แมวน้ำลายจุดที่บาดเจ็บ
เย่หยวนมองลูกเรือสองสามคน ก่อนจะตบไหล่อวี๋หงป๋อเบาๆ
“ฉันเข้าใจความรู้สึกของทุกคนดี แต่การจับปูในเวลากลางคืนนั้นอันตรายมาก”
“แค่การวางกรงดักปูในตอนกลางวันก็เสี่ยงอยู่แล้ว ตอนกลางคืนยิ่งอันตรายกว่าเดิม”
“อย่าคิดมากไปเลยเรายังมีโอกาสอีกเยอะ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ก่อน ไม่ต้องรีบร้อน บางทีพรุ่งนี้เราอาจเจอของทะเลที่ดียิ่งกว่านี้ก็ได้”
“ในเมื่อพวกนายเป็นลูกเรือของฉัน ฉันก็ต้องรับผิดชอบพาทุกคนกลับไปอย่างปลอดภัย อย่าเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยงเล่นๆ”
เย่หยวนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของลูกเรือที่จะทำงานในเวลากลางคืน
ทั้งคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ลูกเรือที่ทำงานหนักเมื่อวานก็ค่อยๆ ออกมาจากห้องพัก
หลังจากพักผ่อนมาตลอดทั้งคืน ทุกคนก็ดูสดชื่น ไม่มีใครรู้สึกไม่สบาย
เย่หยวนที่เพิ่งลุกขึ้นมาก็เดินไปถึงดาดฟ้าเรือ เขาเห็นลูกเรือกำลังมุงดูอะไรบางอย่างที่ขอบเรือและพูดคุยกัน
เย่หยวนเดินเข้าไปดูตามสายตาของทุกคนแล้วก็เห็นแมวน้ำลายจุดตัวหนึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำ
แมวน้ำลายจุดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งและน่านน้ำในเขตอบอุ่นถึงเขตหนาว มันอาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือของซีกโลกเหนือ
กระจายตัวอยู่ในทะเลชุกชี ทะเลแบริ่ง ทะเลโอคอตสค์ ทะเลญี่ปุ่น และบริเวณทะเลปั๋วไห่กับตอนเหนือของทะเลเหลืองของจีน
มันเป็นสัตว์กินเนื้อและมีพฤติกรรมอพยพเพื่อผสมพันธุ์ อาหารหลักของมันคือปลาและพวกหมึก
แมวน้ำลายจุดเป็นสัตว์ตีนครีบเพียงชนิดเดียวที่สามารถผสมพันธุ์ในน่านน้ำของจีน และถูกจัดให้เป็นสัตว์คุ้มครองระดับหนึ่งของประเทศจีน
เมื่อลูกเรือเห็นเย่หยวนเดินเข้ามา พวกเขาต่างก็หลีกทางให้
เย่หยวนมองไปที่แมวน้ำตัวนั้นแล้วพบว่าท่าทางการว่ายน้ำของมันดูผิดปกติ ด้วยพลังรับรู้ของเขา เย่หยวนพบว่าแมวน้ำตัวนี้มีบาดแผลภายนอกที่รุนแรง
เย่หยวนสั่งให้เรือประมงค่อยๆ แล่นเข้าไปหาแมวน้ำตัวนั้น
ไม่นานเรือก็มาถึงจุดที่ใกล้กับแมวน้ำ
เย่หยวนกำลังจะกระโดดลงน้ำเพื่อช่วยแมวน้ำตัวนี้ขึ้นเรือ
แต่อวี๋หงป๋อกลับยื่นมือมาขวางไว้
“เจ้านาย แมวน้ำสามารถโจมตีคนได้ โดยเฉพาะตัวที่บาดเจ็บ เราลองหาวิธีอื่นดีกว่าไหม?”
เย่หยวนมองอวี๋หงป๋อแวบหนึ่งแต่ไม่ได้พูดอะไร
เขารู้ว่าหัวหน้าลูกเรือพูดแบบนี้ก็เพราะเป็นห่วงเขา แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือเย่หยวนมั่นใจในความสามารถของตัวเองเมื่ออยู่ในทะเลมาก
เย่หยวนไม่ได้ตั้งใจจะบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ แต่จะให้เขาปล่อยให้แมวน้ำตัวนี้บาดเจ็บอยู่แบบนี้โดยไม่ทำอะไรเลยงั้นหรอ?
เย่หยวนไม่มีทางทำได้แน่นอน
เย่หยวนกระโดดลงน้ำทันที ขณะที่กำลังว่ายไปทางแมวน้ำก็ได้ยินเสียง “ตูม! ตูม!” ดังมาจากด้านหลัง
เมื่อเขาหันกลับไปมองก็เห็นโหยวจื้อหยงกับอวี๋หงป๋อถือฉมวกคนละอันแล้วกระโดดตามลงมา
ฉมวกเป็นอาวุธที่ชาวประมงต้องพกติดตัวเมื่อดำน้ำ ดังนั้นเมื่อเห็นลูกเรือพกฉมวกมาเย่หยวนจึงไม่รู้สึกแปลกใจอะไร
เพราะแต่ก่อนพวกเขาเคยจับปืนจริงๆ มาก่อน ตอนนี้ที่ถือฉมวกอยู่ ก็คงเพื่อป้องกันตัวเอง
เย่หยวนเพียงแค่ยิ้มก่อนจะไม่สนใจทั้งสองคนต่อ ร่างกายของเขายังคงมุ่งหน้าว่ายไปหาแมวน้ำลายจุด
แมวน้ำลายจุดที่บาดเจ็บตัวนี้ พอเห็นเย่หยวนว่ายเข้ามาใกล้ ตอนแรกมันก็ดูหวาดระแวงอยู่บ้าง แต่เมื่อเย่หยวนใช้มือลูบศีรษะของมันเบาๆ ความระแวงของมันก็ค่อยๆ ลดลง
นี่เป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่เย่หยวนเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ ในมุมมองของเย่หยวนคงเป็นเพราะค่าความสนิทสนมที่มาพร้อมกับฉายา "ชาวประมงฝึกหัด" ของเขา
สัตว์ทะเลขนาดใหญ่หลายตัวล้วนไม่ค่อยต่อต้านเย่หยวน
โหยวจื้อหยงกับอวี๋หงป๋อว่ายตามมาถึงตัวแมวน้ำเช่นกัน พวกเขารู้สึกประหลาดใจที่เย่หยวนสามารถสัมผัสใกล้ชิดกับแมวน้ำตัวนี้ได้
แต่ทั้งสองคนก็ยังถือฉมวกอยู่ในมือ ไม่ได้ลดการป้องกันลง
พวกเขายังคงจับตามองชายหนึ่งคนกับแมวน้ำตัวนั้นด้วยความระมัดระวัง
เย่หยวนค่อยๆ ลากแมวน้ำไปทางเรือประมง
แมวน้ำรับรู้ถึงความหวังดีของเย่หยวน มันจึงไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนมากนัก
ไม่นานแมวน้ำลายจุดก็ดูเหมือนจะยอมให้เย่หยวนนำขึ้นเรือได้สำเร็จ
เมื่อมันนอนหมอบอยู่บนดาดฟ้าเรือ ทุกคนก็เห็นว่าด้านข้างลำตัวของมันมีบาดแผลลึก
เนื่องจากแผลค่อนข้างลึก ทุกคนจึงไม่รู้ว่าควรจะจัดการอย่างไร
ตอนนั้นเองเย่หยวนก็นึกถึงซูเหมยและพ่อของเธอ ซูเว่ยกั๋ว ซึ่งเป็นนักชีววิทยาทางทะเลที่มีชื่อเสียง
เขาน่าจะสามารถให้คำแนะนำในการดูแลแมวน้ำตัวนี้ได้ เย่หยวนไม่มีเบอร์ติดต่อของศาสตราจารย์ซูโดยตรง จึงได้แต่โทรหาซูเหมยและอธิบายสถานการณ์ให้เธอฟังคร่าวๆ
เขาหวังว่าเธอจะช่วยติดต่อศาสตราจารย์ซูให้เขาได้
ซูเหมยตอบตกลงอย่างรวดเร็ว ไม่นานโทรศัพท์ของเย่หยวนก็ดังขึ้น
“เสี่ยวหยวน ได้ยินว่าตอนนี้เธอพบแมวน้ำลายจุดที่บาดเจ็บอยู่กลางทะเลใช่ไหม?”
“ช่วยเล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้ละเอียดหน่อยได้ไหม?”
ทันทีที่ซูเว่ยกั๋วรับสาย เขาไม่ได้พูดจาเกริ่นนำอะไร แต่ตรงเข้าประเด็นทันที
เย่หยวนจึงต้องอธิบายปัญหาที่เผชิญอยู่ให้ฟังอีกครั้งผ่านทางโทรศัพท์
“อย่างนั้น ตอนนี้พวกเธอ...”
ภายใต้คำแนะนำทางไกลของซูเว่ยกั๋ว ลูกเรือใช้ชุดปฐมพยาบาลที่มีอยู่บนเรือมาดูแลบาดแผลของแมวน้ำในเบื้องต้น
สุดท้ายซูเว่ยกั๋วก็พูดผ่านโทรศัพท์ว่า
“เสี่ยวหยวน ฉันหวังว่าเธอจะดูแลแมวน้ำตัวนี้ให้ดี และถ้าหากเป็นไปได้ก็พามันกลับมาด้วย”
“ถ้าปล่อยมันกลับลงทะเลไปตอนนี้ เกรงว่ามันอาจจะรอดได้ยาก”
“ศาสตราจารย์ซูวางใจได้ ผมจะพามันกลับไปอย่างปลอดภัยแน่นอน”
“อืม! งั้นก็ดีแล้ว”
พูดจบซูเว่ยกั๋วก็ตัดสายไปทันที
ทุกคนหันมามองหน้ากันไปมา ไม่มีใครรู้ว่าจะเอาแมวน้ำตัวนี้ไปไว้ที่ไหนดี
เพราะนี่เป็นเรือประมงมันไม่มีที่สำหรับเลี้ยงสัตว์แบบนี้
สุดท้ายเย่หยวนก็เสนอให้แบ่งพื้นที่ในถังเก็บน้ำทะเลสดบนเรือออกมาส่วนหนึ่งเพื่อให้แมวน้ำอาศัยชั่วคราว
เพื่อป้องกันไม่ให้มันไปกินปลาที่เก็บไว้ในถังเก็บน้ำ ลูกเรือจะผลัดกันมาให้อาหารมัน
ตอนที่ลูกเรือไม่ทันสังเกต เย่หยวนได้แอบเติมน้ำจากทะเลสาบในมิติเข้าลงไปในบ่อที่ใส่แมวน้ำ
ในเสี้ยววินาทีที่เย่หยวนเทน้ำจากมิติเข้าไป แมวน้ำลายจุดที่บาดเจ็บราวก็กับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง มันพยายามว่ายเข้าไปใกล้บริเวณที่เย่หยวนเติมน้ำจากมิติลงไป
เย่หยวนรู้ทันทีว่ามันคงไม่เป็นอะไรแล้ว ประสิทธิภาพของน้ำจากทะเลสาบในมิติได้รับการพิสูจน์มาแล้วหลายครั้ง
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เย่หยวนก็เดินกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ
ลูกเรือทุกคนกินอาหารเช้าเสร็จแล้วและกำลังเริ่มต้นทำงานในวันใหม่
เป็นเวลาสามวันติดต่อกันที่เรือหยูสุ่ยห้าวของเย่หยวนจอดอยู่ในน่านน้ำแห่งนี้
ปูหิมะใต้ทะเลถูกเย่หยวนจับขึ้นมาได้จำนวนมาก แม้ว่าปูตัวเมียทั้งหมดจะถูกปล่อยกลับลงทะเล แต่จำนวนที่จับขึ้นมาได้ก็ยังมากจนน่าเหลือเชื่อ
วันนี้เย่หยวนสั่งให้ทุกคนหยุดจับปูหิมะและเก็บกรงดักปูทั้งหมดขึ้นมาบนเรือ
เรือประมงแล่นอยู่บนทะเลโอคอตสค์
ลูกเรือใช้เวลานี้พักผ่อน ส่วนเย่หยวนยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือและใช้พลังรับรู้สำรวจฝูงปลาที่อยู่ใต้ทะเล
เย่หยวนพบว่าใต้น้ำบริเวณใต้เรือของเขามีฝูงปลากลุ่มเล็กๆ กำลังแหวกว่ายอยู่ ปลาชนิดนี้ในประเทศเรียกกันทั่วไปว่าปลาค็อดเงิน
แม้ว่าจะถูกเรียกว่าปลาค็อดเงิน แต่ที่จริงแล้วมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปลาค็อดเลยแม้แต่น้อย
มันเป็นปลาที่อยู่ในวงศ์ปลาหิน สกุลปลาแมงป่อง
ปลาแมงป่องที่โตเต็มวัยสามารถยาวได้ถึง 50-70 เซนติเมตร และเป็นปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
ราคาของมันสูงกว่าปลาค็อดมาก
แต่เย่หยวนไม่ได้มีแผนจะจับปลาแมงป่องกลุ่มนี้
ไม่ใช่เพราะพวกมันมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำ
แต่เป็นเพราะจำนวนของพวกมันน้อยเกินไป ฝูงเล็กๆ นี้มีแค่ไม่กี่สิบตัว ซึ่งยังไม่น่าดึงดูดพอสำหรับเย่หยวน
ตอนนี้เย่หยวนมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือปลาทูน่าครีบน้ำเงิน
ทะเลโอคอตสค์เป็นแหล่งที่อยู่ของปลาทูน่าครีบน้ำเงิน
แม้ว่าในมิติของเย่หยวนจะมีปลาหลากหลายสายพันธุ์อยู่แล้ว แต่เขาก็ยังไม่เคยพบกับปลาทูน่าครีบน้ำเงินที่ได้รับฉายาว่า "เพชรสีครามแห่งทะเลลึก" เลยสักครั้ง