ขายอาหารทะเล

บริเวณทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านเย่



หากมีใครอยู่ที่นี่ คงจะเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บนเรือแจวโดยมีสีหน้าอึ้ง ๆ คนผู้นั้นคือ เย่หยวน



เขาสอบถามระบบจนเข้าใจวิธีการใช้งานของมิตินี้ในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลานัดกับพี่เขย เย่หยวนจึงเร่งเครื่องยนต์กลับฝั่ง



เขายังไปไม่ถึงท่าเรือก็เห็นพ่อแม่ยืนรออยู่ไกล ๆ ด้วยสีหน้าเป็นกังวล เมื่อจอดเรือเทียบท่า พ่อแม่ของเขาก็ขึ้นมาบนเรือ แล้วรีบเดินทางไปยังอำเภอผิงไห่ด้วยกันทันที



“ทำไมไปนานขนาดนี้ล่ะลูก บอกว่าจะไปหาของทะเล ไม่รู้รึไงว่าแม่เป็นห่วงแทบแย่” แม่บ่นขณะนั่งลง



เมื่อเห็นว่าเย่หยวนกลับมาอย่างปลอดภัย พ่อของเขาก็โล่งใจเช่นกัน แม้ปากจะนิ่งเงียบเหมือนมีเรื่องให้ครุ่นคิด แต่สายตาก็สะดุดกับกล่องเก็บน้ำบนเรือ



“ของพวกนี้เป็นของที่ลูกจับได้แค่ช่วงเช้านี้เหรอ?” พ่อเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นกุ้งมังกรตัวใหญ่สองตัว ปูม้าสิบกว่าตัว และหอยทะเลขนาดใหญ่หลายตัวที่อยู่ในถัง



เย่หยวนตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ “ครับ ผมจับเอง ที่จริงใต้น้ำยังมีปลามากกว่าที่คิดนะ เพียงแต่มันกระจายตัวจนจับได้ยาก”



แม่ของเขาเหลือบมองเข้าไปในถังแล้วหัวเราะออกมา “ดูสิ นี่พ่อ แกจับปูม้าตัวใหญ่ขนาดนี้ได้บ้างไหมล่ะ? ไหนจะกุ้งมังกรพวกนี้อีก เห็นไหม เรียนมหาลัยมาก็ช่วยได้ไม่ใช่เหรอ”



เย่หยวนได้ยินแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ “แม่ครับ จับของทะเลได้ไม่เกี่ยวกับการเรียนสักหน่อย”



หลังได้ยินพ่อเองก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี



“พวกนี้ถ้าเอาไปขายที่ตลาด คงได้สักห้าร้อยหยวน” พ่อพูดไปด้วยสีหน้าพอใจ



เย่หยวนฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว ของพวกนี้เขาประเมินไว้เองว่าน่าจะขายได้ถึงหลักพันหยวน แต่ทำไมพ่อจึงบอกว่าขายได้แค่ห้าร้อยหยวน



พ่อสังเกตเห็นสีหน้าของลูกชายจึงถอนหายใจและอธิบายว่า “ทุกวันนี้ปลาลดน้อยลง พ่อค้ารับซื้อก็ลดลงตามไปด้วย เหลือไม่กี่เจ้าเพราะของทะเลมีน้อย ดังนั้นพ่อค้าจึงต้องกดราคาให้ต่ำเข้าไว้ถึงจะได้กำไร”



เย่หยวนคิดตามที่พ่อพูด แม้จะรู้ดีว่าการขายของแบบเน้นปริมาณราคาถูกเป็นสิ่งที่พ่อค้าต้องการ แต่หากจะให้ขายปริมาณมาก ๆ ก็ไม่ง่ายที่จะหาแหล่งปลาเพิ่ม



เย่หยวนหยิบโทรศัพท์ออกมา ถ่ายภาพกุ้งมังกรและปูม้าในถัง แล้วส่งรูปไปหาคนรู้จักที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน



ยังไม่ทันได้ข้อความตอบกลับ เขาก็ได้รับสายจากเบอร์คุ้นเคย “นายกลับบ้านแล้วเหรอ? นี่นายจับของพวกนี้มาเองเลย?” เสียงชายหนุ่มที่ปลายสายฟังดูตื่นเต้นไม่น้อย



“ใช่แล้ว แล้วเป็นยังไงล่ะ?”



คนที่โทรมาคือจ้าวชวน อดีตเพื่อนร่วมห้องและเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของเย่หยวน



“นายส่งรูปมานี่ต้องการอวดความสำเร็จหรือว่าต้องการความช่วยเหลือกันแน่?” จ้าวชวนเป็นคนมีเหตุผล ใจเย็น เขาจึงคาดเดาว่าที่เย่หยวนติดต่อมาอาจจะมีจุดประสงค์อื่น



“ฮ่าฮ่า ฉันบอกไม่หมดสินะ ที่จริงฉันได้ยินพ่อบอกว่าพ่อค้าท้องถิ่นกดราคากันหนัก ก็เลยอยากให้นายช่วยหาช่องทางการขายที่ดีกว่านี้ให้หน่อย” เย่หยวนตอบด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน



จ้าวชวนหัวเราะและแกล้งดุ “เพิ่งนึกจะติดต่อฉันได้หรือไง หาเรื่องลำบากอยู่ตั้งนานทั้งที่ฉันอยู่นี่แท้ ๆ”



จ้าวชวนเป็นห่วงเพื่อนคนนี้ไม่น้อย ก่อนหน้านี้เขาเคยชวนให้เย่หยวนไปทำงานด้วยกันที่บริษัทเพชรพลอยของครอบครัว แต่เพื่อนเขาก็ปฏิเสธเพราะรักในศักดิ์ศรี



เย่หยวนก็หัวเราะตอบ “ฉันก็แค่กลัวจะไปรบกวนนาย ทำงานยุ่งขนาดนั้น ฉันเลยเลือกส่งแค่รูปให้นายดูก่อน”



ในบรรดาเพื่อนร่วมห้องสี่คน เย่หยวนเป็นน้องเล็ก ส่วนจ้าวชวนนั้นครอบครัวทำธุรกิจร้านเพชรพลอยในเมืองหลวงและมีสาขาในหลายเมือง ตอนนี้เขารับตำแหน่งผู้จัดการและงานยุ่งจนแทบไม่มีเวลา



จ้าวชวนหัวเราะตอบ “ถึงฉันจะยุ่ง แต่ก็รับสายไอ้เพื่อนรักคนนี้ได้เสมอ นายช่วยฉันพอดีเลยแหละ แต่อยากรู้ว่าจับได้มากกว่านี้ไหม? ราคานายไม่ต้องกังวล”



“หมายความว่าไงนะ?” เย่หยวนฟังแล้วก็รู้สึกแปลกใจ ครอบครัวจ้าวชวนทำธุรกิจเพชรพลอย แล้วต้องการของทะเลไปทำอะไร? หรือว่าจะหาทางช่วยเหลือเขาทางอ้อม?



“ฉันแค่ต้องการช่องทางการขาย ไม่ใช่จะฝากขายไว้กับนายหรอก ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันเอาไปขายพ่อค้าดีกว่า”



ด้วยความที่รู้จักกันดี จ้าวชวนเข้าใจทันทีว่าเย่หยวนกลัวจะต้องพึ่งเขา จึงรีบอธิบาย “นี่นายคิดมากไปเองแล้ว ฉันต้องใช้ของพวกนี้จริง ๆ บริษัทของเราจะจัดกิจกรรมให้กับพนักงานอีกราวสิบวัน มีผู้จัดการหลายสาขามารวมตัวกัน พ่อมอบหมายให้ฉันรับผิดชอบงานครั้งนี้ ฉันเลยอยากได้อาหารทะเลดี ๆ ไว้รับรองแขก”



เย่หยวนได้ยินก็พอเข้าใจ แต่ก็รู้ว่าจ้าวชวนตั้งใจช่วยเขาอยู่บ้าง



“ขอบคุณนะพี่ชาย ไว้ฉันหาของเสร็จจะรีบติดต่อไปอีกทีแล้วกัน”



จ้าวชวนหัวเราะ “ถ้าเป็นของดี ๆ นี่ฉันให้ราคาเต็ม ไม่ต้องห่วง ทำให้ดีที่สุดก็พอ”



เมื่อวางสายแล้ว เย่หยวนหันไปเห็นพ่อแม่ที่จ้องมองเขาอยู่ด้วยความสงสัย เขาจึงอธิบายว่า



“จำได้ไหมครับเพื่อนคนที่มาเที่ยวบ้านเราช่วงปิดเทอมเมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาเห็นของทะเลที่ผมจับได้ก็เลยจองซื้อไว้”



พ่อยังคงไม่วางใจ “แกตกลงไวเกินไปหรือเปล่า ของทะเลวันนี้ใช่ว่าจะหามาง่าย ๆ ถ้าจับไม่ได้จะทำยังไง?”



แม่พูดอย่างกังวล “ไหน ๆ ก็ตกลงกันไปแล้ว พรุ่งนี้ให้พ่อกับอาลูกไปหาคนในหมู่บ้านมาช่วยหน่อย”



เย่หยวนจึงกล่าวขอบคุณพ่อแม่ที่เสนอมาช่วย แต่ก็ยังคงปฏิเสธ “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมหาทางเองได้ ถ้าจนปัญญาจริง ๆ ค่อยให้พ่อกับแม่มาช่วยนะ”



ตอนก่อน

จบบทที่ ขายอาหารทะเล

ตอนถัดไป