โลกสามภพ

"หลบซ่อนจากใครบางคน?"หลินเทียนย่นคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย

"ใช่แล้ว ที่ข้าต้องมาสิงร่างของผู้หญิงคนนี้เป็นเพราะว่าข้ากำลังหลบซ่อนจากศัตรูของข้าอยู่พร้อมกันนั้นข้าก็พยายามรักษาอาการบาดเจ็บของข้าไปด้วย"วิญญาณเร่ร่อนกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปที่หลินเทียนด้วยท่าทางหวาดหวั่นเล็กน้อย เขาจำความรู้สึกที่เหมือนกับร่างกายกำลังจะแตกออกของเมื่อสักครู่นี้ดี ถ้าเกิดว่าเขายังปากแข็งอีกละก็มีหวังวิญญาณของเขาคงจะต้องสูญสลายเป็นแน่! ดังนั้นเขาไม่กล้าจะโกหกอะไรอีกฝ่าย

"แต่ถึงอย่างนั้นบนโลกนี้ก็มีผู้คนตั้งมากมาย ไม่ต้องพูดถึงบนโลกนี้แค่ในเมืองเจียงไห่นี้ก็มีผู้คนมากมายหลายล้านคนแล้วทำไมแกถึงเจาะจงมาสิงร่างของผู้หญิงคนนี้ แกมีเหตุผลอื่นอีกใช่ไหม?"หลินเทียนกล่าวถามความสงสัยของตัวเองออกมา เขาไม่เชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องบังเอิญที่วิญญาณเร่ร่อนเลือกสิงร่างของภรรยาของเหวินซ่งหนาน

"เป็นเพราะว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนกับคนอื่น"วิญญาณเร่ร่อนกล่าว

"หืม?ไม่เหมือนกับคนอื่น? "หลินดทียนได้ยินอย่างนนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยเล็กน้อย จากการตรวจสอบของเขาดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้ก็มีร่างกายที่ปกติเหมือนกันกับคนอื่นๆทั่วไป ทำไมวิญญาณเร่ร่อนตนนี้ถึงบอกว่าเธอไม่เหมือนคนอื่นกัน?

"ใช่แล้ว ผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากมนุษย์ธรรมดาคนอื่นๆ เธอคนนี้มีสายเลือดของอสูรพฤษา!"วิญญาณเร่ร่อนกล่าวออกมาพร้อมกับเผยใบหน้าที่จริงจัง!

"อธิบายมา"หลินเทียนทำหน้าสงสัยพร้อมจ้องมองไปที่วิญญาณเร่ร่อน อสูรพฤษาคืออะไร?

"อสูรพฤษาเป็นอสูรของโลกเดิมของข้า พวกมันนั้นไม่ได้เก่งกาจมากนักในเรื่องพละกำลังการต่อสู้ แต่ทว่าพวกมันนั้นมีความสามารถอย่างหนึ่งที่ทำให้เหล่าผู้คนหรือแม้แต่อสูรอื่นๆไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วย ความสามารถนั้นก็คือการเป็นอมตะ"

"เป็นอมตะไม่ใช่ว่าพวกมันจะไม่ตายเพียงแต่ว่าอมตะนี้หมายถึงพวกมันนั้นมีพลังชีวิตที่ไร้ที่สิ้นสุด ไม่ว่าศัตรูจะโจมตีหรือว่าทำอะไรพวกมันก็จะสามารถฟื้นกลับมาเป็นดังเดิม"วิญญาณเร่ร่อนอธิบายออกมาพร้อมกันมันยังทำท่าทางหวาดกลัวอีกด้วย ถ้าเกิดว่าพวกอสูรพฤษารู้ว่าเขาได้สิงร่างสายเลือดของพวกมันละก็ มีหวังเขาคงจะได้หายไปตลอดการแน่ อสูรพฤษาขึ้นชื่อเรื่องการรักสายเลือดของตัวเองด้วย เมื่อรู้ว่าเป็นสายเลือดตัวเองอสูรพฤษาจะทำการดูแลปกป้องเป็นอย่างดีเพราะพวกมันนั้นแทบที่จะใกล้สูญพันธุ์แล้ว

"งั้นเจ้าจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้มีสายเลือดที่แข็งแกร่งขนาดนั้นอยู่ในตัวงั้นหรอ"หลินเทียนกล่าวถามออกมา

"ใช่แล้วล่ะถึงมันจะเป็นเพียงเสี้ยวเดียวก็เถอะ"วิญญาณเร่ร่อนตอบออกมา

ได้ยินคำกล่าวของวิญญาณเร่ร่อนหลินเทียนก็พยักหน้าเข้าใจ ส่วนเรื่องที่ว่าเหตุใดสายเลือดของอสูรพฤษามาอยู่บนโลกนี้ได้หลินเทียนไม่ค่อยสงสัยเท่าไหร่ก็ขนาดวิญญาณเร่ร่อนตนนี้ยังมาบนโลกนี้ได้เลย บางทีอาจมีอสูรพฤษาบางตัวเคยมาโลกนี้ก็ได้

"ฉันเข้าใจแล้ว ที่แกสิงร่างของผู้หญิงคนนี้เป็นเพราะว่าแกกำลังดูดซับพลังชีวิตในเลือดของผู้หญิงคนนี้อยู่สินะ ฉันพูดถูกไหม"หลินเทียนพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมวิญญาณเร่ร่อนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ถึงได้มาสิงร่างของภรรยาของเหวินซ่งหนาน "เอาล่ะงั้นมาที่คำถามที่สอง แกมาจากไหน?" หลังจากที่ได้คำตอบของคำถามแรกแล้วหลินเทียนก็ได้ถามคำถามต่อมา

ซึ่งคำถามนี้ก็ทำให้วิญญาณเร่ร่อนถึงกับทำตัวไม่ถูก"เออ...อย่างที่ข้าได้บอกเจ้าไป ข้าไม่ได้มาจากโลกใบนี้"

"โลกที่ข้าเคยอยู่นั้นอันตรายกว่าที่นี่นับหลายร้อย ไม่สิหลายพันเท่า ผู้คนในที่แห่งนั้นต่างก็เป็นคนที่แข็งแกร่ง โลกที่ข้าได้จากมามีชื่อว่าโลกสามภพ"

"โลกสามภพ?"

"ใช่แล้ว ในโลกแห่งนั้นจะถูกปกครองโดยสามเผ่าพันธุ์ซึ่งก็คือ มนุษย์ ปีศาจแล้วก็อสูรเพราะเหตุนี้มันจึงเป็นที่มาของคำว่าโลกสามภพ"

ได้ยินคำอธิบายของวิญญาณเร่ร่อนหลินเทียนก็พยักหน้าเข้าใจ จากนั้นเขาก็กล่าวถามวิญญาณเร่ร่อนอีกว่า"แล้วแกมาที่โลกใบนี้ได้อย่างไร อย่าบอกน่ะว่ามีประตูเชื่อมโลกของแกกับโลกใบนี้?"

ถ้าเกิดว่ามีประตูเชื่อมจริงๆละก็อย่างนั้นมันก็อันตรายสำหรับโลกใบนี้ ถ้าเกิดพวกของโลกสามภพพยายามที่จะบุกเข้ามาที่โลกใบนี้ละก็ ผู้คนในโลกนี้ก็จะตกอยู่ในอันตราย อย่างไรซะในโลกนี้ก็มีคนที่บ่มเพาะพลังไม่มากนัก อีกทั้งผู้บ่มเพาะของโลกใบนี้ส่วนใหญ่ก็อ่อนแอมาก

เนื่องจากบนโลกใบนี้มีพลังงานธรรมชาติเพียงน้อยนิด นี่คือข้อจำกัดที่ทำให้ผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่บนโลกใบนี้อ่อนแอ

"เออ..ข้าก็ไม่รู้ข้ามาอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร ตอนนั้นข้าได้เข้าไปสำรวจสุสานของผู้แข็งแกร่งท่าหนึ่ง ในระหว่างที่เข้าไปสำรวจภายในข้าก็ได้ประสบกับพายุมิติเข้าและเมื่อรู้ตัวอีกทีข้าก็ได้มาอยู่บนโลกในนี้แล้ว"วิญญานเร่ร่อนอธิบายออกมา

"อย่างนั้นหรอ?ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี เอาละฉันหมดคำถามกับแกแล้วที่นี้ฉันจะทำอย่างไรกับแกดี"หลินเทียนยิ้มเบาๆมองไปที่วิญญาณเร่ร่อน

เมื่อเห็นรอยยิ้มของหลินเทียนวิญญาณเร่ร่อนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชาหวาบในใจ ถึงแม้มันจะไม่มีหัวใจก็เถอะ

"เจ้า...เจ้าบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าถ้าข้าตอบคำถามของเจ้า เจ้าจะปล่อยข้าไป"

"นี่เจ้าไม่รักษาคำพูดอย่างงั้นหรอ!!" วิญญาณเร่ร่อนกล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัว อุตส่าห์คิดว่าวันนี้จะรอดออกไปได้แล้วเชียว

"ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าจะปล่อยแกไป ฉันแค่บอกว่าจะพิจารณาจากคำตอบของแก"

"เอาล่ะถือว่าฉันพอใจกับตอบของแกมาก ฉันจะไม่ฆ่าแกก็แล้วกัน"หลินเทียนกล่าวออกมาอย่างสงบ

เมื่อได้ยินอย่างนั้นวิญญาณเร่ร่อนก็แสดงความยินดีทันที"จริงหรอ?! เจ้าจะปล่อยข้าไปงั้นหรอ"

"ฉันแค่บอกว่าจะไม่ฆ่า ไม่ได้จะปล่อยแกไปสักหน่อย ตั้งแต่ตอนแรกที่ฉันได้เจอแกฉันรู้สึกไม่พอใจกับการแสดงออกของแกเท่าไหร่"

"งั้นฉันจะส่งแกไปอบรมหน่อยก็แล้วกัน"

"อบรม?เจ้าหมายความ-อ๊ากก!!"ยังไม่ทันที่วิญญาณเร่ร่อนจะได้กล่าวจบ จู่ๆเขาก็เห็นกริชโบราณเล่มหนึ่งโผล่ขึ้นมาที่มือของหลินเทียน หลังจากนั้นไม่นานกริชโบราณเล่มนั้นก็เกิดวังวนสีแดงขึ้นมาจากนั้นก็เกิดแรงดูดมหาศาล วิญญาณเร่ร่อนที่อยู่ในการจับกุมก็ถูกแรงดูดมหาศาลนั้นดูดเข้าไปข้างในตัวกริชโบราณ

หลังจากที่ดูดวิญญาณเร่ร่อนเข้าไปหลินเทียนก็จ้องมองที่กริชโบราณสักพักจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาว่า "ฝากอบรมเจ้านี่ให้หน่อย"

"ได้ครับนายท่าน"เสียงของมังกรโลหิตดังออกมาจากกริชโบราณ

ในเวลาเดียวกันนั้นเองเสียงของวิญญาณเร่ร่อนก็ได้ดังออกมา"อะไรกัน!! นี่ข้าอยู่ที่ไหน อ๊ากก!! นั่นมันตัวอะไร บ้าน่า ม..ม..มังกร!!!! ช่วยด้วยๆ!!"

หลินเทียนเก็บกริชโบราณเข้าไปในแหวนมิติของตัวเอง หลังจากนั้นเข้าก็เข้าไปสำรวจดูอาการของภรรยาของเหวินซ่งหนาน



ตอนก่อน

จบบทที่ โลกสามภพ

ตอนถัดไป