ปราชญ์ชุดขาว

"นี้มัน?" ทหารหอกเงินมองไปที่หวงหรูเหม่ยก่อนที่เหงื่อหยดเล็กๆจะไหลออกมาจากหน้าผากของเขา


นางผลักเขาออกไปด้วยการใช้แรงกดดันเพียงอย่างเดียว ผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นปรมาจารย์ชั้นยอดอย่างแน่นอน ไม่ควรไปทำให้นางโกรธเคือง


เมื่อมองไปข้างหลังของผู้หญิงคนนั้น เขาก็เห็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลายืนอยู่ พลังปราณที่เป็นดินบนร่างกายของผู้ชายทำให้ผู้คนรับรู้


อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับผู้หญิง เขาไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณใดๆ มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่างเท่านั้น ก็คือเขาอาจจะเป็นมนุษย์ธรรมดาหรือไม่ก็เป็นปรมาจารย์ระดับสูงอย่างผู้หญิงคนนั้น ตัวตนประเภทนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถทำให้ขุ่นเคืองได้


“นายท่านทั้งสอง ข้ามีตาหามีแววไม่ มองไม่เห็นภูเขาไทซานที่อยู่ตรงหน้า โปรดเข้ามาข้างใน!” ทหารยามหอกเงินกล่าว


สามารถผ่านเข้าเมืองได้เพราะใช้พลังข่มทหารหน้าประตู ในโลกนี้ผู้ที่แข็งแกร่งจะได้รับการเคารพอย่างแท้จริง!


เมื่อเข้าไปในเมือง สิ่งที่ทั้งสองเห็นก็คือฉากที่มีผู้คนเดินกันพลุกพล่าน มีทั้งรถม้าและคนเดินถนนมากมายนับไม่ถ้วน มนุษย์และผู้ฝึกตนเดินทางไปมาโดยปราศจากความขัดแย้งใดๆ


ด้วยการจัดการที่ดี ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเจียงหยางจึงมีระเบียบมาก


“ถ้าเป็นอย่างนี้ข้าก็วางใจ ในอนาคต หรูเหม่ยและข้าจะกลับไปช่วยรวบรวมสมุนไพรก่อนจะมาเปิดโรงหมอรักษาผู้คนที่นี่!”


“คาดว่าข้าน่าจะสามารถรวบรวมแต้มอวยพรได้ในไม่ช้า จากนั้นข้าก็จะสามารถเริ่มบ่มเพาะได้!” เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของซุนห่าวก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น


“หรูเหม่ย หาโรงเตี๊ยมพักผ่อนในวันนี้แล้วค่อยไปดูร้านพรุ่งนี้ คิดว่าเป็นยังไง?” ซุนห่าวกล่าว


“ข้าจะฟังคำสั่งของนายน้อย” หวงหรูเหม่ยกล่าว


“อย่าฟังข้าตลอด! กล่าวในสิ่งที่เจ้าคิดบ้าง” ซุนห่าวกล่าวแย้ง


“ความคิดของข้าคือการฟังท่าน” หวงหรูเหม่ยตอบ


“……” ซุนห่าวพูดไม่ออก


“โอเค วันนี้เราไปพักที่โรงเตี๊ยมเยว่จุนกันเถอะ!” ซุนห่าวพูดพลางชี้ไปที่โรงเตี๊ยมข้างหน้าเขา


“เจ้าค่ะ นายน้อย” เมื่อเข้าไปในโรงเตี๊ยมเยว่จุน เสี่ยวเอ้อหญิงนางหนึ่งก็เข้ามาทักทายพวกเขาทันที


“แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่าน โปรดบอกข้า พวกท่านต้องการห้องแบบใด!”


“ห้องที่ดีที่สุด” หวงหรูเหม่ยถาม


“คุณหนู ไม่มีปัญหา แต่ราคา…” เสี่ยวเอ้อกล่าว


“แค่นี้พอหรือไม่?” หวงหรูเหม่ยหยิบศิลาวิญญาณคุณภาพสูงออกมา


แสงสีขาวแพรวพราวทำให้ใบหน้าของเสี่ยวเอ้อเปลี่ยนไปอย่างมาก ไม่เพียงแต่ทำให้เสี่ยวเอ้อประหลาดใจเท่านั้น แต่มันยังรวมไปถึงแขกจำนวนมากในโรงเตี๊ยมด้วย


“มันคือเป็นศิลาจิตวิญญาณระดับสูง ร่ำรวยเกินไปแล้ว!”


“นั่นเทียบเท่ากับศิลาจิตวิญญาณระดับต่ำ 10,000 ก้อน ไม่มีปัญหาเลยถ้าพวกเขาจะอยู่ที่นี่ได้เป็นเวลาสามปี!”


“พวกเขาเป็นใคร? เหตุใดจึงไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณเลย”


พวกเขามองไปที่ซุนห่าวด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา


“ท่าเซียนทั้งสอง โปรดขึ้นไปข้างบน!” เสี่ยวเอ้อพยักหน้าแล้วโค้งคำนับด้วยความเคารพ ภายใต้การแนะนำของเสี่ยวเอ้อ ซุนห่าวจึงเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว


มีหลายคนจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยการแสดงออกอันซับซ้อน


“เกรงว่าสองคนนี้จะไม่ธรรมดา!”


“ไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณแต่กลับมีสมบัติให้ใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย หรือว่าจะเป็นผู้บ่มเพาะเส้นทางแห่งอมตะแล้ว?”


“มันจะเป็นไปได้อย่างไร? เซียนอมตะไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะได้เห็นบนท้องถนนในทุกวันนี้!”


“แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ตัวตนแบบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะไปยุ่งด้วยได้!” หลังจากคุยกันได้สักพัก ทุกคนก็แยกย้ายกันไป


โรงเตี๊ยมเยว่จุนมีรูปร่างเป็นวงกลมมีทั้งหมดแปดชั้น ถ้ามองจากระยะไกลจะดูเหมือนกับหอคอยทรงกลม


“ท่านเซียนทั้งสอง พวกท่านโชคดีมาก ทางเรามีเพียงชุดห้องพักชั้นยอดเหลืออีกเพียงห้องเดียวเท่านั้น ถ้าช้ากว่านี้ เกรงว่าจะมีคนมาเข้าพักซะก่อน” เสี่ยวเอ้อยิ้มพลางกล่าว


“กิจการของเจ้าดีอย่างนี้เสมอหรือ?” ซุนห่าวถามอย่างสงสัย


“ไม่อย่างแน่นอน! เหตุผลหลักก็คือกำลังจะมีการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ระหว่างนิกายประจำปีจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้” เสี่ยวเอ้ออธิบายอย่างระมัดระวัง


“การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ระหว่างนิกาย?” ซุนห่าวเต็มไปด้วยความงงงวย


“เซียนทั้งสอง กำลังจะมีการแข่งขันระหว่างนิกายมากมาย ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนจะมาชมการต่อสู้ที่จัดขึ้นในหยางโจว…”


ต่อมา เสี่ยวเอ้อก็เริ่มอธิบายการแข่งขันโดยละเอียด ซุนห่าวพยักหน้าหลังจากได้ยินเรื่องนี้ ดวงตาของเขาเริ่มเป็นประกาย


ผู้ฝึกตนจำนวนมากกำลังจะมาที่นี่ ดูเหมือนว่าเมืองเจียงหยางแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่ดีในการเปิดโรงหมอจริงๆ


ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองก็เข้ามาอยู่ในห้องบนชั้นแปด ซึ่งห้องนั้นใหญ่มากและมีห้องนอนสามห้อง


“เซียนทั้งสอง เราจะให้บริการพวกท่านสองคนตั้งแต่วันนี้!” หลังจากพูดจบ เสี่ยวเอ้อก็ยืนอยู่ที่ประตูเพื่อรอคำสั่งของซุนห่าว


"รบกวนเจ้าแล้ว!"


เมื่อซุนห่าวและหวงหรูเหม่ยเดินเข้าไปในห้องไป


ในทางเดินตรงข้ามห้องของพวกเขาที่มีนักวิชาการชุดขาวยืนอยู่ เขามีรูปลักษณ์ที่สะอาดสะอ้าน ท่าทางและการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความสง่างาม มองจากภายนอกก็รู้ว่าเขาเป็นนักปราชญ์ผู้ทรงภูมิ


เขามองไปที่ซุนห่าวด้วยความประหลาดใจ “ยังมีคนแบบนี้อยู่ในโลกด้วย? ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็นนักวิชาการด้วย ข้าต้องหาโอกาสทำความรู้จักกับเขาให้ได้!” นักวิชาการชุดขาวบ่นกับตัวเอง


เขารอให้ซุนห่าวปิดประตูก่อนจะหันกลับมาเข้าไปให้ห้องของตัวเอง


ซุนห่าวไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้


“หรูเหม่ย ข้าจะวาดรูป ถ้ารู้สึกเบื่อก็ออกไปเดินเล่นเถอะ ที่นี่ปลอดภัย เจ้าไม่จำเป็นต้องปกป้องข้าตลอดเวลา” ซุนห่าวกล่าวกับหวงหรูเหม่ย


“นายน้อย ยามที่ข้าอยู่กับท่าน มันเป็นช่วงเวลาที่ข้าไม่รู้สึกเบื่อเลย ให้ข้าช่วยท่านฝนหมึกดีกว่า!” หวงหรูเหม่ยตอบอย่างใจเย็น


"ดี" ซุนห่าวพยักหน้า


หวงหรูเหม่ยหยิบเครื่องใช้ที่ซุนห่าวเตรียมไว้ออกมาจากวงแหวนมิติและวางไว้อย่างเป็นระเบียบทีละอย่าง มันมีทั้งพู่กัน หมึก พระคัมภีร์ เครื่องครัว ชาและสมุนไพรหอม … พวกเขานำสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันมามากมาย


“ถ้าข้าวาดภาพอยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าข้าจะได้แต้มพรหรือไม่?”


“ที่นี่จะมีคนที่รักการวาดภาพและการประดิษฐ์ตัวอักษรหรือไม่? ถ้าข้าให้มันกับพวกเขาละ ข้าจะได้แต้มอวยพรใช่หรือไม่?”


“ข้าจะวาดอะไรดี? ใช่แล้ว มาวาดภาพภูเขาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่กันเถอะ!” ซุนห่าวคิดอยู่ในใจก่อนจะกางกระดาษวาดรูปขึ้น


ซุนห่าวไม่รอช้า เขาเริ่มเคลื่อนไหวทันที พู่กันในมือของเขาสบัดไปมาไม่หยุดพักเหมือนมังกรที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำ การเคลื่อนไหวของเขาราบรื่นและไหลลื่นไม่มีซะงัก


ไม่กี่นาทีต่อมา บนกระดาษก็เผยให้เห็นภาพของภูเขาและเมฆหมอก ภูเขานั้นสูงตระหง่านไม่สั่นคลอน เหนือยอดเขายังมีวัดอยู่แห่งหนึ่ง วัดแห่งนี้ราวกับเป็นสิ่งลวงตาที่ไม่สามารถจับต้องได้ ระหว่างทางขึ้นเขามีนักเดินทางคนหนึ่งกำลังวิ่งขึ้นไปบนภูเขาอย่างรีบร้อน


ในที่ว่างของภาพวาด มีตัวอักษรเขียนไว้สองประโยคว่า:


ไม่มีใครเป็นอิสระจากตนเอง


จงทำตัวให้ว่างเปล่าเหมือนตถาคต


หัวเรื่อง : บูชาพระพุทธเจ้า


แนวความคิดทางศิลปะของภาพวาดนั้นช่างเหลือเชื่อ หวงหรูเหม่ยจ้องไปที่ภาพวาดนี้อย่างว่างเปล่า นางยืนอยู่ตรงนั้นอย่างโง่เขลาไม่ขยับเขยื้อน ทิวทัศน์เบื้องหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มายืนอยู่ตรงหน้านางอย่างภาคภูมิ


พระพุทธเจ้าประทับยืนบนท้องฟ้าอย่างภาคภูมิและไม่ขยับเขยื้อนได้ บทสวดดังมาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า มันก่อตัวเป็นชั้นอาคมห่อหุ้มหวงหรูเหม่ยไว้


ห้วงธรมมชาติรวมเป็นหนึ่ง! พลังจิตใจของหวงหรูเหม่ยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


“เพล้ง…” ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้นมา อาคมที่อยู่รอบๆตัวของหวงหรูเหม่ยก็แตกออกตามเสียง


ความแข็งแกร่งของนางก้าวหน้าขึ้นไปข้างหน้าอีกขั้น นางมาถึงขอบเขตสวรรค์แล้ว!


การไปถึงขอบเขตสวรรค์เป็นการพัฒนาเชิงคุณภาพ พลังปีศาจบนร่างของนางได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังอมตะแล้ว


เมื่อการแปลงร่างเสร็จสิ้น นางจะกลายเป็นครึ่งเซียน เมื่อถึงตอนนั้น การฝึกของนางก็จะไม่ต่างไปจากผู้ฝึกตนคนอื่นๆ


หลังจากนั้นเป็นเวลานาน หวงหรูเหม่ยก็กลับมาจากได้สติอีกครั้ง นางลืมตาขึ้นมาเบาๆ


“ในที่สุดข้าก็มาถึงขอบเขตสวรรค์! นายน้อย ขอบคุณ!” หวงหรูเหม่ยพึมพำพลางมองไปที่ซุนห่าว


ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกตัญญู เมื่อนางเห็นว่าซุนห่าวเริ่มวาดภาพอีกครั้งด้วยท่าทางจริงจัง ดวงตาของหวงหรูเหม่ยก็เป็นประกาย


“เมื่อนายน้อยข้ามผ่านประสบการณ์มรรตัยแล้ว เขาจะไม่ลืมข้าใช่หรือไม่?”


“ทำไมข้าถึงได้คิดอะไรเช่นนี้กันนะ? สำหรับข้า การได้ติดตามนายน้อยเป็นพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! ข้าไม่สามารถชดใช้ความเมตตราของเขาได้ แม้เวลาจะผ่านไปหนึ่งหมื่นชั่วอายุคนก็ตาม!”



ตอนก่อน

จบบทที่ ปราชญ์ชุดขาว

ตอนถัดไป