ปัญหามาเยือน

ขณะที่เฮยเฟิงกำลังวิ่งเล่นอยู่ในแปลงผัก จ้าวซินอวี่เริ่มเพาะเมล็ดสมุนไพรพื้นฐานอย่างปักคี้และไช่หูที่เขาซื้อมาลงในแปลงของมิติ



คืนนั้นขณะที่เข้าไปในมิติเพื่อเก็บผัก เขาสังเกตว่ามิติของเขามีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง พื้นที่ขยายจากสามหมู่เพิ่มเป็นหกหมู่ ขณะที่แอ่งน้ำเล็ก ๆ กลายเป็นบ่อขนาดย่อม ซึ่งทำให้เขาตื่นเต้นอย่างมาก นี่ทำให้เขาตระหนักได้ว่ามิติขยายขึ้นตามชนิดของพืชที่ปลูก ยิ่งเป็นพืชหายาก มิติยิ่งเปลี่ยนแปลงมากขึ้น



เขานึกถึงคำพูดของลุงสวี่หนิงเมื่อคราวที่เคยคุยกัน ลุงเล่าว่าภูเขาไฉเหลียงซานที่อยู่ติดกับหมู่บ้านซีฮั่นหลิ่งเคยเป็นภูเขาหล่อเลี้ยงชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียงมาก่อน เพราะทุกวันจะมีคนเข้าไปล่าสัตว์และหาสมุนไพร



ปัจจุบันการล่าสัตว์ถูกห้ามเพราะสัตว์หลายชนิดเป็นสัตว์สงวนไปแล้ว คนจึงไม่ค่อยเข้าไปในภูเขานี้ คนหนุ่มสาวหลายคนแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภูเขาแห่งนี้มีอะไรอยู่บ้าง



เมื่อรู้ว่าพืชหายากจะช่วยให้มิติของเขาขยายตัวได้ แต่ราคาในตลาดสูงมาก จ้าวซินอวี่จึงคิดอยากเข้าไปสำรวจภูเขานี้ดูสักครั้ง



แต่เมื่อมองขาตัวเองแล้วก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ยาที่ปรุงช่วยให้ขาของเขาอาการดีขึ้นอย่างมาก ตอนนี้เขาสามารถยืนได้เต็มแรงแล้ว และรอยแผลเป็นบนใบหน้าก็จางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่หากต้องพบสัตว์ใหญ่ในภูเขา ขาที่บาดเจ็บนี้ก็คงเป็นจุดอ่อนอยู่ดี



หลายวันต่อมา จ้าวซินอวี่เข้าไปในมิติเพื่อดูพืชผักและสมุนไพรที่เริ่มงอกงามอย่างดี เขาจึงเริ่มเตรียมย้ายกล้าออกจากมิติ



“ซินอวี่ รีบย้ายกล้าตอนนี้จะไม่เร็วไปหน่อยเหรอ”



ด้วยพื้นที่กว้างถึงสิบหมู่ จ้าวซินอวี่ทำเองไม่ไหว จึงขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านหานเถียนเลี่ยง



“ลุงหาน ผมไปถามผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว เขาบอกว่าพันธุ์ผักนี้ทนหนาวและทนแล้ง ปลูกเร็วจะขายได้ราคาดีครับ”



“ซินอวี่ แถวหมู่บ้านคนหนุ่มสาวแทบไม่เหลือแล้ว มีแต่คนแก่กับผู้หญิง นายคิดจะจ้างเขาวันละเท่าไหร่ล่ะ”



“ลุงหาน ผมไม่ค่อยทราบราคา ปกติจ้างกันวันละเท่าไหร่ครับ”



“ถ้าจ้างงานชั่วคราวในเมืองน่ะได้วันละหนึ่งร้อย แต่คนในหมู่บ้านก็คงได้แค่เจ็ดสิบ นายว่าไง?”



“เอาตามนั้นเลยครับลุงหาน ผมจ่ายรายวัน พรุ่งนี้เริ่มได้เลย” หลังจากขายผักไปหลายวัน จ้าวซินอวี่ก็เก็บเงินได้ถึงเจ็ดหมื่นหยวน เขารู้ดีว่าถ้าได้ปลูกผักในปริมาณมาก ๆ กำไรจะสูงกว่านี้อีกมาก



เช้าวันถัดมาก่อนออกไปที่หมู่บ้านเทียนอี้ฮวาเยี่ยน เขานำกล้าผักจากมิติมาบรรจุใส่กล่องที่เตรียมไว้แล้ว จึงค่อยขับสามล้อไปส่งผัก



ผักของเขาได้รับความนิยมมากในหมู่บ้านเทียนอี้ฮวาเยี่ยนและกลายเป็นที่รู้จัก แม้กระทั่งคนในหมู่บ้านใกล้เคียงก็มารอซื้อที่หน้าหมู่บ้านทุกเช้า เพียงครึ่งชั่วโมงผักทั้งหมดก็ขายหมด



ลูกค้าในหมู่บ้านเทียนอี้ฮวาเยี่ยนและเจ้าของร้านอาหารใกล้เคียงหลายคนก็ขอให้เขาส่งผักตอนเย็นเพิ่มอีกครั้งด้วย บางร้านถึงกับเสนอให้ราคาสูง แต่เขาก็ปฏิเสธไปทั้งหมด



เขาเองก็อยากได้เงิน แต่ก็รู้ดีว่าหากทำให้ธุรกิจดูดีเกินไปย่อมเป็นที่หมายตา ตอนที่เขาขายดีที่เทียนอี้ฮวาเยี่ยน พ่อค้าแม่ค้าหลายรายพยายามมาตั้งแผงแย่งลูกค้า แต่ลูกค้าเหล่านั้นก็ยังเลือกซื้อผักจากเขาเพราะติดใจในรสชาติ



เขาจึงเลือกที่จะขายเพียงรอบเช้า เพราะหากขายเพิ่ม ความนิยมของผักเขาจะยิ่งแพร่กระจายและอาจทำให้พ่อค้าแม่ค้าในละแวกนี้ไม่พอใจ หากมีใครใช้วิธีสกปรก เขาคงไม่สามารถรับมือได้



เจ้าของร้านอาหารบางคนจึงพยายามสืบหาที่มาของผักเขา บางคนถึงกับสะกดรอยตาม



จ้าวซินอวี่รู้ตัวแต่ไม่ได้ตั้งใจจะหลบเลี่ยง เขาเพียงแค่ขับสามล้อไฟฟ้าไปตามซอยเล็ก ๆ และอาศัยนิสัยระมัดระวังที่มีมาตลอดจนพวกนั้นสะกดรอยเขาไม่สำเร็จ



เมื่อขายผักเสร็จและกลับมาถึงจุดรับซื้อของเก่า เขาก็เริ่มย้ายกล้าองุ่นไปปลูกริมรั้วที่ติดกับร่องน้ำเสีย



ขณะที่เขากำลังปลูกองุ่น ผู้ใหญ่บ้านหานเถียนเลี่ยงก็มาพร้อมคนงานราวสิบคน โดยมีทั้งผู้สูงอายุและสตรีวัยกลางคน เมื่อถามเขาเรื่องวิธีการปลูกผักแล้ว ทุกคนก็เริ่มลงมือ



เพียงหนึ่งวัน ลานบ้านขนาดสิบหมู่ก็ถูกปลูกผักไปแล้วหนึ่งในสาม จ้าวซินอวี่รู้สึกดีใจจึงจ่ายค่าแรงเพิ่มให้อีกคนละสิบหยวน



หลังจากหานเถียนเลี่ยงกับคนงานกลับไป จ้าวซินอวี่ก็รดน้ำผักด้วยน้ำผสมจากมิติ



วันรุ่งขึ้นเมื่อหานเถียนเลี่ยงกลับมาพร้อมคนงาน ทุกคนต่างแปลกใจที่เห็นว่ากล้าผักที่ปลูกไว้ไม่มีต้นไหนเหี่ยวเฉา แถมยังดูเหมือนโตขึ้นด้วยซ้ำ ผู้ใหญ่บ้านถึงกับเอ่ยปากถาม



“ซินอวี่ นี่นายใช้ปุ๋ยอะไรหรือเปล่า” ผู้ใหญ่บ้านหันมาถามพลางชี้ไปที่ร่องผักที่มีร่องรอยการรดน้ำ



จ้าวซินอวี่หัวเราะ “ลุงหาน ลุงลองดูในลานสิครับ ไม่มีปุ๋ยสักนิด ผักพวกนี้ปลอดสารแน่นอน รอให้เก็บผลผลิตได้เดี๋ยวผมจะเอาไปให้ลองครับ”



“จริงสิ เรื่องสัญญาเช่าร่องน้ำเสียน่ะจัดการเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เดี๋ยวเอาเอกสารมาให้นะ”



หลังจากผ่านไปสามวันครึ่ง คนงานก็ปลูกผักทั่วลานบ้านเสร็จสมบูรณ์ จ้าวซินอวี่ขอบคุณทุกคนด้วยการจ่ายค่าแรงตามสัญญาแถมเพิ่มให้ผู้ใหญ่บ้านหานเถียนเลี่ยงอีก 400 หยวน



ขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมจะกลับ ประตูรั้วไม้ไผ่ก็พังโครมลง ชายวัยสามสิบต้น ๆ ก้าวเข้ามา ตามมาด้วยวัยรุ่นหกเจ็ดคนที่แต่งตัวฉูดฉาด



เมื่อทุกคนเห็นชายคนนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันที ชายคนนั้นคือจ้าวชื่อหมิง เป็นคนในหมู่บ้านซีฮั่นหลิ่งที่ออกไปรับงานก่อสร้างข้างนอกและได้กำไรไม่น้อย หลังจากนั้นก็กลับมารับช่วงดูแลหอเก็บน้ำประปาของหมู่บ้าน ด้วยนิสัยกร่าง ชอบรังแกคนอ่อนแอในหมู่บ้าน จึงกลายเป็นตัวปัญหาที่ไม่มีใครอยากยุ่งด้วย



การที่เขาปรากฏตัวที่นี่ก็หมายความว่าเขามาตามทวงค่าน้ำที่จ้าวซินอวี่ใช้รดน้ำผักในลานบ้าน



จ้าวชื่อหมิงมองไปที่หานเถียนเลี่ยงแล้วหัวเราะ “ลุงหาน อยู่พอดีเลย ไม่ต้องไปตามให้เหนื่อย”



“ชื่อหมิง มีอะไรกับลุงรึ?” หานเถียนเลี่ยงถามพลางขมวดคิ้ว



จ้าวชื่อหมิงปรายตามองจ้าวซินอวี่ “คนนี้ชื่อจ้าวซินอวี่ใช่ไหม ที่ลุงหานย้ายทะเบียนบ้านให้แล้วยังแบ่งพื้นที่ตรงร่องน้ำให้ดูแลอีก?”



หานเถียนเลี่ยงพยักหน้า “ใช่ ฉันเป็นคนจัดการเอง ทุกอย่างผ่านที่ประชุมหมู่บ้านแล้ว”



จ้าวชื่อหมิงหัวเราะเยาะ “เรื่องทะเบียนบ้านไม่เกี่ยวกับผม ร่องน้ำผมก็ไม่ว่า แต่เรื่องใช้น้ำประปารดน้ำในลานขนาดสิบหมู่แบบนี้ ค่าน้ำจะเสียไปเท่าไหร่ล่ะ”



หานเถียนเลี่ยงลูบหัวตัวเองแล้วเอ่ย “ใช่ ๆ เขาบอกฉันหลายทีแล้ว แต่ฉันลืม นี่ไม่มีแหล่งน้ำใช้เลยต้องรดน้ำด้วยน้ำประปา เขาเองก็บอกว่าจะจ่ายค่าน้ำตามเรทที่เกษตรกรจ่ายกัน หนึ่งหมู่ครั้งละสิบหยวน คิดให้สิบหมู่ ครั้งละร้อยพอไหม?”



จ้าวชื่อหมิงขมวดคิ้ว “ลุงหานครับ ลุงทำการเกษตรมาทั้งชีวิตรู้ดีว่าผักใช้น้ำมากกว่า เพราะต้องรดทุกสามวัน ถ้าไม่มาตรวจดูเองใครจะรู้ว่ารดไปกี่ครั้ง เอาอย่างนี้นะ ผมเห็นลุงช่วยเขามาก ผมยอมลดให้ จ่ายปีละสามพันพอ จ่ายทีเดียวจบ”



ตอนก่อน

จบบทที่ ปัญหามาเยือน

ตอนถัดไป