หอยเป๋าฮื้อคุณภาพเยี่ยม

หลังกลับมาถึงเกาะ เขาให้พ่อจัดการให้คนเอาลูกหอยเป๋าฮื้อไปปล่อยเลี้ยงที่แนวหินโสโครก แล้วจึงเดินไปที่โกดังพร้อมกับพ่อ


เขาเอ่ยกับพ่อว่า: “ผมได้ซื้ออาหารคุณภาพสูงมาจากต่างประเทศ พ่อผสมอาหารนี้กับอาหารท้องถิ่นในอัตราส่วน 1:10 เรื่องนี้ห้ามให้คนนอกทราบ ผมมอบหมายให้พ่อดูแลเรื่องนี้ได้ไหม?”


“อืม~! พ่อรู้แล้ว นี่เรียกว่าความลับทางการค้า พ่อเคยเห็นในละครโทรทัศน์ วางใจได้ พ่อจะไม่บอกแม้กระทั่งลุงของแก” พ่อพูดพร้อมตบอกให้คำมั่น

ตอนเย็น เย่หยวนเอาอาหารจำนวนมากจากพื้นที่พิเศษไปไว้ในโกดังเล็ก



พ่อบอกเย่หยวนว่าโกดังนี้ปลอดภัยที่สุดบนเกาะ ประตูป้องกันการโจรกรรมถูกทำขึ้นอย่างเร่งด่วนโดยพี่เขยในวันนี้ เพราะงั้นปลอดภัยอย่างแน่นอน ส่วนกุญแจก็มีแค่พวกเขาสองพ่อลูกเท่านั้นที่มี


...


ในเมืองหลานเต่า ณ ร้านอาหารระดับหรู เย่หยวนนั่งตรงข้ามกับหวังเยว่ซาน บนโต๊ะมีอาหารเพียงจานเดียว นั่นคือหอยเป๋าฮื้อ


หอยเป๋าฮื้อสองตัวนี้เป็นหอยเป๋าฮื้อคุณภาพเยี่ยมจากพื้นที่พิเศษของเย่หยวน


เย่หยวนอยากรู้ว่าหอยเป๋าฮื้อที่เลี้ยงในพื้นที่พิเศษมีรสชาติอย่างไร อีกทั้งต้องการปรึกษาหวังเยว่ซานเรื่องการขายหอยเป๋าฮื้อ


เมื่อหวังเยว่ซานได้ยินว่าเย่หยวนมีหอยเป๋าฮื้อคุณภาพเยี่ยมและยังจะนำมาให้ชิม


เขาจึงจองร้าน “ไห่ซ่างเหรินเจีย” ร้านอาหารทะเลชื่อดังที่สุดในหลานเต่า ที่เขาสนิทกับเจ้าของร้าน


เมื่อกินหอยเป๋าฮื้อเข้าไป กลิ่นหอมอบอวล เนื้อแน่นหวานมัน รสชาติติดลิ้นอย่างลึกซึ้ง


หวังเยว่ซานชื่นชมรสชาติของหอยเป๋าฮื้อไม่หยุด หอยเป๋าฮื้อที่เย่หยวนนำมาให้ลองชิมครั้งนี้คือหอยเป๋าฮื้อสามหัวสองตัว


“นี่เป็นหอยเป๋าฮื้อสด หากทำเป็นหอยเป๋าฮื้อแห้งก็จะยิ่งอร่อยกว่านี้อีก”


“หากเป็นหอยเป๋าฮื้อสองหัวที่มีคุณภาพเดียวกัน จะขายได้ราคาสักเท่าไร?” เย่หยวนถามอย่างลองเชิง


“น้องชาย นายไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? หอยเป๋าฮื้อแบบนี้ นายมีหอยเป๋าฮื้อสองหัวด้วยหรอ?”


“ถ้าแบบนั้นไม่ว่าจะราคาเท่าไร ฉันขอไว้หมดเลย”


“หวังอย่าเพิ่งตื่นเต้น ฉันแค่อยากถามว่า หากฉันเอาหอยเป๋าฮื้อแบบนี้ออกมาทีละมากๆ มันจะกระทบต่อตลาดระดับไฮเอนด์หรือเปล่า?” เย่หยวนถามต่อ


หวังเยว่ซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า: “ถ้าขายให้กับภัตตาคารหรู แน่นอนว่ามีผลกระทบ แต่ถ้าขายตรงให้กับเหล่าเศรษฐีจะต่างออกไป หอยเป๋าฮื้อคุณภาพแบบนี้ นายจะมีหอยเป๋าฮื้อสองหัวสักกี่ตัวกัน?” พูดจบ หวังเยว่ซานได้แต่ยิ้มขื่นแล้วส่ายศีรษะ


“คุณภาพแบบนั้น ตัวเดียวก็หายากมากแล้ว อา...นี่พี่คงโลภเกินไป” ยังไม่ทันที่เย่หยวนจะพูดอะไร หวังเยว่ซานก็พึมพำกับตัวเอง


“25 ตัว เป็นหอยสองหัว และ 1 ตัวเป็นหนึ่งหัว” เย่หยวนกล่าวตัวเลขที่อยู่ในใจออกมาโดยตรง


ก่อนจะมา เย่หยวนได้ตรวจสอบจำนวนหอยเป๋าฮื้อในพื้นที่พิเศษอย่างละเอียด หอยที่มีหัวมากกว่าสามหัวไม่ได้ถูกนับ


หอยสองหัวนั้นมีมากกว่า 150 ตัว และยังมีหอยเป๋าฮื้อยักษ์หนึ่งหัวอีก 3 ตัว


“น้องชาย นายไม่ได้ล้อพี่เล่นใช่ไหม? หอยเป๋าฮื้อระดับสุดยอดแบบนี้ อีกทั้งยังเยอะขนาดนี้เลย?”


“นายเอาออกมาทีเดียวได้เลยหรอ? ทั้งโลกในหนึ่งปีคงไม่มีหอยเป๋าฮื้อใหญ่ขนาดนี้มากขนาดนี้ด้วยซ้ำ”



เมื่อยืนยันจำนวนอีกครั้ง หวังเยว่ซานก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง


หวังเยว่ซานครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะเสนอแผนออกมาว่าเขาจะเป็นฝ่ายติดต่อกับบริษัทประมูลในฮ่องกง


เย่หยวนจะนำหอยเป๋าฮื้อเหล่านี้ไปทำเป็นหอยเป๋าฮื้อแห้งเพื่อเตรียมประมูล โดยมีเงื่อนไขว่า หอยเป๋าฮื้อสองหัวจำนวน 25 ตัว จะนำไปประมูลเพียง 15 ตัว


อีก 10 ตัว หวังเยว่ซานจะซื้อในราคากลางของการประมูล


“ได้เลย แต่ที่ขายให้พี่ 10 ตัวนั้น คิดราคาเท่ากับราคาต่ำสุดของการประมูลก็พอ” เย่หยวนทำเช่นนี้เพื่อรักษาช่องทางการขายนี้เอาไว้ เขาเข้าใจดีว่า หากมีกำไรก็ต้องแบ่งปันให้ทุกคนได้ประโยชน์


หวังเยว่ซานเพียงตบไหล่เย่หยวนพร้อมทิ้งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยนัยสำคัญ


เย่หยวนเองก็ไม่แน่ใจว่าหวังเยว่ซานขอบคุณเขาหรือแค่บอกว่าไม่ต้องเกรงใจ


สรุปคือ เย่หยวนไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริง


หลังจากแยกทางกับหวังเยว่ซาน เย่หยวนก็ขับรถมายังฐานเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ครั้งนี้เขาต้องการซื้อพันธุ์ปลาจำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่เพาะเลี้ยงที่เขาเช่าไว้นั้นกว้างขวาง และอุปกรณ์ต่างๆ ก็พร้อมแล้ว


แต่ในทะเลกลับมีแค่บริเวณแนวหินที่เลี้ยงหอยเป๋าฮื้อไว้เล็กน้อย เรื่องนี้ทำให้พ่อบ่นใส่เขาอยู่ทุกวัน


เย่หยวนซื้อพันธุ์กุ้งล็อบสเตอร์และปลากะพงขาวในปริมาณมากจนรถกระบะของเขาใส่ไม่หมด


ผู้จัดการฝ่ายนั้นจึงขอที่อยู่ของเย่หยวนและสัญญาว่าจะจัดส่งไปยังเกาะของเย่หยวนโดยตรง


เย่หยวนกลับมาถึงเกาะแล้วจึงไปหาติงเอ้อ “งานแกะสลักช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?”


ติงเอ้อพาเย่หยวนไปยังห้องหนึ่งในโซนพักผ่อนของลูกเรือ ที่นั่นเต็มไปด้วยเครื่องมือแกะสลักบนโต๊ะทำงาน และผลงานสำเร็จวางกองอยู่เต็มพื้น


จากผลงานเหล่านี้สามารถเห็นได้ว่าเป็นประวัติการพัฒนาของคนคนหนึ่ง ตั้งแต่ผลงานที่ดูหยาบในตอนแรก ไปจนถึงชิ้นงานที่ดูน่าพอใจ และสุดท้ายกลายเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบ



หากมีช่างแกะสลักอยู่ที่นี่ คงไม่มีใครเชื่อว่านี่เป็นผลงานของคนคนเดียวที่ทำเสร็จภายในเวลาไม่กี่วัน



เย่หยวนดูผลงานเหล่านี้แล้วรู้สึกพึงพอใจ


“ช่วงนี้ช่วยใช้ไม้จมน้ำแกะสลักเป็นโต๊ะน้ำชาให้ฉัน แล้วก็ทำสร้อยข้อมือกับของตั้งโชว์อีกสองสามชิ้นด้วย”


โต๊ะน้ำชาตั้งใจไว้ใช้ในบ้าน ส่วนสร้อยข้อมือและของตั้งโชว์เล็กๆ เหล่านี้ใช้เศษไม้แกะสลักก็พอ


เย่หยวนตั้งใจจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นของขวัญมอบให้คนอื่นในอนาคต


ธุรกิจของเขาจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และในบางครั้งก็จำเป็นต้องมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ สิ่งเหล่านี้จึงเหมาะสมอย่างมาก


เย่หยวนหยิบของตั้งโชว์รูปคนจากโต๊ะทำงานขึ้นมาดู มันคือหุ่นเด็กผู้หญิง อีกมั้งยังเป็นรูปร่างหน้าตาของหนูน้อยหนิวหนิว


ผลงานแกะสลักส่วนใหญ่ของติงเอ้อร์นั้นล้วนเป็นรูปร่างหน้าตาของสมาชิกในครอบครัวเย่หยวน


เมื่อกลับถึงบ้าน หนิวหนิวเห็นหุ่นไม้ในมือเย่หยวนจึงรีบวิ่งเข้ามาหา


เธอจ้องของตั้งโชว์ในมือเย่หยวนด้วยดวงตากลมโต



“ชอบไหม?” เย่หยวนลูบหัวเด็กน้อยพลางถาม


“ชอบค่ะ คุณลุง แต่บ้านเราไม่ได้จนหรอกเหรอคะ? ทำไมพักนี้คุณลุงถึงให้ของขวัญหนิวหนิวบ่อยๆ แถมยังอยู่บ้านใหญ่ขนาดนี้อีก?”


“หนิวหนิว ใครบอกหนูว่าบ้านเราจน?”


“คุณแม่บอกค่ะ บอกว่าหนิวหนิวต้องเชื่อฟัง ตั้งใจเรียน โตไปจะได้หาเงินเยอะๆ”


เมื่อได้ยินคำพูดของหนิวหนิว เย่หยวนรู้สึกสะเทือนใจเมื่อนึกถึงความยากลำบากที่พี่สาวต้องเผชิญมาตลอดหลายปี


“หนิวหนิว คุณลุงรับรองเลยว่าหนูจะได้เป็นเจ้าหญิงที่สวยที่สุด แต่หนูก็ต้องเป็นเด็กดีด้วยนะ”


“ขอบคุณค่ะ คุณลุง หนิวหนิวจะเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายที่สุดในโลก”


พูดจบเธอก็ถือหุ่นที่เหมือนตัวเอง กระโดดโลดเต้นออกไปเล่นกับเจ้าเหลืองที่ลานบ้าน


เย่หยวนมองหนิวหนิวแล้วคิดในใจว่าการมีเด็กอยู่ในบ้านก็ดีเหมือนกัน


“ไม่รู้ว่าลูกของตัวเองจะน่ารักเหมือนหนิวหนิวไหม? คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปได้ เมียยังหาไม่ได้เลย แล้วจะไปคิดถึงลูกทำไม?” เย่หยวนส่ายหัวไล่ความคิดเพ้อฝันเหล่านี้ออกไป


ในตอนนั้นเอง พ่อของเขาก็เดินเข้ามาในบ้าน


“ว่าไง เย่หยวน นี่ลูกลืมเรื่องที่รับปากชาวบ้านไว้ว่าจะซื้อเรือเฟอร์รี่ให้หรือเปล่า?”


“ช่วงนี้ทุกคนต้องใช้เรือเล็กไปทำงานกัน”


“วันนี้พ่อได้ยินคนบ่นกันแล้วนะ!”



พ่อหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาดื่มอึกหนึ่งทันที


เย่หยวนตบหน้าผากตัวเอง เขาลืมไปเสียสนิท หากไม่ใช่เพราะพ่อเตือน ก็คงลืมทำเรื่องนี้ไปจริงๆ


“เดี๋ยวผมจะติดต่อให้เดี๋ยวนี้ครับ”


เย่หยวนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหาอู่ต่อเรือแห่งเดิมที่เคยช่วยดัดแปลงเรือยอชต์ให้เขาที่หลานเต่า


หลังคุยจบ เขาก็พูดขึ้นว่า


“ช่วงนี้ให้ใช้เรือประมงของผมไปก่อนนะ ทางนั้นบอกว่าต้องใช้เวลาอีกไม่กี่วัน เดี๋ยวผมจะจัดคนไปดูแล”


พ่อรู้ว่าลูกชายจัดการเรียบร้อยแล้ว ก็ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเดินออกไป



เย่หยวนเรียกติงอีมาสั่งงาน ให้เขาขับเรือประมงรับส่งคนงานไปก่อนในช่วงนี้ และจัดคนไปรับเรือเฟอร์รี่จากอู่ต่อเรือ



ตอนก่อน

จบบทที่ หอยเป๋าฮื้อคุณภาพเยี่ยม

ตอนถัดไป