มหาอำนาจในเจียงไห่
"เฒ่าพเนจรแกไม่กลัวว่าสมุนไพรวิเศษจะถูกคนพวกนี้แย่งชิงไปอย่างงั้นหรอ?!"เหยียนเฟยกล่าวถามออกมา เขาไม่ค่อยเข้าใจในการกระทำของเฒ่าพเนจร การที่ตัดศัตรูไปมันเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรอ?
"เหอะ สมุนไพรวิเศษใครที่มีความสามารถก็สามารถเอาไปได้เลย!"เฒ่าพเนจรปรายตามองไปที่เหยียนเฟยและกลุ่มคนที่กำลังรวมตัวกันอยู่"แต่ว่า...มันคงอยากสำหรับพวกเจ้า"
"มันยากสำหรับพวกเรา?"
"ท่านเฒ่าพเนจรท่านหมายความว่าอย่างไร"
"ใช่แล้วท่านเฒ่าพเนจรทำไมท่านถึงกล่าวเช่นนั้น" กลุ่มคนที่กำลังชุมนุมกันอยู่นั้นเกิดสับสนขึ้นมาจากคำกล่าวของเฒ่านพเจร ไม่เข้าใจว่าเขาจะสื่อถึงอะไรกัน
"เฒ่าพเนจรนายหมายความว่าอย่าไร"เหยียนเฟยมองไปที่เฒ่าพเนจรอย่างสงสัย'ทำไมไอแก่นี่มันถึงกล่าวเช่นนี้'
''ที่มันยากสำหรับพวกเจ้าที่จะได้สมุนไพรวิเศษหรือหญ้าเจ็ดสีไปครอบครองนั้นก็เป็นเพราะว่าเหล่ามหาอำนาจต่างๆในยุทธภพของเจียงไห่กำลังเดินทางมาถึงภูเขาต้าผางในไม่ช้ายังไงล่ะ อีกไม่นานสมุนไพรไพรวิเศษก็จะต้องตกอยู่ในมือของพวกเขา!" เฒ่าพเนจรกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เงียบสงบ แต่กลับกันคนที่ได้ยินนั้นกลับไม่เงียบสงบตามไปด้วย!
"อะไรนะ!เหล่ามหาอำนาจในเจียงไห่กำลังจะมาถึงอย่างงั้นหรอ!"
"มันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเราแล้วที่จะได้หญ้าเจ็ดสีมาครอบครอง!"
"ไม่แปลกใจเลยที่เหล่ามหาอำนาจจะมา เป็นเพราะสรรพคุณของหญ้าเจ็ดสีนั้นวิเศษเกินไป"
"ไม่เเปลกเลยที่เฒ่าพเนจรกล่าวเข่นนั้นออกมา พวกเราเกรงว่าคงจะไม่สามารถครอบครองหญ้าเจ็ดสีนี้ได้แล้ว!"
เมื่อเหยียนเฟยได้ยินคำพูดของเฒ่าพเนจรใบหน้าของเขาก็อดไม่ได้ที่จะซีดเผือกขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด'หรือว่าความหวังในการเข้าสู่ระดับปฐพีของฉันจะต้องจะหายไป? ไม่ได้!! ยังไงฉันก็จะต้องได้หญ้าเจ็ดสีไปครอบครองให้ได้! ต่อให้เป็นมหาอำนาจฉันก็จะแย่งชิงมาจากมือของพวกมัน!' เกิดความมุ่งมั่นบางอย่างในดวงตาของเหยียนเฟย'ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่สมบูรณ์แต่อย่างน้อยมันก็คงจะสามารถช่วยให้ฉันทะลวงผ่านระดับปฐพีได้ง่ายๆ'
เหยียนเฟยโคจรลมปราณภายในร่างกายเตรียมที่จะใช้ 'ท้าเท้าท่องลาวา' เพื่อที่จะไปช่วงชิงหญ้าเจ็ดสี
"ฉันคิดว่านายควรหยุดความคิดบ้าๆของนายดีกว่าน่ะ"ในขณะที่เหยียนเฟยเตรียมที่จะพุ่งออกไปนั้นเสียงที่ฟังดูเฉยชาก็ดังเข้ามาในหูของเขา
"เฒ่าพเนจรนายคิดจะขวางฉันอย่างงั้นหรอ"เหยียนเฟยถามอย่างเคร่งเครียด เขาโคจรลมปราณอย่างเงียบๆเเล้วไม่คิดเลยว่าเฒ่าพเนจรจะสังเกตุเห็นอีก
"ใช่ ฉันจะขวางนาย นายไม่รู้งั้นหรอว่าถ้าเกิดมีใครไปฝืนถอนหญ้าเจ็ดสีในขณะที่มันยังไม่สมบูณร์ หญ้าเจ็ดสีมันจะกลายเป็นหญ้าธรรมดาทันที"เฒ่าพเนจรกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยงั้นหรอ!"เหยียนกล่าวด้วยความหวั่นใจหลังจากได้ยินคำพูดเฒ่าพเนจร โชคดีที่เขาไม่ทันได้ลงมือ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะได้ต้นหญ้าเปล่าๆกลับสำนักไปแน่! อีกทั้งยังอาจสร้างความแค้นให้กับเหล่ามหาอำนาจในยุทธภพเจียงไห่ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย!
"เหอะ..ไม่รู้ว่าเเกสามารถกลายเป็นเจ้าสำนักของสำนักอัคคีได้ยังไงเรื่องเเค่นี้ก็ไม่รู้"เฒ่าพเนจรกล่าวออกมาด้วยความดูถูก
เหยียนเฟยเมื่อได้ยินคำดูถูกของเฒ่าพเนจรใบหน้าของอดไม่ได้ที่จะเเดงขึ้นมาด้วยความอับอายและความโกรธ
..........
"มหาอำนาจในยุทธภพเจียงไห่?มันคืออะไร?"หลินเทียนหันหน้าไปมองหนิงเหยียนและถามออกมาด้วยความสงสัย
"นายน้อยก่อนอื่นผมจะขออธิบายก่อนเลยว่าในแต่ละภูมิภาคและในแต่ละหวัดต่างก็มีเหล่ามหาอำนาจควบคุมอยู่ซึ่งในเจียงไห่เองก็มีเหล่ามหาอำนาจควบคุมอยู่เช่นกันครับ"
"โดยมหาอำนาจในเจียงไห่ได้แก่ สำนักหยุนเยว่ สำนักพรึกษาขจี ตระกูลเหลียง ตระกูลเซียง และสุดท้ายตระกูลจี้ที่แสนลึกลับ'' หนิงเหยียนอธิบายอย่างช้า และตระกูลสุดท้ายที่เขากล่าวออกมานั้นเขาละระดับเสียงของตัวเองลงเล็กน้อย เป็นการย่งบอกว่าตระกูลจี้นี้ลึกลับอย่างแท้จริง
'ตระกูลจี้?คงจะเป็นตระกูลคุณตาสิน่ะ?'หลินเทียนกับตัวเองคิดในใจ เรื่องนี้เขาก็พอจะคาดเดาได้บ้างแล้ว แต่หลินเทียนก็อดสงสัยไม่ได้กับคำที่เพิ่มเติมขึ้นมาของหนิงเหยียน
"หมายความว่ายังไงตระกูลจี้ที่แสนลึกลับ"หลินเทียนถามออกมาอย่างสงสัย
"ที่ว่าตระกูลจี้แสนลึกลับนั้นเป็นเพราะว่าผู้คนไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของตระกูลจี้นั้นอยู่ระดับใดกันแน่"หนิงเหยียนหยุดสักพักและกล่าวต่อ"ผมรู้มาว่าตระกูลจี้มีเซียนคนหนึ่งคอยคุ้มครองอยู่และเซียนคนนั้นก็แข็งแกร่งมากด้วย!"
"อืม"หลินเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจและคาดเดาได้ว่าเซียนคนนั้นเป็นใคร
...........
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไป1ชั่วโมง
เป็นอย่างที่เฒ่าพเนจรได้กล่าวไว้ ในเวลานี้ทางขึ้นภูเขาก็ได้เกิดการเคลื่อนไหว
"ดูนั่น!มีคนกำลังมาทางนี้!" เสียงหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน ปลุกฝูงชนให้หันมาสนใจ
ด้านหลังของฝูงชนที่กำลังชุมนุมอยู่นั้นปรากฎคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
คนกลุ่มนี้ต่างก็สวมชุดจอมยุทร์สีขาว ทั้งกลุ่มมีประมาณ20คน โดยด้านหน้ากลุ่มมีชายชรานำอยู่
"นั้นมันสำนักหยุนเยว่! มหาอำนาจของเจียงไห่ได้มาถึงแล้ว!"
"ดูนั่น!! คนที่นำหน้าอยู่เป็นเจ้าสำนักหยุนใช่ไหม?!"
"ใช่แล้ว!! ไม่คิดเลยว่าเจ้าสำนักหยุนจะมาด้วยตัวเอง พวกเราคงหมดหวังแล้วแหละ"
"เหอะ! เดิมทีพวกเราก็หมดหวังตั้งแต่เจ้าสำนักเหยียนมาถึงแล้ว"
"ฉันได้ยินมาว่าเจ้าสำนักหยุนอีกแค่ก้าวเดียวก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสวรรค์ได้แล้ว เรื่องนี้ไม่รู้เป็นความจริงไหม!"
เจ้าสำนักหยุนหรือหยุนเช่อปรายตามองไปที่ฝูงชนจากนั้นดวงของเขาก็ตกไปที่เฒ่าพเนจรและเหยียนเฟย
"คาราวะเจ้าสำนักหยุน!"
"คาราวะเจ้าสำนักหยุน!"
เฒ่าพเนจรและเหยียนเฟยทักทายเจ้าสำนักหยุนอย่างสุภาพ โดยไม่กล้าเสียมารยาท ระดับของพวกเขาในตอนนี้ไม่ได้สูงเทียบเท่าอีกฝ่ายดังนั้นพวกเขาจำเป็นที่จะต้องถ่อมตน
"อืม"เจ้าสำนักหยุนพยักหน้าและส่งเสียงออกมาเล็กน้อยหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เบิกสนใจทั้งสองคน
ในเวลานี้สายตาของเจ้าสำนักหยุนจ้องมองไปที่ทะเลสาปและหญ้าเจ็ดสีที่อยู่ตรงหน้า ปรากฎประกายความต้องการในดวงตาเจ้าสำนักหยุน!
เจ้าสำนักหยุนเดินไปใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งจากนั้นก็นั่งลงหลับตาทำสมาธิเพื่อรอให้ต้นหญ้าเจ็ดสีสมบูรณ์ เขารู้ดีว่าถึงแม้ตัวเขาจะต้องการหญ้าเจ็ดสีมากเท่าไหร่แต่ตัวเขาก็ไม่สามารถลงมือตอนนี้ได้ จำเป็นที่จะต้องรอให้สมบูรณ์เต็มที่ก่อน
เหล่าผู้อาวุโสและลูกศิษย์เมื่อเห็นว่าเจ้าสำนักของตนหลับตานั่งสมาธิ พวกเขาก็เข้าไปล้อมไว้เพื่อไม่ให้ใครรบกวน โดยทำการประจำไปยังตำแหน่งจุดต่างๆ
หลังจากการมาถึงของสำนักหยุนเยว่ไม่ถึง15นาที ตรงทางขึ้นเขาปรากฏคนอีกกลุ่มขึ้นมา
"ฮ่าๆๆ!!ฉันยังคงมาทันสินะ!"หัวหน้าของคนของคนที่ปรากฏตัวนี้หัวเราะออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่นไปทั่วทั้งภูเขา
"นั้นมันคนของตระกูลเหลียง พวกเขาเองก็มาด้วยเช่นกัน!!!"
"มหาอำนาจอีกกลุ่มมาได้มาถึงแล้ว ตอนนี้ความหวังของฉันก็ได้ดับสูญไปอย่างสมบูรณ์แล้ว!!"
"เอ๊ะ!นั้นมันหัวหน้าตระกูลเหลียง เหลียงจิ้ง! ฉันได้ยินว่าเขาปิดด่านฝึกตนอยู่ไม่ใช่หรอ?! ทำไมถึงได้ปรากฏตัวมาที่นี่ได้!"
"ผู้นำตระกูลเหลียงถึงขนาดยอมออกจากด่านก่อนเวลาเพื่อหญ้าเจ็ดสีเลยอย่างงั้นหรอ!!"
เหลียงจิ้งจ้องมองไปที่หญ้าเจ็ดสี จากนั้นก็หันหัวจ้องมองไปที่กลุ่มคนสำนักหยุนเยว่ "ดูเหมือนว่าพวกฉันจะมาถึงเป็นกลุ่มที่2สินะ" เหลียงจิ้งกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีบนใบหน้า โชคดีที่ไม่ได้มาสายเกินไป
เหลียงจิ้งคนนี้นั้นเป็นชายชราอายุน่าจะประมาณ80ปีส่วนระดับการบ่มเพาะของเขาเท่ากันกับเจ้านักหยุนซึ่งก็คือระดับปฐพีขั้นสุดยอด!
ทางด้านของหลินเทียน
"นายน้อยนั้นมันเพื่อนของนายน้อยนิขอรับ"หนิงเหยียนกล่าวออกมาพร้อมกับจ้องมองไปที่คนคนหนึ่งในกลุ่มคนตระกูลเหลียงอย่างแปลกใจ ไม่นึกว่าจะมาเจอกับสหายของท่านเทพที่นี่
"อือ ข้าเห็นแล้ว" หลินกล่าวอแกมาพร้อมด้วยจ้องมองไปที่คนคนนั้น 'นี่คือธุระการหนีฝึกทหารของนายสินะเหลียงเหว่ย'หลินเทียนเผยรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก