เตรียมตัวก่อนเริ่มธุรกิจ

ทุกคนล้วนเป็นวัยรุ่น แม้ไม่เคยได้กินร้านหรู ๆ แต่ก็เข้าออกตามร้านข้างทางอยู่เป็นประจำ จานมะเขือธรรมดา ๆ เพียงคำแรกกลับทำให้พวกเขาหยุดกินไม่ได้



ทั้งหกคนรีบยกตะเกียบขึ้นพร้อมกันด้วยความหิวโหย ก่อนที่หานลี่จะรีบเบรกทุกคน “เดี๋ยวก่อนสิ พวกนายอดอยากมาจากไหนกันล่ะ ซินอวี่ยังไม่ได้กินเลยนะ”



พี่ชายหานจวินหันไปจ้องหานลี่ “หานลี่ นายน่ะสนิทกับซินอวี่ดีนัก ทำไมไม่เคยบอกเราเรื่องนี้มาก่อน”



หานลี่หัวเราะแห้ง ๆ “ก็ฉันกับซินอวี่สนิทกันจริง แต่ไม่เคยเห็นเขาทำอาหารนี่นา ตัวเขาเองก็อยู่ได้ด้วยซาลาเปากับผักดอง แล้วฉันจะเคยได้กินอาหารฝีมือเขาได้ยังไงกัน”



ในตอนนั้นเองจ้าวซินอวี่ก็เดินเข้ามาพร้อมขวดเหล้า “เหล้าอาจไม่ดีนักนะ ทน ๆ กันไปละกัน”



เขารินเหล้าให้ทุกคนแล้วชี้ไปที่อาหารบนโต๊ะ “ทำไมล่ะ อาหารไม่ถูกปากหรอ?”



“ซินอวี่ เจ้าหนุ่ม นี่มีฝีมือทำอาหารขนาดนี้ทำไมถึงมาขายของเก่า แค่ไปทำอาหารตามร้านอาหารติดดาวก็น่าจะได้งานแล้ว” หานลี่ตบบ่าเขาเบา ๆ



จ้าวซินอวี่ยิ้มเจื่อน ๆ “หานลี่ ใครจะจ้างคนสภาพอย่างฉันกันล่ะ ถ้าไม่ใช่พวกพี่ ๆ รับรองว่าคนอื่นคงถอยห่างตั้งแต่แรกเห็นแน่ ๆ”



คำตอบนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกสะเทือนใจ พวกเขาอาจเคยได้ยินเรื่องของจ้าวซินอวี่จากหานลี่บ้าง แต่น้อยคนที่จะรู้รายละเอียดมากนัก และแม้หานลี่จะรู้จักเขาดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขามีทักษะขนาดนี้



“ซินอวี่ ทำไมไม่ดื่มล่ะ”



“เหล้านี้ฉันดื่มไม่ค่อยได้ ไว้กลับบ้านจะเอาเหล้าสมุนไพรของคุณปู่มาให้ดีกว่า รับรองว่าหอมหวานกว่าเหล้านี้เยอะเลย” จ้าวซินอวี่พูดจบสีหน้าก็แฝงแววเศร้าหมอง เมื่อคิดถึงการกลับไปเจอปู่ในสภาพนี้



ทั้งเจ็ดคนคุยกันไปมา เพียงไม่นานอาหารบนโต๊ะที่ทำจากผักก็หมดเกลี้ยง เหลือเพียงเนื้อสัตว์ที่แทบไม่ได้แตะเลย จ้าวซินอวี่เห็นจานว่างก็ลุกขึ้น “เดี๋ยวฉันทำผักเพิ่มให้”



หานลี่หัวเราะ “เอาผักพอแล้ว เนื้อไม่ต้อง”



มื้อนั้นจบลงด้วยการเพิ่มอาหารอีกสามรอบ เหลือแค่อาหารจานเนื้อที่ไม่มีใครแตะเลยแม้แต่น้อย



“ซินอวี่ นายทำอาหารเก่งขนาดนี้ ทำไมไม่เปิดร้านอาหารล่ะ” หานลี่กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ



ทันใดนั้นข้อเสนอนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากทุกคน “ใช่ ถ้าไม่เปิดร้านก็เสียของแย่แล้วล่ะ”



“เอาล่ะ งั้นตกลงกันนะ หลังจากเคลียร์ลานบ้านนี้แล้วจะไปหาทำเลเปิดร้านกัน นายเอาไปครึ่งหนึ่ง ส่วนพวกเราอีกครึ่ง ตกลงไหม” หานจวินพูดเสริม



จ้าวซินอวี่รีบปฏิเสธ “หานลี่ ตอนนี้ฉันมีสภาพแบบนี้นะ ถ้าลูกค้ามาเห็นเข้าร้านก็เจ๊งแน่ ๆ ปีนี้ขอปลูกผักก่อนดีกว่า เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง”



“ซินอวี่ พ่อฉันบอกว่านายจะปลูกผัก แต่แถวนี้ใคร ๆ เขาก็ปลูกผักกันทั้งนั้น นายคิดหรอว่าจะขายดี?” คำถามนั้นทำให้ทุกคนเงียบไปเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่หันไปทำงานในเมืองหมด



“หานลี่ พวกนายอยู่ในเมืองมานาน น่าจะรู้จักคนที่รับเหมางานขุดดินบ้างไหม?” จ้าวซินอวี่ถาม



หานลี่ขมวดคิ้ว “ซินอวี่ นายจะทำอะไร จะสร้างบ้านใหม่รึไง? เก็บเงินเอาไว้ดีกว่านะ เผื่อได้ไปซื้ออพาร์ตเมนต์ในเมือง”



“ไม่ใช่จะสร้างบ้านหรอก ที่หมู่บ้านแบ่งพื้นที่ตรงแม่น้ำลั่วให้ฉัน อีกทั้งฉันยังตกลงเรื่องการดูแลร่องน้ำเสียไว้แล้ว ฉันอยากปรับปรุงแอ่งน้ำนั่น พอจะถามให้หน่อยได้ไหมว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่”



หานลี่โพล่งออกมา “นายบ้าหรือเปล่า คิดเหรอว่าแม่น้ำลั่วมีค่า? ต่อให้ได้เงินสี่ห้าหมื่นก็ยังไม่มีใครคิดจะมาดูแลเลย ถ้าทำความสะอาดแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ? น้ำก็ไม่มีสักหยด ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร”



“หานลี่ ในเมื่อซินอวี่ขอให้ช่วย นายก็ลองถามดูแล้วกัน เผื่อมีประโยชน์” หานจวินพูดเสริม “ไปเถอะ กินเหล้ากันแล้วก็ได้เวลาทำงานต่อ”



จากนั้นอีกห้าวันจ้าวซินอวี่ก็ช่วยงานทุกวัน ลานบ้านถูกทำความสะอาดจนเกลี้ยง จัดแปลงผักและร่องน้ำจนเป็นระเบียบ หานจวินและเพื่อน ๆ มาช่วยอย่างเต็มที่แม้จะไม่คิดค่าแรง แต่ก็ยังต้องจ่ายค่าจ้างในการปรับพื้นดินและขุดร่องน้ำถึง 1,400 หยวน



วันหนึ่งขณะนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน หานลี่ก็กล่าว “ซินอวี่ สัญญานะ ถ้าปีนี้ปลูกผักแล้วไม่เวิร์ค ปีหน้าเราจะร่วมกันเปิดร้านอาหาร”



จ้าวซินอวี่รู้สึกมั่นใจมากขึ้นเพราะนอกจากมีมิติช่วยให้ผักเติบโตไวขึ้นแล้ว เวลานี้ต้นมะเขือเทศและแตงกวาที่ปลูกในถังพลาสติกยังสูงถึงหนึ่งฟุต ซึ่งเขาเชื่อว่าหากรดน้ำจากมิติ ผักของเขาจะต้องขายดีแน่นอน



“หานลี่ ถ้าฉันขายผักแล้วทำเงินได้ล่ะก็ พวกนายต้องมาช่วยฉันบ้างล่ะ”



หานจวินและคนอื่น ๆ หัวเราะลั่น พวกเขาทุกคนรู้ดีว่า หากปลูกผักแล้วได้กำไรจริง ๆ ชาวบ้านคงไม่พากันออกไปทำงานนอกหมู่บ้านกันหมด



เสียงเห่าของเฮยเฟิงดังขึ้นเมื่อลูก ๆ ของหานเถียนเลี่ยงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เจ้าตัวเล็กที่เติบโตขึ้นจนเกือบครึ่งเมตรหันมามองกลุ่มคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ



“ซินอวี่ เฮยเฟิงของนายฉลาดจริง ๆ นะ คนที่ทิ้งมันนี่คงตาถั่ว”



จ้าวซินอวี่ลูบหัวเฮยเฟิง เจ้าตัวน้อยเบียดขาเขาด้วยความออดอ้อน แต่สายตาที่มองไปยังหานจวินนั้นยังมีแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด



“เจ้าเฮยเฟิงนี่ฉลาดจริง ๆ” หานจวินหัวเราะ



หลังมื้อค่ำจบลง กลุ่มหานจวินก็แยกย้ายกลับบ้าน ขณะที่จ้าวซินอวี่กำลังเก็บโต๊ะ เขาได้รับโทรศัพท์จากลูกค้าประจำคนหนึ่งที่หมู่บ้านเทียนอี้ฮวาเยี่ยน “ทุกคนที่นี่อยากได้ผักคุณอีกแล้วนะ”



หลังจากนั้นจ้าวซินอวี่จึงไปส่งผักทุกเช้าที่หมู่บ้านเทียนอี้ฮวาเยี่ยน ช่วงเวลาที่เหลือเขาก็ใช้เวลากับกลุ่มหานจวิน



เมื่อเทศกาลแขวนโคมไฟผ่านไป



หานจวินกับเพื่อน ๆ ก็ออกไปทำงานในเมือง ลานบ้านที่เคยครึกครื้นก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง



จ้าวซินอวี่ที่อยู่คนเดียวเริ่มคิดเรื่องการขุดตาน้ำที่ฝังอยู่ใต้ลานบ้านออกมาใช้ หลังคิดอยู่นานก็เปลี่ยนใจไม่ขุด เพราะหากขุดออกมาอาจมีชาวบ้านคนอื่นเห็นแล้วเกิดความอิจฉาได้ จนกลายเป็นปัญหาในภายหลัง



วันหนึ่งหลังกลับจากหมู่บ้านเทียนอี้ฮวาเยี่ยน เขาไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักที่บริษัทขายเมล็ดพันธุ์ เมื่อกลับมาถึงบ้านจึงถือถุงเมล็ดพันธุ์ใบใหญ่มาวางไว้ที่ห้อง



ภายในมิติ ผักทุกต้นเติบโตงอกงาม ต้นมะเขือเทศสูงเกินสองเมตร มะเขือเทศแต่ละต้นออกผลสี่ถึงห้าสิบชั่ง ส่วนแตงกวาก็ออกลูกดกไม่แพ้กัน แม้แต่พริกหยวกก็ให้ผลผลิตถึงสิบถึงยี่สิบชั่งต่อต้น



เถาองุ่นที่เขาปักชำตั้งแต่ช่วงปีใหม่ก็ยาวถึงหนึ่งเมตรแล้ว อีกทั้งกิ่งปักชำที่เขาขโมยกลับมาเมื่อสองวันก่อนก็เริ่มแทงรากและแตกใบสีเขียว



ตอนก่อน

จบบทที่ เตรียมตัวก่อนเริ่มธุรกิจ

ตอนถัดไป