มิติอัศจรรย์

สีหน้าของจ้าวซินอวี่เปลี่ยนไป เขาเรียนรู้แพทย์แผนจีนกับปู่มาตั้งแต่เด็กนานกว่าสิบปี โดยทั่วไปอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นเขาแทบจะไม่ใส่ใจ



ทว่า หลังจากเหตุการณ์ในคราวนั้น บาดแผลก็ส่งผลกระทบต่อมือของเขาเป็นอย่างมาก หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากดินสีเขียวในมิตินั้น เขาอาจยังต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาล เขาจึงไม่กล้าลงมือรักษาชายชราด้วยตัวเอง



ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ อยู่ในมือเลย และอาการของชายชราที่ดื่มเหล้าจนใกล้จะเสียชีวิตนั้นก็เป็นสถานการณ์ที่เกินความสามารถของเขา



จ้าวซินอวี่จึงหยิบโทรศัพท์มือถือราคาถูกขึ้นมาและรีบกดโทร 120 เพื่อขอความช่วยเหลือ…



แม้ว่าหมอจะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เนื่องจากการช่วยเหลือมาช้าเกินไป ชายชราผู้นั้นก็จากไปในที่สุด



ชายชราเป็นคนโดดเดี่ยวไร้ญาติ แม้ว่าทางหมู่บ้านจะช่วยเหลืออยู่บ้าง แต่จ้าวซินอวี่ก็ต้องใช้เงินเก็บที่สะสมไว้ 3,000 หยวนจัดการเรื่องทั้งหมด



หลังจากจัดการเรื่องของชายชราเสร็จ สีหน้าของจ้าวซินอวี่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ตั้งแต่จบการศึกษามา เขาก็อาศัยอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราว พอชายชราเสียไป เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหนต่อ



ในขณะที่จ้าวซินอวี่กำลังเก็บข้าวของเพื่อออกจากที่นี่ หานเถียนเลี่ยง ผู้ใหญ่บ้านที่มาช่วยจัดการงานศพก็ผลักประตูเข้ามา



“ซินอวี่ นี่จะไปไหน…”



จ้าวซินอวี่ยิ้มขื่น มองไปที่หานเถียนเลี่ยงซึ่งมีผมสีดอกเลา “ลุงหาน คุณลุงสวี่จากไปแล้ว ลุงสวี่น่าจะยังมีญาติอยู่ ตอนนี้ถ้าผมไม่ไป ก็ได้แต่รอให้พวกเขามาไล่ผมออกไป”



หานเถียนเลี่ยงส่ายหัวอย่างขมขื่น “ลุงสวี่จะมีญาติที่ไหนกัน? ถ้ามีญาติก็คงไม่ให้เธอออกเงินจัดงานศพหรอก นี่คือพินัยกรรมที่ลุงสวี่ทิ้งไว้เมื่อสองสามวันก่อน จากนี้ไปบ้านหลังนี้จะเป็นของเธอ ลุงสวี่มีความปรารถนาอย่างหนึ่ง ถ้าในอนาคตเธอมีลูกมีหลาน ขอให้พาเด็ก ๆ ไปไหว้ท่านที่สุสานและเผากระดาษให้สักหน่อยก็พอ”



หลังจากทิ้งพินัยกรรมไว้ หานเถียนเลี่ยงก็ส่ายหัวและเดินจากไป จ้าวซินอวี่มองพินัยกรรม รู้สึกถึงความอบอุ่นของน้ำใจที่เขาสัมผัสได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากหมู่บ้านมา



ตั้งแต่เขาไปที่เผิงเฉิง เพื่อให้มีเงินพอใช้จ่ายและส่งเสียให้จ้าวซินซิงได้เรียนหนังสือ ในช่วงห้าปีนี้นอกจากส่งอาหารแล้ว เขาก็เก็บของเก่าขายมาตลอด



คุณลุงสวี่สงสารเขา จึงให้มาพักที่นี่เมื่อกลับดึก ๆ ดื่น ๆ ของที่เขาเก็บรวบรวมไว้ขายก็มาขายที่นี่ทั้งนั้น



นอกจากนี้ ด้วยความที่ลุงสวี่เคลื่อนไหวไม่สะดวก จ้าวซินอวี่จึงอยู่คอยช่วยเหลือท่านอยู่เสมอ จนทำให้ทั้งคู่มีความผูกพันกันมากขึ้นเรื่อย ๆ



ครั้นได้เห็นว่าลุงสวี่ทิ้งพินัยกรรมให้ที่ดินพร้อมบ้านขนาดกว่า 10 หมู่แก่เขาไว้ก่อนจะจากไป จ้าวซินอวี่จึงรู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจ



ระหว่างที่เขาครุ่นคิด รู้สึกถึงอาการปวดหน่วง ๆ ที่ขาซ้าย จ้าวซินอวี่เงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นว่าอากาศภายนอกกลับมืดครึ้มอีกครั้ง



“ฝนตกอีกแล้ว” จ้าวซินอวี่ถอนหายใจยาว หยิบกระเป๋าขึ้นอย่างครุ่นคิดและได้แต่ยิ้มขื่น อีกไม่ถึงครึ่งเดือนก็จะถึงวันปีใหม่แล้ว



เมื่อมองห้องพักที่ว่างเปล่า จ้าวซินอวี่ก็นึกถึงพื้นที่สีเขียวในมิตินั้นขึ้นมา ตั้งแต่เขาได้มิติพิเศษนี้มา เขาก็ได้ใช้ดินสีเขียวรักษาบาดแผลมาตลอด โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ด้านอื่นเลย



ตอนนี้เมื่อใกล้ปีใหม่ แต่เขากลับมีเงินเหลือเพียงไม่กี่ร้อยหยวน คงไม่มีอะไรดีพอจะใช้ในช่วงปีใหม่นี้ เขาจึงนึกถึงมิติพิเศษขึ้นมาอีกครั้ง



พอนึกได้ก็ลงมือทำ จ้าวซินอวี่จึงเดินฝ่าสายฝนออกจากจุดรับซื้อของเก่า ที่ไม่มีแม้แต่ประตูทางเข้า



ไม่ไกลจากจุดรับซื้อของเก่ามีร้านขายเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์ตกแต่งสวนขนาดเล็ก ร้านแทบไม่มีลูกค้าเพราะใกล้ช่วงปีใหม่ เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงวัยกลางคน กำลังนั่งหลับตาพักหลังเคาน์เตอร์



เมื่อประตูเปิดออก หญิงวัยกลางคนเงยหน้ามองไปที่ทางเข้า เธอเห็นชายที่สวมหน้ากากและเดินขากะเผลกเข้ามา แววตาสงสัยปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอทันที



เนื่องจากร้านของเธออยู่ใกล้กับจุดรับซื้อของเก่า แม้จะไม่รู้จักชื่อจ้าวซินอวี่ แต่เธอก็เห็นเขาเข้าออกที่นั่นบ่อย ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอจึงคุ้นเคยกับเขาพอสมควร



ชายขาพิการผู้เก็บของเก่าและส่งอาหาร ตอนนี้กลับเข้ามาในร้านของเธอ ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าจ้าวซินอวี่มาทำอะไรที่นี่



“มีเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ แตงกวา…” จ้าวซินอวี่เอ่ยรายชื่อเมล็ดพันธุ์ผักมาเจ็ดถึงแปดชนิดติดต่อกัน



“มีนะ แต่ว่าเป็นเมล็ดพันธุ์เก่าทั้งหมด ไม่รับประกันว่าจะงอกได้นะ”



“เอามาอย่างละถุง”



หลังจากออกจากร้าน จ้าวซินอวี่สูดหายใจลึกและไปยังร้านอุปกรณ์การเกษตร เขาซื้อพลั่วเหล็กหนึ่งอันกับถังเล็ก ๆ สองใบ



ขณะที่เขาเดินขากะเผลกกลับไปยังจุดรับซื้อของเก่า เสียงคร่ำครวญเบา ๆ ก็ดังขึ้นทำให้เขาต้องหยุดเดิน



จ้าวซินอวี่มองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบลูกสุนัขสีดำตัวเล็ก ๆ นอนขดอยู่ใต้ถังขยะที่กำลังขยับเบา ๆ



เจ้าหมาน้อยนี้ยังดูอายุน้อยนัก แต่เพราะอากาศหนาวและฝนที่โปรยปรายลงมา ตัวมันจึงเปียกปอนจนใกล้จะหมดแรงเต็มที



จ้าวซินอวี่มองท้องฟ้าที่เริ่มมืดสนิท ถอนหายใจยาวก่อนจะยื่นมือเก็บเจ้าหมาน้อยขึ้นมาใส่ในถังน้ำแล้วพากลับไป



เมื่อกลับถึงบ้านพัก จ้าวซินอวี่ดึงม่านปิด ล็อกประตู ปล่อยถังน้ำทิ้งไว้ด้านนอก ก่อนจะถือพลั่วเข้าไปในมิตินั้นเพื่อทดสอบทฤษฎีที่ค้างคาใจมาหลายเดือน



เขาคุ้นเคยกับการปลูกพืชผักมาตั้งแต่เด็กเพราะมักจะช่วยปู่ปลูกผักในสวน



จ้าวซินอวี่แบ่งพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตรในมิติอย่างเท่า ๆ กัน จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ผักทั้งเจ็ดชนิดที่ซื้อมาไปปลูกลงดิน



เมื่อมองไปยังพื้นที่ว่างขนาดสองสามตารางเมตรตรงกลาง จ้าวซินอวี่ก็หยิบพลั่วขึ้นมา แล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อรู้สึกเหมือนพลั่วไปกระทบเข้ากับของแข็งบางอย่าง



เขาวางพลั่วลงแล้วใช้มือขุดแทน เพียงขุดไม่กี่ครั้งก็พบก้อนหินสีเขียวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน



จ้าวซินอวี่ส่ายหัว เขาไม่คาดคิดเลยว่าภายในมิตินี้จะมีก้อนหินซ่อนอยู่ด้วย แต่ไม่นานเขาก็พบสิ่งที่น่าตกใจ



เขาเห็นว่ามีหยดน้ำค่อย ๆ ซึมออกมาจากก้อนหินสีเขียว หยดน้ำเหล่านี้ไหลลงสู่ดินรอบ ๆ ก้อนหินและก่อให้เกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็ก



จ้าวซินอวี่นึกถึงคุณสมบัติพิเศษของดินสีเขียวในมิตินี้ขึ้นมาได้ เขาจึงถอดเสื้อออกแล้วใช้ดินสีเขียวที่เกือบกลายเป็นโคลนทาบริเวณบาดแผลบนร่างกาย



ในระหว่างที่รอให้ดินหลุดออกจากร่าง เขาก็ได้ยินเสียงท้องร้องหิว เขาถอนหายใจยาวแล้วเดินออกจากมิตินั้น



เพราะฝนตก ทำให้บ้านพักไม่มีอุปกรณ์ทำความร้อนใด ๆ เลย เขาจึงต้มน้ำข้าวหม้อเล็ก ๆ อุ่นหมั่นโถวและผักดองไว้สักหน่อย



ระหว่างที่เขากำลังนั่งกินหมั่นโถวและผักดอง เสียงครางเบา ๆ ดังขึ้นจากในถังที่เขาใส่เจ้าหมาน้อยไว้



จ้าวซินอวี่วางหมั่นโถวลง ตักน้ำข้าวมารอจนเย็น ก่อนจะป้อนให้เจ้าหมาน้อยนิดหน่อย โดยไม่รู้ว่ามันจะรอดถึงพรุ่งนี้หรือเปล่า



หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ เขาก็คลานเข้าไปนอนในผ้าห่มที่อับชื้น อาจเพราะเหนื่อยล้าจากการปลูกผักในมิติ จ้าวซินอวี่จึงเข้าสู่นิทราอย่างรวดเร็ว



ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เขาตื่นขึ้นเพราะความหนาวเหน็บ เขาหยิบมือถือราคาถูกขึ้นมาดู ก่อนจะเปิดไฟ ก็เห็นว่าเจ้าหมาน้อยนอนขดตัวสั่นเทาอยู่กับพื้น



มันยังไม่ตาย จ้าวซินอวี่จึงอุ้มเจ้าตัวน้อยมากอดไว้ในอก ก่อนจะนอนลงอีกครั้ง แต่เพราะผ้าห่มชื้นและบ้านพักที่หนาวเย็น เขาจึงนอนไม่หลับ



สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจอุ้มเจ้าหมาน้อยเข้าไปในมิตินั้นด้วย เมื่อมาถึงมิติ เขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง



เขาเห็นว่าพื้นที่ในมิติไม่ได้มีแค่สามสี่ร้อยตารางเมตรอีกต่อไป แต่กลับขยายใหญ่ขึ้นเป็นประมาณหนึ่งหมู่ ก้อนหินสีเขียวที่เขาขุดออกมาเมื่อวานนี้ก็โผล่พ้นดินขึ้นมา แอ่งน้ำที่ขุดไว้เมื่อวานนี้ก็เต็มไปด้วยน้ำใสบริสุทธิ์



สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดคือมีสีเขียวจาง ๆ ปรากฏขึ้นในดิน พืชผักที่เขาปลูกไว้ตั้งแต่เมื่อวานเริ่มแตกยอดออกมาแล้ว



“นี่มัน…” จ้าวซินอวี่มองยอดสีเขียวเล็ก ๆ พวกนั้นด้วยความตกตะลึง นี่มันมิติแบบไหนกันแน่ ทำไมพืชผักที่ปลูกเมื่อวานนี้ถึงสามารถงอกออกมาได้ในไม่กี่ชั่วโมง



ขณะเขากำลังตกตะลึงอยู่นั้น เจ้าหมาน้อยในอ้อมกอดของเขาก็ขยับตัว เขาจึงวางมันลงกับพื้น เจ้าหมาน้อยกระเผลกตัวไปที่แอ่งน้ำ ยื่นหัวเล็ก ๆ ลงไปดื่มน้ำในนั้น



แอ่งน้ำนี้มีความลึกแค่สิบกว่าซม. จ้าวซินอวี่จึงไม่กังวลว่าเจ้าหมาน้อยจะเกิดอันตราย จากนั้นเขาจึงเดินสำรวจไปรอบ ๆ มิติ



ยิ่งเดินไปแต่ละจุด ดวงตาของเขาก็ยิ่งปรากฏแววตื่นตะลึง เพราะตามหลักแล้วเมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้นานนั้นจะมีอัตราการงอกลดลง แต่เขากลับเห็นพืชผักที่ปลูกเมื่อวานนี้งอกออกมาทุกต้น ไม่มีจุดไหนที่ไม่มีต้นกล้าเลย



เมื่อกลับมาที่แอ่งน้ำอีกครั้ง จ้าวซินอวี่เห็นว่าเจ้าหมาน้อยนอนหลับสนิทข้างแอ่งน้ำ มองไปยังยอดสีเขียวที่อยู่รอบ ๆ ในมิตินี้ เขานึกถึงเนื้อหาในละครหลายเรื่องที่เคยดูมาก่อน หัวใจก็พลันรู้สึกตื่นเต้น



ตอนก่อน

จบบทที่ มิติอัศจรรย์

ตอนถัดไป