ปูหิมะ

ปูหิมะถูกขนานนามว่าเป็นทรัพยากรปูที่ใหญ่ที่สุดบนโลก


แม้ว่าจะมีทรัพยากรจำนวนมาก แต่ในประเทศจีน การกินปูชนิดนี้ส่วนใหญ่ต้องนำเข้า


ความคิดของ เย่หยวน คือจับมันมาเก็บไว้ในมิติของตัวเอง


ทะเลโอคอตสค์เต็มไปด้วยอาหารทะเลชั้นยอดจำนวนมาก


หากไม่จับพวกมันมาเก็บในมิติ คงน่าเสียดายที่ออกทะเลมาครั้งนี้


ทุกคนใช้เวลากว่าสองชั่วโมงเต็มถึงจะปล่อยกรงจับปูที่อยู่บนดาดฟ้าทั้งหมดลงทะเลได้ หลังจากปล่อยกรงเสร็จทุกคนก็รีบวิ่งกลับเข้าห้องโดยสารของเรือ


อุณหภูมิที่ทะเลโอคอตสค์นี้ต่ำกว่าที่เกาะหลานอย่างน้อย 20 องศา ทุกคนถูกลมทะเลเย็นยะเยือกพัดจนหนาวสั่น พวกเขาจึงวิ่งกลับเข้าห้องโดยสารเพื่อเปิดเครื่องทำความร้อน


เย่หยวนได้ให้กงหงจ้วงเตรียมหม้อไฟไว้ล่วงหน้าซึ่งเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับกันหนาว ทุกคนกินหม้อไฟไปคุยกันไป คุยไปคุยมาก็มาถึงเรื่องทะเลญี่ปุ่นที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่


หลายคนในที่นี้ล้วนเป็นอดีตทหารเรือ พวกเขาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับการแบ่งเขตทางทะเล


จากการสนทนาเย่หยวนก็ได้รับรู้ข้อมูลพื้นฐานบางอย่าง


หลายคนคิดว่าทะเลญี่ปุ่นเป็นของญี่ปุ่นโดยสมบูรณ์ แต่ความจริงไม่ใช่


ทะเลญี่ปุ่น ในอดีตจีนเรียกมันว่า "ทะเลวาฬ" มันเป็นทะเลชายขอบที่ใหญ่ที่สุดของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ


ขอบเขตด้านตะวันออก ตั้งแต่ทางเหนือ ได้แก่ เกาะซาฮาลิน และหมู่เกาะญี่ปุ่น


ทางทิศตะวันตกมีพรมแดนติดกับภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซียบนทวีปยูเรเชีย


ทางใต้มีพรมแดนติดกับคาบสมุทรเกาหลี


เนื่องจากคุณลักษณะเฉพาะของสมุทรศาสตร์ในทะเลญี่ปุ่น ทำให้ความสามารถในการกำจัดมลพิษของมันมีจำกัด


มีขยะลอยน้ำและขยะในชีวิตประจำวันจำนวนมากจากเกาหลีไหลเข้าสู่ทะเลญี่ปุ่น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมชายฝั่งและระบบนิเวศทางน้ำที่ยากจะฟื้นฟู


นอกจากนี้กากกัมมันตรังสีที่รัสเซียทิ้งลงไปยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมในทะเลลึก


รัสเซียมีการขุดเจาะน้ำมันมากเกินไปในทะเลญี่ปุ่น ปัญหาน้ำมันรั่วไหลจึงเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล


ด้วยเหตุนี้เดิมทีทะเลที่เคยเป็นสวรรค์ของปลา ตอนนี้กลับกลายเป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่มีปลาน้อยลงเรื่อย ๆ


ขณะนี้พวกเย่หยวนอยู่ตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างทะเลโอคอตสค์กับทะเลญี่ปุ่น ลูกเรือกังวลเกี่ยวกับปริมาณปลาที่จะจับได้ในพื้นที่นี้


เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ลูกเรือทุกคนก็หันมามองเย่หยวน


เย่หยวนยักไหล่


"อย่ามองฉันแบบนั้น ฉันไม่เคยบอกว่าจะมาจับปลา ฉันมาจับปูหิมะต่างหาก"


"ที่นี่มีปูหิมะเหรอ? ปูหิมะนี่แพงมากเลยนะ"


หม่าฮว่าเผลอพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมา


"ถ้าไม่มี ฉันจะพาพวกนายมาทำไม?" เย่หยวนกลอกตาใส่หม่าฮว่า


เมื่อได้ยินว่าที่นี่มีปูหิมะ ลูกเรือทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมา


ต้องรู้ว่าเย่หยวนเคยบอกไว้แล้วว่าจำนวนปลาที่จับได้มีผลต่อโบนัสของพวกเขาโดยตรง


ไหน ๆ ก็ออกทะเลมาแล้ว จับอาหารทะเลที่มีราคาสูงให้มากขึ้นมันไม่ดีกว่าเหรอ?


ทุกคนพักผ่อนไปสองชั่วโมง


ยังไม่ทันที่เย่หยวนจะสั่งการ อวี๋หงป๋อก็เริ่มจัดการให้พวกลูกเรือเก็บกับดักปูขึ้นมา


เย่หยวนพยักหน้าเล็กน้อยในใจ แสดงให้เห็นว่าเขาพอใจกับหัวหน้าลูกเรือคนนี้


กรงดักปูที่ถูกโยนลงไปถูกยกขึ้นมาได้หนึ่งกรงอย่างรวดเร็ว


“โว้~ ที่นี่มีปูเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” หมาฮว่าอุทานออกมาอย่างตกใจ


เย่หยวนยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า


“ข้างล่างนี้เป็นแหล่งรวมปู พวกเราวางกรงดักปูได้ในตำแหน่งที่ดีพอดี”


หมาฮว่าถามด้วยความสงสัย



“เจ้านาย รู้ได้ยังไงว่าตรงนี้มีแหล่งปู?”


คำถามนี้หมาฮว่าอัดอั้นไว้นานแล้ว


อวี๋หงป๋อตบหลังศีรษะหมาฮว่าหนึ่งที


“จะถามทำไมเยอะแยะ? แกนี่มันร้อยแปดคำถามจริงๆ”


จากนั้นก็พูดเบาๆ ข้างหูหมาฮว่า


“เรื่องไหนควรถามก็ควรถาม แต่เรื่องไหนไม่ควรถามก็อย่าถาม”


อวี๋หงป๋อคิดว่าเสียงของตนเบามากแล้ว


แต่จะหลุดรอดจากประสาทสัมผัสของเย่หยวนไปได้อย่างไร?


ตอนนี้การรับรู้ของเย่หยวนสามารถครอบคลุมระยะหลายเมตรบนผิวน้ำทะเล


เย่หยวนยิ้มแล้วอธิบายว่า “ก็ไม่มีอะไรหรอก นี่เป็นสิ่งที่ฉันเรียนมาจากอาจารย์ท่านหนึ่ง”


“ใช้กระแสน้ำและอุณหภูมิของน้ำทะเลเป็นตัววิเคราะห์…ก็สามารถคาดเดาปริมาณสัตว์น้ำใต้ทะเลได้”


“เรื่องนี้พวกนายต้องช่วยเก็บเป็นความลับให้ฉันด้วยล่ะ”


“ไม่งั้น ต่อไปไม่รู้ว่าจะมีเรือตามพวกเราอีกเท่าไหร่”


เย่หยวนพูดปดได้อย่างแนบเนียนโดยไม่เขินอายเลยสักนิด


ต่อไปเวลาออกหาปลา เรื่องแบบนี้จะมีให้เจออีกเยอะ


ยังไงเขาก็ต้องหาข้ออ้างไว้ก่อน ส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่พวกเขา อย่างน้อยเขาก็อธิบายไปแล้ว


อวี๋หงป๋อเห็นว่าทุกคนหยุดมือ จึงตะโกนเตือนว่า “รีบทำงานเข้า เก็บปูขึ้นมาให้หมด หรือพวกนายอยากยืนตากลมทะเลต่อไปอีก?”


ทุกคนได้ยินดังนั้นก็รีบเร่งมือขึ้นยกกรงดักปูถูกขึ้นมาทีละกรง และแต่ละกรงก็เต็มไปด้วยปูหิมะตัวใหญ่จำนวนมาก


เย่หยวนเดินไปที่กรงดักปูแล้วเลือกปูตัวเมียที่มีไข่ตัวโตสองสามตัวเก็บเข้าไปในมิติของตนเองโดยไม่มีใครสังเกต


ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมเตือนทุกคนให้ปล่อยปูตัวเมียกลับลงทะเล


นี่ก็ถือเป็นกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ของเหล่านักจับปู


เหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะปูตัวเมียมีไข่อยู่ในท้อง การปล่อยมันกลับลงไปจะช่วยรักษาสมดุลทางระบบนิเวศได้ดียิ่งขึ้น


ส่วนเหตุผลที่เย่หยวนเก็บปูตัวเมียไปสองสามตัวก็เพราะเขาต้องการสร้างฟาร์มทะเลขนาดย่อมในมิติของตนเอง


ซึ่งต้องมีสิ่งมีชีวิตในทะเลหายากหลายชนิด


บนดาดฟ้าเรือ ลูกเรือยังคงทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ทุกครั้งที่ยกกรงดักปูขึ้นมาก็มักจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ


ฝูงปูที่นี่มีขนาดใหญ่มาก หลังจากทำความสะอาดกรงดักปูเสร็จแล้วพวกเขาก็นำเหยื่อไปใส่ใหม่แล้วโยนกลับลงทะเลอีกครั้ง


เย่หยวนเรียกกงหงจ้วงมาและให้เขาเลือกปูหิมะจากกรงดักปูบางตัวเพื่อนำไปทำอาหารเย็น


แต่เมื่อเห็นกงหงจ้วงอ้ำอึ้งและไม่ขยับไปไหน เย่หยวนมองเขาด้วยความสงสัย


“อย่าบอกนะว่าทำปูหิมะไม่เป็น?”


กงหงจ้วงตบหน้าอกตัวเองแล้วพูดว่า “จะเป็นแบบนั้นได้ไง? เชฟในกองทัพเรือทำอาหารทะเลไม่เป็น? เจ้านายคิดอะไรอยู่?”


“แล้วทำไมนายถึงไม่ไปเลือกปู?”


กงหงจ้วงพูดอย่างเขินๆ “ปูหิมะแพงขนาดนี้ เอามากินกันเองมันสิ้นเปลืองไปหน่อย”


เมื่อได้ยินกงหงจ้วงพูดแบบนี้ เย่หยวนก็มองเขาอย่างไม่สบอารมณ์


“พวกเราเป็นพี่น้องกัน จับอะไรได้ก็กินสิ ไม่ต้องคิดเรื่องเปลืองหรือไม่เปลือง วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมาก ทำเพิ่มอีกหน่อยให้ได้กินของดีๆ”


“ไปได้แล้ว อย่ามัวชักช้า!”


เมื่อกงหงจ้วงได้ยินคำพูดของเย่หยวนก็รู้สึกซาบซึ้ง กงหงจ้วงมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะเดินไปเลือกปูหิมะด้วยความดีใจ


ทุกคนช่วยกันยกกรงดักปูขึ้น ทำความสะอาด ใส่เหยื่อ แล้วโยนกลับลงไป ลูกเรือทำงานแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา


ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง จำนวนปูหิมะที่จับขึ้นมาก็มากมายมหาศาล


เย่หยวนสั่งให้ทุกคนหยุดทำงาน


พวกนี้เป็นคนจริงๆ ไม่ใช่หุ่นยนต์เหมือนแต่ก่อน


เย่หยวนไม่ต้องการให้ใครหมดแรงตั้งแต่การออกทะเลครั้งแรก


ขณะที่ทุกคนเดินเข้าไปในโรงอาหาร กงหงจ้วงก็กำลังจัดการทำปูหิมะอย่างคล่องแคล่ว


เห็นได้ชัดว่ากงหงจ้วงกำลังยุ่งสุดๆ ปูหิมะที่ทำเสร็จแล้วถูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะ



หลังจากทำงานหนักมาร่างกายของลูกเรือต่างหิวโหยจนแทบทนไม่ไหว ทุกคนพากันกรูเข้ามาลิ้มรสปูหิมะสดๆ


ไม่นานปูหิมะที่กงหงจ้วงทำก็หมดเกลี้ยง


เย่หยวนจึงกำชับให้ทุกคนพักผ่อนให้เต็มที่คืนนี้


อวี๋หงป๋อในฐานะหัวหน้าลูกเรือได้นำความคิดเห็นของลูกเรือบางส่วนมารายงานแก่เย่หยวน


ทุกคนออกทะเลมาก็เพื่อหาเงิน


เมื่อเจอแหล่งปูหิมะขนาดใหญ่เช่นนี้ พวกลูกเรือต่างเห็นว่าควรจับต่อไป


พวกเขาเสนอว่าให้ผลัดกันพักเป็นกะในตอนกลางคืน แต่การจับปูต้องดำเนินต่อไป



ตอนก่อน

จบบทที่ ปูหิมะ

ตอนถัดไป