ความคิดเกี่ยวกับการปลูกผัก

ในขณะที่ทั่วประเทศกำลังเฉลิมฉลอง จ้าวซินอวี่กลับซ่อนตัวอยู่ในมิติที่เป็นของเขาเพียงผู้เดียว กำลังปักชำกิ่งองุ่นแห้งที่ไปแอบนำมา เขาได้แรงบันดาลใจจากการทดลองกับสมุนไพรก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่ากิ่งองุ่นแห้ง ๆ เหล่านี้จะสามารถฟื้นกลับมามีชีวิตได้หรือไม่



เขาไม่ออกไปไหนทั้งคืน เพราะรู้ดีว่าหากออกไปก็มีแต่จะเพิ่มความเศร้าให้กับตัวเอง ในพื้นที่ลับนี้เท่านั้นที่เขารู้สึกได้ถึงความมั่นใจที่ไม่เคยมีมาก่อน



เมื่อตื่นขึ้นมา เขาสำรวจมิติและพบว่าทุกอย่างยังคงเดิม เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย รีบเดินไปที่จุดที่ปักชำองุ่นไว้ แล้วขุดดูรากของกิ่งปักชำ



ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย กิ่งองุ่นที่ปักชำไว้นั้น แม้จะยังแห้ง แต่กลับมีรากเส้นเล็กละเอียดราวกับเส้นผมโผล่ออกมาที่โคน



เมื่อฝังกิ่งองุ่นกลับลงไปตามเดิม เขาก็ถอนหายใจโล่งอก หันไปเรียกเฮยเฟิงที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในแปลงผัก เจ้าตัวน้อยกระโจนเข้ามาหาเอาหัวถูกับขาเขาแล้วเห่าเบา ๆ



“ไปกินข้าวกันเถอะ”



เมื่อกลับมาถึงห้อง จ้าวซินอวี่พบว่าเป็นเวลาเก้าโมงเช้าของวันขึ้นปีใหม่ เขานำสมุนไพรที่แช่น้ำไว้ในมิติออกมาต้มเพื่อทำยาทาภายนอกและยากิน



ขณะถอดกางเกง เขาก็สังเกตเห็นว่าแผลเป็นที่ขาดูจางลงเล็กน้อย เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องดูใบหน้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล เขาก็เห็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าลดลงอย่างชัดเจน บริเวณใบหน้าด้านซ้ายที่เคยคล้ำยังดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด



การฟื้นตัวของร่างกายทำให้จ้าวซินอวี่อารมณ์ดี เขารีบทายาและกินยาตามที่เตรียมไว้ แล้วนำอาหารที่เหลือจากเมื่อวานมาอุ่น



หลังจากกินข้าวและพักผ่อนสักชั่วโมง เขาก็ล้างยาทาออก ก่อนออกไปข้างนอกเพื่อทำความสะอาดลานบ้านที่ถูกทิ้งร้างมาหลายปี



แม้ที่นี่จะเป็นจุดรับซื้อของเก่า แต่เนื่องจากลุงสวี่หนิงไม่ค่อยสะดวกในการเคลื่อนไหว ทำให้มีคนไม่มากที่อยากนำของเก่ามาขาย จึงเหลือขยะที่ใช้การไม่ได้กองทับถมอยู่ในลานเสียมากกว่า



ขยะมีมากมายจนตลอดบ่ายเขาเก็บกวาดได้แค่มุมเดียวเท่านั้น แต่ขยะที่เก็บมานั้นกลับกองพะเนินอย่างกับภูเขาลูกเล็ก ๆ



วันเวลาต่อมา จ้าวซินอวี่ใช้ทุกวันไปกับการทำความสะอาดลานบ้าน เหล่าชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างมองด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร



วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังทำงานอยู่ ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อจากด้านหลัง เขาหันไปเห็นผู้ใหญ่บ้านหานเถียนเลี่ยงมองมาด้วยความสงสัย พร้อมกับถือแฟ้มเอกสารอยู่ในมือ



“ลุงหาน! มาหาผมหรอครับ”



“ซินอวี่ บ้านหลังนี้ถูกโอนมาเป็นชื่อของเธอเรียบร้อยแล้ว ฉันยังจัดการแบ่งที่ดินให้เธอประมาณสิบหมู่ ที่ดินอาจจะไม่ดีมาก แต่ตราบใดที่มีการเพาะปลูก ทุกปีก็จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐนิดหน่อย”



“ที่ดินเหรอครับ” จ้าวซินอวี่เอ่ยด้วยความแปลกใจพลางเช็ดมือแล้วรับแฟ้มมาเปิดดู



“ลุงหาน ที่ดินอยู่ที่ไหนครับ?”



หานเถียนเลี่ยงชี้ไปทางทิศตะวันออกของลาน “นั่นไง ที่ริมฝั่งแม่น้ำลั่ว มีทั้งหมดสิบแปดหมู่ แต่ว่ามีหกเจ็ดหมู่ที่เป็นหินกรวด ใช้งานไม่ได้เลยให้แค่สิบหมู่”



จ้าวซินอวี่มองไปยังแปลงดินที่ถูกทิ้งร้างไม่รู้กี่ปี ซึ่งตั้งอยู่ติดแม่น้ำลั่วที่เขาเคยได้ยินจากลุงสวี่ แม่น้ำลั่วเคยเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชาวบ้านหมู่บ้านซีฮั่นหลิ่ง แต่ด้วยหลายเหตุผลมันจึงแห้งเหือดไป และถูกกลบเป็นถนนจนเหลือเพียงแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกทิ้งร้างจนกลายเป็นแอ่งน้ำเสียไร้คนดูแล แอ่งน้ำนี้เองที่สร้างปัญหาให้กับคนในหมู่บ้านในช่วงฤดูร้อน เพราะนอกจากกลิ่นเหม็นยังมีฝูงยุงมากมาย



เหตุนี้จึงไม่มีใครต้องการใช้ลานบ้านแห่งนี้ แม้จะมีพื้นที่กว้างขวาง



สำหรับที่ดินที่หานเถียนเลี่ยงกล่าวถึงนั้นตั้งอยู่กลางแอ่งน้ำเสีย มองจากไกล ๆ เหมือนเป็นเกาะกลางน้ำเสีย ที่ดินนั้นถูกทิ้งร้างมานานและโดนขุดดินไปจนจะเข้าไปปลูกพืชก็ยากลำบากพอดู



เมื่อเห็นจ้าวซินอวี่มองแปลงดินด้วยสีหน้าเหม่อลอย หานเถียนเลี่ยงจึงยิ้มเจื่อน ๆ “ซินอวี่ เรื่องขาเธอไม่สะดวก ลุงก็ไม่อยากให้ที่ไกลเกินไป แม้ที่นี่จะเข้าไปลำบาก แต่ลุงจะช่วยยื่นเรื่องขอเงินช่วยเหลือให้ ส่วนแปลงดินเดี๋ยวจะให้คนไปฉีดยากันยุงให้”



จ้าวซินอวี่รู้ว่าหานเถียนเลี่ยงเข้าใจผิด เขาจึงยิ้ม “ขอบคุณครับลุงหาน แล้วแม่น้ำลั่วตอนนี้ยังถือเป็นที่ของหมู่บ้านอยู่หรือเปล่าครับ?”



“แม่น้ำอะไร ตอนนี้กลายเป็นแค่ร่องน้ำเน่าเสียไปแล้ว หมู่บ้านเรามีแต่คนไปทำงานในเมืองกันหมด ถ้าฉันย้อนกลับไปเป็นหนุ่มได้อีกสักยี่สิบปีล่ะก็ ฉันคงลงมือบุกเบิกที่นี่ทำบ่อเลี้ยงปลาไปแล้ว”



จ้าวซินอวี่อึ้ง “แต่ไม่ใช่ว่าแหล่งน้ำของแม่น้ำลั่วแห้งไปหมดแล้วหรอกหรอครับ”



“เธอคงไม่รู้อะไร ใต้ลานบ้านนี้มีตาน้ำไหลซึมอยู่ น้ำออกมาไม่น้อยด้วย แต่คนมันขี้เกียจ ไม่มีใครอยากขุด ถ้าเธออยากได้ ฉันจะตีเส้นแบ่งพื้นที่นี้ให้เธอ เวลาหมู่บ้านพัฒนาเมื่อไหร่เธอจะได้มีโอกาสรับค่าชดเชย”



“อย่างนั้นมันจะดูไม่ดีนะครับ คนในหมู่บ้านคงพูดกันแน่”



“เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะยื่นเรื่องเช่าพื้นที่แม่น้ำลั่วให้เธอ ทุกปีแค่ใส่ยาฆ่าแมลงกันยุงให้คนในหมู่บ้านเห็นว่าไม่มีอะไรน่ารำคาญ พวกเขาก็จะไม่ว่าอะไร”



จ้าวซินอวี่เริ่มเข้าใจเหตุผลที่หานเถียนเลี่ยงแบ่งพื้นที่เพาะปลูกนั้นให้เขา ผู้ใหญ่บ้านตั้งใจจะช่วยเขาให้ได้เงินช่วยเหลือพิเศษ



“ซินอวี่คิดจะทำอะไรล่ะ? ลุงสวี่เขาขยับตัวไม่สะดวก แค่ทำจุดรับซื้อให้ได้ทุกปีรายได้ก็ตั้งห้าหกหมื่นแล้ว”



“ลุงหาน ผมคิดว่าจะทำความสะอาดลานบ้านแล้วลองปลูกผักดูครับ”



“ก็ดีนะ ปลูกผักมีประโยชน์ แต่แถวนี้ขาดน้ำนะ ถ้ารดน้ำเองจะไม่เปลืองเงินแย่หรอ?”



จ้าวซินอวี่หัวเราะเบา ๆ “ไม่ใช่ว่าลุงบอกว่ามีตาน้ำอยู่หน้าบ้านหรอครับ”



“เจ้าเด็กคนนี้ เอาเถอะ ลุงไม่เข้าใจเรื่องพวกเธอหรอก ในเมื่ออยากลองดูก็ทำไป ลุงจะให้หานจวินกับหานลี่ลูก ๆ มาช่วยเธอวันพรุ่งนี้พอดี พวกเขายังไม่ได้ไปทำงาน คงพอช่วยกันเคลียร์ลานบ้านได้”



เช้าวันถัดมา หานจวินกับหานลี่ลูกชายของหานเถียนเลี่ยงก็มาพร้อมกับพาคนอีกสี่คนและรถแทรกเตอร์มาด้วย



“ซินอวี่ คนพวกนี้เป็นคนในหมู่บ้าน พอรู้ว่านายจะปลูกผักก็เลยแวะมาช่วย ไม่ต้องจ่ายค่าแรงก็ได้ แต่เรื่องเหล้านี่ต้องมี” หานจวินที่อายุราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดเคยเจอจ้าวซินอวี่แค่ไม่กี่ครั้ง แต่หานลี่คนนี้คุ้นเคยกันดีเพราะแวะมาเยี่ยมบ่อย



จ้าวซินอวี่ยิ้มด้วยความดีใจ รีบรับคำ “ขอบคุณทุกคนมากครับ อยากกินอะไรบอกได้เลย เดี๋ยวฉันออกไปซื้อมาให้”



หานลี่หัวเราะ “ไปซื้อของสำเร็จมาก็พอ ที่นี่ให้พวกเราจัดการเองได้”



ทั้งช่วงเช้าจ้าวซินอวี่เห็นขยะเจ็ดแปดกองถูกเก็บกวาดจนหมด แต่เขาไม่รู้เหมือนกันว่าจะขนไปทิ้งที่ไหน



“หานลี่ เรียกทุกคนมากินข้าวได้แล้ว”



หานลี่และคนอื่น ๆ หยุดงานแล้วเข้ามาในห้องที่จ้าวซินอวี่เตรียมไว้ มองเห็นกับข้าวบนโต๊ะใหม่เอี่ยมที่มีอาหารกลิ่นหอมน่ากินวางเต็มโต๊ะ ต่างคนต่างกลืนน้ำลาย



หานลี่มองจ้าวซินอวี่พลางพูด “ซินอวี่ นี่เราเป็นคนบ้านเดียวกันนะ แค่ไปซื้อของสำเร็จมาก็พอ ไม่ต้องเสียเงินเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวพวกลุง ๆ รู้เข้าจะดุพวกเราเอา”



จ้าวซินอวี่ยิ้ม “หานลี่ นายก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยมีเงินซื้อหรอก ของพวกนี้ฉันทำเองทั้งหมดเลย ลองชิมดูว่ารสชาติถูกปากไหมนะ เดี๋ยวฉันจะไปหยิบเหล้ามาให้”



หานลี่รีบจับแขนจ้าวซินอวี่ไว้ “เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน”



“อะไรล่ะ หรือจะไม่ดื่ม?”



“ฉันจะถามว่านายทำของพวกนี้เองจริงหรอ?”



“ก็ใช่น่ะสิ”



“ไอ้เจ้านี่ซ่อนฝีมือไว้เก่งนะ ทีนี้พวกเราคงได้กินอาหารดี ๆ บ่อยขึ้นแล้ว!” หานลี่หัวเราะเสียงดัง พลางชวนคนอื่น ๆ ให้นั่งลง



แต่พอได้ลองคำแรก ทุกคนก็หยุดนิ่งไปทันที ดวงตาฉายแววตกตะลึง ราวกับไม่เชื่อว่าจะมีอาหารรสเลิศแบบนี้อยู่บนโลก



ตอนก่อน

จบบทที่ ความคิดเกี่ยวกับการปลูกผัก

ตอนถัดไป