั้นแน่นอนต้องเป็นผู้สูงศักดิ์
"เธอกล้าไม่ขายให้ฉันงั้นหรอ เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? เรียกผู้จัดการของเธอออกมาเดี่ยวนี้" เฉินเยี่ยนหรูเห็นว่าพนักงานเลือกที่จะไม่ขายให้ตน เธอก็อาละวาดขึ้นมาทันที เธอสั่งพนักงานให้เรียกผู้จัดการออกมา
พนักงานสาวเธอพึ่งเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตระหนก "ค...ค่ะ รอสักครู่ค่ะ" พนักงานสาวรีบไปเรียกผู้จัดการทันที
จี้ถิงที่เห็นอย่างนั้นก็หันหน้ามามองเฉินเยี่ยนหรูอย่าไม่พอใจ"นี่คุณ เธอก็บอกแล้วว่าจะขายให้ฉันทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากด้วย"
"เหอะ เดี่ยวก็คอยดู" เฉินเยี่ยนหรูกล่าวออกมา เธอมั่นใจเป็นอย่างมากว่าเมื่อผู้จัดการมาถึงเขาจะต้องขายนาฬิกาเรือนนี้ให้เธอแน่นอน นั้นมันก็เป็นเพราะว่าเธอรู้จักกับผู้จัดการร้านนี้
"พี่สะใภ้มีอะไรงั้นหรอ"เสียงที่ฟังดูราบเรียบดังขึ้นมาพร้อมกับปรากฏชายวัยกลางคนหัวล้านรูปร่างอ้วนท้วมขึ้นมา
"เหรินคุณนายต้องขายนาฬิกาเรือนนี้ให้ฉันน่ะ"เฉินเยี่ยนหรูกล่าวขึ้นมาอย่างอ้อนวอนปนคำสั่ง
"ได้สิพี่สะใภ้ คุณอยากได้เรือนไหนบอกผมเลยเดี่ยวผมจะลดให้เป็นพิเศษ"
"ฉันอยากได้เรือนนี้ไปให้พี่เขยของนาย" เฉินเยี่ยนหรูชี้ไปที่นาฬิกา Diamonds pull William
"พนักงานห่อสินค้าให้ลูกท่านนี้" เหรินคุณสั่งกับพนักงาน ตั้งแต่ต้นจนจบเหรินคุณยังไม่ได้หันไปมองที่จี้ถิงกับหลินเทียนเลยแม้สักนิดเดียว
"นี่คุณ ฉันมาก่อนน่ะ" จี้ถิงรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที เมื่อเห็นการกระทำของเหรินคุณ หลินเทียนก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่เหรินคุณอย่างพินิจ
เหรินคุนจ้องมองไปที่จี้ถิงอย่างเฉยชา แต่ว่าในขณะนั้นเองสายตาของเขาพลันไปตกบนร่างของหลินเทียน ปรากฎความตกตะลึงในสายตาของเขา
'นี่มันไม่ใช่คุณชายหลินอย่างงั้นหรอ ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วงั้นหรอ'
เหรินคุณอึ้งสักพัก เขาอดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตัวเองเเรงเพื่อดูว่าเขาไม่ได้ตาฝาด
"มาก่อนแล้วยังใง เธอไม่เห็นงั้นหรอว่าผู้จัดการจะขายให้ฉัน" เฉินเยี่ยนหรูกล่าวขึ้นมาอย่างได้ใจ
"แบบนี้มันไม่แฟร์ พวกเธอสองคนรู้จักกันแน่นอนเขาจะต้องขายให้เธอ" จี้ถิงกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้
"นี่อย่าโลกสวยไปหน่อยเลย ฉันว่าเธอน่ะยอมแพ้ไปเถอะ วันนี้ยังไงๆนาฬิกาเรือนนี้ก็ต้องเป็นของฉัน ในโลกนี้น่ะอะไรๆมันก็ต้องใช้ความสัมพั-" ยังไม่ทันที่เฉินเยี่ยนหรูจะพูดจบเสียงที่ฟังดูร้อนรนก็ดังขึ้นมาซะก่อน
"หุปปาก!!"
เหรินคุณที่ตั้งสติได้ขึ้นมาก็อดไม่ได้ที่จะตระโกนไปที่เฉินเยี่ยนหรูอย่างร้อนรน เขาจ้องไปที่ดวงตาของเฉินเยียนหรูเขม็ง จากท่าทีของเขาก่อนหน้านี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
"เหรินคุณ ทำไมแก..."
"ฉันบอกให้หุุบปาก" เหรินคุณกล่าวกับเฉินเยี่ยนหรูอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เดินไปข้างหน้าของหลินเทียนพร้อมกับก้มหัวกล่าวทักทายอย่างหวาดกลัว
"คุ..คุ..คุณชายหลิน สวัสดีครับ"
เสียงของเหรินคุณกล่าวออกมาอย่างติดๆขัดๆ ชื่อเสียงของหลินเทียนเขารู้จักเป็นอย่างดี ว่าเป็นนายน้อยของตระกูลหลิน 1ใน5 ตระกูลใหญ่ในเย่นจิง เหรินคุณไม่กล้ามีปัญหากับคนระดับนี้
"นายรู้จักฉันงั้นหรอ?" หลินเทียนกล่าวถามอย่างสนใจ ไม่คิดว่าเหรินคุณจะรู้จักเขาด้วย
"ผมรู้จักครับ" แน่นอนว่าเหรินคุณรู้จักหลินเทียนเพราะว่า ตัวหลินเทียนเป็นทายาทเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลหลิน1ใน5ตระกูลใหญ่ในเย่นจิง
"แล้วนายไม่รู้จักเธออย่างงั้นหรอ"หลินเทียนชี้ไปที่จี้ถิงในขณะที่กล่าวถามเหรินคุณ อย่างสนใจ
"เอ่อ ...เธอคือ.."
"เธอเป็นภรรยาของผู้นำตระกูลหลินและเป็นแม่ของฉันเอง"
"ห้ะ...อะไรนะครับ เธอคือ...คุ..คุณนายหลิน!!!" เหรินคุณอุทานออกมาอย่างตกใจพร้องกับจ้องไปที่จี้ถิง
"ฉันชื่อจี้ถิง เป็นภรรยาของหลินเซียวหยุนผู้นำตระกูลหลิน"จี้ถิงกล่าวออกมาพร้อมกับนำมือมากอดอก