ความสิ้นหวังไม่รู้จบ
ขวานตกไปอยู่ในมือของเซี่ยซา
“นี่คือสิ่งที่ทำร้ายเจ้า?” เซี่ยซามองตรวจสอบขวานขึ้นลง แต่เขาก็พบว่ามันไม่ได้มีความพิเศษใดๆ ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไร ขวานนี่ก็ต้องเป็นขวานธรรมดาแน่นอน
“พี่ชา อย่าประมาทมันเด็ดขาด! เจ้าหนูนั้นใช้ขวานสร้างการโจมตีอันน่ากลัวออกมาได้!”
“การโจมตีอันน่ากลัว!? อย่าโง่ไปหน่อยเลย …” ทันทีที่คำพูดของเซี่ยซาสิ้นสุดลง ใบหน้าของ เขาก็เปลี่ยนไป เขาพบว่าขวานนั้นดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แถมยังไม่สามารถปล่อยมือจากขวานได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ขวานยังกินพลังปราณของเขาไปเรื่อยๆอีกด้วย
“บ้าเอ๊ย นี่มันอะไรกัน!” เซี่ยซาพยายามจะกำจัดขวานออกไปด้วยวิธีต่างๆ เขาดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
แต่ทว่ามันก็ไร้ประโยชน์ ขวานที่อยู่ในมือของเซี่ยซาเริ่มร้อนขึ้นแล้วจนเกิดเป็นไฟลุกไปทั่วแขน
"อ๊าาาา!" เซี่ยซาร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขาคำรามก่อนจะตัดแขนของตัวเองทิ้ง
“ตุบ…” แขนและขวานของเขาตกลงกับพื้น
“จื่อ…”
เสียงของแขนที่โดนเผาดังขึ้น
แขนของเซี่ยซาเริ่มไหม้ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในที่สุดมันก็กลายเป็นสีดำเกรี้ยม หลังจากสายลมพัดมาก็พัดเอาเถ้าดำลอยออกไปจนไม่เหลือสิ่งใดไว้เลย
ตัวขวานมีแสงสว่างจางๆเปล่งออกมา
“ให้ตายเถอะ ขวานหักๆนี้กินพลังของข้าไปสองส่วน!”
“ถ้าเป็นเช่นนี้ ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องชดใช้!” เซี่ยจุนกวาดสายตาไปมองยังผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ
“ชู่ … ” หมอกโลหิตที่อยู่ใกล้ๆพุ่งเข้าหาผู้ฝึกตนอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ฝึกตนคนอื่นๆเห็นเช่นนี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขารีบวิ่งหนีกันอย่างบ้าคลั่ง
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะได้วิ่งออกไป หมอกโลหิตก็เข้ามาปกคลุมร่างกายของพวกเขาไว้แล้ว
“อ๊าก … ” เสียงกรีดร้องดังขึ้นสูงทะลุท้องฟ้า ผิวหนังบนร่างกายของพวกเขาเริ่มเน่าเปื่อย เลือดในร่างกายของพวกเขาพุ่งออกมาอย่างน่ากลัว เลือดเหล่านี้ผสานเข้ากับหมอกโลหิตที่อยู่รอบๆจนไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้
ปราณโลหิตเหล่านี้บินไปยังเซี่ยซาก่อนจะรวมเข้ากับร่างกายของเขา แขนที่ขาดไปของเขางอกออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"อา!" เสียงกรีดร้องดังออกมา ผู้บ่มเพาะถูกหมอกโลหิตกลืนกินไปอย่างต่อเนื่อง
ผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจ ผู้ฝึกตนหลายร้อยคนตายอย่างทรมาน
ผู้ฝึกตนคนอื่นๆกลัวมากจนล้มลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
“ตอนแรกก็หุ่นเชิดมนุษย์ จากนั้นก็ปีศาจโลหิตอีก จะให้เรารอดไปได้อย่างไร?”
“ใครจะสามารถช่วยเราได้?”
“ข้าไม่อยากตาย พระเจ้า ช่วยพวกเราด้วย!” ผู้บ่มเพาะหลายคนคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความสิ้นหวัง
แต่สิ่งที่พวกเขาทำนั้นไร้ประโยชน์
"อ๊ากก!" เสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่หยุด
เฉินเต้าหมิงมองไปที่เซี่ยซา เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ให้ตายสิ บัดซบ!”
“กล้าที่จะแย่งชิงสมบัติที่นายน้อยมอบให้ข้า เจ้าต้องตาย!” เฉินเต้าหมิงกัดฟันคำราม
“โอม … ” ขวานดูเหมือนกับจะได้ยินเสียงเรียกของเขา ขวานสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะบินกลับไปหาเฉินเต้าหมิง พลังปราณพุ่งออกมาจากขวานไหลไปยังแขนผ่านเส้นลมปราณไปยังตันเถียนของเขา
พลังที่ไหลเข้ามาใหม่สามารถทำให้เฉินเต้าหมิงสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
"ตาย!" เฉินเต้าหมิงทุ่มกำลังทั้งหมดไปในขวานอีกครั้งแล้วฟันมันออกไปสุดแรง
“ฮึ่ม…” ท้องฟ้ากลายเป็นมืดมิดอีกครั้ง แสงสีขาวตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อเซี่ยจุนเห็นสิ่งนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนเตือน “พี่ซา ระวัง!”
“นี่ … มันเป็นไปไม่ได้!” เซี่ยซาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนอย่างฉับพลัน แสงสีขาวนี้มีพลังมากขึ้นเป็นสองเท่าจากครั้งก่อน
“บ้าจริง!” เซี่ยซาคำราม เขาระดมพลังปราณโลหิตอย่างบ้าคลั่ง ปราณโลหิตถูกสร้างเป็นมือโลหิตขนาดใหญ่
มือโลหิตพุ่งออกไปคว้าแสงสีขาวไว้
“จื่อ…” ควันดำพวยพุ่งออกมา มือโลหิตสลายหายไปในพริบตา
“ย๊าาา!!” เซี่ยซาคำราม เขาใช้หมอกเลือดต้านทานแสงสีขาวอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละ ในที่สุดเขาก็กำจัดแสงสีขาวออกไปได้
"ไม่ดีแล้ว!" เมื่อเห็นว่าการโจมตีของเขาถูกป้องกันอีกครั้ง เฉินเต้าหมิงล้มลงนั่งบนพื้นอย่างหมดหนทาง
“บัดซบ บัดซบ!”
“ข้าสูญเสียพลังไปสามส่วนแล้ว วันนี้เจ้าจะต้องตาย!” เซี่ยซามองไปที่เฉินเต้าหมิงพร้อมกับกล่าวอย่างโกรธแค้น
“พี่ซา ให้ข้าทำให้มันเป็นหุ่นเชิดมนุษย์ วิธีนี้ดีกว่าการฆ่ามันทิ้ง!” ตอนนั้นเอง เซี่ยจุนก็รีบกล่าวหยุด
"ดี!" เซี่ยซาพยักหน้า สายตาของเขาจับจ้องไปยังผู้ฝึกตนรอบๆอีกครั้ง
“ถ้างั้นพวกเจ้าทั้งหมดก็กลายมาเป็นพลังของข้าซะ!”
“การเป็นหนึ่งเดียวกับข้าคือความภาคภูมิใจสูงสุดของพวกเจ้า!” หลังจากที่เขาพูดเช่นนั้น เซี่ยซาก็โบกมือขวาของเขาอย่างแรง
หมอกเลือดพลุ่งพล่านไปห่อหุ้มผู้ฝึกตนอย่างรวดเร็ว
“โว้ว … ” ใครก็ตามที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกนี้จะมีเลือดไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เลือดเหล่านี้ลอยขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะปะปนกันจนแยกไม่ออก
“ไม่ อย่า!”
"ช่วยด้วย!"
“ข้าฝึกฝนอย่างหนักมาตลอดชีวิต พระเจ้า โปรดปล่อยข้าไปเถอะ!”
"อ๊าาา!" เสียงร้องยังคงดังขึ้นไม่รู้จบ ฉากทั้งหมดเหมือนกับนรกบนดิน มันน่ากลัวเป็นอย่างมาก ผู้ฝึกตนล้มลงไปที่ละคนเช่นเดียวกับตอนที่ชาวนากำลังตัดข้าวสาลี
เมื่อหลิวรั่วเห็นฉากนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงการที่จะเข้าไปช่วยผู้ฝึกตนเลย เขาทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความตกใจ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง
“เกิดบ้าอะไรขึ้น? เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายพวกนี้ร่วมมือกับเผ่าปีศาจเพื่อจัดการกับเมืองเล็กๆอย่างเจียงหยางอย่างงั้นหรือ?!”
“พวกมันจะฆ่าผู้คนทั้งเมืองเจียงหยางเลยหรือ?”
“จะทำอย่างไร? ใครก็ได้ช่วยเราด้วย!” หลิวรั่วพึมพำกับตัวเองแล้วเริ่มอธิษฐาน
หลังจากผ่านไปไม่นาน ผู้ฝึกตนเหลือน้อยกว่าแปดพันคน ผู้ฝึกฝนอย่างน้อยสองพันคนเสียชีวิตในมือของเซี่ยซา
"อ๊าาา!" ผู้ฝึกตนจำนวนมากกรีดร้องดังขึ้นต่อเนื่อง
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
“พลังปราณเลือดช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ ดีมาก! หากเป็นเช่นนี้ ข้าจะไม่เพียงแต่ฟื้นตัวเท่านั้น แต่ยังจะก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วย!” เซี่ยซาเงยหน้าขึ้นหัวเราะเหมือนกับคนบ้า
ตอนนั้นเอง
“เจ้าปีศาจโลหิต กล้ามากที่มารุกรานเผ่ามนุษย์ เจ้าอยากตายมากนักใช่ไหม!” เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากท้องฟ้า จากนั้นร่างสองร่างก็ค่อยๆลอยลงมาจากท้องฟ้า คนสองคนนี้คือหลัวหลิวหยานและซูอี้หลิง พวกนางยืนอยู่ในอากาศพลางจ้องมองไปที่เซี่ยซาอย่างเย็นชา
“ขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่าขั้นสมบูรณ์!?” เซี่ยซามองไปที่หลัวหลิวหยานด้วยท่าทางหวาดกลัว แต่ไม่นานนักเขาก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
เซี่ยซายิ้มพลางกล่าว “ตุ๊กตาตัวเมียสองตัว พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อเป็นอาหารของพวกเราหรือไง?”
"ฮึ!" หลัวหลิวหยานพ่นลมอย่างเย็นชา มือขวาของนางสั่นเล็กน้อย มันเต็มไปด้วยอำนาจอันลึกลับ
“วู้ …” อากาศสั่นสะเทือน เลือดรอบตัวของเซี่ยซาระเหยกลายเป็นความว่างเปล่าภายในพริบตาก่อนที่เขาจะถูกพลักให้บินออกไปอย่างรุนแรง
“อัก … ” เซี่ยซาพ่นเลือดออกมา เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
"มันเป็นไปได้ยังไงกัน?" เซี่ยซาพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“เทพธิดามาช่วยพวกเราแล้ว เยี่ยมเลย!”
“พวกนางมาจากวังทะเลสาบหยก!”
“อะไรกัน นี้คือพลังของวังทะเลสาบหยกที่เป็นนิกายระดับเจ็ดงั้นหรือ?
“พวกนางอยู่ที่นี่แล้ว! พวกเรารอดแล้ว!”
“ขอบคุณท่านเทพธิดาที่ช่วยชีวิตพวกเรา!” ผู้ฝึกตนทุกคนคุกต่างเข่าลงและก้มศีรษะให้กับผู้หญิงทั้งสองคน
“อืม ลุกขึ้น พวกเจ้าทุกคนออกไปจากที่นี่ก่อน!” หลัวหลิวหยานกล่าว
"ขอรับ!" ผู้ฝึกตนลุกขึ้นทีละคนแล้วเริ่มหนีกันออกไป
เฉินเต้าหมิงพยายามลุกขึ้นแล้วเดินตามฝูงชนออกไป
“กล่าวตามตรง ข้าจะให้เวลาเจ้าได้แสดง!”
หลัวหลิวหยานยืนอยู่ต่อหน้าเซี่ยซาก่อนจะพูดอย่างเย็นชา
“ด้วยพวกเจ้าเพียงลำพัง แต่กลับต้องการจะฆ่าอย่างงั้นหรือ?” เซี่ยซาหัวเราะขึ้น
“ท่านอาจารย์ อย่ายืนดูอยู่อีกเลย เผยตัวออกมาเถอะ! มิฉะนั้น ท่านจะไม่ได้เห็นศิษย์คนนี้อีกเลย” เซี่ยซาตะโกน