เงินก้อนแรก
จ้าวซินอวี่ออกแรงเข็นรถสามล้อที่เต็มไปด้วยผัก แต่สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงหัวเราะเยาะ ไม่มีใครแสดงความเห็นใจ มีบางคนถึงกับหัวเราะเยาะอย่างสะใจ
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเหล่านั้น หัวใจของจ้าวซินอวี่เจ็บปวดแทบจะหลั่งเลือด เหงื่อที่ไหลอาบหน้าเขาไม่แน่ชัดว่าเป็นน้ำตาหรือไม่ หลายปีที่เขามาอยู่เมืองเผิงเฉิง เขาได้สัมผัสถึงความเย็นชาของผู้คน ไม่ค่อยได้รับความอบอุ่นที่แท้จริง ยกเว้นจากคนไม่กี่คนเท่านั้น
จ้าวซินอวี่มีขาที่ใช้ได้เพียงข้างเดียว ส่วนของที่บรรทุกบนรถก็หนักถึงเจ็ดแปดร้อยชั่ง (ประมาณ 350-400 กิโลกรัม) เขาตั้งใจจะเข็นไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้ ๆ แห่งหนึ่ง แต่เดินไปเพียงครึ่งทางเขาก็แทบหมดแรง
เมื่อหยุดพัก รถสามล้อโยกคลอนจนขาที่บาดเจ็บของเขาเริ่มสั่นเทา เขามองไปรอบ ๆ และก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่น ตอนนี้เขาอยู่ตรงกลางระหว่างหมู่บ้านสองแห่ง
ทั้งสองหมู่บ้านมีผู้คนมากมาย และมีคนมาซื้อผักไม่น้อยเลย แต่ตรงนี้กลับไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่มาเดินเล่นออกกำลังกายตอนเช้า
เมื่อคิดดูแล้ว หากไปถึงตลาดอาจถูกพ่อค้ารายอื่นไล่ออกไปอีก อีกทั้งตอนนี้เขาแทบไม่มีแรงจะเข็นรถต่อ จ้าวซินอวี่จึงตัดสินใจนำตาชั่งดิจิทัลที่ซื้อมาด้วยเงิน 80 หยวนออกมาตั้งและเริ่มเปิดแผงขายตรงที่ยืนอยู่นั้นเลย
เวลาผ่านไปทีละนิด ผู้ค้าตรงหน้าหมู่บ้านทั้งสองเริ่มเก็บของกลับบ้าน ขณะที่เดินผ่านแผงขายผักของจ้าวซินอวี่ หลายคนหัวเราะเยาะ เมื่อเห็นผักเต็มคันรถ บางคนถึงกับมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน
จ้าวซินอวี่มองโทรศัพท์มือถือราคาถูกของเขาและส่ายหัวไม่หยุด จากที่เมื่อวานยังมั่นใจเต็มเปี่ยม ตอนนี้เขาแทบไม่เหลือความตื่นเต้นใด ๆ อีกแล้ว
ผ่านไปอีกกว่าชั่วโมง เวลาเกือบสิบโมงครึ่ง จ้าวซินอวี่ถอนหายใจยาว เขาหิวแต่กลับมีเงินติดตัวไม่ถึงห้าหยวน จึงต้องหยิบมะเขือเทศกับแตงกวากินแทนอาหาร
หลังจากกินมะเขือเทศไปสามลูก เขาก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย จ้าวซินอวี่เก็บตาชั่งกลับขึ้นรถสามล้อ เตรียมมองหาที่ที่จะเอาผักเหล่านี้ไปขาย
ขณะที่เขากำลังจะเข็นรถออกไป เสียงเบรกก็ดังขึ้น “เฮ้ ผักพวกนี้ขายไหม?”
จ้าวซินอวี่ตัวสั่น หันไปมองตามเสียง พบว่ารถกระบะคันหนึ่งจอดอยู่ คนขับเป็นชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปี
“ขายครับ ขาย…” จ้าวซินอวี่พยายามกลั้นความตื่นเต้นแล้วเอ่ยคำว่า “ขาย” ออกมาซ้ำ ๆ หลายครั้ง
เมื่อชายคนนั้นลงจากรถ จ้าวซินอวี่สังเกตว่าตัวชายคนนี้มีกลิ่นที่เฉพาะตัวแบบที่มักพบในหมู่เชฟ เขารู้ทันทีว่าคนนี้น่าจะเป็นพ่อครัว
ชายวัยกลางคนเดินวนรอบรถสามล้อของเขาอยู่หลายรอบ ก่อนขมวดคิ้ว “ผักพวกนี้หน้าตาดีมาก นี่ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงใช่ไหม?”
“ไม่ครับ ไม่ใช้แน่นอน ผักพวกนี้ปลูกจากธรรมชาติทั้งนั้น ลองชิมดูก็ได้ครับ” จ้าวซินอวี่รีบพูดพร้อมกับหยิบมะเขือเทศจากกล่องส่งให้
ชายวัยกลางคนมองจ้าวซินอวี่ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ก่อนรับมะเขือเทศมาแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าจากขวดหลายรอบ จากนั้นกัดไปคำหนึ่ง
เมื่อกัดคำแรก เขาอุทานเบา ๆ พลางเงยหน้ามองจ้าวซินอวี่ด้วยสายตาประหลาดใจ เชฟผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปีเพิ่งเคยลิ้มรสมะเขือเทศที่อร่อยเช่นนี้เป็นครั้งแรก
“นี่ไม่ใช่ผักดัดแปลงพันธุกรรมใช่ไหม?” ชายวัยกลางคนถามอย่างสงสัย
“จะเป็นไปได้ยังไงครับ” จ้าวซินอวี่ที่เพิ่งเคยขายของเป็นครั้งแรกเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี
“งั้นแบบนี้ก็แล้วกัน ใกล้เที่ยงแล้ว ผักพวกนี้ถ้าขายไม่หมดก็จะไม่สดแล้ว ถ้าปล่อยไว้ถึงพรุ่งนี้ไม่รู้จะเสียไปเท่าไร ผมเห็นคุณเดินเหินลำบาก งั้นลดให้หน่อย ผมจะซื้อทั้งหมด”
จ้าวซินอวี่ตื่นเต้นทันที “ตกลง ตกลง คุณว่าเท่าไรดีครับ?”
ชายวัยกลางคนสังเกตท่าทางของจ้าวซินอวี่ก็รู้ว่าเป็นมือใหม่ เขากวาดสายตามองแล้วเสนอราคา “ตอนนี้ราคาตลาดมะเขือเทศอยู่ที่ 4.2 หยวนต่อครึ่งกิโล ผมให้คุณ 3.5 หยวน ส่วนแตงกวา…”
เมื่อได้ยินราคา จ้าวซินอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขมขื่น ราคาเหล่านี้เป็นราคาเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งตอนนี้ไม่เพียงแต่หาซื้อไม่ได้ แม้แต่ราคาขายส่งยังหาซื้อไม่ได้เลย
แต่เนื่องจากผักพวกนี้ปลูกในมิติพิเศษ อีกทั้งเขาก็ตั้งใจจะขายในราคาถูกอยู่แล้ว จ้าวซินอวี่จึงไม่คิดมากและตกลงทันที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อเขายกกล่องแตงกวาลงวางเป็นกล่องสุดท้ายบนรถกระบะ ยอดเงินในบัญชีของเขาก็เพิ่มขึ้น 2,206 หยวน
ชายวัยกลางคนกลัวว่าจ้าวซินอวี่จะเปลี่ยนใจ หลังจากโอนเงินเสร็จเขาก็รีบขับรถออกไป ทันทีที่ชายคนนั้นจากไป จ้าวซินอวี่ก็แทบอยากจะตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
สองพันหยวนกว่านี้ หากเขายังต้องส่งอาหารและเก็บของเก่า คงต้องใช้เวลาครึ่งเดือนกว่าจะหาได้เท่านี้ แต่เพียงแค่ครึ่งวันเขากลับได้เงินก้อนนี้มา จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไร
ขากลับ จ้าวซินอวี่ยอมใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เขาใช้เงินกว่าสองร้อยหยวนซื้อข้าวสารหนึ่งถุง ไก่หนึ่งตัว ปลาอีกหนึ่งตัว และหมูหลายกิโล สำหรับเขาที่อยู่เมืองเผิงเฉิงมาห้าปี สองร้อยหยวนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเกือบหนึ่งเดือน
เมื่อกลับถึงจุดรับซื้อของเก่า จ้าวซินอวี่โอนเงิน 1,500 หยวนไปยังบัญชีของปู่ เนื่องจากปู่ของเขาไม่มีโทรศัพท์มือถือ เขาจึงไม่สามารถติดต่อไปได้ มีเพียงความหวังว่าปู่จะได้ใช้เงินในบัญชีเท่านั้น
การขายผักเพียงครึ่งวันได้เงินมากกว่าสองพันหยวน ทำให้จ้าวซินอวี่มีความสุข ผักในมิติก็ยังเหลืออยู่มาก เขารีบจัดเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ภายในหนึ่งชั่วโมง อาหารบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยปลานึ่ง ไก่ตุ๋นพะโล้ พริกหยวกผัดหมู มะเขือม่วงผัดหมู ถั่วฝักยาวผัดหมู และข้าวสวยอีกหม้อ
เมื่อจัดอาหารเสร็จ จ้าวซินอวี่จึงอุ้มเฮยเฟิงออกจากมิติ ช่วงที่ผ่านมาเจ้าหมาดำตัวนี้ดูจะเติบโตขึ้นจนใกล้เคียงกับลูกหมาอายุสามถึงสี่เดือนแล้ว
เฮยเฟิงต่างจากลูกหมาทั่วไป มันดูจะเข้าใจสิ่งที่เขาพูดได้ดี จ้าวซินอวี่ที่เคยโดดเดี่ยวจึงนับเฮยเฟิงเป็นเหมือนญาติและเพื่อน แม้แต่ตอนที่เขากินบะหมี่สำเร็จรูป เขาก็ยังแบ่งให้เฮยเฟิงด้วย
เมื่อจัดอาหารให้เฮยเฟิงในชามเล็ก ๆ จ้าวซินอวี่ก็ตักข้าวขึ้นมากิน เขาตักพริกหยวกผัดเข้าปากคำหนึ่ง แล้วดวงตาก็เบิกกว้าง รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
แม้ว่าจะเป็นผัดพริกหยวกธรรมดาแต่รสชาติกลับแตกต่างจากที่เคย เขารู้สึกว่าพริกหยวกกรอบฉ่ำและกลิ่นหอมของเนื้อหมูก็ซึมลึกเข้าไปในเนื้อพริกหยวก ไม่เหมือนกับที่เคยกินจากที่อื่น
เขาตักถั่วฝักยาวผัดขึ้นมากินต่อ และรสชาติที่ได้ก็ทำให้เขาตกใจเช่นกัน เขารู้ดีว่าหากปู่ได้ลองชิม ก็คงจะต้องชมเชยเป็นแน่
เมื่อได้ชิมมะเขือม่วงผัด เขาก็มั่นใจได้ว่า รสชาติอร่อยเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือการทำอาหารของเขา แต่เป็นเพราะผักเหล่านี้มาจากมิติพิเศษต่างหาก
เมื่อเข้าใจเช่นนี้ จ้าวซินอวี่ก็ตื่นเต้นขึ้นอีกครั้ง เขาจินตนาการได้เลยว่าหากนำผักเหล่านี้ไปขายจะเป็นอย่างไร
หลังจากคิดแล้ว เขาตัดสินใจว่า การขายผักจะต้องไม่ทำใกล้ ๆ จุดรับซื้อของเก่า เพื่อป้องกันคนที่อาจจำเขาได้ และความลับเรื่องมิตินี้อาจถูกเปิดเผย
เมืองเผิงเฉิงเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจเจริญเติบโต ร้านอาหารมีอยู่มากมาย ตั้งแต่ร้านเล็กไปจนถึงโรงแรมระดับห้าดาวที่มีอยู่ถึงห้าแห่ง
ในร้านอาหารขนาดเล็กแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า “เกษตรกรสุขสันต์” เชฟวัยกลางคนรูปร่างท้วมคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่ในครัว แต่ในใจเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัย
แม้ร้านนี้จะไม่ใหญ่โต แต่จานเนื้อตุ๋นของเขาก็มีชื่อเสียงมาก ลูกค้าที่มามักจะสั่งจานเนื้อตุ๋นนี้ทุกครั้ง
แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้จานเนื้อตุ๋นขายได้ไม่กี่ที่ ในขณะที่เมนูที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมอย่างพริกหยวกผัดหมู ถั่วฝักยาวผัดหมู และผักกวางตุ้งน้ำมันหอย กลับขายดีจนเกินคาด ลูกค้าบางโต๊ะถึงกับสั่งซ้ำหลายรอบ
เมื่อมีเวลาว่าง เขาออกไปดูสถานการณ์ที่หน้าร้าน และลูกค้าประจำโต๊ะหนึ่งก็หัวเราะพลางพูดว่า
“เถ้าแก่หาน ที่นี่เปลี่ยนเชฟแล้วเหรอ? มะเขือม่วงกับพริกหยวกผัดในวันนี้อร่อยมาก ช่วยทำมะเขือม่วงผัดหมูกับพริกหยวกผัดหมูให้เราเพิ่มด้วย”
เถ้าแก่หานได้ยินแล้วก็ชะงัก พอกลับเข้าไปในครัว เขาก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขาลองทำอาหารชุดใหญ่จากผักที่เหลืออยู่
เมื่อยกจานออกมาเสิร์ฟ เขาก็หยิบพริกหยวกมาชิมคำหนึ่ง แล้วก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ จากนั้นเขาหยิบมะเขือม่วงกับพริกหยวกที่เก็บไว้ขึ้นมาทำอาหารอีกชุด
หลังจากลองชิมแล้ว เถ้าแก่หานก็ขมวดคิ้ว เขารู้แล้วว่ารสชาติที่ดีนี้ไม่ใช่เพราะฝีมือของเขาพัฒนา แต่เป็นเพราะคุณภาพของผัก พวกผักที่ลูกค้าชมเชยเหล่านี้ล้วนเป็นผักที่เขาซื้อมาตอนขากลับในราคาต่ำที่สุด เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันที