ก่อเกิดเข็มน้ำ
หลังกลับถึงบ้าน หนิวหนิวที่เหนื่อยมาทั้งวันจึงถูกแม่พาเข้าห้องไปเลย เหลือแค่เย่หยวนที่นั่งอยู่เพียงลำพังในลานบ้าน
เจ้าเหลืองที่อยู่ข้าง ๆ จ้องมองเย่หยวนด้วยสายตาอ้อนวอน มันรู้ดีว่าเวลานี้เย่หยวนมักจะหยิบ "ก้อนหิน" ที่มีประโยชน์กับมันออกมา
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เจ้าเหลืองรอคอยมากที่สุดในแต่ละวัน
เย่หยวนตีหัวเจ้าเหลืองเบา ๆ อย่างไม่สบอารมณ์
"ไปกันเถอะ ไปฝึกกัน"
ตั้งแต่เจ้าเหลืองมาฝึกด้วยกันกับเขา เย่หยวนก็ย้ายสถานที่ฝึกไปยังแนวโขดหินทางตอนใต้
ที่นั่นอยู่ห่างจากฟาร์มปลา แทบไม่มีใครไป
เมื่อฝึกไปมากขึ้น เย่หยวนก็พบว่า ยิ่งอยู่ใกล้ทะเลผลลัพธ์จากการฝึกก็ยิ่งดีขึ้น
ชายหนุ่มกับสุนัขตัวหนึ่งมาถึงแนวโขดหิน เย่หยวนหยิบหินก้อนเล็กออกมายื่นให้เจ้าเหลือง เจ้าเหลืองคาบก้อนหินที่มันหลงใหลราวกับสมบัติล้ำค่าไว้ในปากแล้วเริ่มเลียมัน
ตอนแรกเจ้าเหลืองเลียแค่สี่ห้าครั้งก็พอ แต่ตอนนี้กลับเลียได้ถึงหกครั้ง
แต่เย่หยวนกลับไม่รู้สึกว่าพลังลึกลับในหินก้อนนั้นลดลงเลย และขนาดของมันก็ไม่ได้เล็กลง
เย่หยวนไม่สนใจภาพตลกของเจ้าเหลืองที่เลีย "หิน" อย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็นอาหารชั้นเลิศ
เขานั่งขัดสมาธิบนโขดหิน
ตั้งแต่ที่บ้านผู้อาวุโสสวี่ เย่หยวนเห็นชายวัยกลางคนคนนั้นปล่อยพลังฝ่ามือออกมา เขาก็อยากทำให้ได้เช่นเดียวกัน
แต่ไม่ว่าเขาจะลองอย่างไร ก็ทำไม่สำเร็จ
เมื่อพลังนั้นไหลเวียนมาถึงฝ่ามือ ก็เหมือนชนเข้ากับกำแพง ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน ก็ปล่อยออกไปไม่ได้
พลังสะสมอยู่ที่ฝ่ามือมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายมันก็ไหลกลับเข้าสู่เส้นลมปราณของเย่หยวนแล้วสลายไป
วันนี้เย่หยวนตั้งใจจะลองวิธีอื่นดู ครั้งนี้ไม่ใช่การปล่อยพลังออกไป แต่เขาจะลองดูว่าสามารถดูดซับพลังงานลึกลับจาก "หินดำ" ได้หรือไม่
เห็นเจ้าเหลืองเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เย่หยวนก็อิจฉาไม่น้อย
เส้นทางการไหลเวียนพลังที่ถูกต้องของ “เคล็ดควบคุมน้ำ” คือ
เริ่มจากตันเถียน ผ่านห้าช่องสำคัญ เส้นไท่ม่าย จิงเหมิน รื่อเยว่ เจ๋อจิน หยวนเยี่ย เจียนจิ่ง …… และจบที่เส้าฝู่บนฝ่ามือ
ครั้งนี้เย่หยวนตั้งใจจะลองทำตรงกันข้าม ดูว่าสามารถดูดซับพลังลึกลับจาก "หินดำ" ได้หรือไม่
หลังจากโคจรพลังตามปกติครบหนึ่งรอบ ร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยพลังของตัวเอง จากนั้นจึงวางฝ่ามือลงบน "หินดำ" แล้วเริ่มโคจรพลังย้อนกลับ
เย่หยวนรู้สึกได้ถึงกระแสอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไหลมารวมกันที่ฝ่ามือ
เขาพยายามควบคุมพลังลึกลับนี้ให้ไหลย้อนเส้นลมปราณของ “เคล็ดควบคุมน้ำ” แต่ก็ไม่สำเร็จ
พลังลึกลับนั้นกระจายไปทั่วแขนขาของเขา แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
ล้มเหลวครั้งแรก เย่หยวนไม่ได้ใส่ใจมากนัก
เขาจึงลองซ้ำอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังล้มเหลว
แต่หลังจากล้มเหลวอีกครั้ง เขากลับรู้สึกว่ามีพลังลึกลับบางส่วนตกค้างอยู่ในร่างกาย
เย่หยวนลองต่อไป พลังลึกลับไหลเข้าร่างอีกครั้งและสลายไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีพลังบางส่วนหลงเหลืออยู่
รวมกับที่เหลือจากก่อนหน้า ตอนนี้เย่หยวนสามารถรับรู้ถึงมันได้อย่างชัดเจน
เย่หยวนลองต่อไป ดูดซับพลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อดูดซับไปได้เจ็ดแปดครั้ง จู่ ๆ ร่างกายก็รู้สึกอัดแน่นขึ้นมา
เย่หยวนฉุกคิดถึงปัญหาร้ายแรงอย่างหนึ่ง
ในนิยาย หลายคนทนรับพลังภายในที่ถ่ายทอดให้ไม่ไหวจนร่างระเบิดตาย หรือว่าความรู้สึกตอนนี้ของเขาก็คือสิ่งนั้น?
"ไม่หาทำ ก็ไม่ตาย"
อยู่ดี ๆ คำพูดนี้ก็แวบเข้ามาในหัว พอคิดได้ก็ยิ่งหวาดกลัว
จนตอนนี้หมดอารมณ์จะดูดซับพลังลึกลับไปเลย สิ่งที่เขาอยากทำที่สุดตอนนี้คือกำจัดพลังลึกลับที่ดูดซับเข้ามาออกไปให้หมด
หลังลองใช้พลังในตัวนำทางดูแต่ก็ไม่เป็นผล
เย่หยวนรู้สึกว่าร่างกายเต็มไปด้วยพลังมหาศาล อยากปล่อยออกไปแต่ทำไม่ได้
ตอนนี้เขารู้สึกแปลก ๆ ถ้าปลดปล่อยพลังนี้ออกไปไม่ได้ ร่างกายอาจจะมีปัญหาใหญ่จริง ๆ
แต่จะทำอย่างไรถึงจะใช้พลังที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างกะทันหันนี้ออกไปได้?
สุดท้ายเย่หยวนเลือกวิธีที่ซื่อบื้อที่สุด นั่นคือการวิ่ง แม้ว่าวิธีจะดูงี่เง่าไปหน่อย แต่ผลลัพธ์ก็เห็นได้ชัด
เมื่อเวลาผ่านไป เย่หยวนที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องก็พบว่ามีสารเหนียวข้นสีดำซึมออกมาจากร่างกาย
ความรู้สึกกระวนกระวายใจของเขาค่อย ๆ สงบลง
หลังจากวิ่งรอบเกาะไปอีกสองรอบเย่หยวนก็กลับมาที่แนวโขดหิน
เขาเก็บหินลึกลับสองก้อนนั้นไว้และไม่สนใจเสียงเห่าขัดใจของเจ้าเหลืองก่อนจะเดินตรงกลับบ้านทันที
เขาอาบน้ำอุ่นอย่างสบายตัวจนร่างกายสะอาดหมดจด หลังนอนอยู่บนเตียง เย่หยวนเริ่มวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนี้
ก่อนอื่น พลังลึกลับใน "หินดำ" สามารถถูกเขาดูดซับได้
แต่ความรู้สึกอัดแน่นนั้นมันทรมานเกินไป
แม้ว่าสุดท้ายจะใช้การวิ่งเพื่อปลดปล่อยพลังลึกลับออกไปแล้ว แต่ความรู้สึกแบบนี้เขาไม่อยากเจออีกเลยจริง ๆ
คิดไปคิดมา เย่หยวนก็เผลอหลับไป
……
ผ่านไปหลายวัน ตลอดคืนที่ผ่านมา เย่หยวนฝึก “เคล็ดควบคุมน้ำ” อย่างเดียวโดยไม่ดูดซับพลังลึกลับจากหิน
ถึงอย่างนั้นเย่หยวนก็ยังรู้สึกได้ว่าตอนนี้การฝึกของเขากำลังจะทะลวงไปอีกขั้น
ช่วงนี้เย่หยวนเพิ่มเวลาฝึกฝนให้มากขึ้น
ช่วงห้ามทำประมงเหลือเวลาอีกแค่ 20 วัน เขาจึงใช้เวลาช่วงนี้ฝึกฝนให้หนักขึ้นทุกวัน
สิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางการฝึกฝนของเย่หยวน
วันนั้นเย่หยวนยังคงฝึกอยู่ที่ชายทะเลกับเจ้าเหลือง และในที่สุดกำแพงพลังที่บางเฉียบก็ถูกโคจรพลังทะลวงออกไป
เคล็ดวิชาในชั้นที่สามที่เคยเลือนรางในสมองของเขา ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
เย่หยวนไม่ได้หยุดฝึกเพียงเพราะทะลวงผ่านไปอีกขั้น
เพราะมีประสบการณ์จากครั้งก่อนเขาจึงฝึกฝนต่อไปตามกระบวนการของชั้นที่สาม
ชั้นนี้แตกต่างจากสองชั้นแรกโดยสิ้นเชิง
หากจะอธิบายง่าย ๆ ก็คือ สองชั้นแรกเป็นการฝึกสิ่งที่ทำงานอยู่ภายในร่างกายทั้งหมด
แต่ชั้นที่สามสอนให้เย่หยวนปล่อยพลังปราณออกมาภายนอก
เมื่อเห็นเช่นนี้ เย่หยวนก็ดีใจอย่างมาก
เพราะฝึกฝนมานานแต่ยังไม่มีวิธีโจมตีเลย ก่อนหน้านี้การฝึกของเขาเหมือนเป็นการบำรุงร่างกายเสียมากกว่า ที่ฝึกมาตลอดล้วนเป็นการเสริมสร้างร่างกายของตัวเอง
จนกระทั่งถึงชั้นนี้ ในที่สุดพลังปราณในร่างกายก็สามารถปล่อยออกไปภายนอกได้เหมือนชายวัยกลางคนคนนั้น
เมื่อฝึกต่อไปเย่หยวนก็พบว่าเคล็ดวิชาของตนแตกต่างจากกระบวนท่าฝ่ามือของชายวัยกลางคนคนนั้นอย่างมาก
ฝ่ายนั้นปล่อยพลังปราณออกไปแล้วทำให้กระถางต้นไม้แตกเป็นเสี่ยง ๆ
แต่พลังปราณของเขาเมื่อปล่อยออกไปกลับไม่มีรูปร่างและไม่มีอานุภาพทำลายใด ๆ
เย่หยวนทดลองต่อไปจนในที่สุดก็พบวิธีใช้พลังปราณนี้อย่างแท้จริง
เมื่อปล่อยพลังปราณออกจากร่าง มันจะสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
เย่หยวนใช้ประสาทสัมผัสของตนตรวจสอบและพบว่าพลังปราณของเขาสามารถรวบรวมน้ำในอากาศรอบตัวได้
เพียงแต่พลังปราณที่ปล่อยออกไปมีปริมาณน้อยเกินไป สุดท้ายจึงสามารถควบแน่นเป็นเข็มน้ำขนาดเท่าเข็มปักลายดอกไม้เท่านั้น
เมื่อเย่หยวนใช้ประสาทสัมผัสพิเศษควบคุมน้ำในอากาศให้กลั่นตัวเป็นเข็มน้ำแล้วพุ่งใส่โขดหินที่อยู่ไม่ไกลเบื้องหน้า
เข็มน้ำก็ทะลุผ่านโขดหินไปอย่างง่ายดาย จากนั้นมันก็กลายเป็นไอน้ำแล้วสลายไปในอากาศ