อาหารเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ
เมื่อเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ
จางอู๋จิ้นยังคงอยู่ที่นี่ เขากำลังศึกษาท่อนไม้ใต้น้ำอย่างสนอกสนใจ เมื่อเห็นเย่หยวนเดินเข้ามา
“เป็นยังไงบ้าง รู้หรือยังว่าเป็นไม้อะไร?”
เย่หยวนไม่ลังเลที่จะบอกกับจางอู๋จิ้นทันที ว่าไม้นี้น่าจะเป็นไม้ใต้น้ำประเภทไม้จันทน์ทอง
จางอู๋จิ้นได้ฟัง ก็ได้แต่พูดซ้ำๆ ว่าช่วงนี้โชคของเย่หยวนดีเกินบรรยาย สุดท้าย เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจว่า “น้องชาย ขายให้ฉันสักท่อนสิ ไม้ใหญ่ขนาดนี้นายใช้เองไม่หมดหรอก พ่อฉันชอบดื่มชามาก ฉันจะเอาไม้จันทน์ใต้น้ำไปทำโต๊ะชงชาให้เขา คงจะดีใจจนแทบบ้าเลย”
เย่หยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “ได้ ฉันให้ท่อนหนึ่ง แต่ห้ามปากโป้งไปบอกใครเชียว”
“ให้ได้ยังไงกัน ฉันซื้อ นายไม่ต้องเกรงใจ”
“ไม่ขาย ฉันให้ ถ้าไม่เอาก็แล้วไป” เย่หยวนตอบกลับทันที
แม้จางอู๋จิ้นจะดูเหมือนเป็นคนง่ายๆ แต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดมากที่สุดในห้องพักของทั้งสี่คน
ตลอดสี่ปีในช่วงที่เรียน เขาใช้เงินไปกับเย่หยวนไม่น้อย
ครั้งหนึ่ง เพราะที่บ้านมีปัญหาบางอย่าง เงินใช้จ่ายของเย่หยวนจึงค่อนข้างฝืดเคือง
ช่วงนั้นเย่หยวนกินข้าววันละสองมื้อ จางอู๋จิ้นจึงพาเย่หยวนไปกินข้าวที่ร้านอาหารนอกมหาวิทยาลัยหลายวันติดกัน โดยอ้างว่าอกหักและต้องการเพื่อนปลอบใจ
เขาพาเย่หยวนไปกินข้าวเรื่อยมา จนกระทั่งรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นมาหาเรื่องถึงในชั้นเรียน
ปรากฏว่าจางอู๋จิ้นเจ้าชู้จนรุ่นพี่จับได้ และทั้งสองคนก็เลิกกัน ความเสียใจอะไรนั่นไม่เคยมีอยู่เลย
เรื่องแบบนี้ จางอู๋จิ้นทำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากเพื่อนร่วมห้องคนไหนมีปัญหา เขาจะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น
ตอนนี้ตัวเย่หยวนเองก็ไม่ได้ขัดสนเงินทอง ไม้ท่อนนี้เดิมทีเขาก็แค่คิดจะนำมาทำเฟอร์นิเจอร์กับสร้อยข้อมือเท่านั้น
ในเมื่อจางอู๋จิ้นต้องการ เขาจึงยินดีให้ไป
“ขอบใจมากนะ น้องชาย”
จางอู๋จิ้นก็รู้ว่า ตอนนี้เย่หยวนไม่ได้ขาดแคลนเงินอีกแล้ว แม้ว่าจะเทียบกับครอบครัวของเขาไม่ได้ แต่สำหรับครอบครัวทั่วไป เย่หยวนถือเป็นคนรวยระดับเศรษฐีแล้ว
เย่หยวนสั่งให้ลูกเรือปลอกเปลือกแข็งด้านนอกของไม้ก่อนจะเก็บเข้าห้องเก็บสินค้า
จากนั้นล่องเรืออยู่ในน่านน้ำสากลต่ออีกสองวัน ตลอดสองวันนี้ดักจับปลาไปหลายครั้งแต่ได้ผลผลิตเพียงปานกลาง
แต่ละครั้งเขาให้ลูกเรือเป็นคนลากอวนเองทั้งหมด ไม่อยากใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองบ่อยนัก เพราะอย่างไรเสีย บนเรือก็มีจางอู๋จิ้นอยู่ด้วย
หลังจากจับปลาในน่านน้ำสากลติดต่อกันสองวัน เย่หยวนก็ตัดสินใจเดินทางกลับ
ออกมาอยู่ข้างนอกก็หลายวันแล้ว
ระหว่างทางกลับ เย่หยวนได้ลากอวนอีกสองครั้ง โดยครั้งหนึ่งมีปลาครอกเกอร์ตัวใหญ่ติดมาด้วยถึงห้าตัว นับเป็นโชคที่ไม่ได้คาดคิด
เรือประมงจอดเทียบท่าอย่างปลอดภัยที่ท่าเรือของเขตผิงไห่ หวังเยว่ซานได้รออยู่ที่ท่ามาตั้งแต่เช้า เพราะเย่หยวนได้โทรแจ้งล่วงหน้า
เมื่อขึ้นมาบนเรือและเห็นว่าครั้งนี้ของทะเลชั้นเลิศมากมาย หวังเยว่ซานถึงกับยิ้มแก้มปริ
ทั้งสองคนตกลงราคากัน คราวนี้คิดเป็นเงินค่าของทะเลรวม 3.1 ล้าน เย่หยวนเองก็ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้
หวังเยว่ซานบอกว่า สำหรับอาหารทะเลชั้นเลิศ เขาคิดราคาเกินจากราคาตลาดให้เย่หยวน
อาหารทะเลเหล่านี้ส่วนใหญ่เขาซื้อเพื่อนำไปส่งตรงให้โรงแรมในเครือ ซึ่งราคาย่อมสูงกว่าการขายให้พ่อค้าคนกลางมาก
ระหว่างที่หวังเยว่ซานยุ่งกับการจัดคนมาขนถ่ายอาหารทะเล จางอู๋จิ้นก็พาเย่หยวนออกมาคุยส่วนตัว เขาวางแผนจะกลับไปปักกิ่งทันที และหาช่างแกะสลักฝีมือดีที่นั่นเพื่อทำโต๊ะชงชาให้พ่อ
เย่หยวนไม่ได้รั้งไว้ เขาสั่งให้ติงเอ้อไปซื้อเครื่องมือจากในตัวอำเภอแล้วตัดไม้ใต้น้ำให้ตามขนาดที่จางอู๋จิ้นต้องการ จากนั้นห่อด้วยบรรจุภัณฑ์ที่เตรียมไว้
หลังจากส่งหวังเยว่ซานและจางอู๋จิ้นไปแล้ว เย่หยวนก็พาเรือกลับไปยังเกาะหยูวาน
เกาะหยูวานในตอนนี้ถือว่าสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วในระดับหนึ่ง
เกาะหยูวานมีโฉมใหม่ทั้งหมด ตัวเกาะมีลักษณะเหมือนพระจันทร์เสี้ยว ยาวตลอดแนวเหนือลงใต้
ทางทิศใต้เป็นภูเขาเล็กๆ ด้านที่ติดทะเลเป็นหน้าผา ใต้หน้าผามีโขดหินกลุ่มเล็กๆ ทำให้เรือไม่สามารถเทียบท่าที่นี่ได้
ทางทิศเหนือเป็นพื้นที่ราบ ท่าเรือตั้งอยู่ตรงนี้ และห่างจากท่าเรือไปไม่ไกลคือที่พักของคนงาน
เนื่องจากข้อจำกัดของเกาะ ที่พักจึงสร้างเป็นบ้านแถวชั้นเดียวสองแถว ทุกห้องมีห้องน้ำส่วนตัว ด้านหลังที่พักมีระบบแยกเกลือออกจากน้ำทะเล
ถนนรอบเกาะสายหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แม้ว่าเกาะจะไม่ใหญ่ แต่ถ้าต้องเดินเท้าก็ถือว่าเป็นเรื่องลำบาก
บ้านพักตากอากาศของเย่หยวนอยู่ที่เชิงเขา และมีระยะห่างจากที่พักพนักงานพอสมควร
บริเวณที่ตั้งของหมู่บ้านเย่ในอดีต มีการสร้างโรงงานแปรรูปขึ้นมา แต่เนื่องจากยังไม่ได้ซื้ออุปกรณ์ จึงยังว่างอยู่ทั้งหมด
ตรงกลางเกาะมีการสร้างห้องเย็นขนาดใหญ่ ถัดจากห้องเย็นยังมีโกดังเล็กๆ อีกหลายหลัง พื้นที่ระหว่างโกดังกับบ้านพักของเย่หยวนสร้างเป็นโซนพักผ่อนสำหรับลูกเรือ
ภายในมีอุปกรณ์ออกกำลังกายและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิงมากมาย
เดิมทีเย่หยวนไม่ได้ตั้งใจจะสร้างสิ่งเหล่านี้ เพราะลูกเรือของเขาล้วนเป็นหุ่นยนต์
แต่จากการสังเกตช่วงนี้ เย่หยวนพบว่าหุ่นยนต์เทคโนโลยีต่างดาวเหล่านี้สามารถกินอาหารได้เหมือนคนทั่วไป อาหารเหล่านี้จะถูกแปรเปลี่ยนในร่างกายให้กลายเป็นพลังงานสำหรับพวกเขา
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจสร้างโซนพักผ่อนให้พวกเขา
เมื่อเห็นว่าความทันสมัยทางอุตสาหกรรมบนเกาะผสานเข้ากับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี เขาก็รู้สึกภาคภูมิใจ เพราะนี่คือเกาะที่เลี้ยงดูเขามานานกว่ายี่สิบปี และมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การจัดการของเขา
เมื่อกลับถึงบ้าน ครอบครัวพี่สาวก็มาด้วย เขาจึงพูดคุยกับพี่เขยเกี่ยวกับแผนการสร้างรีสอร์ตใกล้ๆ บริเวณที่ว่างริมทะเล ไม่ไกลจากบ้านพัก
ไอเดียนี้มาจากตอนที่จางอู๋จิ้นกับคนอื่นๆ มาเที่ยวที่นี่ แม้ว่าตัวเกาะจะไม่ได้วางแผนเปิดให้คนทั่วไปเข้าชม แต่เวลามีเพื่อนมาเยี่ยม ก็ต้องมีที่พักรองรับไม่ใช่หรอ?
ไม่สามารถให้ใครก็ตามที่มาอยู่ที่บ้านได้ทุกครั้ง
เขาส่งเงินจำนวนหนึ่งให้พี่เขยทันที แล้วเริ่มวางแผนรายละเอียดของรีสอร์ต
หลังจากศึกษากันเป็นเวลากว่าชั่วโมง ทั้งสองคนก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่น
ตอนแรกแม่ตั้งใจจะให้พี่เขยและครอบครัวอยู่กินข้าวเย็นที่นี่ แต่พี่เขยบอกว่ายังมีธุระในตัวอำเภอ จึงพาพี่สาวและหนิวหนิวกลับไป
เย่หยวนกินข้าวเย็นเสร็จก็กลับเข้าห้องของตัวเอง
ตอนนี้ฟาร์มเพาะเลี้ยงเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตอนกินข้าวพ่อยังถามอีกว่าเมื่อไหร่จะนำพันธุ์ปลาเข้าฟาร์ม
เย่หยวนไม่ลืมว่าตัวเองเคยซื้อพันธุ์หอยเป๋าฮื้อจำนวนไม่น้อยจากศูนย์เพาะพันธุ์หอยเป๋าฮื้อในหลานไห่
ตอนนี้เวลาผ่านไปหลายวันแล้ว ถ้าบวกกับอาหารเสริมจากระบบ เขาเองก็ไม่รู้ว่าหอยเป๋าฮื้อจะเติบโตไปถึงขนาดไหนแล้ว
เมื่อเข้าสู่มิติ เย่หยวนตรงไปยังพื้นที่ทะเลที่ปล่อยพันธุ์หอยเป๋าฮื้อไว้
เมื่อเห็นหอยเป๋าฮื้อเบื้องหน้า เย่หยวนแทบไม่เชื่อสายตา
“นี่คือพันธุ์หอยเป๋าฮื้อที่เราซื้อมาเมื่อไม่กี่วันก่อนจริงๆ เหรอ?” เย่หยวนพึมพำเบาๆ
เห็นแต่ละตัวใหญ่โตนอนนิ่งอยู่ใต้ก้อนหินริมทะเล
เขาจำได้ว่าตัวเองใส่หอยเป๋าฮื้อในมิติไปสองครั้ง ครั้งแรกคือพันธุ์เป๋าฮื้อ 100,000 ตัวที่ซื้อจากหลานไห่ อีกครั้งคือตัวที่จับได้จากใต้แนวหินใกล้ๆ ที่มีประมาณหลายร้อยตัว
ในครั้งนั้นขนาดของพวกมันไม่ได้เท่ากัน รายละเอียดที่ชัดเจนตอนนั้นเขาเองก็จำไม่ค่อยได้
แต่เมื่อดูหอยเป๋าฮื้อในมิติของตัวเองตอนนี้ ตัวที่เล็กที่สุดก็ขนาดเทียบเท่าหอยเป๋าฮื้อสี่หัวแล้ว ส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดก็เทียบได้กับหอยเป๋าฮื้อสองหัว
เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะอาหารเสริมหรือเพราะมิตินี้ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ
เมื่อดูพวกล็อบสเตอร์และปลาหายากบางชนิดที่เขาเคยโยนเข้ามิติอย่างลวกๆ
แม้ว่าพวกมันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับในโลกภายนอก
แต่ถ้าเทียบกับหอยเป๋าฮื้อแล้ว ก็ยังห่างชั้นกัน
คงเป็นผลจากอาหารเสริมเหล่านั้นแน่!
ดูเหมือนว่าอาหารเสริมเหล่านี้จะได้ผลดีมาก แต่ในขณะเดียวกันมันก็นำมาซึ่งปัญหา
หากคนอื่นรู้ว่าเขาสามารถเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อขนาด 2 ซม. ให้โตจนกลายเป็นเป๋าฮื้อสี่หัวได้ภายในเดือนเดียว ความลับของเขาก็คงจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า
เขาคิดไปคิดมาจนในที่สุดก็ปิ๊งไอเดียหนึ่งขึ้นมา
นั่นก็คือนำอาหารสัตว์ธรรมดามากินอาหารเสริมที่เจือจางแล้วจากมิติของเขา
วันถัดมา เย่หยวนตรงไปยังศูนย์เพาะพันธุ์เป๋าฮื้อที่เขาเคยซื้อมา และคนที่มาต้อนรับเขาก็ยังเป็นผู้จัดการคนเดิม
เขาซื้อพันธุ์หอยเป๋าฮื้อเพิ่มอีก 100,000 ตัวทันที หลังจ่ายเงินแล้วออกมาโดยไม่มีคำพูดใดๆ เพิ่มเติม
ผู้จัดการมองตามหลังเย่หยวนไปพลางบ่นพึมพำ: “คนที่เลี้ยงหอยเป๋าฮื้อจนตายในเดือนเดียวนี่หายากจริงๆ ช่วงนี้ก็ไม่ได้ยินว่ามีไวรัสอะไรด้วย”
ผู้จัดการคนนี้คิดว่าเย่หยวนคงทำหอยเป๋าฮื้อที่ซื้อไปตายหมดแล้ว ถึงได้กลับมาซื้อใหม่ในเวลาอันสั้น