ปีศาจภัยแล้ง

ที่ไหนสักแห่งในภูมิภาคตะวันตกของทวีปเทียนลั่ว เรือเหาะบินผ่านไปอย่างรวดเร็ว


ภายในเรือเหาะ ซุนห่าวและหวงหรูเหม่ยกำลังเล่นกู่ฉินกันอยู่


เสียงของกู่ฉินนั้นกลมกลืนกันจนผสานกันเป็นเสียงอันไพเราะ


หลังจากจบไปหนึ่งเพลง ซุนห่าวก็มองไปที่หวงหรูเหม่ยราวกับว่าเขากำลังไปที่สัตว์ประหลาด


เห็นได้ชัดว่านางเล่นกู่ฉินได้เก่งขึ้นเป็นอย่างมาก


เพียงแค่ช่วงเวลาไม่กี่เดือนเอง นางก็มาถึงระดับนี้แล้ว?


ครั้งแรกที่ข้าเรียนรู้ มันต้องใช้เวลาครึ่งเดือนกว่าที่ข้าจะมาถึงระดับนี้


ต้องรู้ก่อนว่า ข้าถูกระบบประเมินว่าเป็นอัจฉริยะขั้นสูงสุด ข้าสามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของข้าก็คือข้าไม่สามารถบ่มเพาะได้!


มิฉะนั้น ในโลกนี้ ข้าจะต้องเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งคนหนึ่งอย่างแน่นอน!


“นายน้อย มาเล่นกันอีกสักเพลงดีหรือไม่?” หวงหรูเหม่ยถาม


"เอาสิ!" ซุนห่าวพยักหน้า


“นายน้อย คราวนี้เราจะเล่นเพลงอะไรดี?” หวงหรูเหม่ยถาม


"เพลงอะไร?" ซุนห่าวขมวดคิ้วแล้วครุ่นคิด แต่ในขณะที่เขากำลังจะพูด จิตใจของเขาก็สั่นไหวขึ้นมาอย่างกระทันหัน ความตื่นตระหนกที่อธิบายไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในใจของเขา


เกิดอะไรขึ้น?


ทำไมหัวใจของข้าถึงเต้นเช่นนี้อีกแล้ว?


เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้ากำลังเป็นโรคประหลาดบางอย่าง? เป็นไปไม่ได้!


ในฐานะหมอผู้อยู่ในจุดสูงสุด ข้าสามารถรู้ได้อย่างชัดเจนว่าข้าไม่ได้ป่วย


"ตึก ตึก……"


หัวใจของซุนห่าวเต้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง


คราวนี้มันรุนแรงขึ้นกว่าเดิม หัวใจของซุนห่าวดูเหมือนจะกระโดดออกมาจากอก มันเป็นความรู้สึกอึดอัดที่เกิดจะทน


“นายน้อย ท่านเป็นอะไรหรือไม่?” หวงหรูเหม่ยกล่าวถาม


“หรูเหม่ย นำพระสูตรหัวใจมาให้ข้า ข้าอยากจะท่องมัน!” ซุนห่าวกล่าว


“เจ้าค่ะ นายน้อย!”


มือของหวงหรูเหม่ยเคลื่อนไหวเร็วมาก นางหยิบพระสูตรหัวใจออกมาในพริบตาแล้วมอบให้ซุนห่าว


ซุนห่าวเริ่มท่องอย่างไม่ลังเลเลย


“ความว่างเปล่าคือตัวข้า ตัวข้าก็คือความว่างเปล่า……”


ตัวอักษรที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าบินออกมาจากปากของเขา


หลังจากที่วนเวียนอยู่รอบตัวเขาสองสามครั้ง พวกมันก็บินออกจากเรือเหาะไปด้านนอก ในที่สุดมันก็หายไปในความว่างเปล่าและหายไป


……


……


ในขณะเดียวกัน ณ บ้านพักของซุนห่าว


บนท้องฟ้า เล่ยซางกำลังต่อสู้กับมู่ปิงอย่างเมามัน


“ติ๊ง ……”


เสียงโลหะปะทะกันดังออกมาอย่างต่อเนื่อง คลื่นปราณสั่นสะเทือนกระจายออกไปรอบๆ


"อ๊าาาก ……"


เล่ยซางแผดเสียงคำรามออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า


การโจมตีแต่ละครั้งของเขาราวกับจะสามารถทำลายสวรรค์และโลกได้


แต่มู่ปิงก็ป้องกันการโจมตีทุกอย่างของเล่ยซางไว้ได้


ยิ่งเล่ยซางถูกดันถอยหลังมากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้ามากขึ้นเท่านั้น ในฐานะที่เป็นถึงครึ่งเซียน เขากลับถูกกดดันและพ่ายแพ้ต่อผู้ฝึกตนในขอบเขตสวรรค์


แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาจะมาสนใจใบหน้าแล้ว สิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็คือการมีชีวิตรอดไปให้ได้!


“บูม!”


ร่างกายของเล่ยซางบินออกไปด้านหลังแล้วกระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรง


“อัก……”


หลังจากพยายามลุกขึ้น เขาก็กระอักเลือดออกมา


“ฟึบ ……”


เมื่อเขาพึ่งจะยกหัวขึ้นได้ ดาบยาวก็ชี้มาที่คอของเขาแล้ว


ตราบใดที่เขาเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย หัวของเขาจะฟันขาดออกจากร่างกายของเขาอย่างแน่นอน


“บอกข้ามา เจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงมาที่นี่?" เสียงของมู่ปิงเย็นชาเป็นอย่างมาก


“ข้า …… ข้าคือเล่ยซาง ลูกชายของราชาแห่งภูเขาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ – อีกาทองคำเล่ยหยาง!”


“หวงหรูเหม่ยฆ่าบิดาของข้า ข้าอยากให้นางตาย!” เล่ยซางตะโกนออกมาราวกับคนบ้า


“มาเลย ฆ่าข้า!”


“ถ้าข้ากระพริบตา ให้ถือว่าข้าเป็นคนไร้เกียรติ!” หลี่ชางตะโกน


“เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าต้องการ!”


หลังจากที่มู่ปิงกล่าวจบ นางก็หยิบดาบอมตะของนางขึ้นมาและกำลังจะฟาดมันใส่เล่ยซาง


ตอนนั้นเอง


“โฮกก……”


เสียงคำรามมาจากด้านล่างของภูเขา เสียงนี้ทำให้ทั่วทั้งภูเขาสั่นไหวไป


เมื่อได้ยินเสียงนี้ ร่างของทั้งห้าก็หยุดนิ่งอยู่กับที่


"บูมบูม!"


ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น


ฝุ่นด้านล่างทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและปกคลุมภูเขาไว้ทั้งหมด


แม้ว่าพวกเขาจะยืนอยู่บนท้องฟ้าและอยู่ไกลพอสมควร แต่พวกเขาก็สามารถสัมผัสได้เลยว่าทั้งท้องฟ้ากำลังสั่นสะเทือนราวกับว่ามันกำลังจะแตกสลาย


"เกิดอะไรขึ้น?"


พวกเขามองไปยังด้านล่างภูเขา ทันใดนั้นใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ


“ปราณทมิฬ! พวกมันคือเผ่าปีศาจ!” เฉินเต้าหมิงชี้ไปข้างหน้าและกล่าวออกมาเสียงดัง


ด้วยเสียงนี้ รูม่านตาของอีกสี่คนก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย


“มันเป็นเผ่าปีศาจจริงๆ นายน้อยคำนวณทุกอย่างไว้แล้วจริงๆ!” หลัวหลิวหยานหรี่ตาลง จิตสังหารที่เย็นยะเยือกของนางพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว


“ในเมื่อเผ่าปีศาจอยู่ที่นี่ ภารกิจแรกของเราก็คือกำจัดเผ่าปีศาจ เราต้องจัดการพวกมันให้หมดก่อน!”


ดวงตาของเฉินเต้าหมิงเป็นประกายไปด้วยออร่าที่แตกต่างออกไป ในตอนนี้ จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขาพุ่งสูงขึ้น


“ตรงนั่นคือที่ที่ปรมาจารย์หมิงจืออาศัยอยู่ ไปดูกันเถอะ!”


“ดี ไปกันเถอะ!”


หลังจากกล่าวจบ ทั้งห้าก็รีบบินไปที่ด้านล่างของภูเขา


หลังจากที่พวกเขาจากไกลออกไป เล่ยซางก็ถอนหายใจยาว หลังจากนั้นเขาก็ประสานมือคำนับท่านฉินหลานและคนอื่น ๆ


“ผู้อาวุโส ข้าขอตัวลา!”


เมื่อเห็นว่าท่านผู้อาวุโสฉินหลานไม่ได้พูดอะไร เล่ยซางก็กลายเป็นสายรุ้งยาวพุ่งออกไป


ณ ลานหน้าบ้าน


“พี่ฉินหลาน ปีศาจภัยแล้งจะฟื้นคืนชีพมาแล้ว! เราจะไม่ลงมือจริงๆหรือ?”


“มันยังไม่ได้มีพลังเหมือนกับปีศาจภัยแล้งเมื่อกาลก่อน! มันไม่ได้มีแข็งแกร่งถึงหนึ่งในพันล้านด้วยซ้ำ สิ่งที่ฟื้นคืนชีพมาเป็นเพียงแค่ศพเน่าๆของมันเท่านั้น มันไม่คุ้มกับการลงมือของเราเลย!” ท่านฉินหลานส่ายหัวเล็กน้อย


“แต่พี่ฉินหลาน สำหรับพวกเขาทั้งห้านั้นไม่มีทางจัดการกับมันได้!”


“ช่วยไม่ได้ เพราะอาจารย์ให้การทดสอบกับพวกเขา ข้าแน่ใจว่าอาจารย์ได้เตรียมการไว้แล้ว เราแค่คอยดูก็พอ!” ท่านฉินหลานกล่าว


……


……


ใต้ภูเขา


“โฮกก …… ”


ปราณทมิฬกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง


พวกของหลัวหลิวหยานทั้งห้าคนบินมายืนอยู่ด้านบนแล้วมองขึ้นไปที่ปราณทมิฬ


ยักษ์สีดำที่อยู่ด้านล่างค่อยๆลุกขึ้นยืน ยักษ์ถือโซ่ขนาดใหญ่ไว้บนหลังของมัน


ร่างกายของมันสูงเป็นพันเมตรราวกับมีภูเขาตั้งอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา เมื่อมองแวบเดียว ยักษ์ตัวนี้ให้ความรู้สึกถึงความไร้พลังของพวกเขา


“นี่…นี่คือปีศาจภัยแล้ง!” เหวินเหรินซีร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก


"อะไรนะ? ปีศาจภัยแล้ง?” ใบหน้าของทั้งห้าเต็มไปด้วยความกลัว


ชื่อนี้ พวกเขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน นั่นเป็นขุนพลที่ยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายในสมัยโบราณ!


ว่ากันว่ามันมีความสามารถในการทำลายสวรรค์และโลก หนึ่งการดีดนิ้วสามารทำลายหนึ่งดวงดาว หนึ่งลมหายใจสามารถกลืนกินจักวาล


มันโด่งดังอย่างมากในเรื่องพลังที่ไม่อาจต้านทาน


มันไม่ได้ตายไปนานแล้วหรือ? ทำไมมันถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่?


ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะฟื้นคืนชีพขึ้นมา? ใครจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้?


เราควรทำอย่างไรดี?


“ไม่ พลังของมันยังไม่แข็งแกร่งมาก มันเป็นเพียงแค่ครึ่งเซียนเท่านั้น!”


“มันเป็นเพียงแค่ศพที่เน่าตายมานานแล้ว มันน่าจะถูกคืนชีพขึ้นมาโดยเผ่าปีศาจ!”


“ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่ตัวตนที่เราสามารถสู้ได้ เราควรทำอย่างไร?”


ทั้งห้ามองไปที่ปีศาจภัยแล้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ


“ความว่างเปล่าคือตัวข้า ตัวข้าก็คือความว่างเปล่า……”


ภายในพลังปราณทมิฬ เส้นแสงสีทองก็เปล่งแสงขึ้นมา พระพุทธรูปทองคำประสานกันแล้วกล่าวคำสวดออกมาจากปาก


แสงสีทองอันไร้ที่สิ้นสุดส่องออกมาจากตัวของเขา แสงสีทองนี้เริ่มต่อต้านปราณทมิฬที่อยู่รอบๆ


“จื่อ……”


แสงสีทองส่องทะลุผ่านหมอกสีดำและเจาะเข้าไปในผิวหนังของปีศาจภัยแล้งจนทำให้เกิดควันสีดำพรวยพรุ่งออกมา


“โฮกก……” ปีศาจภัยแล้งส่งเสียงคำรามด้วบความโกรธ


มันเอื้อมมือขนาดมหึมาของมันขึ้นไปปกปิดท้องฟ้าแล้วตบลงมาอย่างรวดเร็ว


ความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวก่อตัวกลายเป็นคลื่น


คลื่นแรงกดดันทำให้แสงบนพระพุทธรูปทองคำถูกดันถอยกลับ


“คลื่นนน……”


พระพุทธรูปทองคำสูงสิบเมตรถูกฝ่ามือของปีศาจภัยแล้งบีบแน่น


“เจ้าลาหัวโล้นที่น่ารังเกียจ ไปตายซะ!”


หลังจากกล่าวจบ มือขวาของปีศาจภัยแล้งก็บีบแรงขึ้น



ตอนก่อน

จบบทที่ ปีศาจภัยแล้ง

ตอนถัดไป