ทะเลโลหิต
ณ โรงเตี๊ยมเยว์จุน
“ติ๊ง แต้มอวยพร +80”
“ติ๊ง แต้มอวยพร +100”
……
ในหูของซุนห่าว เสียงเตือนดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ซุนห่าวเพิกเฉยต่อเสียงพวกนี้โดยสิ้นเชิง เพราะในตอนนี้เขากำลังเล่นกู่ฉินร่วมกับหวงหรูเหม่ยอย่างจริงจัง
ทันทีหลังจากเล่นกู่ฉินจบ ซุนห่าวก็เปิดหน้าจอดูแต้มอวยพร ด้านบนมันมีแต้มอวยพรแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน: 3780 แต้มอวยพร
“เพียงแค่เล่นกู่ฉินอยู่ที่นี่ กลับทำให้ข้าได้รับแต้มอวยพรมากกว่า 2,000 แต้ม?”
“นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม?”
ใบหน้าของซุนห่าวเต็มไปด้วยความประหลาดใจเมื่อมองไปยังแต้มอวยพรบนแผงหน้าจอ
ถ้าเป็นอย่างงั้นนั้นจริง เขาก็จะสามารถได้รับแต้มอวยพรจากการเล่นกู่ฉินที่นี่ทุกวัน?
อย่างไรก็ตาม
“ติ๊ง แต้มอวยพร +100”
คราวนี้ก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงนี้ ซุนห่าวก็กลับมาไม่มีความสุขอีกครั้ง นี่แสดงให้เห็นว่าแต้มอวยพรที่เขาได้นั้นไม่เกี่ยวอะไรกับการเล่นกู่ฉิน
ครู่ต่อมา
“ติ๊ง แต้มอวยพร +120”
มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น แต้มอวยพรที่เขาได้รับนั้นไม่มีกฎเกณฑ์เป็นตัวชี้เลย ซุนห่าวส่ายหัวพลางถอนหายใจ ดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาวิธีเก็บเกี่ยวแต้มอวยพร
ทัดใดนั้น
“ตุบ ตุบ…” หัวใจของซุนห่าวก็เต้นแรงขึ้น ความตื่นตระหนกที่อธิบายไม่ได้พุ่งเข้ามาที่หัวใจของเขา
“นายน้อย เรามาเล่นเพลงอื่นกันดีรึไม่?” หวงหรูเหม่ยถามขึ้น
ซุนห่าวโบกมือและส่ายหัวครู่หนึ่ง "หยุดเล่นก่อน เราพักกันเถอะ!” หลังจากพูดแล้ว ซุนห่าวก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ตุบ! ตุบ! ตุบ…” หัวใจของเขายังคงเต้นแรงขึ้น มันเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ซุนห่าวกดหน้าอกของตัวเองไว้ด้วยสีหน้าย่ำแย่
“นายน้อย ท่านเป็นอะไรรึเปล่า?” หวงหรูเหม่ยถาม
“ข้ารู้สึกกังวลบางอย่าง มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?" ซุนห่าวถาม
เมื่อหวงหรูเหม่ยได้ยินคำกล่าวนี้ ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“นายน้อย ไม่น่าจะมีอะไรผิดปกติ? ท่านคิดมากไปรึเปล่า!” หวงหรูเหม่ยกล่าว
“ไม่ ข้าต้องพักสักหน่อย” หลังจากพูดจบ ซุนห่าวก็เดินไปที่โต๊ะและหยิบพระสูตรหัวใจขึ้นมา
“ข้าต้องการสวดมนต์ มันส่งผลต่อเจ้าหรือเปล่า?” ซุนห่าวกล่าวถาม
"ท่านล้อเล่นแล้ว! ท่านอ่านข้าจะฟัง!” หวงหรูเหม่ยกล่าว
"ดี!" จากนั้นซุนห่าวหยิบพระสูตรหัวใจขึ้นมาอ่าน
[… “โปรดสดับสารีบุตร
กายนี้เองคือความว่างเปล่า
ความว่างเปล่าก็คือกายนี้
กายนี้มิใช่อื่นใดนอกจากความว่างเปล่า
ความว่างเปล่าไม่ใช่อย่างอื่นนอกจากกายนี้
ความรู้สึกก็เช่นเดียวกัน
การรับรู้ การสร้างจิต
และสติ…]
เสียงของเขาก่อให้เกิดเป็นอักขระจากพระคัมภีร์หลายชุดซึ่งไม่สามารถมองเห็นมันได้ด้วยตาเปล่า ตัวอักษรเหล่านี้เริ่มมารวมกันอยู่บนตัวเขาอย่างรวดเร็ว หลังจากหมุนวนอยู่สองสามครั้ง มันก็บินออกไปทางรอยแตกที่ประตู
……
……
เวทีประลอง
“ท่านอาจารย์ อย่ายืนดูอยู่อีกเลย เผยตัวออกมาเถอะ! มิฉะนั้น ท่านจะไม่ได้เห็นศิษย์คนนี้อีกเลย” เซี่ยซาตะโกน
หลังจากสิ้นเสียงนี้
“วูบบ…” ท้องฟ้าสั่นสะเทือน ทะเลเลือดไร้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าก่อนจะค่อยๆตกลงมา เหนือทะเลเลือดมีกระดูกนับไม่ถ้วนลอยบนนั้น
วิญญาณชั่วร้ายไร้สิ้นสุดกำลังวิ่งไปทุกหนทุกแห่ง เช่นทางช้างเผือกที่ไหลลงมาจากสวรรค์ที่เก้า
“โอม…”
ทุกคนในเมืองเจียงหยางรู้สึกว่าหัวของพวกเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับว่าวิญญาณของพวกเขากำลังสั่นสะท้านอยู่ มันเต็มไปด้วยความอึดอัด ความกลัวที่อธิบายไม่ได้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายของพวกเขา คนส่วนใหญ่เริ่มตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุม
แม้แต่ขาของหลัวหลิวหยานก็เริ่มสั่นเล็กน้อย ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอย่างมาก “อี้หลิง หนีไป! ก่อนที่มันจะสายไป!"
“ท่านอาจารย์ ข้า … ข้าไม่ไป ข้าต้องการต่อสู้ด้วยกันกับท่าน!” ซูอี้หลิงกล่าว
"เจ้าศิษย์โง่!"
หลัวหลิวหยานตะโกน “คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย เขามาพร้อมกับทะเลเลือด เป็นไปได้มากว่าเขาจะเป็นหนึ่งในสิบขุนศึกของเผ่าอสูรโลหิต!”
“วิญญาณชั่วร้ายปรากฏตัวแล้ว นี้เป็นสิ่งที่นายน้อยไม่ได้คำนวณไว้ รีบไปที่ภูเขาปีศาจและบอกเรื่องนี้กับนายน้อย!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“อาจารย์ ไม่ เราต้องไปด้วยกัน!” น้ำตาหลั่งไหลออกมาบนใบหน้าของซู่อี้หลิง
“เร็วเข้า มิฉะนั้นมันจะสายเกินไป!” หลัวหลิวหยานตะโกน
"มันสายไปแล้ว!" จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้น ชายในชุดดำปรากฏตัวต่อหน้าพวกนางทั้งสอง แม้แต่หลัวหลิวหยานก็ไม่รู้ว่าเขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
"อาจารย์!" เมื่อเห็นชายในชุดดำ เซี่ยซาก็โค้งตัวทำความเคารพ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข
ชายชุดดำมองไปเซี่ยซาก่อนจะส่ายหัวไปมาอยู่ครู่หนึ่ง
“ไร้ประโยชน์จริงๆ ข้าบอกให้เจ้าฝึกฝนให้มากขึ้นตลอดเวลาแต่เจ้ากลับไม่ฟัง ดูตอนนี้สิ เจ้าไม่สามารถแม้แต่จะจัดการกับตุ๊กตาตัวเมียที่อยู่ในขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่าได้เลย!” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซี่ยซาก็ก้มหน้าลงอย่างละอายใจ
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นปีศาจที่แท้จริง!” หลัวหลิวหยานมองไปที่ชายชุดดำพร้อมกับกล่าว
ชายชุดดำมองที่หลัวหลิวหยานแล้วยิ้มเล็กน้อย “ใช่แล้ว เจ้ามีสายตาที่ดี แต่นั้นเป็นคำพูดสุดท้ายของเจ้าอย่างงั้นหรือ?”
“ฮิฮิ ข้าควรจะเป็นคนคำนั้นไม่ใช่หรือ?” ปากของหลัวหลิวหยานยกขึ้นยิ้ม
“โอ้ เจ้าอยากจะลองหรือ? ถ้างั้นข้าจะให้โอกาสเจ้า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ใช้มันออกมา!” ชายชุดดำกล่าว
"ให้โอกาสข้า?" หลัวหลิวหยานยิ้มเล็กน้อยก่อนจะสะบัดมือขวาขึ้นและลงเบาๆ ราวกับว่านางกำลังถือถ้วยน้ำชาอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทางของนางไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ
“เจ้าอยากจะดื่มชาหรือไง? รีบๆแสดง …” คำพูดของเขายังไม่ทันจบ ใบหน้าของชายชุดดำก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ผมที่ด้านหลังศีรษะของเขาก็ลุกขึ้นอย่างอดไม่ได้ เขาเงยหน้าขึ้นก่อนที่ดวงตาของเขาจะหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
เขาเห็นมือยักษ์ที่ขนาดมหึมาพุ่งลงมาจากท้องฟ้า พลังอันน่าหวาดกลัวทำให้เหงื่อเย็นไหลออกมาจากแผ่นหลัง ถ้าโดนมือยักษ์นี้โจมตีใส่ตรงๆ เขาจะต้องได้รับบาดเจ็บเป็นแน่
ทะเลเลือด สมบัติวิเศษที่ปกคลุมท้องฟ้าอยู่ด้านบนคอยกันมิให้ผู้ใดหนีไป มันสายเกินไปแล้วที่จะเรียกมันกลับมาในตอนนี้
ต้องหนี!
ชายชุดดำเริ่มบินหนีอย่างรวดเร็วโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น ในระหว่างหนี เขาก็ใช้เกราะป้องกันต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่อง
"ไม่ดีแล้ว!" ชายชุดดำหันกลับมาก่อนจะพบว่าเขาลืมที่พาเซี่ยซาหนีมาด้วย
ถ้าเขาต้องการกลับไปช่วยเซี่ยซาในตอนนี้ เขาจะถูกฆ่าโดยฝ่ามืออันมหึมานี้ ถ้าหญิงสาวผู้นั้นใช้ทักษะนี้ได้อย่างเรื่อยแล้วละก็ เขาจะไม่โดนนางฆ่าจากฝ่ามือนี้หรอกหรือ?
“บูม…” ฝ่ามือแห่งความรักอันยิ่งใหญ่กดลงมาอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าเขาจะไปหนีไปที่ไหน ชั้นของอากาศก็จะระเบิดออกมา การระเบิดยังคงส่งเสียงออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ท่านอาจารย์ ช่วยข้าด้วย!”
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ พี่ซา ช่วยข้าด้วย!” เซี่ยซาและเซี่ยจุนตะโกนออกมาพร้อมกัน
ชายชุดดำยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ แต่เขาก็ไม่ได้กลับมาช่วยทั้งเซี่ยซาและเซี่ยจุน
"ไม่!"
"ไม่!"
เสียงร้องแห่งความสิ้นหวังสองเสียงเงียบลงอย่างกะทันหัน
“บูม!”
หลังจากมีเสียงดังออกมาสองเสียง ร่างของปีศาจทั้งสองก็ถูกบดจนแหลก ปราณโลหิตในร่างกายของเซี่ยซาระเหยไป แม้จะมีเทคนิคการฟื้นคืนชีพ แต่ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะฟื้นคืนชีพแล้ว สำหรับเซี่ยจุน ร่างกายของเขาสลายกลายเป็นผงละเอียดไปแล้ว
"ไม่ดี!"
หลัวหลิวหยานรู้สึกไม่ดีเมื่อเห็นว่าชายชุดดำหนีไปได้ นางรีบพาซู่อี้หลิงหนีไปอย่างรวดเร็ว
“อยากหนีหรือ?” ในขณะนั้นเองก็มีเสียงพูดดังขึ้น
ชายชุดดำมาปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสองก่อนจะเหยียดฝ่ามือออกไปใส่หลัวหลิวหยาน
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของหลัวหลิวหยานก็เปลี่ยนไปอย่างมาก นางหยิบม้วนภาพออกมาจากแหวนมิติแล้วเปิดมันออกอย่างไม่ลังเลเลย
“..เมื่อผลเบอร์รี่สีแดงเหล่านั้นเบ่งบานยามฤดูใบไม้ผลิ เป็นสัญลักษณ์ในความรักระหว่างเรา…”
ในม้วนภาพ ผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกจากมาจากมิติในรูปภาพ เพียงก้าวเดียวนางก็มายืนอยู่ตรงหน้าของชายชุดดำ
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของชายชุดดำก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“เต๋าปรากฏกาย? เป็นไปได้ยังไง!”