ปราบปรามทุกสิ่ง!
“เมื่อผลเบอร์รี่สีแดงเหล่านั้นเบ่งบานยามฤดูใบไม้ผลิ เป็นสัญลักษณ์ในความรักระหว่างเรา!” หลังจากที่หญิงสาวนางนั้นกล่าวสองประโยคนี้ออกมา นางก็ค่อยๆกดนิ้วออกไปข้างหน้า
“วู้ วูช …”
เบอร์รี่สีแดงโบยบินออกไปเหมือนเม็ดฝนบนท้องฟ้า
ผลเบอร์รี่สีแดงพวกนั้นเริ่มงอกงามขึ้นภายใต้สายตาของชายชุดดำ
"ไม่ดี!" ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จิตใจของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โลหิตเริ่มพุ่งออกจากร่างของเขา
หมอกโลหิตปกคลุมไปทั่วร่างของเขาในทันที
“โอม…”
ทะเลโลหิตสั่นสะเทือน
“ตุบ…”
เสาโลหิตลอยลงมาจากทะเลโลหิตก่อนจะพุ่งตรงไปที่หัวของชายชุดดำแล้วผสานเข้ากับเลือดเนื้อของเขา โลหิตเหล่านี้หมุนไปรอบๆตัวเขาอย่างรวดเร็ว
“อาก…” เสียงคำรามยังคงดังขึ้นต่อไป มันเหมือนกับเสียงของพายุที่พัดผ่านมาแต่ไกล เสียงเหล่านี้ทำให้หนังศีรษะของผู้คนเริ่มชา
“บูม! บูม!” เบอร์รี่สีแดงในมือของหญิงสาวระเบิดออกอย่างรวดเร็วบนหมอกโลหิต มันปะทะกับหมอกโลหิตรอบนอกจนทำให้เกิดระลอกคลื่น
เสียงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้นมาอย่างไร้ที่สิ้นสุด
“ฉึบ …” ผลเบอร์รี่สีแดงในมือของหญิงสาวนางนั้นตกลงมาเหมือนกับฝนลูกธนูที่ยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง
หมอกโลหิตตรงหน้าชายชุดดำยังคงระเบิดขึ้นเรื่อยๆก่อนจะระเหยกลายเป็นควัน
ท่ามกลางพายุระเบิด สิ่งก่อสร้างต่างๆในเวทีประลองถูกทำลายเป็นชิ้นๆแล้วกลายเป็นฝุ่นเข้าปกคลุมบริเวณรอบๆ
เมืองเจียงหยางทั้งหมดเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ถ้ามองจากระยะไกล มันเหมือนกับเมืองกำลังประสบเข้ากับพายุแห่งวันโลกาวินาศอันน่าสยดสยอง
บรรดาผู้รอดชีวิตต่างจ้องมองไปยังพายุในบริเวณเวทีประลองอย่างหวาดกลัวและตกตะลึง หลายคนก้มลงกับพื้น พวกเขาประสานมือสวดภาวนาอย่างลับๆ
“บ้าจริง!”
“ภาพวาดอมตะชนิดใดกัน? ทรงพลังมาก!”
“เหตุใดข้าจึงโชคร้ายเยี่ยงนี้ เผชิญหน้ากับสมบัติระดับนี้ในการต่อสู้ครั้งแรก!” ชายชุดดำคำรามออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาดึงพลังโลหิตมาต่อสู้กับภาพวาดอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่ ถ้าข้าทำแบบนี้ต่อไป ข้าจะถูกนางกลืนกิน!”
ชายชุดดำเงยหน้าตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า “ออกมา โลหิตอมตะ!”
“พึบ…”
ทะเลโลหิตสั่นไหว
ฝ่ามือโครงกระดูกขนาดมหึมายื่นออกมาจากทะเลโลหิต
เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า วิญญาณชั่วร้ายปกคลุมทั้งท้องฟ้าและบดบังดวงอาทิตย์ แรงกดดันทำให้ผู้คนข้างใต้ต้องหายใจแรง หัวใจของพวกเขาแทบจะหยุดเต้นอย่างกะทันหัน
ความกดดันที่ไม่สิ้นสุดทำให้ผู้ฝึกตนหลายคนล้มลงตัวสั่นอยู่กับพื้น
“โอม …” ฝ่ามือของโครงกระดูกชี้ไปที่หญิงสาวจากภาพวาดก่อนจะกดลงไป
“บูม!”
เสียงปะทะดังขึ้น
ร่างของหญิงสาวสลายหายไปเป็นแสงในพริบตา จิตวิญญาณในม้วนภาพถูกทำลาย เหลือไว้เพียงแค่กระดาษเปล่า
"ฆ่าพวกมัน!" ชายชุดดำชี้ไปที่หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆพร้อมกับตะโกนเสียงดัง
“โอม…” ฝ่ามือโครงกระดูกเปลี่ยนทิศทาง มันเล็งไปที่หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆก่อนจะกดลงอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของหญิงสาวทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างมาก
พวกนางเริ่มดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
แต่มันก็ไม่มีประโยชน์
เมื่ออยู่ต่อหน้าฝ่ามือโครงกระดูก ทุกทักษะก็กลายเป็นไร้ความหมาย
หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงถูกกดลงอยู่กับพื้นจนขยับไม่ได้ พวกนางไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้กลับ
“ภาพวาดหลิงซี”
“ข้าทำการทดสอบของนายน้อยไม่สำเร็จ!”
“ท่านอาจารย์ มันไม่ใช่ความผิดของท่าน! ใครจะคิดกันล่ะว่าเมืองเจียงหยางจะมีทะเลโลหิตปรากฏออกมา! “
“ใช่ นายน้อยไม่ได้คำนวณเรื่องนี้ เผ่ามนุษย์กำลังตกอยู่ในอันตราย!” พวกนางหลับตารอความตายอย่างเงียบๆ
อีกด้านหนึ่ง เฉินเต้าหมิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขามองไปยังฝ่ามือโครงกระดูกด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ต่อหน้าศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ขอบเขตตัวอ่อนวิญญาณเป็นเพียงแค่มดในสายตามันเท่านั้น ตอนนี้แม้แต่จะขยับนิ้วของเขาสักนิดก็ยังยากมาก
“นายน้อย ข้ามันไร้ความสามารถ ทำให้ท่านผิดหวัง!” เฉินเต้าหมิงหลับตารอความตายอย่างเงียบๆ
"ไม่ …"
"ม่ายยย!"
กลุ่มผู้ฝึกตนตะโกนขึ้นอย่างไม่เต็มใจรอบๆเฉินเต้าหมิง เขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังยามมองไปที่ทุกคนที่ถูกโจมตีจนกลายเป็นฝุ่นผง
ทัดใดนั้น
[… “โปรดสดับสารีบุตร
กายนี้เองคือความว่างเปล่า
ความว่างเปล่าก็คือกายนี้
กายนี้มิใช่อื่นใดนอกจากความว่างเปล่า
ความว่างเปล่าไม่ใช่อย่างอื่นใดนอกจากกายนี้
ความรู้สึกก็เช่นเดียวกัน
การรับรู้ การสร้างจิต
และสติ…]
เสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน ตัวอักษรสีทองโบยบินไปทั่วท้องฟ้าด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ดูเหมือนผีเสื้อบินสีทองนับไม่ถ้วน
“โอม…”
ตอนนั้นเอง แหวนมิติของเฉินเต้าหมิงก็สั่นไหว พระพุทธรูปแขนหักลอยออกมาจากแหวนมิติของเขา
“ฟิ๊ง…” แสงวาบสาดส่องออกมา พระพุทธรูปแขนหักบินขึ้นไปอย่างรวดเร็วก่อนจะลอยอยู่บนท้องฟ้าอย่างเงียบ ๆ
พระพุทธรูปแขนหักถูกปกคลุมด้วยตัวอักษรหลายพันล้านคำ
“โอม…” ทุกครั้งที่ตัวอักษรพุ่งเข้าไปภายในของพระพุทธรูปจะต้องเกิดเสียงดังออกมา ร่างของพระพุทธรูปแขนหักขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่รับตัวอักษรสีทองต่างๆเข้าไป
ทันใดนั้น พระพุทธรูปก็ขยายใหญ่จนสูงหลายพันเมตร มันยืนอยู่บนท้องฟ้าอย่างภาคภูมิ รอบล้อมไปด้วยแสงสีทองส่องประกายเจิดจ้า ร่างกายของมันเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์
พระพุทธรูปที่ลอยสูงอยู่บนท้องฟ้าค่อยๆอ้าปากออก
“โปรดสดับสารีบุตร กายนี้เองคือความว่างเปล่า ความว่างเปล่าก็คือกายนี้ กายนี้มิใช่อื่นใดนอกจากความว่างเปล่า ความว่างเปล่าไม่ใช่อย่างอื่นใดนอกจากกายนี้ ความรู้สึกก็เช่นเดียวกัน การรับรู้ การสร้างจิตและสติก็เช่นเดียวกัน…”
บทสวดบทหนึ่งถูกกล่าวออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธรูป ทุกประโยคมีพลังราวกับเป็นวาจาสิทธิ์ที่ทุกคนต้องสดับฟัง
ฝ่ามือกระดูกสลายหายไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“อ๊ากก…” เสียงคำรามดังออกมาจากทะเลเลือด เสียงแหลมๆดังออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน
“เจ้าลาหัวโล้น ทำไมเจ้าถึงไม่ไปอยู่บนสวรรค์เสียที”
“นี่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องเข้ามายุ่งหรือ? คิดว่าเผ่าอสูรโลหิตของพวกเราถูกกลั่นแกล้งได้ง่ายหรือ!!” ทะเลโลหิตกลายเป็นเดือดพล่าน เสียงกรีดร้องนับไม่ถ้วนดังขึ้นก่อนที่ฝ่ามือโครงกระดูกจะพุ่งออกมาจากทะเลเลือดแล้วโจมตีไปที่พระพุทธรูป
โลกทั้งใบราวกับว่ากำลังสูญเสียสีสันต่างๆไป เหลือเพียงแค่สีแดงเลือดกับสีทองอร่ามอันศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่คงอยู่
“เจ้าลาหัวโล้น ตายซะ ตาย!” ด้วยเสียงคำรามอันดังลั่น ฝ่ามือโครงกระดูกหลายพันมือพุ่งเข้าโจมตีพระพุทธรูปทองคำอย่างบ้าคลั่ง
พระพุทธรูปไม่ได้กล่าวสิ่งใดตอบโต้ก่อนจะเริ่มอ่านบทสวดจากตัวอักษรสีทองอีกครั้ง
“โอม…” แสงสีทองแผ่ออกมาจากพระพุทธรูปแล้วกระจายไปรอบๆ
ทันใดนั้นมันก็พุ่งไปกระทบกับฝ่ามือโครงกระดูก
“ปัง…” ฝ่ามือโครงกระดูกที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าพังทลายกลายเป็นฝุ่นทันทีหลังจากสัมผัสกับแสงสีทอง
“ย้าาา … ” เสียงคำรามดังขึ้นจากทะเลโลหิต
ทั้งทะเลโลหิตสั่นสะเทือนอย่างหนัก
“พระธาตุเป็นธาตุว่างแห่งธรรมทั้งปวง ไม่เกิดไม่ดับ ไม่สกปรก ไม่สะอาด ไม่เพิ่มไม่ลด…” พระพุทธรูปเคลื่อนฝ่ามือเล็งไปที่ทะเลโลหิตก่อนจะตบฝ่ามือออกไป ฝ่ามือสีทองพุ่งไปยังทะเลโลหิตอย่างรวดเร็ว
“ม่ายย…” เสียงร้องดังออกมาอย่างไม่เต็มใจ
“บูม!”
ทะเลโลหิตระเหยกลับสู่ความว่างเปล่า โครงกระดูกทั้งหมดในทะเลโลหิตถูกทำลายกลายเป็นผงธุลี
เมื่อมองดูฉากนี้ ชายชุดดำก็แข็งค้างด้วยความตกใจ
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้!” ใบหน้าของชายชุดดำซีดขาว เขาพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อาจยอมรับ
อาวุธวิเศษที่ทรงพลังที่สุดของเขาถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ได้อย่างไร?
ทันใดนั้นเขาก็เคลื่อนไหวกลายเป็นแสงสีรุ้ง
เขาบินหนีสุดชีวิต
แต่ทว่า
“โอม …”
แสงสีทองสองดวงสว่างขึ้นก่อนจะพุ่งออกมาจากดวงตาของพระพุทธรูป
“ไม่…” ชายชุดดำคำรามก่อนจะดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่มันก็ไร้ประโยชน์
เขาทำได้เพียงแค่มองดูแสงสีทองที่พุ่งมากระทบกับร่างกายของตนจนถูกเผากลายเป็นเถ้าดำ
“โว้ว…” เลือดหยดหนึ่งแยกตัวออกมาจากร่างกายก่อนจะเริ่มบินหนี
“ฟึบ…” ตอนนั้นเอง แสงสีทองอีกดวงก็พุ่งมาถึง มันเผาเลือดหยดนี้จนสลายเป็นควันดำ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ชายชุดดำก็ตายลงและไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้อย่างสมบูรณ์
พระพุทธรูปทรงสถิตอยู่บนฟ้าอย่างเงียบๆ แสงสีทองส่องออกมาตามพระวรกายอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุด ตัวอักษรสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนก็หลุดออกมาจากร่างของพระพุทธองค์แล้วกลับคืนสู่ความว่างเปล่าก่อนจะหายวับไป
“หวด …” พระพุทธรูปแขนหักเริ่มเล็กลงอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวมันก็มีขนาดเท่าฝ่ามือ
“ชู่…” พระพุทธเจ้าแขนหักกลายเป็นแสงสีทองแล้วบินกลับไปยังมือของเฉินเต้าหมิง
บนท้องฟ้า พระอาทิตย์ส่องแสงผ่านเมฆลงมาอย่างอ่อนโยน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ราวกับเป็นภาพลวงตาที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง