พวกเราเป็นบอดี้การ์ด
หลินเทียนนั่งหลับตาอยู่ในรถอย่างผ่อนคลายรอการมาถึงของคนผู้หนึ่งอย่างเงียบสงบ
ไม่นานหลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้ลืมตาขึ้นมาในขณะเดียวกันก็ได้มีคนมาเคาะกระจกรถของเขาเบาๆ
ก็อกๆ
หลินเทียนเลื่อนกระจกรถลงมาจากนั้นไม่นานภายในสายตาของเขาก็ปรากฏชายชราคนหนึ่งขึ้นมา ชายชราคนนี้คาดการณ์จากสภาพร่างกายเเล้วน่าจะมีอายุประมาณ70-80ปี แต่ถึงแม้ร่างกายจะดูมีอายุมากแต่พละกำลังของเขาแตกต่างจากอายุของตัวเองเล็กน้อย ดูภายนอกชายชราคนนี้ดูกระฉับกระเฉงเป็นอย่างมากไม่สัมพันธีกับร่างกายที่แก่เลย
"มีอะไร"หลินเทียนกล่าวถามออกเบาๆด้วยท่าทางที่เงียบสงบในขณะที่จ้องมองไปที่ชายชราด้วยสายตาที่ราบเรียบไม่ปรากฏสิ่งใด
"ไอ้หนู เอ็งลงจากรถแล้วตามข้ามาหน่อย ข้าจะพาเอ็งไปที่ไหนสักที่"ชายชราสำรวจหลินเทียนเล็กน้อยจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่า ในขณะเดียวกันภายในใจของชายชราก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมภารกิจที่นายน้อยให้ทำมันช่างง่ายดายขนาดนี้? ภารกิจแบบนี้ให้เขามาทำมันช่างทำให้เสียเวลาการบ่มเพาะของเขาไปจริงๆ แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นภารกิจที่นายน้อยให้มาเขาจำเป็นที่จะต้องทำตาม
และแน่นอนชายชราคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนเขาก็คือปู่มู่ของฉางเหวินนั้นเอง
หลินเทียนได้ยินคำพูดของชายชราเขาก็รู้สึกขบขันเล็กน้อยจากนั้นเขาก็มีความคิดสนุกๆความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาลงมาจากรถของตัวเองจากนั้นก็กล่าวถามว่า"คุณจะพาผมไปที่ไหนอย่างงั้นเหรอ?"
"ไปไหนงั้นหรอ?ไปที่ชอบๆยังไงล่ะ"ปู่มู่หรือมู่เซิงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่โหดเหี้ยม ในขณะเดียวกันออร่าของผู้บ่มเพาะระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลางได้กระจายออกมาจากตัวทันทีโดยไม่คิดจะปิดบัง
หลินเทียนแสร้งแสดงความหวาดกลัวเล็กน้อยกับการกระทำของชายชรา เขาทำเป็นถอยหลังหนึ่งก้าวจากนั้นก็ชี้นิ้วให้ชายชรา "คุณ..จะทำอะไร"
ถึงแม้ภายนอกเขาจะดูหวาดกลัวแต่ทว่าภายในใจของหลินเทียนนั้นรู้สึกตลกขบขันเป็นอย่างมาก นานมากแล้วที่เขาได้มีอารมณ์ขันขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าการเป็นหมูกินเสื้อมันจะสนุกมากขนาดนี้ ดูท่าเขาควรที่จะทำมันบ่อยๆ
"เหอะ..หวาดกลัวแล้วอย่างงั้นหรอเจ้าหนู"
"อันที่จริงข้าก็ไม่อยากจะทำอะไรเจ้าเลยแต่ทว่ามันเป็นคำสั่งของนายน้อย ข้านั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้"ชายชรากล่าวออกมาด้วยความเห็นใจแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถปกปิดความโหดเหี้ยมที่อยู่ภายในดวงตาของเขาเขาเอาไว้ได้
"นายน้อย?นายน้อยของคุณเป็นใคร"หลินเทียนแสร้งถามออกมาอันที่จริงเขาก็พอจะรู้แล้วว่านายน้อยของชายชราคนนี้เป็นใคร เพราะคนที่เขาเคยมีเรื่องตั้งแต่มาที่โลกแห่งนี้ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่เพื่อความแน่ใจมากยิ่งขึ้นเขาเลยถามออกมา
"เอ็งไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รู้ แต่..ก็เอาเถอะข้าเห็นว่าเจ้านั้นกำลังจะตายข้าจะบอกกับเจ้าก็ได้"
"ตั้งใจฟังให้ดีล่ะ นายน้อยของข้าชื่อ ฉางเหวิน เป็นนายน้อยของตระกูลฉาง ไอ้หนูเอ็งจงจำไว้ให้ขึ้นใจเกิดใหม่ครั้งหน้าก็อย่ามาหาเรื่องนายน้อยสกุลฉางเชียวล่ะ เอาล่ะเตรียมตัวตายได้แล้ว!"มู่เซิงกล่าวจบเขาก็ไม่รอช้าให้เพื่อไม่ให้หลินเทียนได้ตอบสนองได้ทันเขาคิดที่จะปลิดชีวิตของหลินเทียนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความสงสารเล็กน้อยดังนั้นเขาจึงอยากจะส่งหลินเทียนให้ตายไปโดยเร็วเพื่อไม่ให้ทรมาน
มู่เซิงหยียดฝามือออกมาจากนั้นก็พุ่งไปที่คอหอยของหลินเทียนด้วยความรวดเร็ว
หลินเทียนมองฝามือที่กำลังพุ่งมาด้วยความสนใจเล็กน้อยไม่มีความกลัวหรือความกังวลปรากฏเลยบนใบหน้าของเขา
มู่เซิงมองฝามือที่กำลังจะถึงคอหอยของหลินเทียนด้วยใบหน้าโหดเหี้ยม เขาไม่สังเกตเห็นใบหน้าที่ไม่ทุกข์ร้อยของหลินเทียนเลย
ในขณะที่ฝามือของมู่เซิงใกล้จะถึงคอหอยหอยของหลินเทียน จู่ๆฝามือของมู่เซิงก็ชะงักงันขึ้นมากระทันหัน ฝามือของเขาไม่สามารถไปถึงคอหอยของหลินเทียนได้
มู่เซิงตกใจขึ้นมาที่ฝามือของเขาได้หยุดลงกระทันหันไม่สามารถไปถึงหลินเทียนได้
เขาชำเลืองมองมือตัวเองจากนั้นเขาก็ทราบสาเหตุของปัญหาในทันที!
"พ..พวกแกเป็นใคร?!!"
มู่เซิงพบว่าได้มีคนสองคนได้มาจับมือของเขาเขาเอาไว้ไม่ไปถึงตัวของหลินเทียน พละกำลังของชายสองคนนี้ไม่ธรรมดาถึงขนาดสามารถจับฝามือของเขาเอาไว้ได้ ตัวเขาเป็นถึงผู้บ่มเพาะในระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลางการที่ตัวเขาไม่สามารถสัมผัสถึงสองคนนี้ได้นั่นก็หมายความว่าสองคนนี้มีระดับพลังที่อาจเทียบเท่าหรือสูงกว่าตัวเขา!
"ฉันถามว่าพวกเเกเป็นใคร!!!"มู่เซิงเห็นชายทั้งสองคนไม่ตอบเขาก็อดไม่ได้ที่จะโมโหขึ้นมา เขาส่งพลังไปที่ฝามือและพยายามออกแรงดึงมือให้ออกจากการจับกุมของชายทั้งสองคน
ตึก!!!
ใต้เท้าของมู่เซิงปรากฏหลุมขึ้นมาเนื่องจากออกแรงมาก แต่ถึงอย่างนั้นฝามือของมู่เซิงก็ยังไม่สามารถออกจากการจับกุมของชายทั้งสองคนได้
"นี่มัน...!!!"
มู่เซิงตกใจขึ้นมาทันที เขาใช้พลังประมาณแปดในสิบของพลังทั้งหมดที่มีแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากมือของสองคนได้ นี่มันอะไรกัน!!
"พ..พวกนาย.เอ้ย..พวกคุณเป็นใครกันแน่? ฉันยังไม่ได้ไปหาเรื่องอะไรพวกคุณเลย ได้โปรดปล่อยมือของฉันด้วย"มู่เซิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมไม่กล้าเสียมารยาท
เขามั่นใจเเล้วว่าทั้งสองคนนี้คงจะมีพลังในระดับเดียวกันหรือหนือกว่าตัวเขาแน่นอนเพราะฉะนั้นการคุยด้วยสันติจึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเขาไม่กล้าเสี่ยง ถึงแม้ว่าทั้งสองอาจมีพลังในระดับเดียวกันกับเขาแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็มีสองคน เขาคนเดียวคงจะสู้ทั้งสองคนไม่ไหว
"พวกเราเป็นบอดี้การ์ดของนายน้อย คุณมาหาเรื่องนายน้อยของพวกเรานั้นมันก็เท่ากับว่าคุณได้มาหาเรื่องพวกเราด้วย"เสี่ยวจินบอดี้การ์ดของหลินเทียนตอบออกมา
เขาได้สังเกตเห็นมู่เซิงตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มู่เซิงได้มาเคาะกระจกรถของหลินเทียน ตอนที่ข่มขู่ว่าจะฆ่าหลินเทียนและตอนที่บอกเบื้องหลังผู้บงการ เอาง่ายๆพวกเขารู้ตั้งแต่แรกแต่ยังไม่อยากที่จะแสดงตัวตนออกมา ส่วนหนึ่งพวกเขาจะรอดูปฏิกิริยาของหลินเทียนว่าจะทำยังไงจะแสดงออกมาแบบไหน
ซึ่งการแสดงออกของหลินเทียนนั้นไม่ได้แตกต่างจากที่พวกเขาจินตนาการสักเท่าไหร่ และในขณะที่หลินเทียนกำลังจะถึงแก่ความตายพวกเขาก็ได้แสดงตนออกมา
"บอดี้การ์ดของนายน้อย?อย่าบอกน่ะว่า.."ชายชราเลื่อนสายตามองไปที่หลินเทียนขณะเดียวกันในสายของเขาก็ปรากฏความหวาดกลัวออกมา
"ใช่ นายน้อยของพวกฉันก็คือคนที่กำลังจะฆ่ายังไงล่ะ"เสี่ยวจินกล่าวตอบออกมา
"ไม่นะ ไม่ ไม่ใช่ฉันไม่ได้อยากจะฆ่านายน้อยของพวกนาย ฉันกำลังจะทักทายนายน้อยของพวกคุณต่างหากล่ะ''มู่เซิงหวาดกลัวสุดขีดเขาพยายามแถเพื่อให้ตัวเองรอด