เผ่าอสูรโลหิต!
ในขณะเดียวกัน ในห้องของซุนห่าว
“อืม พักดื่มชาก่อน เราค่อยเล่นดนตรีด้วยกันในภายหลัง” ซุนห่าวกล่าว
“เจ้าค่ะ นายน้อย!” หวงหรูเหม่ยพยักหน้าอย่างมีความสุข เมื่อนางกำลังจะนั่งลง ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
“เผ่าพันธุ์ปีศาจ กล้าดียังไงมาสร้างความปั่นป่วนที่เมืองเจียงหยาง อยากตายมากนักหรือไง!”
ก่อนที่หวงหรูเหม่ยจะได้เคลื่อนไหว นางก็หน้าถอดสีเผยให้เห็นร่องรอยของความกลัว
“ไม่ ไม่เพียงแต่เผ่าปีศาจแต่ยังรวมถึงเผ่าอสูรโลหิตด้วย!”
“ยังมีออร่าที่แข็งแกร่งกว่าข้ามาก หากข้าทำอะไรลงไปอย่างไม่คิดให้ดี เกรงว่ามันจะดึงดูดความสนใจจากคนผู้นั้น!”
“ในเวลานั้นข้าอาจจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้! แล้วนายน้อยจะต้องลงมือเอง หากเป็นเช่นนี้ หัวใจเต๋าของเขาจะต้องเสียหายอย่างแน่นอน!”
“ทำเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด! หืม ข้าทำได้แค่ดูแลนายน้อยให้ปลอดภัยและป้องกันเขาให้พ้นจากปัญหา!” หลังจากครุ่นคิด หวงหรูเหม่ยก็ตัดสินใจได้
นางโบกมือขวาออกไปก่อนจะเกิดคลื่นในอากาศที่มองไม่เห็นเข้าปกคลุมห้อง เสียงจากภายนอกถูกปิดกั้นไว้โดยสิ้นเชิง
“หรูเหม่ย เมื่อครู่นี้เหมือนข้าจะได้ยินเสียงกรีดร้อง เจ้าได้ยินรึเปล่า?” ซุนห่าวถาม
"กรีดร้อง?"
หวงหรูเหม่ยแสร้งทำเป็นสงบ นางส่ายหัวไปมาพลางกล่าวตอบ “ข้าไม่ได้ยินอะไรเลย!”
ซุนห่าวเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มออกมา “เหมือนว่าข้าจะได้ยินผิดไปเอง มาดื่มชากันเถอะ หลังจากดื่มถ้วยนี้แล้วเราค่อยไปเล่นกู่ฉินกันต่อ!
“เจ้าค่ะ นายน้อย!”
……
……
“จบแล้ว มันจบแล้ว!”
หนิงหมิงจือทรุดตัวลงกับพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง รอบๆตัวเขามีดวงตาสีแดงจ้องมองมาที่เขาอย่างกระหายเลือด
ตอนนี้ข้าเหลือแค่ตัวคนเดียวแล้ว
“ถ้าข้าสามารถฝึกฝนได้ ข้าจะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้!” หนิงหมิงจือกุมศีรษะไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เขาขดตัวลงเหมือนกับลูกบอล
วินาทีถัดมา เขากำลังจะถูกหุ่นเชิดพวกนี้ฉีกเป็นชิ้นๆแล้วถูกพวกมันกิน
“ฟึบ … ”
หุ่นเชิดทั้งหมดพุ่งเข้าหาเขาในทันที
"อา!" หนิงหมิงจือกรีดร้องออกมา เมื่อเห็นหุ่นเชิดมนุษย์กำลังพุ่งเข้าใส่เขา
ตอนนั้นเอง
“เจิ้ง…” เสียงกู่ฉินดังขึ้น สัตว์ประหลาดทุกตัวนิ่งเฉย ดวงตาของพวกมันแดงก่ำ
“เจิ้ง เจิ้ง …” หมอกทมิฬรอบๆเริ่มระเหยไป
“ฟึบ …” หุ่นเชิดมนุษย์ได้สติขึ้นก่อนจะพุ่งไปในทิศทางของเสียง
“เจิ้ง เจิ้ง…” เสียงกู่ฉินยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคลื่นเสียงพุ่งเข้าหาสัตว์ประหลาด
“ก๊าา…” หุ่นเชิดมนุษย์คำรามออกมาก่อนจะดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง พวกมันไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าต่อได้
เมื่อเสียงกู่ฉินดังขึ้นเรื่อยๆ หุ่นเชิดมนุษย์ก็ค่อยๆสงบลงแล้วล้มลงกับพื้น
ร่างกายของพวกมันเหมือนกับมีน้ำเดือดเทลงบนหิมะจนละลายอย่างรวดเร็ว เนื้อหนังของพวกมันละลายอย่างรวดเร็วเป็นแอ่งหนองไหลลงบนพื้น
ร่างกายของหนิงหมิงจือสั่น หลังจากรออยู่นาน เขาก็พบว่าร่างกายของเขาไม่ได้ถูกโจมตี
เขาพยายามลืมตาก่อนจะเห็นว่าหุ่นเชิดพวกนี้ตายหมดแล้ว
“ตายแล้ว หุ่นเชิดมนุษย์พวกนี้ตายหมดแล้ว?”
“หรือจะเป็นเพราะเสียงกู่ฉิน?”
หนิงหมิงจือรวบรวมความกล้าหาญก่อนจะเดินไปรอบๆ เขาพบว่านอกจากหนองและกลิ่นเหม็นแล้ว ที่พื้นยังเต็มไปด้วยซากศพ
ในที่สุด หนิงหมิงจือก็มายืนอยู่นอกห้องของซุนห่าว ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาชั่วครู่นึง
“นี่คือห้องของนายน้อย ยังไม่มีร่องรอยบุบสลาย ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เป็นไร!”
“ทำลายหุ่นเชิดด้วยเสียงกู่ฉินและยังพัดผ่านหมอกสีดำออกไป แข็งแกร่งมาก!”
“ดูเหมือนว่านายน้อยไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นผู้ฝึกตน เป็นปรมาจารย์เต๋า!”
“มันทั้งไม่เร็วเกินไปหรือสายเกินไปในตอนที่ช่วยข้า เป็นวิธีที่ฉลาดและทำให้ผู้คนจดจำ!”
หนิงหมิงจือยืนพึมพำอยู่นอกห้องของซุนห่าว เขาพยายามจะเคาะประตูแต่ก็กลัวจะเป็นการรบกวน
“ลืมมันไปเถอะ ข้าค่อยมาขอบคุณเขาในครั้งต่อไป!” หนิงหมิงจือเดินกลับไปที่ห้องของเขาและถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขาเปิดหน้าต่างมองออกไปที่เมืองเจียงหยาง
เมื่อหนิงหมิงจือเห็นว่าเมืองเจียงหยางถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำสนิท ดวงตาของเขาก็หดตัวลง
มีคลื่นอากาศที่มองไม่เห็นปกคลุมโรงเตี้ยมเยว์จุน หมอกทมิฬพวกนี้ไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้ภายในสองเมตรรอบๆนี้
“นายน้อยกำลังควบคุมเสียงกู่ฉินทำให้มันไม่กระจายออกไป!”
“ด้วยความแข็งแกร่งเช่นนี้ เขาคงจะเป็นปรมาจารย์เต๋าไร้เปรียบอย่างแน่นอน!”
“ทำไมเขาถึงมอบรูปบูชาพระพุทธให้กับข้า” เมื่อคิดอย่างนั้น หนิงหมิงจือก็เปิดม้วนภาพแล้วมองมันอย่างละเอียด
……
……
บนเวทีการแข่งขัน
เฉินเต้าหมิงจ้องไปที่มือขวาของเขาอย่างว่างเปล่า
“กา กา กา …” ในขณะนั้น เสียงหัวเราะแปลกๆก็ดังขึ้น เงามืดที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ก่อรูปขึ้นเป็นชายผู้หนึ่ง
ชายผู้นี้มีครึ่งหน้าเป็นโครงกระดูกอีกครึ่งหน้าเป็นมนุษย์ดูน่ากลัว เขาคือเซี่ยจุน ราชาปีศาจ
เขาหยิบขวดหยกออกมาแล้วเปิดฝาขวด เมื่อเห็นสิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้น เขาก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
“ฮะฮะ…”
“แน่นอน เม็ดยาซวนหลิงระดับเก้า ของดี ของดี!”
“ของแบบนี้ข้าชอบ!” เซี่ยจุนกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ เขาเป็นเผ่าหุ่นเชิดมนุษย์!”
"อะไรกัน? ตระกูลหุ่นเชิด? เขาเป็นสมาชิกของเผ่าปีศาจหรือ?”
“พระเจ้า เผ่าพันธุ์ปีศาจกำลังมาแล้ว หนีเร็ว ช่วยด้วย!” หลังจากที่ตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง ผู้ฝึกตนในกลุ่มผู้ชมก็ตกอยู่ในความโกลาหล
มีหลายคนเริ่มบีบให้ฝูงชนวิ่งออกไป
ในอีกด้านหนึ่ง
หลิวรั่วมองไปที่เซี่ยจุน ร่างกายอ้วนๆของเขาสั่นออกมาเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกลัว
“กางเขตอาคม!” อาจารย์หลิวรั่วตะโกนอย่างกล้าหาญ เขารวบรวมความกล้าแล้วตะโกนเสียงดัง
“บูม … ” ผู้คุมเกราะสีทองหลายสิบคนที่อยู่ข้างๆเคลื่อนไหวกันในคราวเดียว แสงสีทองพุ่งขึ้นจากเกราะป้องกันสีทอง ก่อตัวเป็นโล่ทองคำครอบคลุมตัวของหลิวรั่ว
หลังจากที่ชุดเกราะส่องประกายปกป้องตัวหลิวรั่วแล้ว เขาก็ค่อยๆถอยห่างออกไปอย่างช้าๆ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความคิดที่จะเข้าไปต่อสู้เลย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เซี่ยจุนไม่ได้สนใจหลิวรั่วเลย ในสายตาของเขา มีเพียงเรื่องของยาเม็ดวิญญาณในขวดหยกนี้เพียงเท่านั้น
เฉินเต้าหมิงมองไปที่เซี่ยจุนอย่าง
“เจ้าจะเอาของของนายน้อยไปไม่ได้!” หลังจากพูดเสร็จ เฉินเต้าหมิงก็ค่อยๆชักดาบยาวของเขาออกมา
“ฟึบ … ” ดาบส่งเสียงออกมาก่อนจะทำให้เกิดเป็นคลื่นลมสั่นสะเทือน – พื้นที่ทั้งหมดราวกับกำลังจะแข็งตัวขึ้น
เจตนาดาบที่ไม่มีที่สิ้นสุดไหลออกมาราวกับสึนามิพุ่งเข้าหาเซี่ยจุน
พริบตาต่อมา เซี่ยจุนก็รู้สึกเหมือนกับกำลังโดนภูเขายักษ์กดทับอยู่ แม้แต่จะหายใจก็ยังยาก
เขาปิดขวดหยกและมองไปที่เฉินเต้าหมิง ในสายตาของเขาเผยความรู้สึกประหลาดใจออกมา “เจตจำนงของดาบ! เด็กชายในขอบเขตตัวอ่อนจักรวิญญาณกลับเรียนรู้เจตจำนงของดาบได้แล้ว?”
“พระเจ้าให้โอกาศข้า ร่างกายของเจ้า ข้าต้องการมัน!” เซี่ยจุนเลียริมฝีปากของตน เขามองไปที่เฉินเต้าหมิงราวกับกำลังมองไปที่สมบัติ
“ฉึก …” ตอนนั้นเอง เฉินเต้าหมิงก็ดึงดาบยาวในมือของเขาออกจนหมด
ปราณดาบที่มองไม่เห็นรวมตัวกันเป็นรูปร่างอย่างรวดเร็ว เฉินเต้าหมิงเล็งไปที่เซี่ยจุนก่อนจะฟันลง
เสียงฟันนั้นเงียบเฉียบ แต่กลับมีพลังอันไร้ที่สิ้นสุดแฝงอยู่ข้างใน
"อะไรกัน?เจตจำนงดาบเปลี่ยนรูป! เขา… เขาฝึกฝนมาถึงระดับนี้แล้ว? ช่างเป็นอัจฉริยะจริงๆ! เรื่องนี้ค่อนข้างลำบากนิดหน่อย!” ใบหน้าของเซี่ยจุนเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
เขาใช้การป้องกันทุกชนิดที่สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็ว
“ซึบ …” ดาบล่องหนพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะฟันเซี่ยจุนในทันที
เห็นได้ชัดว่าเสียงนั้นเบาเป็นอย่างมาก แต่ทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆตั้งแข็งค้าง หูของพวกเขารู้สึกเสียวซ่าและภายในปากของพวกเขาก็มีเลือดออกจากด้านใน
แม้แต่โล่ที่ปกคลุมตัวของหลิวรั่วก็ยังต้องสั่นไหว มันราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
“ปัง … ” เซี่ยจุนถูกกระแทกกระเด็นไปเหมือนกับว่าวขาดสาย ละอองเลือดกระเซ็นออกมาตามทางที่เขากระเด็นไป