ตระกูลตู้แห่งเผิงเฉิง

สองสามีภรรยาชราหยุดนิ่งเล็กน้อย "ม่งม่ง ปู่เคยบอกแล้วว่าอาหารโรงแรมมันเลี่ยนเกินไป พวกเรากินไม่ไหว อีกอย่างฟันของเราก็ไม่ค่อยดี อย่ามาเสียเงินเปล่าอีกเลย"


ตู้ม่งหนานหัวเราะคิกคัก สายตาเหลือบมองโต๊ะอาหาร "คุณปู่ ลุงสองมาแล้ว ทำไมไม่เลี้ยงเหล้าลุงสองบ้างล่ะคะ"


ตู้ชื่อชางอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้าง "พ่อ อย่าให้เหล้าดีๆ กับพี่คนเดียวนะ ผมก็เป็นลูกชายของพ่อเหมือนกัน"


ตู้กัง หัวหน้าครอบครัว ชำเลืองมองตู้ม่งหนาน "หลานนี่เข้าใจพูดจริงๆ เจ้าสอง เหล้านี่ไม่ใช่สุราสมุนไพรสามัญนะ พี่ชายแกก็เพิ่งได้ลองไปแค่ครั้งเดียวเอง ฉันตั้งใจจะเก็บไว้เลี้ยงเพื่อนเก่า"


"คุณปู่ ที่จ้าวซินอวี่ยังมีเหล้าอีกตั้งหลายไห วันไหนไปเยี่ยม หนูจะซื้อมาให้ปู่สักไห"


ชายชราถึงกับสะดุ้ง "ยังมีอีกตั้งหลายไห? เท่าไหร่ล่ะ เดี๋ยวปู่ให้เงินไปซื้อมาให้หมดเลย"


ตู้ม่งหนานถอนหายใจเบาๆ "หนูให้เขาไหละแสน เขาไม่ขาย แต่สุดท้ายเขาแจกให้พวกเราห้าคนคนละไห แค่เก็บค่าพอเป็นพิธีไหละพันแปด"


"อีกสี่คนก็เด็กสาวสี่คนที่หนูพากลับมาด้วยวันนั้นนั่นแหละ"


ตอนนั้นตู้ชื่อชางถึงกับงุนงง ไหละแสนไม่ขาย แต่กลับแจกให้คนอื่น นี่จ้าวซินอวี่เป็นคนแบบไหนกันแน่


พ่อของตู้ม่งหนาน ตู้หย่งชาง สายตาฉายแววลังเล "ม่งม่ง ลูกก็โตแล้วนะ ทำไมถึงวันๆ ไปวนเวียนอยู่บ้านคนขายผัก จะให้คนอื่นเขาพูดถึงยังไงกัน"


สายตาของตู้กังหรี่ลง มองไปยังตู้หย่งชาง "คนขายผักแล้วทำไม? ฉันเองก็เคยเป็นขอทานมาเหมือนกัน ไม่อยากได้ยินจากพวกที่กินดื่มจากชาวนา แล้วกลับคิดว่าตัวเองสูงส่ง ดูถูกชาวนาแบบนี้"


ตู้หย่งชางยิ้มแห้งๆ "พ่อ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น"


ตู้กังแค่นเสียงเย็น "ม่งม่ง อย่าไปฟังพ่อหลาน ขอแค่คนๆ นั้นประพฤติดี มีศีลธรรมก็คบได้ ว่าแต่จ้าวซินอวี่คนนั้นเป็นหนุ่มแบบไหน ครอบครัวเขาอยู่ที่ไหน พ่อแม่ทำอะไรกัน?" น้ำเสียงของชายชราราวกับกำลังหาคู่ให้หลานสาว


ใบหน้าของตู้ม่งหนานแดงซ่าน เธอพูดอย่างขุ่นเคือง "คุณปู่ คิดอะไรอยู่เนี่ย พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันเองค่ะ ผักที่โรงแรมหนูก็สั่งมาจากเขา อ้อ ผักที่บ้านเรากินประจำ แตงโมแล้วก็เมลอนที่เรากินช่วงนี้ก็เขาปลูกเองทั้งนั้น ปลาตะเพียนนี่ก็เขาทำค่ะ รสชาติอร่อยมาก"


ตู้หย่งชางขมวดคิ้วอีกครั้ง "ม่งม่ง ทำไมลูกไม่รู้จักคิด ปลาตะเพียนมันก้างเยอะ จะกินเข้าไปได้ยังไง ต่อไปห้ามไปที่นั่นอีกนะ ดูสิ ไปแค่ไม่กี่วัน อย่างอื่นไม่เห็นได้อะไรกลับมา แต่ดูเหมือนจะซึมซับความคิดแบบชาวนาไปหมดแล้ว"


แต่ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ชะงักเล็กน้อย เพราะได้กลิ่นหอมที่ชวนให้อดใจไม่ไหวลอยมา เขาเห็นว่าตู้ม่งหนานได้เปิดกล่องใส่อาหารที่เก็บความร้อน กลิ่นหอมนี้ลอยออกมาจากกล่องนั้นเอง


"ปลาตะเพียนนี่ทำไมถึงหอมแบบนี้ รีบเอามาให้ปู่สักตัวสิ ห้าสิบกว่าปีแล้วที่ไม่ได้กินปลาตะเพียน"


ตู้ม่งหนานหัวเราะคิกคัก ก่อนจัดการให้คุณปู่หนึ่งตัว ให้คุณย่า ลุงสอง และแม่อย่างละตัว จากนั้นจึงหันไปมองพ่อ "พ่อ พ่อจะกินไหม"


ตู้หย่งชางจ้องลูกสาวตาเขม็ง "เอากลับมาขนาดนี้แล้ว ทำไมจะไม่กินล่ะ"


หลังจากเพิ่มปลาให้พ่ออีกตัว ตู้ม่งหนานยิ้มพร้อมพูดว่า "ไม่ต้องห่วงค่ะ ปลาตะเพียนนี่ก้างละลายได้ในปาก ไม่ต้องกลัวว่าก้างจะติดคอ"


เมื่อได้ยินตู้ม่งหนานพูดแบบนั้น ทั้งห้าคนก็แทบจะยกตะเกียบคีบปลาพร้อมกัน พอได้ลองคำแรก ทั้งห้าคนถึงกับชะงักไป


"ม่งม่ง รีบไปเอาเหล้ามาเร็ว ปลาตะเพียนอร่อยแบบนี้ ถ้าไม่ดื่มเหล้าสักหน่อยคงไม่ไหว" ตู้กังพูดอย่างตื่นเต้น


"พ่อ นี่มันปลาตะเพียนจริงๆ เหรอ" ตอนนี้ใบหน้าของตู้หย่งชางเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งบอกว่าปลาตะเพียนมีก้างเยอะ กินไม่ได้ แต่ตอนนี้กินไปแค่คำเดียวกลับไม่รู้สึกถึงก้างเลยไม่แต่น้อย นี่ทำให้เขาแทบไม่อยากเชื่อ


"เจ้าใหญ่ แกคงเคยชินกับชีวิตสบายไปแล้วจริงๆ ควรจะเรียนรู้จากม่งม่งบ้าง ดูไม่ออกหรอว่านี่ปลาตะเพียนหรือปลาทะเล"


"พ่อ นี่เป็นปลาที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมา รสชาติดีกว่าปลาในทะเลเยอะเลย"


ในขณะที่ตู้ม่งหนานกำลังถือ "จุ้ยหลิงหลง" ออกมา ทางนั้นปลาตัวหนึ่งก็ถูกทั้งห้าคนกินจนเกลี้ยง และแต่ละคนต่างจ้องไปที่ปลาตะเพียนที่เหลือในกล่องด้วยแววตาเปี่ยมความอยาก




แต่ในตอนที่ตู้ม่งหนานเปิด "จุ้ยหลิงหลง" ดวงตาของตู้ซื่อชางพลันหรี่ลงทันที เมื่อเขาเห็นไอหมอกจากเหล้าจุ้ยหลิงหลงลอยฟุ้งออกมา


"นี่มัน..." ตอนนี้ตู้ซื่อชางถึงกับตกตะลึงสุดขีด การที่สามารถเปลี่ยนปลาตะเพียนที่คนไม่กินให้กลายเป็นอาหารที่รสชาติดีกว่าปลาในทะเล แถมยังมีสุราสมุนไพรแบบนี้อยู่ในมืออีก เขาอดคิดไม่ได้ว่าจ้าวซินอวี่ที่ตู้ม่งหนานพูดถึงจะเป็นคนหนุ่มแบบไหนกันแน่


เมื่อม่งหนานรินเหล้าให้เขา ตู้ซื่อชางก็รีบดื่มทันที เพียงคำเดียวเขาก็หันไปหาตู้ม่งหนาน "ม่งม่ง พาฉันไปหาเด็กหนุ่มคนนั้นที สุราสมุนไพรที่เหลือ ฉันจะเอาทั้งหมด ขอแค่เขาตั้งราคา ฉันจะไม่ต่อรองเลย"


คุณปู่ตู้กังฮึดเสียง "นี่มันจุ้ยหลิงหลงนะ แกจะซื้อเหล้าอะไร ฉันพูดไว้แล้วว่าเหล้านี่ฉันจะซื้อเอง"


"คุณปู่ คุณลุง กลัวว่าพวกท่านจะต้องผิดหวังแล้วค่ะ เขาบอกว่าเหล้านี่จะไม่ขาย เขาเก็บไว้เลี้ยงเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน"


"ชาวบ้านจะรู้อะไร" ตู้หย่งชางพูดพลั้งออกมาอีกครั้ง


"แกเองก็ไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี่ งั้นก็ทำปลาตะเพียนให้มีรสชาติเหมือนแบบนี้ และลองหมักเหล้าจุ้ยหลิงหลงแบบนี้มาให้ฉันสิ"


คำพูดนี้ทำให้ตู้หย่งชางชะงักไปทันที ใบหน้าฉายแววกระอักกระอ่วน เมื่อเห็นใบหน้าลูกสาวที่ยิ้มเยาะเล็กน้อย ตู้หย่งชางก็จ้องตู้ม่งหนานเขม็ง


หลังจากทานอาหารเสร็จ ตู้ซื่อชางก็อดไม่ได้ที่จะถาม "ม่งม่ง โทรไปหาเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วถามว่าเขาจะขายจุ้ยหลิงหลงไหม"


"คุณลุง เขาไม่ขายจริงๆ ค่ะ"


คุณปู่ถอนหายใจเบาๆ "ม่งม่ง พรุ่งนี้ไปซื้อปลาตะเพียนมาเพิ่มหน่อย ปลาตะเพียนนี่อร่อยมาก"


"คุณปู่ หนูว่าอาหารจากปลาตะเพียนนี่มีแค่จ้าวซินอวี่ที่ทำได้ เขายังพูดเองเลยว่าตอนแรกเขาใช้เวลามากกว่าปีถึงจะทำได้แบบนี้"


"ม่งม่ง เขามีฝีมือทำอาหารดีขนาดนี้ ทำไมเธอไม่ชวนเขาไปทำงานที่โรงแรมล่ะ"


"คุณลุง หนูก็อยากนะคะ แต่เขามีสวนที่เขาดูแลเอง มีลูกจ้างเป็นสิบๆ คน แต่ละคนได้เงินเดือนตั้งหมื่นหยวน รายได้ต่อเดือนของเขามีตั้งหลายแสน หนูจะจ้างเขาได้ยังไง"


"เป็นไปไม่ได้หรอกนะ แค่ชาวสวนจะมีรายได้แบบนั้นได้ยังไง" ตู้ซื่อชางถึงกับไม่อยากเชื่อ ถ้าชาวสวนทุกคนมีรายได้แบบนี้ แล้วใครจะอยากทำงานอื่นกัน คงกลับไปปลูกผักกันหมด


"คุณลุง ไม่ต้องเชื่อหนูก็ได้ ลองถามพ่อหนูดูสิคะ"


ตู้ซื่อชางหันไปมองพี่ชาย ตู้หย่งชางยิ้มเจื่อนๆ พลางพยักหน้า "ผักที่เจ้าหนุ่มคนนั้นปลูกมีรสชาติพิเศษ ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงเลย ทั้งรูปลักษณ์และรสชาติดีมาก แค่เปิดร้านขายในหมู่บ้าน คนในเมืองก็ยอมขับรถไปซื้อกัน แถมยังต้องต่อคิวอีก รู้ไหมว่าตอนนี้ร้านส่งอาหารหลายแห่งถึงกับเปิดบริการซื้อผักโดยเฉพาะเพราะของเขา"


"หา!" ตู้ซื่อชางถึงกับอึ้งไปหมด ชาวสวนที่สามารถปลูกผักให้ถึงขั้นนี้ได้ ไม่เคยมีมาก่อนแน่นอน"


"ม่งม่ง เมื่อวานนี้คุณย่าของเธอยังพูดอยู่เลย ว่าถ้ามีเวลาให้โรงแรมจัดไก่ป่าย่างกับกระต่ายป่าย่างมาอีกหน่อย ครั้งก่อนคุณย่ากินแล้วติดใจมาก" ตู้หย่งชางพูดขึ้นเหมือนเพิ่งนึกได้


ตู้ม่งหนานหัวเราะเบาๆ "พ่อคะ โรงแรมก็ทำไก่ป่าย่างกับกระต่ายป่าย่างนะคะ แต่ของที่หนูเอามาคราวก่อน ไม่ได้มาจากโรงแรม"


"อย่าบอกนะว่าเป็นของเจ้าหนุ่มนั่นอีก"


เมื่อเห็นตู้ม่งหนานพยักหน้า ตู้กังก็หัวเราะเสียงดัง "เจ้าเด็กนี่ฉันชอบจริงๆ ม่งม่ง เจ้าเด็กนี่เป็นยังไง ถ้าพอไหวก็จับไว้เลยนะ เขามีฝีมือแบบนี้ ต่อให้เกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็มีข้าวให้กินจนอิ่ม"


คำพูดนี้ทำให้ใบหน้าของตู้ม่งหนานขึ้นสีแดงระเรื่อ ขณะที่ตู้หย่งชางอีกด้านได้แต่มองพ่อของตัวเองอย่างพูดไม่ออก "พ่อ นี่พูดอะไรออกมาน่ะ"


ที่ลานบ้านใหญ่ ขณะที่จ้าวซินอวี่กำลังกินข้าว เขาก็รู้สึกจมูกคันขึ้นมาก่อนจะจามออกมาเสียงดัง นี่ทำให้เขาคิดในใจ ตั้งแต่ได้มิติพิเศษมา เขาไม่เคยมีอาการปวดหัวตัวร้อนหรือเป็นหวัดมาก่อนเลย ร่างกายก็ไม่ได้รู้สึกผิดปกติ แล้วทำไมถึงจามได้ล่ะ"


"ซินอวี่ รสชาติของปลานี่มันดีเกินไปแล้ว พรุ่งนี้จับมาเพิ่มอีกสักชุดสิ ถ้าขายคงต้องฮิตแน่ๆ"


เจิ้งหมินหัวเราะเบาๆ "หานลี่ ไม่ใช่เพราะปลาอร่อยหรอก แต่เป็นเพราะฝีมือของซินอวี่ ฉันลองทำไปบ้างแล้วเหมือนกัน รสชาติพอไหวอยู่ แต่ก้างปลามันเยอะเกินไป ฉันทำออกมาให้ก้างละลายในปากแบบนี้ไม่ได้เลย"




ตอนก่อน

จบบทที่ ตระกูลตู้แห่งเผิงเฉิง

ตอนถัดไป