จุ้ยหลิงหลง

ตู้ม่งหนานมองเห็นตัวอักษร "กตัญญู" ที่แขนซ้ายของจ้าวซินอวี่โดยบังเอิญ ถึงแม้ธรรมเนียมปฏิบัติทางเหนือและใต้จะแตกต่างกัน แต่ทุกคนรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร จ้าวซินอวี่เคยบอกว่าที่บ้านมีเพียงคุณปู่คนเดียว แล้วตอนนี้...



“จ้าวซินอวี่ นาย...”



จ้าวซินอวี่ถอนหายใจเบา ๆ “ปู่ฉันจากไปแล้ว”



ตู้ม่งหนานและพวกถอนหายใจพร้อมกัน ก่อนพยักหน้าให้จ้าวซินอวี่เพื่อแสดงความเสียใจ ถึงแม้เวลาที่พวกเธอได้รู้จักเขาจะไม่ได้นานนัก แต่พวกเธอกลับไม่มีความรู้สึกไม่ดีต่อชายหนุ่มคนนี้ ตรงกันข้าม พวกเธอกลับชื่นชมในความเรียบง่ายและไม่พูดมากของเขา



“พวกเธออยากกินอะไร เดี๋ยวฉันไปเตรียมให้”



“อะไรก็ได้” ตู้ม่งหนานคิดว่าบ้านของจ้าวซินอวี่เพิ่งเจอเรื่องเศร้า จึงไม่อยากกดดันและตอบออกไปง่าย ๆ



“พวกเธอช่วยเก็บกวาดตรงนี้หน่อย เดี๋ยวฉันไปเตรียมอาหาร”



เหมือนกับเมื่อวาน ตอนกินอาหารกลางวัน ตู้ม่งหนานและพวกต่างก็ต้องตกตะลึงกับรสชาติของผักป่าแสนอร่อย และเมื่อจ้าวซินอวี่อุ้มไหสุราสมุนไพรออกมาและเปิดผนึกสุรา ตู้ม่งหนานก็ถึงกับตะลึงงัน



จ้าวซินอวี่ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของตู้ม่งหนาน แต่เธอคือผู้ดูแลตัวจริงของโรงแรมเผิงเฉิง ผู้มีภูมิหลังที่ดีเยี่ยม ไม่มีสุราชนิดไหนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน



ด้วยภูมิหลังอันไม่ธรรมดา เธอจึงมีความรู้เรื่องวัฒนธรรมสุราอยู่บ้าง เธอเคยเห็นสุราที่เกิดหมอกควัน และเคยได้ลิ้มลองมาแล้ว เธอรู้ดีว่าสุราสมุนไพรที่เกิดหมอกควันนั้น ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้



แต่ตอนนี้เธอได้เห็นมันในลานบ้านนี้ และเจ้าของสุราสมุนไพรอย่างจ้าวซินอวี่นั้นมาจากครอบครัวที่ยากจน ขนาดตอนเรียนมหาวิทยาลัยยังต้องขับส่งอาหารและเก็บของเก่าขายเพื่อหาเงินใช้จ่าย แต่ครอบครัวแบบนี้กลับมีสุราสมุนไพรที่สามารถก่อให้เกิดหมอกควันได้ สิ่งนี้ทำให้เธอไม่เข้าใจเลย เพราะสุราสมุนไพรแบบนี้เพียงไหเดียว ก็สามารถทำให้ชีวิตนักศึกษาห้าปีของเขาสุขสบายจนคนธรรมดาอิจฉาได้ แต่...



“สุราสมุนไพรนี่คุณปู่ของนายเป็นคนหมักเองจริง ๆ เหรอ” ตู้ม่งหนานตะลึง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ



เมื่อเห็นปฏิกิริยาของตู้ม่งหนาน จ้าวซินอวี่ก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเข้าใจแน่นอน เขายิ้มบาง ๆ ก่อนพยักหน้าและรินสุราให้เธอหนึ่งแก้วเล็ก “ลองดูสิว่ารสชาติเป็นยังไง”



ตู้ม่งหนานยกแก้วขึ้นมา เขย่าเบา ๆ แววตาเธอเผยความตกตะลึงออกมาเล็กน้อย หลังจากได้ลิ้มลองเพียงหนึ่งคำ เธอก็หลับตาและดื่มด่ำกับรสชาติของสุราสมุนไพรอย่างละเอียด



ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอลืมตาขึ้นมองจ้าวซินอวี่ “จ้าวซินอวี่ สุราสมุนไพรนี่ชื่อว่าอะไร ฉันให้หนึ่งแสน นายขายให้ฉันได้ไหม?”



คำพูดของตู้ม่งหนานทำเอาไม่เพียงแค่จ้าวซินอวี่ แม้แต่หยู่โม่และคนอื่น ๆ ยังอดร้องออกมาไม่ได้ พวกเธอล้วนมาจากครอบครัวที่ไม่ธรรมดา และพอมีความรู้เรื่องสุราอยู่บ้าง พวกเธอรู้ดีว่าสุราที่ดีที่สุดในประเทศอย่างอู่เหลียงเย่หรือเหมาไถ แม้แต่ราคาต่อขวดก็ยังไม่สูงถึงขนาดนี้



“ม่งม่ง นี่สุราอะไร ให้พวกเราลองบ้าง” หยู่โม่เป็นคนแรกที่พูดพลางยื่นมือไปหาจ้าวซินอวี่ราวกับกลัวว่าเขาจะยกไหสุราให้ตู้ม่งหนาน



จ้าวซินอวี่ยิ้ม “เธอไม่เอาแก้วมาล่ะ จะมาจับฉันทำไม”



ใบหน้าของหยู่โม่แดงขึ้นเล็กน้อยก่อนหัวเราะคิกคัก “ก็ฉันกลัวว่านายจะขายสุราไปไงล่ะ นายไม่รู้หรอกว่าม่งม่งน่ะขี้เหนียวที่สุด ถ้าสุรานี่ตกไปอยู่ในมือนาง พวกเราอาจไม่ได้แม้แต่กลิ่นเลยก็ได้”



จ้าวซินอวี่หัวเราะลั่น ก่อนรินสุราให้แต่ละคนในกลุ่มหยู่โม่คนละหนึ่งแก้วเล็ก จากนั้นจึงหันไปหาตู้ม่งหนาน “ฉันยังมีสุราตุนไว้อีกสองสามไห เดี๋ยวตอนเธอกลับจะให้เธอไปไหหนึ่ง”

จ้าวซินอวี่เป็นคนรักเงินก็จริง แต่เขารู้ดีว่าตอนที่ผักในลานของเขาไม่มีตลาดขาย ตู้ม่งหนานคือคนที่มาหาเขาก่อนและทำให้เขามีอย่างในวันนี้ เขาจึงไม่คิดจะตระหนี่กับคนที่เคยช่วยเหลือเขา นั่นเป็นเหตุผลที่เมื่อคืนเขานำสุราสมุนไพรออกมาให้หานเถียนเลี่ยงและคนอื่น ๆ ได้ลองลิ้มรส



แม้จ้าวซินอวี่จะคิดแบบนี้ แต่ตู้ม่งหนานไม่คิดเหมือนกัน เธอรู้ดีถึงราคาของสุราสมุนไพรนี้ และถึงแม้เธอจะเคยช่วยเหลือจ้าวซินอวี่ และสิ่งของในบ้านเขาหลายอย่างก็มาจากเธอ แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอเคยใช้จ่ายไปแล้ว มูลค่าของสุราสมุนไพรนี้กลับสูงกว่ามากนัก

“ไม่ได้ สุรานี่มีค่ามากเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้”


จ้าวซินอวี่ยิ้ม “งั้นให้ฉันพันแปดแล้วกัน ไม่งั้นอีกหน่อยอยากได้ก็จะไม่มีแล้ว”


“ตกลง” ตู้ม่งหนานเม้มริมฝีปากเล็กน้อย สีหน้าเธอแฝงด้วยความซับซ้อนขณะพยักหน้า เธอรู้สึกสงสัยในตัวจ้าวซินอวี่ขึ้นมา เขาไม่เอาเงินหนึ่งแสนแต่กลับขอเพียงพันแปด ผู้ชายคนนี้เป็นคนยังไงกันแน่


ระหว่างมื้ออาหาร แม้ตู้ม่งหนานและพวกจะเป็นผู้หญิงทั้งหมด แต่เพราะรสชาติของสุราสมุนไพรนั้นดีมาก แต่ละคนจึงดื่มไปคนละประมาณครึ่งจิน


ระหว่างดื่มสุรา สุราสมุนไพรที่ไม่มีชื่อก็ได้ชื่อใหม่ที่ไพเราะว่า “จุ้ยหลิงหลง” แน่นอนว่าชื่อนี้พวกสาว ๆ เป็นคนตั้งกันเอง จ้าวซินอวี่แทบไม่ได้มีส่วนร่วมเลย


หลังจากกินข้าวเสร็จ จ้าวซินอวี่ก็ไม่ขี้เหนียวเลย ตู้ม่งหนานและพวกอีกสี่คนได้รับสุราสมุนไพรคนละหนึ่งไห ตู้ม่งหนานไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา แต่สำหรับหยู่โม่และพวกกลับดีใจสุดขีด พวกเธอไม่เคยคิดเลยว่าจ้าวซินอวี่จะให้สุราสมุนไพรพวกเธอคนละหนึ่งไห แม้จะจ่ายไปไหละพันแปด แต่พวกเธอรู้ดีว่าแค่พันแปด ไม่ต้องพูดถึงไหหนึ่งเลย แค่หนึ่งจินก็ยังเป็นไปไม่ได้


ทันทีที่จ้าวซินอวี่ส่งตู้ม่งหนานและพวกออกไปได้ไม่นาน ลู่หมิงก็รีบกลับมาด้วยความเร่งรีบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ


“เกิดอะไรขึ้น”


“ซินอวี่ วัวควายของบ้านเรา 5 หลังถูกวางยาตายหมด เป็นฝีมือเจ้าจ้าวชื่อหมิงไอ้เวรนั่น หานจวินพวกเขาไปหาจ้าวชื่อหมิงแล้ว ดูเหมือนจะมีเรื่องแน่ ๆ นายรีบไปดูเลยเถอะ”


สีหน้าของจ้าวซินอวี่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เขตซีฮั่นหลิ่งยังไม่ได้รับการพัฒนา จนถึงตอนนี้ผู้คนก็ยังดำรงชีวิตแบบทำนากินดิน วัวควายสำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านถือเป็นทรัพย์สมบัติสำคัญที่ใช้เป็นทุนแต่งงานและซื้อบ้าน ลู่หมิงและครอบครัวเขาก็ถึงวัยที่ต้องพูดคุยเรื่องแต่งงานกันอยู่แล้ว แต่ละบ้านมีวัวควายไม่น้อย


แต่ตอนนี้วัวควายเหล่านั้นกลับถูกวางยาตาย สำหรับทุกครอบครัวนี่คือความสูญเสียครั้งใหญ่ จ้าวซินอวี่รู้ดีว่าในความโกรธ หานจวินกล้าทำอะไรก็ได้ ดังนั้นเขาไม่รอช้า รีบออกจากลานบ้านทันที



ที่บ้านของจ้าวชื่อหมิง เสียง "เพียะ" ดังขึ้น ข้าวชื่อหมิงตบหน้าเด็กหนุ่มหัวทองเต็มแรง "แกอยากให้ฉันซวยตายรึไง บอกให้สั่งสอนพวกนั้นนิดหน่อย ฆ่าแค่ตัวสองตัวก็พอ ใครบอกให้แกฆ่าทั้งวัวทั้งควายหมดเลยวะ!"



เด็กหนุ่มหัวทองถอยหลังไปสองก้าว พลางใช้มือกุมหน้าที่บวมแดงก่อนพูดตะกุกตะกัก "พี่จ้าว พี่บอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากให้พวกนั้นรู้ถึงผลลัพธ์ของการหาเรื่องเรา อีกอย่างผมก็ไม่ได้ใช้ยาเยอะ ใช้แค่ข้าวโพดไม่กี่กำมือ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมทำอย่างสะอาดเรียบร้อย ไม่มีใครจับได้แน่"



ในขณะนั้นเอง ประตูที่ปิดอยู่ก็ถูกเตะเปิดออกเสียงดังลั่น สีหน้าของจ้าวชื่อหมิงและพวกเปลี่ยนไปทันที พวกเขาเห็นหานจวิน หานลี่ หวงจื้อจวิน ไช่จิ้นเฉวียน และหวังอวี้หลง ทั้งห้าคนถือไม้กระบองบุกเข้ามาในลานบ้านด้วยความโกรธ



"จำไว้นะ ถ้าคราวนี้ยอมรับกันหมด พวกเราต้องติดคุกกันหลายปีแน่"



ตอนที่จ้าวชื่อหมิงเดินออกมานอกลานบ้าน หานเถียนเลี่ยงและหวังไอ้ รวมถึงคนอื่น ๆ ก็ตามมาด้วยความเหนื่อยหอบ เมื่อเห็นหานเถียนเลี่ยง จ้าวชื่อหมิงก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย

"หานจวิน นี่พวกแกคิดจะทำอะไร" ขณะพูดนั้น ลูกสมุนหัวทองของเขาก็กระโดดลงมาพร้อมถือไม้กระบองในลานบ้าน



"จ้าวชื่อหมิง ไอ้ชาติหมา ยังจะทำเป็นคนดีอีก นอกจากแกจะมีใครทำเรื่องชั่ว ๆ ตัดอนาคตบ้านคนอื่นได้อีก! แกฆ่าแกะไป 120 ตัว วัวอีก 16 ตัว ฉันจะฆ่าแก!"



ตอนนี้หานจวินตาแดงก่ำ จากบ้านทั้งห้าหลังเขาเสียหายหนักที่สุด เดิมตั้งใจว่าเมื่อเข้าฤดูใบไม้ร่วงจะขายวัวควายเพื่อเก็บเงินแต่งงาน แต่ตอนนี้วัวควายทั้งหมดถูกวางยาตาย เขาจะทนได้อย่างไร

เมื่อเห็นหานจวินและหานลี่ที่ตาแดงด้วยความโกรธ จ้าวชื่อหมิงก็เริ่มหวาดกลัว หากทั้งสองคลุ้มคลั่งขึ้นมาและลงมือ แม้แต่คนที่อยู่ข้างหลังอีกสามคนก็ต้องเข้ามาร่วม และถึงตอนนั้นหานเถียนเลี่ยงก็คงห้ามพวกเขาไว้ไม่อยู่



ทางด้านหานเถียนเลี่ยงและภรรยาผู้สูงอายุ พยายามห้ามลูกชายสุดกำลัง พวกเขารู้ดีว่าหากหานจวินและพวกลงมือ จ้าวชื่อหมิงอาจถึงกับพิการ และถ้าเป็นเช่นนั้น ลูกชายพวกเขาก็จบสิ้นแน่



“หานจวิน หานลี่ อย่าเพิ่งลงมือ” ในตอนนั้นเอง จ้าวซินอวี่และลู่หมิงก็มาถึง ทั้งสองรีบเข้ามาห้ามหานจวินและหานลี่

“ซินอวี่ มันต้องเป็นไอ้พวกสารเลวพวกนี้ วันนี้ฉันจะแล่เนื้อพวกมันทีละคน” คำพูดของหานจวินทำให้จ้าวชื่อหมิงและพวกที่เคยหยิ่งผยองต้องหน้าซีดเผือด พวกเขาดูออกว่าหานจวินมีเจตนาจะฆ่าจริง แม้จะชอบตุกติกแต่ในสถานการณ์แบบนี้ก็อดกลัวไม่ได้



“หานจวิน ตำรวจกำลังจะมา พวกเขาจะให้คำตอบเราเอง ถ้าพวกมันเป็นคนทำจริง ก็เตรียมติดคุกหัวโตได้เลย”





ตอนก่อน

จบบทที่ จุ้ยหลิงหลง

ตอนถัดไป