ชนะการแข่งขัน
ในสายตาที่เต็มไปด้วยการรอคอยมานานของทุกคน การแข่งขันรอบสุดท้ายก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว เฉินเต้าหมิงและจ้าวเสี่ยวโปยืนอยู่บนสังเวียนโดยหันหน้าเข้าหากัน
“เจ้านับว่าเป็นอัจฉริยะจริงๆ แต่ขอบเขตของเจ้าต่ำกว่าของข้า ข้าจะลดขอบเขตเพื่อต่อสู้กับเจ้า!” จ้าวเสี่ยวโปยกมือไพล่หลัง ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
“ฮ่าฮ่า…”
เฉินเต้าหมิงยิ้มขึ้นอย่างเฉยเมย “ไม่จำเป็น แม้ว่าเจ้าจะใช้พลังทั้งหมดที่มีออกมา เจ้าก็ไม่คู่ควรกับดาบของข้าอยู่ดี!”
เมื่อคำพูดของเขาถูกกล่าวออกไป บริเวณโดยรอบก็ระเบิดเสียงดังขึ้น
ใบหน้าของจ้าวเสี่ยวโปกระตุกเล็กน้อย ความโกรธของเขาอัดแน่นอยู่เต็มอก
“ฮึ่ม ในไม่ช้าเจ้าจะได้เห็นความจริง!” จ้าวเสี่ยวโปพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว
ร่างของเขาหายไปเหมือนกับเงาผี การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ผู้ชมที่อยู่รอบๆไม่สามารถหาเขาเจอ
“ชู่ … ”
แสงดาบสว่างวาบออกมา
ใบดาบฟันไปทางเฉินเต้าหมิงอย่างรวดเร็ว
"พอดีเลย!"
เฉินเต้าหมิงยกมุมปากขึ้น ร่างของเขาสั่นไหวก่อนจะหลบออกไปจากจุดเดิม
แต่แม้ว่าเขาจะกระโดดหลบออกมาแล้ว มันก็ยังมีเงาของดาบอีกหลายเล่มตามมาฟาดฟันใส่เขาในคราวเดียว
“เติ้งเติ้ง … ” เฉินเต้าหมิงปัดดาบพวกนั้นออกไปก่อนจะถีบร่างของตัวเองออกไปไกลขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ
“น่าสนใจ!” เฉินเต้าหมิงยกมุมปากขึ้นยิ้มก่อนจะพุ่งเข้าหาจ้าวเสี่ยวโป
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด เจ้ารุก ข้ารับ ทั้งสองสู้กันอย่างสูสี ผู้คนที่อยู่รอบๆเห็นได้เพียงแค่แสงดาบและเสียงระเบิดจากการปะทะกันเท่านั้น
ลมหายใจต่อมา
“บูม … ”
เสียงปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้น
ร่างของทั้งสองถอยกลับอย่างรุนแรงพร้อมกัน
ร่างกายของเฉินเต้าหมิงเต็มไปด้วยบาดแผลเต็มตัว
จ้าวเสี่ยวโปมองไปที่เฉินเต้าหมิง การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย "มันเป็นไปได้ยังไงกัน? ข้าโจมตีเต็มกำลังแล้ว แต่เขากลับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย?”
เฉินเต้าหมิงมองไปที่จ้าวเสี่ยวโปพร้อมกับยิ้ม "ข้าขอถอนคำพูด เจ้าสมควรกับดาบของข้า!”
“ก็แค่ชักดาบออกจากฝักไม่ใช่หรือไง!” จ้าวเสี่ยวโปพ่นลมหายใจและรีบวิ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
“เจ้าควรระวังให้ดี!” เฉินเต้าหมิงกล่าวพร้อมกับทำท่าทางจะดึงดาบ
ทันใดนั้น
“ฮึ่ม…” อากาศเกิดการสั่นสะเทือนด้วยเสียงคำรามของดาบ
เสียงนี้สั่นสะเทือนไปทั้งสี่ทิศ เวทีการแข่งขันทั้งหมดสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง
“ปัง … ” กระเบื้องบนบ้านตกลงมากระแทกพื้นจนแตก อาคมที่ปกป้องเวทีอยู่สั่นอย่างต่อเนื่องราวกับว่ามันกำลังจะระเบิดออก เมื่อผู้พิทักษ์เห็นเช่นนี้ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“เร็วเข้า ใส่พลังเข้าไปอีก!”
พวกเขาโอนพลังปราณลงในอาคมอย่างบ้าคลั่ง
“นี่…..เกิดอะไรขึ้น? แผ่นดินไหวหรือ?”
“มันไม่ใช่แผ่นดินไหว เฉินเต้าหมิงชักดาบออกมาแล้ว นี่คือเจตนาของดาบ!”
"พระเจ้า! เขาเข้าใจเจตนาของดาบจริงๆหรือ? นี่ … นี่มันน่ากลัว!”
ฝูงชนมองไปที่เฉินเต้าหมิงด้วยความสับสน จ้าวเสี่ยวโปหยุดเคลื่อนไหว มีเหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากของเขา หน้าอกของเขาดูเหมือนกับกำลังถูกกดทับด้วยหินก้อนใหญ่ มันทำให้เขาหายใจไม่สะดวก
“มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง? ข้า … ข้าจะแพ้ไม่ได้!” จ้าวเสี่ยวโปคำรามก่อนจะฝืนเดินเข้าหาเฉินเต้าหมิง
แต่ทว่า ยิ่งเขาก้าวไปข้างหน้ามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งถูกผลักกลับไปรุนแรงเท่านั้น ยิ่งเขาดิ้นรนมากเท่าไหร่ ความกดดันก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเช่นกัน
“ฉึก…”
ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น
ซี่โครงตรงอกของจ้าวเสี่ยวโปก็แตกออก
“ข้าจะแพ้ไม่ได้!” จ้าวเสี่ยวโปตะโกนอย่างดิ้นรน
“ฉึก …”
อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น
ซี่โครงอีกซี่ก็แตก
ขณะที่เฉินเต้าหมิงดึงดาบยาวของเขาออกมา เจตนาดาบรอบตัวเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เพียงแค่ความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวเพียงอย่างเดียวก็สามารถฉีกแผ่นดินออกจากกันได้แล้ว
"ตุบ!" ร่างกายของจ้าวเสี่ยวโปโซเซไปมาก่อนจะถูกพลังอันน่ากลัวพลักออกไป
หลังจากนั้น
“ฟู่!”
ร่างกายของเขาก็ลอยออกไปเหมือนว่าวขาดสาย
“บูม!” สุดท้ายเขาก็กระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรง
“จริงๆด้วย… เจ้าเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ!” หลังจากพูดจบ จ้าวเสี่ยวโปก็พ่นเลือดออกมาก่อนจะเอียงศีรษะหมดสติไป
เฉินเต้าหมิงเก็บดาบเข้าฝัก
ทั่วงานเต็มไปด้วยความเงียบสงัด
เงียบจนสามารถได้ยินเสียงเข็มตกลงกับพื้น
ทุกคนจ้องมองไปที่ฉากนี้อย่างว่างเปล่า หน้าอกของพวกเขาเต็มไปด้วยความผันผวนอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าจะต้องตกตะลึงหรือว่าตกใจ หรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง
จ้าวเสี่ยวโป พ่ายแพ้โดยที่ดาบยังถูกดึงออกมาไม่หมด?
นั่นคืออัจฉริยะในรายชื่อมังกรซ่อนเร้นอันดับที่ 98! นอกจากนี้ ขอบเขตของเขายังสูงกว่า เฉินเต้าหมิงด้วย แต่เขากลับไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ขัดขืน?
หรือว่าจริงๆแล้วมันจะเป็นความฝัน? ความฝัน! มันต้องเป็นความฝันแน่ๆ
ถึงจะผ่านไปเนิ่นนาน ทุกคนก็ยังเรียกสติกลับมาไม่ได้
ครู่ต่อมา
“พระเจ้า เฉินเต้าหมิงเอาชนะจ้าวเสี่ยวโปได้ด้วยการใช้เพียงแค่เจตนาดาบเท่านั้นเอง? สุดยอดอัจฉริยะ!”
“เขาควรจะติดอันดับอยู่ในรายชื่อของมังกรซ่อนเร้นสิ? ทำไมถึงไม่มีบันทึกเกี่ยวกับเขา?
“ด้วยความแข็งแกร่งขนาดนี้ ข้าเกรงว่าเขาอาจจะถูกจัดให้อยู่ใน 50 อันดับแรกของรายชื่อมังกรซ่อนเร้น!”
การสนทนาที่ดุเดือดยังคงดังก้องไปทั่ว หลายคนตะโกนชื่อเฉินเต้าหมิงออกมาด้วยความกระตือรือร้น ผู้คนทั้งงานไม่สามารถสงบอารมณ์ลงได้เลย
บุคคลที่มีอำนาจหลายคนมองไปที่เฉินเต้าหมิง ดวงตาของพวกเขาเผยให้เห็นถึงความตื่นเต้นที่ควบคุมไม่ได้
คนที่นั่งอยู่ตรงกลางคือหลิวรั่ว รองหัวหน้าของวิหารเทพ
ใบหน้าอ้วนๆของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ แต้ก็ยังแฝงไว้ด้วยความปีติยินดี
“บังเอิญจริงๆ ข้ามาเจออัจฉริยะเช่นนี้ในหยางโจว หากวิหารเทพรู้เรื่องนี้ พวกเขาจะต้องตอบแทนข้าด้วยรางวัลใหญ่อย่างแน่นอน!”
“เดิมที ข้าต้องการให้เม็ดยาซวนหลิงระดับเก้ากับจ้าวเสี่ยวโป แต่มันดันพ่ายแพ้ให้กับเฉินเต้าหมิงซะก่อน เรื่องนี้ไม่สามารถตำหนิข้าได้!”
“อัจฉริยะเช่นนี้ ข้าต้องทิ้งความประทับใจดีๆไว้ให้เขา!” หลิวรั่วคิดแล้วตัดสินใจอย่างลับๆ
กรรมการถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ผู้ชนะในการแข่งขันระหว่างนิกายก็คือ - เฉินเต้าหมิง!”
“ขอเสียงปรบมือที่อบอุ่นเพื่อแสดงความยินดีกับเฉินเต้าหมิง สำหรับการคว้าชัยชนะในครั้งนี้!”
“ในเวลาเดียวกัน ขอแสดงความยินดีกับการเลื่อนขั้นของนิกายดาบทรราชขึ้นเป็นนิกายระดับแปด!”
หลังจากประโยคนี้จบลง
“เปาะแปะ…” เสียงปรบมือก็ดังขึ้นเป็นเวลานาน
หลังจากที่กรรมการโบกมือของเขาไปมา บรรยากาศรอบๆก็ค่อยๆกลับสู่ความสงบ
“ต่อไป ข้าขอเชิญท่านหลิวรั่วเพื่อมามอบรางวัลให้กับเฉินเต้าหมิง!”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ทุกคนก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึมและเฝ้ามองดูอย่างจริงจัง
แล้วพวกเขาก็ได้เห็น…
“เป๊ง…” เสียงเสียดสีกันของเกราะ คนกลุ่มหนึ่งในชุดเกราะทองคำเดินขึ้นมาบนเวทีอย่างรวดเร็ว ใจกลางกลุ่มของผู้คุ้มกันเกราะทองคำ เขาคือหลิวรั่ว
“ท่านหลิวรั่วอยู่ที่นี่!”
“ท่านหลิวรั่ว ท่านเป็นแรงบันดาลใจของข้า!”
แม้ว่าท่านหลิวรั่วจะตัวอ้วน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความกระตือรือร้นของทุกคน ท่านหลิวรั่วยิ้มเล็กน้อย เขาโบกมือเบาๆทำให้ผู้คนรอบๆเงียบลง
“หยางโจวเต็มไปด้วยสิ่งต่างๆ ผู้คนที่โดดเด่นและมากพรสวรรค์ก็พากันแสดงตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง …” หลิวรั่วเปิดปากกล่าว
หลังจากที่เขาพูดอยู่พักหนึ่ง หลิวรั่วก็ให้รางวัล “สำหรับผู้ชนะ จะได้รางวัลเป็นเม็ดยาซวนหลิงระดับเก้า!”
“เฉินเต้าหมิง ขึ้นมาบนเวทีเพื่อรับรางวัล!”
เฉินเต้าหมิงเดินขึ้นไปบนเวที ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยแสงที่บริสุทธิ์
“เฉินเต้าหมิง อายุยังน้อยแต่กลับมีความสามารถมาก ความสำเร็จในอนาคตของเขานั้นไร้ขีดจำกัด! ข้าขอถามว่าเจ้าสนใจที่จะเข้าร่วมวิหารเทพหรือไม่? ” หลิวรั่วกล่าว
“ท่านหลิวรั่ว ขอบคุณสำหรับความกรุณา ข้าต้องกลับไปหารือเรื่องนี้กับนิกาย ข้าไม่สามารถให้คำตอบท่านได้ในตอนนี้!” เฉินเต้าหมิงกล่าว
"แน่นอน! ไม่รู้ว่าคืนนี้เจ้าว่างรึเปล่า? มาดื่มฉลองกันในคฤหาสน์ของข้าเป็นอย่างไร?” หลิวรั่วกล่าว
“ขอบคุณท่านหลิวรั่ว! แต่ข้าต้องขอโทษจริงๆ วันนี้ข้ามีกิจด่วนต้องไปทำ แล้วข้าจะมาเยี่ยมท่านวันอื่น!” เฉินเต้าหมิงกล่าว
“อย่างนั้นก็ได้ แล้วข้าจะรอข่าวดี!”
เมื่อหลิวรั่วพูดจบ เขาก็ยื่นขวดหยกให้กับเฉินเต้าหมิง
เฉินเต้าหมิงหยิบขวดหยกขึ้นมาเปิดออกก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปล่งประกาย
“ในที่สุดข้าก็ได้มันใส!”
เฉินเต้าหมิงพึมพำแล้วกำลังจะเก็บเม็ดยาซวนหลิง
ตอนนั้นเอง
“ซู่ …” หมอกสีดำก็เริ่มเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ก๊ากาก่า …” เสียงหัวเราะที่น่าขนลุกดังก้องขึ้นในหูของทุกคน เฉินเต้าหมิงมองไปที่มือขวาของเขาก่อนจะพบว่าขวดยานั้นหายไป