กลายเป็นขี้เถ้า
เสี่ยวจินได้ยินคำแก้ตัวของมู่เซิงเขาก็ได้กล่าวออกมาอย่างดูถูกว่า"เหอะ! นายคิดว่าพวกเราโง่อย่างงั้นหรอ? พวกเราเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เเรกแล้วรวมถึงได้ยินคำพูดที่แกพูดออกมาด้วย!"
"พวกเราไม่อยากเสียเวลากับแกอีกต่อไปแล้ว การที่พวกเราปล่อยให้แกได้หายใจนานขนาดนี้นับว่ามีความเมตตามากแล้ว เสี่ยวเฮยฝากนายจัดการด้วย"เสี่ยวจินกล่าวจบเขาก็ได้หันกลับไปพูดกับอีกคนที่อยู่ข้างๆขณะที่ตัวเองถอยกลับไปยังด้านหลังคอยปกป้องหลินเทียน
"ได้เลย"เสี่ยวเฮยตอบตกลงพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก ในที่สุดเขาก็สามารถสังหารผู้คนได้แล้ว หลังจากที่จัดการกับอันธพาลพวกนั้นไปเขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่ไม่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้
"ไม่น่ะ! อย่าทำฉัน ฉันยอมแพ้แล้วฉันจะกลับไปแล้วต่อจากนี้ต่างคนก็ต่างอยู่ได้ไหม?!"มู่เซิงหน้าซีดขึ้นมาเขารู้สึกว่าด้วยฝีมือของเขาในตอนนี้คงจะไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้แน่ ดังนั้นเขาพยายามที่จะเจรจาเพื่อเอาตัวรอด
เสี่ยวเฮยไม่สนใจเสียงของมู่เซิง เขากระชากมือชายชราที่กำลังจับอยู่เต็มแรง! ด้วยระดับพลังที่ห่างชั้นกันมู่เซิงไม่สามารถที่จะต่อต้านได้เบนสักนิด
"ตูม!!"
การกระชากของเสี่ยวเฮยทำให้ชายชรามู่เซิงลอยไปไกลจนกระเด็นชนกับต้นไม้ข้างทาง
มู่เซิงกระเด็นชนต้นไม้จนตัวเองกระอักเลือดออกมาเต็มปาก เขามองไปที่เสี่ยวเฮยด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขณะเดียวกันใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วของเขาก็ได้ซีดขึ้นอีก ตอนนี้ใบหน้าของชายชรามู่เซิงแทบจะไม่มีเลือดไหลเวียนอยู่เลย
"อ่อนแอจริงๆ แค่ฉันออกแรงเพียงเล็กน้อยแค่นี้ก็หมดสภาพแล้ว คนแบบนี้ยังกล้าคิดร้ายกับนายน้อยของพวกเราอีกอย่างงั้นหรอ?"เสี่ยวเฮยกล่าวออกมาด้วยความดูถูก เขามองไปที่มู่เซิงด้วยรอยยิ้มที่ขี้เล่นเล็กน้อย การรังแกผู้อ่อนเป็นสิ่งที่เขาชอบที่สุด ตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
"ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาหาเรื่องนายน้อยของพวกเราอีก ช่างไม่เจียมตัว"เสี่ยวจินที่ยืนอยู่ข้างๆหลินเทียนกล่าวออกมา
ฝีมือระดับนี้คิดที่จะเอาชีวิตนายน้อยตระกูลหลิน ช่างเพ้อฝันจริงๆ
ฟังคำดูถูกของเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวจิน มู่เซิงก็อดไม่ได้ที่จะโกรธขึ้นมา ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้
ด้วยความโกรธที่บังหน้า มู่เซิงไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นเขาระเบิดความโกรธของตัวเองออกมา
ออร่าพลังระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลางระเบิดออกมาจากร่างกายของชายชรา
บังเกิดลมกรรโชกขึ้นมาเนื่องจากการระเบิดออร่าของชายชรา ต้นไม้โดยรอบสั่นไหวเนื่องจากแรงลม!
มู่เซิงกระทืบเท้าตัวเองบังเกิดเป็นหลุมใต้เท้าของเขา จากนั้นเขาก็ง้างหมัดใช้เพลงหมัดของตัวเองออกมา
'หมัดทอนาโด!!!'
ชายชราพุ่งหมัดของตัวเองไปที่เสี่ยวเฮย แรงหมัดของเขานั้นรุนแรงจนทำให้อากาศโดยรอบนั้นสั่นไหวเบาๆ
"ตายซะ!!"หมัดของมู่เซิงปรากฏอยู่ด้านหน้าของเสี่ยวเฮย ตอนนี้ใบหน้าของเสี่ยวเฮยกับหมัดของเขาใกล้กันเป็นอย่างมาก
มู่เซิงมองหมัดของตัวเองที่กำลังจะถึงใบหน้าของเสี่ยวเฮยด้วยความดีใจ ถ้าเสี่ยวเฮยโดนหมัดนี้ของเขาเข้าไปต่อให้ไม่ตายแต่อาการก็น่าจะสาหัส
ทางด้านเสี่ยวเฮยเขามองหมัดที่กำลังพุ่งมาหาตัวด้วยท่าทางที่ไม่แยแสในขณะที่หมัดใกล้ถึงตัวเขานั้น เขาก็ยกมือของตัวเองขึ้นมาจากนั้นก็เข้าปะทะกับหมัดของมู่เซิง
ปั้ง!!!
หมัดที่รุนแรงของมู่เซิงปะทะเข้ากับฝามือขนาดใหญ่ของเสี่ยวเฮยอย่างจัง!
"เป็นไปได้ยังไง!!"
หลังจากที่หมัดกับฝามือปะทะกันทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เสี่ยวเฮยยืนอยู่กับที่ไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากหมัดของมู่เซิงลย ด้วยเหตุนี้ทำให้มู่เซิงนั้นตกใจเป็นย่างมาก
''นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน!! ทำไมแกถึงแข็งแกร่งขนาดนี้!!"มู่เซิงโพล่งออกมาด้วยควาไม่อยากจะเชื่อ สามารถรับ'หมัดทอนาโด'ของเขาได้อย่างง่ายดาย ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ เขามีระดับพลังอยู่ขั้นใด?
"อ่อนแอจริงๆ ฉันไม่อยากเสียเวลากับแกแล้ว"เสี่ยวเฮยพูดออกมาในขณะที่แสดงท่าทางจริงจังมากขึ้น เขามองไปที่มู่เซิงจากนั้นก็ปลดปล่อยออร่าพลังของตัวเองออกมา
ฟูม!!!
ออร่าพลังระดับควบแน่นลมปราณขั้นต้นถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเสี่ยวเฮย อากาศโดยรอบเกิดการสั่นไหวเบา บังเกิดเป็นลมกรรโชกหนักกว่าของมู่เซิงเมื่อกี้ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
เสี่ยวจินได้มายืนด้านหน้าหลินเทียนเพื่อที่จะคอยบังออร่าพลังของเสี่ยวเฮยเอาไว้ ไม่งั้นถ้าเกิดหลินเทียนถูกออร่าพลังระดับนี้เข้าไปมีหวังหายใจไม่ออกแน่ แน่นอนนี่มันคือความคิดของเสี่ยวจินเท่านั้นไม่ใช่ความคิดของหลินเทียน
สำหรับหลินเทียนออร่าพลังระดับนี้เป็นได้แค่ขี้ฝุ่นสำหรับเขาเท่านั้น
ทางด้านมู่เซิงเมื่อสัมผัสถึงออร่าของเสี่ยวเฮยใบหน้าของเขาก็น่าเกลียดขึ้นมาทันที เขาพึมพำออกมาด้วยความกวาดกลัว "ร..ระดับ..ควบแน่นลมปราณ!!!!"
ตอนนี้ใบหน้าของมู่เซิงมีแต่ความหวาดกลัวเท่านั้นไม่มีสิ่งอื่นใดเลย โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีมู่เซิงได้ทำการคุกเข่าลงไปกับพื้น
"นาย...นายท่านไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าไม่อยากตายไว้ชีวิตข้าด้วย"หัวของหมู่เซิงได้แนบชิดไปกับพื้นไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือการมีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้น เรื่องศักดิ์ศรีมันไม่ได้สำคัญสำหรับเขา กว่าเขาจะบ่มเพาะตัวเองมาถึงระดับรวบรวมลมปราณมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆแล้วจะให้เขามาตายง่ายๆแบบนี้อย่างงั้นหรอ?
เสี่ยวเฮยมองท่าทางที่น่าสมเพชของมู่เซิงด้วยดวงตาที่เฉยเมย เขาไม่มีความสงสารใดๆทั้งนั้น งานของเขาก็คือปกป้องนายน้อยและทำหน้าที่คอยกำจัดสิ่งที่อาจเป็นภัยแก่นายน้อย
โดยไม่รอช้ากลางฝามือของเสี่ยวเฮยปรากฏเปลวไฟสีดำขึ้นมา หลังจากเปลวไฟสีดำปรากฏขึ้นบรรยากาศโดยรอบก็ปรากฏความร้อนขึ้นทันที
มู่เซิงสังเกตได้ถึงความผิดปกติเขาเงยหน้าขึ้นมา จากนั้นดวงตาของเขาก็สบเข้ากับเปลวไฟสีดำบนฝามือของเสี่ยวเฮย
"ไม่น่ะ!!...ไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตบ้าด้วย!!"มู่เซิงพยายามขอร้องอ้อนวอนของชีวิต แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
เสี่ยวเฮยสะบัดฝามือ จากนั้นเปลวไฟก็พุ่งตรงมาที่หมู่เซิง
"ม่ายยยยย...!!!"
เปลวไฟได้ลุกลามขึ้นมาบนตัวของหมู่เซิง ตัวเขานั้นได้ดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นเพื่อที่จะดับไฟ
เสี่ยวจินมองเหตุการณ์ตรงหน้าจากนั้นก็หันหลังกล่าวกับหลินเทียน "นายน้อยปิดตาครับ" เสี่ยวจินหวังดีไม่อยากให้หลินเทียนเห็นภาพที่โหดเหี้ยมนี้
หลินเทียนทำตามคำกล่าวของเสี่ยวจิน เขาปิดตาแต่โดยดี ตัวเขาเองก็ไม่อยากเห็นภาพที่ทำให้เสียสุขภาพจิตอย่างนี้
รอหลังจากนั้นไม่นานเสียงร้องโหยหวนของมู่เซิงก็ค่อยๆอ่อนแรงลงจากนั้นก็ได้หายไป
หลินเทียนค่อยๆลืมตาขึ้นมา เขามองไปที่ที่มู่เซิงเคยอยู่ ขณะนี้ไม่ปรากฏร่างของชายชราแล้วแต่ปรากฏเป็นขี้เถ้ากองหนึ่งขึ้นมาแทน
หลังจากมองมันสักพักจากนั้นเขาก็ได้หันไปกล่าวกับบอดี้การ์ดของเขาทั้งสอง"ฉันไปก่อนน่ะ"
พูดจบหลินเทียนก็ได้ก้าวเท้าขึ้นรถจากนั้นก็สตาร์ทรถจากไป
บอดี้การ์ดทั้งสองมองรถที่ค่อยๆหายลับไปจากสายตาสักพักจากนั้นก็หันมามองกองขี้เถ้า
"ใช้ได้นี่"เสี่ยวจินยกนิ้วโป้งให้กับเสี่ยวเฮยและกล่าวชมออกมา
"เหอะๆ แค่คนอ่อนแอคนหนึ่งไม่มีอะไรให้พูดถึง"เสี่ยวเฮยตอบกลับเบาๆด้วยความเย่อหยิ่ง