เหล้าหอมไม่กลัวตรอกลึก
คืนนั้น พวกเขาทั้งเจ็ดทำงานกันจนดึกดื่น จ้าวซินอวี่และหานลี่กับลู่หมิงช่วยกันเก็บเกี่ยวผัก ในขณะที่หานจวิน หวังหยู่หลง หวงจื้อจวิน และไช่จิ้นเฉวียนช่วยกันขนส่ง
เวลาตีสี่ พวกเขาทั้งเจ็ดรวมตัวกันที่ร้านขายผักที่กำลังจะเปิด หันมองชั้นวางที่เต็มไปด้วยผัก หานลี่พูดขึ้นด้วยความกังวลเล็กน้อย
“ซินอวี่ ชั้นวางเต็มไปหมดแล้ว ทำไมต้องเอาผักไปเก็บในโกดังเพิ่มอีก ถ้าขายไม่ออกจนผักเหี่ยวขึ้นมาจะทำยังไง?”
“หานลี่ การค้าก็มีได้มีเสีย ผักพวกนี้เราปลูกเอง ถ้าวันนี้ขายไม่หมดก็เอาไปแจกให้ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านก็ได้”
“ซินอวี่ พื้นที่ในลานบ้านของนายมีตั้งสิบหมู่ แต่เก็บมาขายครั้งนี้แค่สองหมู่ ถ้าขายไม่ออกจะเอาไปลดราคาก็ได้นะ จะได้ไม่เสียของ” หวงจื้อจวินเสนอขึ้น
หานลี่มองไปที่หวงจื้อจวินก่อนตอบกลับ “สองหมู่ที่ไหนกัน ผักกาด ผักโขมยังไม่ต้องพูดถึง แค่พวกมะเขือเทศ แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือยาว และพริกหยวกยังเก็บมาแค่บางส่วนด้วยซ้ำ นายไม่รู้หรอกว่าซินอวี่เขาเก็บผักไวมาก เราเก็บตะกร้าเดียว เขาเก็บได้สี่ตะกร้า”
จ้าวซินอวี่หัวเราะ “ฉันต้องขายผักทุกวัน ผักพวกนี้รถหนึ่งคันหนักสองพันจิน ถ้าไม่คล่องมือจะทำได้ยังไง” เขารู้ดีว่าผักส่วนใหญ่ที่เก็บมาครั้งนี้ไม่ได้มาจากแปลงในลาน แต่เก็บมาจากมิติพิเศษของเขา
ลู่หมิงเอ่ยขึ้นขณะมองจ้าวซินอวี่ “นายเก่งจริง ๆ ปลูกมะเขือเทศต้นหนึ่งมีลูกสุกแล้วเป็นสิบ แถมยังออกดอกอีก ถ้าต้นหนึ่งเก็บผลครั้งเดียวได้ร้อยจิน แค่แปลงเดียวก็คงพอสำหรับร้านนี้แล้วล่ะ”
จ้าวซินอวี่หัวเราะ “พอได้แล้ว พวกนายไปพักเถอะ อีกเดี๋ยวก็เช้าแล้ว”
เมื่อแสงแรกของวันส่องผ่านขอบฟ้า เสียงพลุและประทัดดังกึกก้องทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านซีฮั่นหลิ่งพากันหันไปมอง บางคนสงสัยว่าเป็นงานมงคลหรือเปล่า
หลายคนที่ไม่มีอะไรทำจึงเดินตามเสียงไป และเมื่อไปถึงก็ต้องตะลึง เพราะหน้าบ้านใหม่ที่หานเถียนเลี่ยงเตรียมไว้ให้ลูกชายมีผู้คนแออัดเต็มไปหมด ถนนบริเวณนั้นยังเต็มไปด้วยรถยนต์อีกด้วย
“หานจวินจะแต่งงานแล้วหรือเปล่า?” หลายคนคิดเช่นนั้นในตอนแรก แต่เมื่อเข้าไปใกล้ พวกเขากลับพบว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่คุ้นหน้า และแต่ละคนถือถุงผักใบใหญ่กันทุกคน
ชาวบ้านนึกขึ้นได้ว่ามีคนแปลกหน้ามาถามหาร้านขายผักอยู่เรื่อย ๆ ช่วงนี้ หรือแท้จริงแล้ว...
พวกเขาสงสัยว่าทำไมคนจำนวนมากถึงต้องมาซื้อผักที่นี่ ในเมื่อในเมืองเองก็มีร้านขายผักทั่วไป พอพยายามจะเข้าไปดูก็พบว่าหน้าร้านเบียดเสียดจนเข้าไปแทบไม่ได้
ในร้านขายผัก หานจวินกับเพื่อนอีกห้าคนทำงานกันอย่างหัวหมุน มีสามคนคอยชั่งน้ำหนัก ส่วนอีกสามคนคอยขนผัก แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า และที่ทำให้พวกเขาอึ้งก็คือ ไม่มีลูกค้าคนไหนซื้อแค่หนึ่งหรือสองจิน ทุกคนเริ่มต้นที่ห้าจิน สิบจิน และบางคนซื้อถึงห้าสิบจินต่อผักหนึ่งชนิด
ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อคืนจ้าวซินอวี่ถึงให้ช่วยกันเก็บผักจนล้นชั้นวาง และเขาเองก็กลับไปที่ลานบ้านทันทีที่ร้านเปิด บอกว่าจะกลับไปเก็บผักเพิ่ม เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้ร้านจะขายดีมาก
ช่วงสาย ลู่หมิงที่เหนื่อยจนเหงื่อชุ่มแบกมะเขือเทศลังหนึ่งมาหาหานลี่ “หานลี่ มะเขือเทศกับแตงกวาเหลือน้อยแล้ว พวกเราออกไปไม่ได้เลย จะทำยังไงดี?”
หานลี่มองลูกค้าที่แน่นร้าน และผู้คนที่ยังต่อแถวรออยู่ด้านนอกด้วยความลังเล ก่อนตัดสินใจ “ลู่หมิง โทรหาพ่อของฉันและคนอื่น ๆ ให้มาช่วยขนผักหน่อย วันนี้คือวันสำคัญสำหรับร้านเรา”
พ่อแม่ของลู่หมิงและเพื่อน ๆ ไม่เห็นด้วยกับการที่ลูกชายกลับมาเปิดร้านผักในหมู่บ้าน เพราะมองว่าเสียหน้าหากเทียบกับการทำงานในเมืองที่ดูมีหน้ามีตากว่า แต่หลังจากได้เห็นแปลงผักของจ้าวซินอวี่ในลานบ้าน พวกเขาก็เปลี่ยนความคิดทันที
แปลงผักที่งดงามและเต็มไปด้วยพืชผลนี้ทำให้ชาวบ้านที่เคยปลูกผักมาทั้งชีวิตต้องยอมรับว่าไม่อาจเทียบได้เลย
เมื่อขนผักจากลานบ้านมาถึงร้าน พวกเขาก็ต้องตกตะลึงกับจำนวนคนและแถวที่ยาวเหยียด ความกังวลก่อนหน้าจึงหายไปในทันที
แม้จะมีคนช่วยเพิ่ม แต่พวกเขาก็ยังไม่มีเวลาหยุดพักทั้งวัน จนกระทั่งเวลาประมาณสามทุ่ม ลูกค้าคนสุดท้ายจึงเดินออกจากร้าน โดยผักในร้านแทบจะหมดเกลี้ยง
หานจวินมองดูทุกคนที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก แต่กลับมีแววตาแห่งความตื่นเต้น “เก็บร้านแล้วไปบ้านซินอวี่กัน เขาทำอาหารรอไว้แล้ว”
เมื่อมาถึงลานบ้าน ทุกคนพบโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิด หานลี่หันไปถามจ้าวซินอวี่ “ซินอวี่ มีเหล้าไหม วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ขอสักหน่อยเถอะ”
“มีสิ จะไม่เตรียมไว้ได้ไง”
“แต่ผักที่ร้านแทบไม่เหลือแล้ว ต้องเก็บเพิ่มคืนนี้นะ ดื่มแต่น้อยเถอะ” หวงจื้อจวินเตือน
พวกเขารับประทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะพ่อแม่ของลู่หมิงและคนอื่น ๆ ที่เพิ่งเคยได้ลิ้มรสอาหารฝีมือจ้าวซินอวี่ ต่างทึ่งในรสชาติที่ยอดเยี่ยม
หลังจากนั้น พวกเขาเริ่มนับยอดขายของวันนี้ และต้องตกใจเมื่อพบว่าพวกเขาทำรายได้ถึงเก้าหมื่นหกพันหยวนในวันเดียว
หานลี่พูดด้วยความตื่นเต้น “ซินอวี่ แค่วันเดียวเงินค่าตกแต่งร้านก็คืนทุนหมดแล้ว นายกำลังจะรวยใหญ่แล้ว!”
จ้าวซินอวี่ยิ้มบาง “หานลี่ พวกนายเคยได้เดือนละเท่าไหร่จากงานในเมือง?”
“จื้อจวินมากสุด หกพันต่อเดือน พวกเราคนอื่น ๆ ประมาณสี่พันกว่า หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือราวสองสามพัน”
“งั้นตั้งแต่นี้ไป ฉันจะให้พวกนายเดือนละหนึ่งหมื่น รวมค่าอาหารและที่พัก ส่วนครอบครัวของลุงป้าทั้งหลายที่มาช่วยงานจะได้อีกเดือนละหกพัน พร้อมอาหารทุกมื้อ โอเคไหม?”
“อ๊ะ” คำพูดของจ้าวซินอวี่ทำให้ไม่ใช่แค่หานลี่และพี่น้องทั้งหกของเขา แต่รวมถึงผู้ใหญ่บ้านหานเถียนเลี่ยงและครอบครัวอีกนับสิบคน ต่างพากันตกตะลึงจนพูดไม่ออก ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ในความคิดแรกเริ่มของพวกเขา ขอแค่ให้ลูกหลานกลับมาอยู่บ้านและไม่ต้องขอเงินจากครอบครัวก็พอแล้ว แต่ตอนนี้จ้าวซินอวี่กลับเสนอเงินเดือนให้คนละหมื่นหยวน ซึ่งถือเป็นค่าแรงระดับสูง ไม่ใช่แค่ในหมู่บ้าน แต่รวมถึงในเมืองใหญ่ด้วย อีกทั้งยังให้เงินเดือนครอบครัวละหกพันหยวน โดยไม่ต้องเสียค่าอาหารหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ นั่นหมายความว่าครอบครัวหนึ่งสามารถมีเงินเก็บถึงหนึ่งหมื่นหกพันหยวนต่อเดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
“ซินอวี่ แบบนี้มันเยอะเกินไปนะ ถ้านายจ้างคนมาช่วยขายผักหรือขนผัก ค่าแรงก็แค่สองสามพันหยวนเอง พวกเราก็แค่...”