หญ้าแห่งวิถี

หลินเทียนและหนิงเหยียนกำลังลอยตัวอยู่ในอากาศเหนือกลุ่มคนที่กำลังรวมตัวกันอยู่ สายตาของหลินเทียนกำลังจ้องมองไปที่ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่เรียบสงบ

ตรงหน้าของหลินเทียนในตอนนี้มีทะเลสาบขนาดกลางตั้งอยู่อย่างโดดเด่น โดยตรงกลางทะเลสาบนี้ปรากฏพื้นดินงอกออกมาราวกับเกาะน้อย ซึ่งบนพื้นดินที่งอกออกมานั้นก็มีต้นหญ้าต้นหนึ่งกำลังเติบโตอยู่อยู่อย่างเงียบสงบท่ามกลางสวรรค์

ต้นหญ้าต้นนี้นั้นมีความสูงประมาณ 2 ฟุต ลักษณะของต้นหญ้าต้นนี้แปลกเป็นอย่างมาก ต้นหญ้าต้นนี้มีใบทั้งหมด 4 ใบโดยแต่ละใบจะมี 7แฉกแบ่งออกมา ซึ่งลักษณะของมันถ้าเกิดว่านักพฤกษศาสตร์มาเห็นพวกเขาจะต้องเก็บมันเอาไปวิจัยแน่นอน

'ไม่คิดว่าจะเป็นหญ้าแห่งวีถี'หลินเทียนมองไปยุงหญ้าที่แปลกประหลาดเยื้องล่างพร้อมกับเผยความสนใจออกมา

หญ้าแห่งวิถีเป็นสมุนไพรวิเศษที่ถือว่าหายากมากในโลกแห่งการบ่มเพาะ เพราะว่ามันมีเงื่อนไขพิเศษในการที่จะถือกำเนิด ทำไมตรงตามเงื่อนไขหญ้าแห่งวิถีก็จะไม่กำเนิดขึ้น โดยหญ้าแห่งวิถีนั้นจะถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่ที่มีสิ่งมีชีวิตระดับเซียนขึ้นไปเสียชีวิตหรือละสังขาร

หญ้าแห่งวิถีนั้นเกิดจากการรั่วไหลของวิถีของซากศพสิ่งมีชีวิตระดับเซียน โดยมันจะรวมตัวกันก่อกำเนิดเป็นหญ้าแห่งวิถี ซึ่งระยะเวลาที่มันรวมตัวกันกลายเป็นหญ้าแห่งวิถีนั้นใช้เวลาประมาณ500ปี ซึ่งเพราะเหตุนี้เองมันจึงเป็นสมุนไพรวิเศษหายากในโลกเเห่งการบ่มเพาะ เพราะมันต้องใช้ระยะเวลาในการเติบโต

ในส่วนของสรรพคุณของสมุนไพรแห่งวิถีนั้นมันสามารถเพิ่มพลังบ่มเพาะของคนที่อยู่ระต่ำกว่าเซียนได้หลายขั้นโดยไม่ต้องกังวลถึงพื้นฐานจะไม่มั่นคงและมันยังสามารถช่วยให้คนที่อยู่ระดับสวรรค์ขั้นสุดยอดทะลวงผ่านกลายเป็นเซียนได้!

ในขณะที่หลินเทียนกำลังพิจารณาหญ้าแห่งวิถีตรงหน้าตัวเอง ทันใดนั้นเสียงอุทานของหนิงเหยียนก็ดังขึ้นมาด้านข้างของเขา "นี่มัน...ต้นหญ้าเจ็ดสี!!"

หนิงเหยียนมองไปยังต้นหญ้าแห่งวิถีเยื้อล่างด้วยความตกตะลึงและคาดไม่ถึง

"ต้นหญ้าเจ็ดสีงั้นหรอ?"หลินเทียนได้ยินหนิงเหยียนเนียกหญ้าแห่งวิถีว่าต้นหญ้า7สีเขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองด้วยความประหลาดใจ

"นายน้อยไม่รู้จักหรือขอรับ"หนิงเหยียนถามอย่างแปลกใจ และสงสัยว่าหรือว่าท่านเทพไม่รู้จักหญ้า7สี

"มันไม่ใช่หญ้าแห่งวิถีอย่างงั้นหรอ"หลินเทียนมองหน้าหนิงเหยียน

'หญ้าแห่งวิถี?....อ่าา...หรือว่าหญ้า7สีจะเป็นจริงๆของสมุนไพรต้นนี้?'หนิงเหยียนคิดในใจ

"เอ่อ..บางทีเราอาจเรียกแตกต่างกันขอรับนายน้อย ผมเองก็ได้ยินคนอื่นๆเรียกมันว่าหญ้าเจ็ดสีตามลักษนะของมันครับ"

"อือ คงเป็นเช่นนั้น"

หลินเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นเขาก็ได้ละความสนใจจากหญ้าแห่งวิถีและมุ่งความสนใจไปที่กลุ่มของคนที่ได้ปรากฏตัวเบื้องล่าง

"นี่ๆเห็นๆอยู่ว่าสมุนไพรวิเศษอยู่ตรงหน้าทำไมไม่เห็นมีคนไปเก็บมันเลยล่ะ"ชายที่เพิ่งจะขึ้นเขามาถามคนข้างๆอย่างสงสัย เขาสังสัยว่าทำไมคนอื่นๆถึงยังไม่เริ่มการแย่งขิงอีกก็อยู่ว่าสมุนไพรอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว

"แกเพิ่งจะขึ้นมาคงจะยังไม่รู้ ที่คนเขายังไม่ไปเก็บเพราะว่ามันยังไม่สมบูรณ์ยังไงล่ะ"ชายคนนั้นตอบที่อยู่บ้างๆตอบออกมาอย่างใจเย็นพร้อมกัยท่าทีเฝ้ารอคอย

"หมายความว่ายังไง?ยังไม่สมบูรณ์?"ชายที่เพิ่งขึ้นมาสงสัยอีกครั้งหลังจากได้ยินคำตอบ

"นายรู้จักสมุนไพรนี้ไหม สมุนไพรนี้มีชื่อว่าหญ้าเจ็ดสี แล้วนายเห็นใบของมันไหมใบของมันมีทั้งหมด7แฉกซึ่ง6ใน7แฉกล้วนปรากฎสีหมดแล้วยังมีอีก1แฉกที่ยังไม่ปรากฎสีออกมา เมื่อใบที่7ปรากฎสีออกมาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละสมุนไพรวิเศษจะสมบูรณ์"ชายคนนั้นอธิบายออกมาจนน้ำลายท่วมปาก หวังว่าจะให้ชายที่ถามเข้าใจ

"เป็นอย่างนี้นี่เอง"

"ออกไป!! ออกไปให้หมด! ที่นี่เป็นของสำนักอัคคีแล้ว!" ในขณะที่ผู้คนกำลังแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่นั้นจู่ๆทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง บังคับให้คนอื่นๆถอยออกไป

ด้านหลังของกลุ่มคนที่กำลังรวมตัวอยู่นั้นจู่ๆก็ได้ปรากฏคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาด้วยท่าทางที่ดุดันจองหอง

คนกลุ่มนี้มีประมาณ 9-10 คน แต่ละคนต่างก็สวมชุดจีนโบราณสีแดงเหมือนกันหมด ด้านหน้าของกลุ่มปรากฏชายวัยกลางคนศรีษะล้านท่าทางเย่อหยิ่งคนหนึ่ง ดูจากใบหน้าการแสดงออกของเขาแล้วคนอื่นๆสามารถรู้ได้เลยว่าชายคนนี้เป็นคนที่ไม่ดี

ชายวัยกลางคนคนนี้มีชื่อว่า เหยียนเฟย เป็นเจ้าสำนักของสำนักอัคคีแห่งเจียงไห่!

"นี่มัน..สำนักอัคคี! โอ้ว!ไม่คิดว่าพวกเขาจะมาด้วย!"

"คนที่นำหน้ากลุ่มนั้นคงไม่ใช่เหยียนเฟย เจ้าสำนักของสำนักอัคคีหรอกหรอ?!!เขามาด้วยตัวเองเลยอย่างงั้นหรอ?!!

"ฉันได้ยินมาว่าเจ้าสำนักเหยียนมีพลังการบ่มเพาะอยู่ที่ระดับหล่อเลี้ยงลมปราณขั้นสุดยอดแล้ว ถ้าเกิดว่าเขาได้สมุนไพรวิเศษต้นนี้ไป เขาจะสามารถทะลวงไปยังระดับปฐพีได้แน่นอน!"

"เราจะทำอย่างไรกันดี! คงไม่ใช่ว่าพวกเราหมดหวังที่จะได้ครอบครองหญ้าเจ็ดสีต้นนั้นไปแล้วงั้นหรอ!" ผู้คนที่รวมตัวชุมนุมกันอยู่นั้นตกอยู่ในความวุ่นวายทันทีที่สำนักอัคคีปรากฏขึ้นมา

"เหอะๆฉันจะให้เวลาพวกเเก 1 นาที ออกไปจากที่นี่ให้หมดซะ! สมุนไพรต้นนั้นเป็นของสำนักอัคคีแล้ว ถ้าพวกเเกยังไม่จากไปอย่าหาว่าฉันเหยียนเฟยคนนี้ไม่เตือน!" เหยียนเฟยเจ้าสำนักอัคคีพูดออกมาด้วยท่าทางที่จองหอง พร้อมกันนั้นเขาก็ยังไม่ลืมที่จะเปิดเผยพบังของตัวเองออกมาเพื่อข่มขวัญผู้คน

"รังแกเกินไปเเล้ว! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของสำนักอัคคีสักหน่อย" ชายคนหนึ่งพูดออกมาอย่างไม่สามารถจอดทนได้

"ใช่แล้ว! นี่มันรังแกคนอื่นเกินไป อย่างน้อยก็ให้โอกาสพวกเราได้แย่งชิงสมุนไพรวิเศษต้นนี้"ชายอีกคนพูดเสริมออกมา

"เหลือเวลาอีก 30 วินาที" เหยียนเฟยพูดออกมาอย่างเฉยเมยพร้อมกับนับเวลาอยู่ในใจ ถ้าพวกนี้ยังคงไม่ไปอีกเขาก็ไม่รังเกียจที่จะลงมือ

"ไม่ไปยังไงพวกเราก็ไม่ไป!"

"ใช่แล้วข้าอุตส่าห์รอมาตั้งนานจะให้ล้มเลิกง่ายๆได้อย่างไร"

"เหอะๆ สำนักอัคคีนี่ช่างทำตัวกร่างเหลือเกินน่ะ คิดว่าพวกแกเป็นใหญ่ในยุทธภพนี้อย่างงั้นหรอ" ในขณะที่ผู้คนกำลังวุ่นวายอยู่นั้นจู่ๆเสียงที่ฟังดูเฉยชาแหละเหนบแหนมก็ได้ดังขึ้นมาด้านหลังกลุ่มคนสำนักอัคคี

ด้านหลังกลุ่มคนสำนักอัคคีปรากฎชายคนหนึ่งเป็นชายแก่อายุประมาณ70-80ปีคนหนึ่ง ท่าทางการแสดงออกของชายแก่คนนี้ดูกระปรี้กระเปร่าเป็นอย่างมาก ดูผิวเผินไม่เหมือนคนอายุ70-80ปีเลย ชายแก่คนนี้เป็นที่รู้จักกันดีในยุทธภพ เขามีฉายาว่า เฒ่าพเนจร!

"นั้นมัน!!เฒ่าพเนจร ไม่นึกเลยว่าเฒ่าพเนจรจะมาด้วย"

"เฒ่าพเนจรจริงๆด้วยข้าได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนเฒ่าพเนจรได้เข้าสู่ระดับปฐพีแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นความจริงไหม"ชายคนหนึ่งกล่าว

"เป็นความจริงเรื่องนี้ได้รับการยืนยันแล้วจากบรรพบุรุษตระกูลเหลียง"

"โอ้!ไม่คิดเลยว่าเฒ่าพเนจรจะบุกทะลวงระดับปฐพีสำเร็จ นี่มันข่าวใหญ่!"

"เฒ่าพเนจรนายหมายความว่าอย่างไร"เหยียนเฟยจ้องมองไปที่เฒ่าพเนจรพร้อมกับถามออกมาด้วยหน้าตาเคร่งเครียด

เดิมทีเขาคิดว่าการมาครั้งนี้จะได้สมุนไพรวิเศษกลับสำนักอย่างง่ายได้ ไม่นึกเลยว่าจะมีตัวปัญหาปรากฎออกมา

"ภูเขาต้าผางแห่งนี้เป็นของส่วนรวม นายมีสิทธิ์อะไรที่จะมาไล่คนอื่น"เฒ่าพเนจรหยุดสักพักและมองไปที่กลุ่มคน"พวกนายไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น พวกนายสามารถเเย่งชิงสมุนไพรวิเศษได้ คนของสำนักสำอัคคีไม่สามารถทำอะไรพวกนายได้!"

หลังจากที่กลุ่มคนได้ยินคำพูดของเฒ่าพเนจรพวกก็อดไม่ที่จะเเสดงความดีใจออกมา

"อ่า เฒ่าพเนจรก็ยังเป็นเฒ่าพเนจร ยังเป็นคนที่มีจิตใจดีเหมือนเดิม"ผู้คนส่งเสียงออกมา

"ใช่แล้วๆฉันไม่เคยเห็นใครมีจิตใจดีเท่าเฒ่าพเนจรมาก่อนเลย"เหล่าผู้คนที่กำลังรวมตัวกันอยู่นั้นต่างก็ชื่มชมเฒ่านพเจรว่าเป็นคนจิตใจดี

ส่วนเหยียนเฟยในตอนนี้ใบหน้าของเขากลายเป็นสีเขียวอันเนื่องมาจากความโกรธ

'เฒ่าพเนจร...!!!รอให้ฉันได้สมุนไพรวิเศษไปก่อนเถอะ เมื่อฉันเข้าสู่ระดับปฐพีคนแรกที่ฉันจะจัดการก็คือแก!'เหยียนเฟยคิดในใจพร้อมกับเผยจิตสังหารในดวงใจ

ตอนก่อน

จบบทที่ หญ้าแห่งวิถี

ตอนถัดไป