ความกังวลของฉางเหวิน
บริษัทของฉางเหวิน
ตอนนี้ฉางเหวินกำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องของ มู่เซิงเนื่องจากเขาไม่สามารถติดต่อกับมู่เซิงมาเป็นเวลาสักพักเเล้วตั้งที่เขาสั่งให้ไปทำภารกิจ ตอนนี้เขารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ
"ปู่มู่กำลังทำอะไรอยู่ เวลาป่านนี้ก็น่าจะจัดการกับไอ้หนุ่มคนนั้นได้แล้ว ทำไมถึงยังติดต่อไม่ได้อีก" ฉางเหวินเเสดงความกังวลออกมา ปกติแล้วเวลาที่มู่เซิงทำงานเสร็จสิ้นเขามักจะติดต่อมาหาฉางเหวินทุกครั้งเพื่อรายงานเกี่ยวกับภารกิจ แต่ในตอนนี้สถานการณ์ไม่ปกติเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นกับมู่เซิง
"คงไม่ใช่ว่าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นน่ะ"เมื่อความคิดนี้ปรากฏมาในหัวของฉางเหวิน กลางหน้าผากของเขาก็ปรากฏเหงื่อเล็กๆออกมา
ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับมู่เซิงเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปอธิบายเรื่องนี้กับพ่อของเขายังไงดี มู่เซิงนับเป็นหนึ่งในสองไพ่ลับของตระกูลฉางถ้าเกิดสูญเสียมู่เซิงไปตระกูลฉางคงสูญเสียเป็นการใหญ่แน่!
"โถ่เว้ย!! ไม่มีทางเลือกแล้ว"ฉางเหวินสบถออกมาจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ต่อสายไปยังเบอร์หนึ่งในทันที
"ฮัลโหล"เสียงที่ดูสุขุมน่าเกรมขามดังออกมาจากโทรศัพท์หลังจากที่ฉางเหวินได้ยินเสียงนี้แล้วเขาก็เผยสีหน้าที่ดูอ่อนน้อมเล็กน้อย
"พ่อ..."ฉางเหวินกลาวเรียกปลายเบาๆด้วยความเคารพและตึงเครียด น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยไม่รู้ว่าจะกล่าวเช่นไรออกมา
"มีปัญหาอะไร?"ฉางอันหรือก็คือพ่อของฉางเหวินกล่าวถามออกมาจากสายหลังจากที่ได้ยินน้ำเสียงที่ไม่ค่อยปกติของลูกชาย ในเวลานี้เขาตระหนักได้ว่าลูกชายของเขาจะต้องเกิดปัญหาแน่ไม่อย่างคงจะไม่โทรมาเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกชายของเขาเป็นแบบนี้
"เอ่อ..คือ.."ฉางเหวินอึกอักพูดไม่ออก ในขณะนี่เขาไม่กล้าพูดสิ่งที่ออกมา จะให้เขากล้าบอกได้ยังไงว่าเขานั้นอาจทำลายหนึ่งในสองไพ่ตายของตระกูลไปแล้ว
"มีอะไรก็พูดออกมาอย่าชักช้า"ฉางอันได้ยินน้ำเสียงอึกอักของลูกชายเขาก็ได้กล่าวออกมาอย่างรำคาญเล็กน้อย
"เออ คือว่า ผมคิดว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับปู่มู่"
ปลายสายได้ยินว่าเกี่ยวกับปู่มู่เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาจากนั้นก็กล่าว"เกี่ยวกับลุงหมู่ เกิดอะไรขึ้น?!" ฉางอันกล่าวถามออกมาด้วยเสียงที่เข้ม เกิดเรื่องสำคัญกับไพ่ตายของตระกูล ตัวเขาที่เป็นหัวหน้าตระกูลอดไม่ได้ที่จะจริงจังขึ้นมา
ฉางเหวินรวบรวมความกล้าจากนั้นก็กล่าว"คือว่า ผมได้ขอให้ปู่มู่ไปจัดการกับคนๆหนึ่งจนถึงตอนนี้มันก็นานมากแล้ว แต่ผมยังไม่สามารถติดต่อกับปู่มู่ได้เลย ผมเลยคิดว่า..."
"ไอ้ลูกเวร!!!"ไม่ทันที่ฉางเหวินจะได้กล่าวจบ ฉางอันก็ได้ตะโกนด่าเสียงดังผ่านโทรศัพท์ ในครั้งนี้ฉางอันไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้และตะโกนด่าออกมาเสียงดัง
"แกรู้ไหมว่าลุงมู่สำคัญกับตระกูลของเรามากแค่ไหน!! แกนี่มันไร้ประโยชน์!! วันๆคิดสร้างแต่จะปัญหามาให้ฉันปวดหัว!"เสียงที่ฟังดูโกรธเคืองดังออกมาจากปลายสาย
"พ่อ ผมขอโทษ ผมคิดว่าปู่มู่จะสามารถจัดการเรื่องเล็กน้อยนี่ได้ ผมก็เลยขอให้เขาไปทำ"ฉางเหวินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึก
"เรื่องเล็กน้อย?ถ้ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยทำไมแกไม่สั่งให้ลูกกระจ๊อกของแกไปทำ"ฉางอันขึ้นเสียงถามด้วยอารมณ์โกรธเคือง
"ผมให้พวกเขาไปทำแล้วแต่มันไม่สำเร็จ"
"เพราะเหตุนั้นแกก็เลยขอให้ปู่มู่จัดการใช้ไหม? แกกลับบ้านมาเดี๋ยวนี้เลยน่ะ! ฉันจะคุยเรื่องนี้กับแกให้ชัดเจน!"ฉางอันกล่าวออกมาจากนั้นก็ตัดสายไป
ฉางเหวินถือโทรศัพท์มือถือด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด เขาไม่คิดว่าเรื่องมันจะใหญ่โตได้ขนาดนี้ พูดแล้วเขาก็นึกถึงใบหน้าของหลินเทียนขึ้น "หลินเทียน!!!" เขาตะโกนออกมาดังลั่นห้อง
........
หลินเทียนได้ขับรถกลับมาถึงมหาลัย เขาเดินเข้าไปในหอพักของตัวเอง
ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปเงาสองเงาก็กระโจนมาหาเขาทันที
"เป็นไงหลินเทียนสำเร็จไหม"
"นายได้เป็นแฟนกับเธอหรือยัง"
เป่ยหยวนและเจิ้งฟานกล่าวถามออกมา
เป่ยหยวนได้ยินคำถามของพวกเขาสองคนเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอามือมาก่ายหน้าผากด้วยความเหนื่อยใจ "ฉันบอกกับพวกนายแล้วไม่ใช่หรอว่าหล่อนเรียกฉันเพื่อไปทดแทนบุญคุณก็เท่านั้น"
"พวกฉันรู้แล้ว ความสัมพันธ์ของพวกนายทั้งสองเป็นอย่างไรบ้าง"เป่ยหยวนกล่าวถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ก็ไม่มีอะไรมาก ฉันกับหล่อนถือได้ว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว"หลินเทียนกล่าว
"แค่เพื่อนอย่างนั้นหรอ?"เจิ้งฟานถาม
"แล้วนายคิดว่าเป็นอะไรล่ะ"
"เห้อ...หลินเทียนนายนี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ เอาไว้ว่างฉันจะติวเรื่องนี้ให้นายเอง"เจิ้งฟานกล่าวออกมาพร้อมกันเดินกลับไปที่เตียงของตัวเอง
"ไม่เป็นไร เริ่มต้นจากเพื่อนอีกไม่นานมันก็พัฒนา"เป่ยหยวนตบไหล่หลินเทียนจากนั้นก็กลับไปที่เตียงของตัวเองเช่นกัน ปล่อยให้หลินเทียนทำหน้าเหวออยู่คนเดียว
ในเช้าของวันวันจันทร์
หลินเทียนและเพื่อนๆก็ได้เข้าเรียนตามปกติ แน่นอนคาบเรียนแรกที่พวกเขาเรียนเป็นคาบที่อาจารย์สุดสวยเป็นคนสอน
"วันนี้อาจารย์เหวินก็ยังสวยเหมือนเดิม"เป่ยหยวนกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปที่เหวินหยินที่กำลังสอนอยู่หน้าชั้นด้วยใบหน้าที่หลงใหล
การที่ได้เรียนกับอาจารย์ที่สวยขนาดนี้คงจะเป็นความฝันของชายหนุ่มๆหลายคนเลยทีเดียว
"น้อยๆหน่อยเถอะนายน่ะ น้ำลายไหลเต็มโต๊ะหมดแล้ว"เจิ้งฟานที่อยู่ข้างๆกล่าวออกมาพร้อมกับทำท่าทางว่ารู้สึกหมั่นไส้
"นายนี่จะไม่กวนฉันสักวันไม่ได้เลยหรือไง"เป่ยหยวนกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่มีอารมณ์ ไม่รู้ว่าเจิ้งฟานติดใจอะไรกับเขาคนอื่นก็มีทำไมต้องมากวนเขาทุกครั้งด้วย
"น่าจะไม่ได้"เจิ้งฟานทำท่าทางไม่แยแสพร้อมกับกล่าวออกมา
"นายพูดอย่างนี้อยากจะวัดใช่ไหม" เป่ยหยวนกล่าวออกมาพร้อมกับทำท่าทางพับแขนเสื้อ
"ก็มาสิ ใครกลัว"เจิ้งฟานก็ทำทางท่าทางพับแขนเสื้อของตัวเองเหมือนกัน ทั้งสองคนเตรียมตัวที่จะวัดฝีมือกันแล้ว
เหลียงเหว่ยมองทั้งสองคนจากนั้นก็เอ่ยห้ามออกมา"เอาล่ะไปพวกนายนี่กำลังเรียนอยู่น่ะ ถ้าเกิดอาจา-..."
"กลุ่มนั้นน่ะพูดอะไรกัน"ยังไม่ทันเหลียงเหว่ยจะกล่าวจบเสียงที่ฟังดูเย็นชาก็ดังขึ้นมาจากหน้าชั้นเรียน
"นั่นไงกล่าวยังไม่ทันจะจบ"เหลียงเหว่ยพึมพำ
"ทั้งสามคนออกมาแก้โจทย์นี้หน้าชั้นเดี๋ยวนี้"เหวินหยินกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เข้ม เธอมองไปที่ทั้งสามคนด้วยใบหน้าที่เย็นชา
ทั้งสามคนไม่มีทางเลือกพวกเขาทำได้เพียงแค่ออกไปหน้าชั้น ส่วนหลินเทียนนั้นไม่ได้ออกไปเพราะอาจารย์ไม่ได้สั่งให้เขาออกไป
หลินเทียนมองดูเพื่อนทั้งสามที่กำลังแก้โจทย์ไปด้วยเกาหัวไปด้วยที่หน้าชั้นด้วยรอยยิ้มที่ขบขันเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าการเห็นเรื่องตลกของเพื่อนจะสามารถทำให้เขายิ้มได้