นายน้อยกำลังบอกให้ข้าไปเป็นพระ!
โรงเตี๊ยมเยว์จุน
หนิงหมิงจือมองดูม้วนภาพวาดที่อยู่ข้างหน้า เขาขมวดคิ้วพลางครุ่นคิด “นายน้อยให้ม้วนภาพวาดแก่ข้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่?”
“เป็นไปได้ไหมว่านี่เป็นการบ่งบอกให้ข้าสามารถเริ่มต้นเส้นทางแห่งการฝึกตนได้”
“ข้าคิดอะไรโง่ๆเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร? แล้วที่ข้าอ่านหนังสือมาหลายปีมันจะมีประโยชน์อะไร” หนิงหมิงจือบ่นออกมาด้วยสีหน้าขมขื่น
ตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “โปรดสดับสารีบุตร กายนี้เองคือความว่าง เปล่าความว่างเปล่าก็คือกายนี้…”
ภาพตรงหน้าของหนิงหมิงจือเริ่มเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ราวกับว่าเขาได้ไปยืนอยู่บนยอดเขาในม้วนภาพ เมื่อมองไปยังที่ฉากเบื้องหน้า ร่างกายของเขาก็ต้องสั่นสะท้าน
เขาเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่มีแสงสีทองเปล่งประกายมองมาที่เขา
ถ้อยคำต่างๆถูกกล่าวออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธรูป ทุกประโยคเต็มไปด้วยอำนาจ
เมื่อหนิงหมิงจือได้ฟัง ภายในจิตใจของเขาก็ร่ำร้องออกมา
ในตอนนี้ หนิงหมิงจืออยู่ในภาวะของธรรมชาติรวมเป็นหนึ่ง เนื่องจากเขาเป็นมนุษย์ ความแข็งแกร่งของเขาจึงไม่เพิ่มขึ้น แต่จิตใจของเขาพัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งคำสวดหยุดลง
หนิงหมิงจือตื่นขึ้นมาในทันใด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ
เขาหยักตัวเองอย่างแรงพร้อมกับกล่าว
“หนิงหมิงจือเอ๋ย หนิงหมิงจือ ข้าโง่เกินไปแล้ว!”
“ดูสิ ชายในภาพวาดนี้ไม่ได้หมายถึงข้าหรือ? นายน้อยบอกว่าข้าต้องไปที่วัดในภาพวาดโดยเร็วที่สุด!”
“นายน้อยต้องการบอกใบ้ให้ข้าไปเป็นพระภิกษุและเริ่มปฏิบัติเส้นทางของพระพุทธศาสนาไม่ใช่หรือ? จากนั้นก็พัฒนาแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์นี้เหมือนกับพระพุทธเจ้า”
“มันชัดเจนมาก แต่ข้ากลับโง่เขลา โง่มาก โง่อะไรเช่นนี้!” เขาพึมพำกับตัวเอง
“ข้าควรจะไปเป็นพระภิกษุตามที่นายน้อยบอกใบ้ เลือกปฏิบัติในเส้นทางของพระพุทธศาสนา!”
หลังจากพูดจบ หนิงหมิงจื้อก็หยิบกรรไกรขึ้นมาตัดผมของตัวเอง
……
……
เวทีการประลองระหว่างนิกาย
เฉินเต้าหมิงที่ในมือถือพระพุทธรูปอยู่เกิดพายุขึ้นในใจของเขา ร่างกายของเขาสั่นก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาจากดวงตา
“นายน้อย ท่าน…. ท่านได้คำนวนทุกอย่างไว้แล้ว ท่านรู้ว่าวันนี้ข้าจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติเช่นนี้!”
“ดังนั้น ท่านเลยให้พระพุทธรูปองค์นี้แก่ข้าเพื่อทำให้ข้ารอดจากภัยพิบัติครั้งนี้!”
“นายน้อย พระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ เต้าหมิงจะจดจำมันไว้ในใจไม่มีวันลืม!” เขาค่อยๆเก็บรูปปั้นก่อนจะถอนหายใจยาวๆออกมา
“มันอันตรายเกินไป มันอันตรายเกินไปจริงๆ!”
“ถ้าข้าโลภและประมาทและเอารูปปั้นชิ้นอื่น จุดจบจะไม่เป็นเช่นนี้!”
“ข้าต้องมอบยาวิเศษนี้ให้นายน้อยโดยเร็วที่สุด!”
เฉินเต้าหมิงพึมพัมก่อนจะเปิดขวดหยกดู หลังจากยืนยันว่ายาวิเศษยังอยู่ในสภาพดี เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
จากนั้นเขาก็เดินออกมาจากเวทีประลองแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว หลัวหลิวหยาน มองไปที่แผ่นหลังของเฉินเต้าหมิงด้วยท่าทางที่ซับซ้อน
"มันคือเขา?!"
ถึงจะไม่มีใครสังเกตุ แต่หลัวหลิวหยานเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพระพุทธรูปบนท้องฟ้าบินกลับไปที่มือของเฉินเต้าหมิง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เฉินเต้าหมิงเป็นคนที่ฆ่าอสูรโลหิตในวันนี้
ผู้ชายตัวเล็กๆในขอบเขตตัวอ่อนวิญญาณ! ช่วยทั้งเมืองเจียงหยางไว้?
เขาเป็นปรมาจารย์ชาวพุทธหรือ?
ยังไงก็ตาม ข้าต้องไปบอกการกระทำของเผ่าอสูรโลหิตให้นายน้อยฟังก่อน!
เรื่องนี้มีความสำคัญสูงสุด
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลัวหลิวหยานก็มองไปที่ซูอี้หลิงก่อนจะกล่าว “ศิษย์ข้า เรียกสาวกคนอื่นๆมาจัดการเรื่องนี้ เราสองคนจะไปหานายน้อยกัน!”
ซูอี้หลิงได้สติกลับมาจากอาการตกตะลึง นางสูดหายใจลึกๆสองสามรอบก่อนจะสงบ จิตใจลงได้ เรื่องในวันนี้ช่างน่ากลัว ปรมาจารย์ระดับสูงอย่างขุนศึกอสูรโลหิตได้ปรากฏตัวขึ้น
เขาเป็นคนที่พวกนางไม่สามารถสู้ด้วยได้ โชคดีที่มีปรมาจารย์เต๋าชาวพุทธยื่นมือมาปราบปราม ไม่อย่างนั้นพวกนางอาจจะต้องตายแล้วจริงๆ
"เจ้าค่ะ อาจารย์!" ซูอี้หลิงพยักหน้า
เมื่อผู้หญิงทั้งสองคนกำลังเตรียมจะเคลื่อนไหว
“เดี๋ยวก่อน!”
ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงตะโกนดังขึ้น
จากนั้น กลุ่มผู้ฝึกตนก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตา พวกเขาก็เข้าไปล้อมรอบหลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงไว้
“ท่านเทพธิดา ขอบคุณท่านทั้งสองที่ช่วยชีวิตพวกเรา! วันนี้ถ้าไม่มีท่านทั้งสองคน ข้าคงตายไปแล้ว!”
“พระโพธิสัตว์ นี่คือหญ้าวิญญาณเหมันต์ แม้ว่าจะมันจะไม่มีค่ามากนัก แต่นี่คือตัวแทนความรู้สึกของข้า!”
“สองเทพธิดา ท่านทั้งสองเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สองของข้า(ผู้มีพระคุณอย่างยิ่ง) โปรดรับผลึกคำทำนายชิ้นนี้แทนความตั้งใจที่ดีของข้า!”
ผู้ฝึกตนเหล่านี้นำสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของพวกเขาออกมานำเสนอต่อหน้าหลัวหลิวหยาน
“นี่…..” ผู้หญิงสองทั้งคนตกตะลึงอย่างยิ่ง แม้ว่าพวกนางจะมีส่วนในการช่วยชีวิตพวกเขา แต่ความจริงก็ยังเป็นผู้ฝึกตนชาวพุทธที่ช่วยทุกคนไว้ได้
ถ้าพวกนางรับของเหล่านี้มา นี่ไม่เท่ากับยอมรับว่าพวกนางเป็นคนช่วยทุกคนไว้หรือ? แล้วจะให้พวกนางรับผลงานนี้ไปได้อย่างไร?
“เพื่อนนักพรตเต๋า พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว คนที่ช่วยชีวิตพวกเจ้าไว้คือคนอื่น!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“ท่านเทพธิดา อย่าถ่อมตัวเลย!”
ในขณะนี้ ราชาหลิวรั่วโดดเด่นออกมาจากฝูงชน
“ถ้าพวกท่านสองคนมาไม่ทัน ข้าคงโดนเซี่ยซาทุบตีจนตายไปแล้วเป็นแน่!” หลิวรั่วกล่าว
"ใช่แล้ว!"
ผู้ฝึกตนอีกคนหนึ่งยืนขึ้น “คนที่ช่วยข้าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเทพธิดาจากวังทะเลสาบหยก? ถ้าเจ้าไม่ได้พาเจ้ามาช่วยแล้วละก็ ข้าคงจะกลายเป็นอาหารของหุ่นเชิดพวกนั้นไปแล้ว!”
“ถูกต้อง ท่านเทพธิดา ท่านเข้ามาช่วยชีวิตทุกคนอย่างกล้าหาญ แต่กลับยังไม่ยอมรับมัน ข้าขอชื่นชมจิตใจเช่นนี้!”
“เป็นพระโพธิสัตว์ที่เยี่ยวยาความทุกข์ ไม่สนใจชื่อเสียงและโชคลาภ!”
“ได้โปรดรับการสักการะจากข้า!”
ผู้ฝึกตนทั้งหมดก้มหัวลงต่อหน้าหลัวหลิวหยาน หลัวหลิวหยานขมวดคิ้วเล็กน้อย สิ่งที่พวกเขากล่าวนั้นเป็นความจริง แต่อันที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับนาง ถ้าไม่ใช่เพราะนายน้อยคิดออกและชี้ให้นางเห็นได้เห็นถึงความจริง นางจะมาช่วยชีวิตพวกเขาได้อย่างไร?
“ทุกคน พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้วจริงๆ เรามาที่นี่เพราะผู้เชี่ยวชาญสั่งเรามา!”
“เขาบอกเราว่าเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายจะบุกเมืองเจียงหยาง เพื่อที่เราจะได้มีเวลาเตรียมการล่วงหน้า!” หลัวหลิวหยานอธิบาย
เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ พวกเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ปรากฎว่าผู้เชี่ยวชาญได้ให้นิกายวังทะเลสาบหยกจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญคนนี้ต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?
เพื่อให้สามารถคำนวณเหตุการทั้งหมดนี้ได้ ความแข็งแกร่งของเขาต้องน่ากลัวมาก หากพวกเขาทำความรู้จักกับตัวตนดังกล่าวได้ก็คงจะเรื่องที่ดีอย่างมาก
“พระโพธิสัตว์หญิง ช่วยบอกพวกเราหน่อยได้ไหมว่าผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่ใด? ข้าต้องการไปเยี่ยมเขาเพื่อแสดงความขอบคุณ!” หลิวรั่วกล่าว
“ไม่ได้เด็ดขาด!”
ใบหน้าของหลัวหลิวหยานเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางกล่าวหยุดพวกเขาอย่างรวดเร็ว “ผู้เชี่ยวชาญชอบอยู่เงียบๆ ถ้าพวกเจ้าไปหาเขา มันจะเป็นการรบกวนผู้เชี่ยวชาญอย่างแน่นอน!”
เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆก็พยักหน้าเข้าใจ
“เทพธิดา นี่คือหญ้าวิญญาณ โปรดมอบให้กับผู้เชี่ยวชาญด้วย!”
“พระโพธิสัตว์หญิง ยาวิเศษนี้ โปรดมอบให้กับผู้เชี่ยวชาญด้วย!”
……
พวกเขานำสมบัติของพวกเขาออกมาแล้วมอบให้หลัวหลิวหยาน หลัวหลิวหยาน แอบถอนหายใจและส่ายหัว สิ่งนี้สามารถเข้าสู่ดวงตาของนายน้อยได้อย่างไร?
หลัวหลิวหยานเผยสีหน้าขมขื่นออกมาก่อนจะกล่าว “ทุกคน ข้าซาบซึ้งในความตั้งใจดีของพวกเจ้า!”
“อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าคิดว่าผู้เชี่ยวชาญขาดของเหล่านี้หรือ?” หลัวหลิวหยานกล่าว
ทันทีที่คำเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา ผู้ฝึกตนต่างก็พยักหน้าพร้อมกัน
นั่นเป็นความจริง สิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติล้ำค่าในสายตาของพวกเขาก็จริง แต่ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญ มันเป็นเพียงขยะที่ไร้ประโยชน์
ส่งขยะให้กับผู้เชี่ยวชาญ? มันคงจะทำให้ผู้เชี่ยวชาญไม่พอใจพวกเขาอย่างแน่นอน
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ท่านเทพธิดา!” ผู้ฝึกตนทุกคนพยักหน้าแล้วโค้งคำนับด้วยหมัด