ประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้การจ้องมองที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของหลัวหลิวหยาน ซุนห่าวก็ค่อยๆยกหม้อซุปที่เหลือขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเทลงในชามแล้วส่งให้หยิงหยู


“สูดด … ”


หยิงโหยวสูดหายใจเข้าลึกๆอย่างมีความสุข


เมื่อเห็นฉากเช่นนี้ ในแววตาของหลัวหลิวหยานก็ไม่สามารถสงบลงได้เป็นเวลานาน


เทพเก้าสวรรค์ผู้สง่างามกลายเป็นเช่นนี้หรือ?


ไม่! อาจกล่าวได้ว่านี่คือความโชคดีของเทพเก้าสวรรค์! ดูเหมือนว่าขอบเขตความแข็งแกร่งของนายน้อยจะห่างไกลจากที่ข้าจะจินตนาการถึงซะอีก!


“เฮ้อ … ”


หลัวหลิวหยานถอนหายใจอย่างแผ่วเบา


"อร่อยจริงๆ!"


“นี่เป็นอาหารที่ดีที่สุดที่ข้าเคยกิน!”


ซูอี้หลิงลูบหน้าท้องของนางอย่างพึงพอใจ


มื้อนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ความอยากอาหารของนางถูกเติมเต็มเท่านั้น แต่ยังทำให้ความแข็งแกร่งของนางเพิ่มขึ้นอีกด้วย ตอนนี้นางได้มาถึงขั้นกลางของขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่าแล้ว


ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพลังงานจำนวนมากที่ยังสะสมอยู่ในท้อง ซึ่งตอนนี้นางยังไม่สามารถซึบซับได้ เมื่อซึบซับพลังงานเหล่านี้ได้จนหมด นางก็จะสามารถบรรลุถึงขอบเขตมหายาน


เข้าสู่ขอบเขตมหายานด้วยอายุเพียงยี่สิบปี!


ขอถามคนทั้งโลก นอกจากข้า ซูอี้หลิง จะยังมีใครทำเช่นนี้ได้อีก!


แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะนายน้อย เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซูอี้หลิงก็มองไปที่ซุนห่าวด้วยความขอบคุณ


“ถ้าเจ้าชอบกินขนาดนั้น ในอนาคตก็มาที่นี่ให้มากขึ้น” ซุนห่าวกล่าว


“นายน้อย ได้หรือ?” ดวงตาของซูอี้หลิงเป็นประกาย


“ตราบใดที่แม่นางอี้หลิงชอบ เช่นนั้นก็มาที่นี่บ่อยๆ!” ซุนห่าวกล่าว


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” ซูอี้หลิงกล่าวอย่างตื่นเต้น


ในตอนนี้ เฉินเต้าหมิงเองก็อยู่ในอาการตกตะลึง


เขาทะลวงผ่านจากขอบเขตตัวอ่อนวิญญาณไปสู่ขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่าในทันที!


ทะลวงผ่านสองขอบเขตใหญ่ขึ้นมาในรวดเดียว! ความก้าวหน้านี้ทำให้รู้สึกสบายมาก


ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนายน้อย! เฉินเต้าหมิงพึมพัมพลางกำหมัดของเขาแน่น


"นายน้อย…" หลัวหลิวหยานทำท่าทางเหมือนจะกล่าวอะไรออกมาแต่ก็หยุดไปอย่างลังเล


“แม่นางหลิวหยาน กล่าวออกมาเถอะ!” ซุนห่าวกล่าว


“ภาพวาดที่ท่านให้อี้หลิงครั้งล่าสุดได้รับความเสียหายเพราะข้า!” หลังจากกล่าวจบแล้ว หลัวหลิวหยานก็หยิบม้วนภาพวาดออกมาแล้วยื่นให้ซุนห่าว


เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของซุนห่าวก็ฉายแววเป็นประกาย เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ตอนนี้เขาสามารถให้ภาพวาดแก่พวกนางได้อีกภาพแล้ว!


ซุนห่าวหยิบม้วนภาพวาดขึ้นมาก่อนจะเปิดมัน เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย หมึกบนม้วนภาพวาดหายไปหมด


“ภาพวาดแห่งความรัก” ภาพวาดนี้ถูกวาดขึ้นก่อนที่เขาจะไปถึงขอบเขตสูงสุดของศิลปะ ตอนนั้นการใช้กระดาษและหมึกก็ยังดาษๆอยู่มาก


แต่ตอนนี้ สิ่งที่เขาใช้นั้นสูงขึ้นอย่างสิ้นเชิง คาดว่าหมึกจะไม่จางหายไปหลังจากที่มอบมันให้กับพวกนาง


“แม่นางหลิวหยาน อย่าไปสนใจเลย!”


“ในเมื่อพวกเจ้าทั้งสองชอบมัน ข้าจะมอบมันให้พวกเจ้าทั้งสองคน!”


หลังจากกล่าวจบ ซุนห่าวก็รีบเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว


เขาหยิบภาพวาดออกมาสองชุด ชุดละหนึ่งภาพ แล้วมอบให้หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิง


“นายน้อย นี่ … ได้ยังไง” สีหน้าของผู้หญิงทั้งสองคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกนางโบกมือปฏิเสธไปมา


คราวนี้พวกนางไม่ได้นำของขวัญมาให้ แถมพวกนางยังได้กินอาหารฟรีไปแล้วด้วย


แล้วพวกนางยังจะมีหน้าไปรับสมบัติล้ำค่าเช่นนี้มาได้อย่างไร?


"ทำไม? พวกเจ้ากำลังดูถูกมันอยู่หรือ?” ซุนห่าวก้มหน้าลงด้วยความโกรธเล็กน้อย


เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้หญิงทั้งสองคนก็ตัวสั่น


เราไม่ได้ดูถูกมัน แต่เราไม่กล้ารับ!


นายน้อยดูเหมือนจะโกรธจริงๆ


มันดูท่าจะแย่แน่ๆถ้าไม่รับภาพวาดไว้ ผู้หญิงทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้า


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” ผู้หญิงทั้งสองคนกล่าวพร้อมกัน


"ด้วยความยินดี!"


ใบหน้าของซุนห่าวแสดงออกถึงความสุข


ผู้ฝึกตนเหล่านี้แปลกจริงๆ มอบของขวัญให้พวกเขาด้วยความกรุณา แต่พวกเขากลับปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีก พอข้าทำหน้าไม่พอใจเพียงเล็กน้อยก็รีบพากันรับไปเลย


เป็นไปได้ไหมว่า? พวกเขากลัวข้าหรือ?


ไม่มีทาง!


ซุนห่าวส่ายหัวเล็กน้อย พวกเขาจะกลัวมนุษย์ธรรมดาอย่างข้าได้อย่างไร? ถ้าพวกเขาไม่กลัวข้า แสดงว่าพวกเขากังวลเกี่ยวกับอาจารย์ปลอมๆที่อยู่เบื้องหลังข้าหรือ?


ความรู้สึกนี้ค่อนข้างดี!


ดูเหมือนว่า เฉินเต้าหมิงจะบอกกับแม่นางทั้งสองเรื่องอาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังข้า


แต่มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง เพราะมันอาจจะทำให้ความแตกเข้าสักวันหนึ่ง ต้องคิดหาวิธีหยุดยั้งไม่ให้เรื่องนี้แพร่ออกไป


“พี่เฉิน ท่านรู้จักแม่นางหลิวหยานด้วยหรือ?” ซุนห่าวถาม


“ใช่แล้ว นายน้อย พวกเราเป็นสหายเต๋า!” เฉินเต้าหมิงกล่าว


เข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่ธรรมดา


“ดีมาก เป็นสหายเต๋ากันก็ควรจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน!” ซุนห่าวกล่าว


เมื่อได้ยินเช่นนี้ ร่างกายของเฉินเต้าหมิงก็สั่นสะท้าน


หรือว่า มันหมายถึง..?


ดวงตาของเฉินเต้าหมิงเป็นประกาย


“ยังไงก็ตาม พี่เฉิน อาจารย์ที่เคารพของข้าเดินทางไปทั่วโลกและจะไม่กลับมาสักพัก!”


“เรื่องนี้ห้ามบอกคนอื่นเข้าใจหรือไม่?” ซุนห่าวกล่าวอย่างเคร่งขรึม


พอซุนห่าวกล่าวออกมาแบบนี้


เฉินเต้าหมิงและการแสดงออกของหญิงสาวทั้งสองก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั้งสามครุ่นคิดด้วยสีหน้างุนงง


“อย่ากังวลไปเลย นายน้อย ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากพวกเรา!” เฉินเต้าหมิงกล่าว


“นายน้อย ในเมื่อนายน้อยกล่าวเช่นนี้ พวกเราก็จะไม่พูดมันเด็ดขาด!” หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงยืนขึ้นพร้อมรับปากอย่างหนักแน่น


เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซุนห่าวก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและผ่อนคลาย


เมื่อทั้งสามรับปากแล้ว อย่างน้อยความเร็วที่เรื่องนี้จะถูกแพร่ออกมาก็จะช้าลงมาก


และเมื่อทั้งสามเริ่มสักเกตุได้ถึงความผิดปกติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็น่าจะสามารถบ่มเพาะในเส้นทางแห่งเซียนได้แล้ว


“ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าก็ขอขอบคุณ!” ซุนห่าวกล่าว


“เรายินดี นายน้อย!”


“นายน้อย มันดึกแล้ว วันนี้ข้าขอตัวลา” หลัวหลิวหยานยืนขึ้นพร้อมกับประสานมือเพื่อแสดงความขอบคุณ


“ดื่มชาสักถ้วยก่อนไปดีหรือไม่?” ซุนห่าวกล่าว


เมื่อซูอี้หลิงได้ยินคำกล่าวของซุนห่าว ดวงตาของนางก็ส่องประกาย


เมื่อนางกำลังจะตอบรับ หลัวหลิวหยานที่ยืนตกตะลึงอยู่ก็กล่าวหยุดไว้ก่อน


“ขอบคุณนายน้อย วันนี้ข้าขอไม่รบกวนท่านแล้ว ไว้ข้าจะไปเยี่ยมท่านวันอื่น!” หลัวหลิวหยานกล่าว


“ไม่เป็นไร พวกเจ้าสามเดินทางด้วยความระมัดระวังด้วย!” ซุนห่าวกล่าวส่งหลัวหลิวหยานและคนอื่นๆออกไป


ดวงตาของซุนห่าวเป็นประกาย วันนี้เรียกได้ว่าเขาทำกำไรได้ก้อนโต!


เขาได้รับคแต้มอวยพรมากกว่า 4,000 แต้ม และแต้มอวยพรรวมก็เกิน 10,000 แต้มแล้ว!


การเก็บเกี่ยวแต้มอวยพรนั้นง่ายมาก ยิ่งเขาเต็มใจให้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งได้รับแต้มอวยพรกลับมามากขึ้นเท่านั้น


ครั้งหน้าเมื่อทั้งสามมาที่นี่อีกครั้ง เขาจะพยายามมอบของขวัญให้พวกนางมากขึ้นอีก


หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าเชื่อว่าข้าจะสามารถเริ่มบ่มเพาะได้ในอนาคตอันใกล้นี้


“นายน้อย ท่านกำลังดีใจเรื่องใดอยู่?” หวงหรูเหม่ยถาม


เมื่อได้ยินเสียงนี้ ซุนห่าวก็ต้องตกใจเล็กน้อย หลังจากนั้นเขายิ้มขึ้นอย่างลึกลับ “หรูเหม่ย ข้าจะสามารถบ่มเพาะได้ในไม่ช้า ถึงตอนนั้นข้าจะปกป้องเจ้าเอง!”


การแสดงออกของหวงหรูเหม่ยเต็มไปด้วยความตกใจ ก่อนที่ใบหน้าของนางจะเผยให้เห็นถึงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข


ถ้านายน้อยกล่าวเช่นนี้ แสดงว่าการฝึกฝนของนายน้อยในฐานะมนุษย์ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วหรือ?


นายน้อยกล่าวว่าเขาจะปกป้องข้า? เขาจะไม่ลืมข้าเมื่อสิ้นสุดการหาประสบการณ์ทางโลกในฐานะมนุษย์ธรรมดาใช่หรือไม่?


เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ หวงหรูเหม่ยก็หน้าแดง รอยยิ้มที่มีความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” หวงหรูเหม่ยกล่าว


“หรูเหม่ย เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้กล่าววาจาสุภาพกับข้า!” ซุนห่าวแสร้งทำเป็นโกรธ


“เจ้าค่ะ นายน้อย!”


หวงหรูเหม่ยพยักหน้าเล็กน้อยพลางหยิบจานและตะเกียบที่อยู่บนโต๊ะอย่างรวดเร็ว “นายน้อย ข้าจะไปล้างจานก่อน หลังจากนั้นท่านค่อยสอนข้าเล่นกู่ฉิน!”


“หรูเหม่ย วันนี้ให้ข้าเป็นคนล้างเองเถอะ ข้าให้เจ้าล้างมันเสมอ มันช่างน่าละอายเสียนี่กระไร!” ซุนห่าวกล่าว


“นายน้อย อย่าเอางานเล็กๆนี้ไปจากหรูเหม่ย!”


“ไม่เช่นนั้น หรูเหม่ยจะรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์!” หวงหรูเหม่ยกล่าว


“อืม ถ้างั้นก็ล้างจานแล้วค่อยมาเล่นกู่ฉินกันเถอะ!”


"ทราบแล้ว!" เมื่อมองไปที่ด้านหลังของหวงหรูเหม่ย ซุนห่าวก็รู้สึกว่าตอนนี้มันเหมือนกับความฝันที่ไม่ใช่ความจริง


“หรูเหม่ยแข็งแกร่งมาก หากข้าสามารถบ่มเพาะได้ก็คงจะดี!”


“หรูเหม่ย เจ้ารอข้าก่อน ข้าจะพยายามตามเจ้าให้ทัน!”


ตอนก่อน

จบบทที่ ประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง

ตอนถัดไป