เล่ยฮวนซีมีมังกรจริงๆ ซะแล้ว
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนกว่าเล่ยฮวนซีจะลืมตาตื่นขึ้นมา ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว แสงจันทร์ทอประกายลงมายังสวนท้อ เงาของต้นท้อทอดยาวลงบนพื้นบางเบาเป็นเงาจางๆ
เล่ยฮวนซีบิดขี้เกียจด้วยความงัวเงีย แต่ก็ต้องแปลกใจ เพราะบาดแผลที่โดนกู้เปียวและลูกน้องซ้อมไว้กลับไม่รู้สึกเจ็บเลย ไม่เพียงแค่หายเจ็บ แต่ยังรู้สึกสดชื่นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอีกด้วย
แปลกจริงๆ มันเกิดอะไรขึ้น?
เขากำเมล็ดท้อที่ปู่ทิ้งไว้แน่นในมือ แต่พอคลายมือออกและขยี้ตาเพื่อดูให้ชัด เขาก็พบว่า...เมล็ดท้อสีดำในมือกลายเป็นสีขาวไปเสียแล้ว!
ตลอดทางเดินกลับบ้าน เล่ยฮวนซียังคงครุ่นคิดอยู่กับคำถามสองข้อ: หนึ่ง ทำไมบาดแผลถึงหายดีทั้งหมด นี่เขาฝันไปหรือเปล่า? และสอง เมล็ดท้อสีดำในมือเปลี่ยนเป็นสีขาวได้ยังไง?
แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก
ท้องของเขาส่งเสียงประท้วงขึ้นมา เล่ยฮวนซีจึงวางเมล็ดท้อไว้บนโต๊ะอาหารแล้วเดินไปหาของกินในครัว เขาล้างข้าวใส่หม้อหุง ตั้งไฟเสร็จก็หาอาหารสดในบ้านจนพบไข่ไก่สามฟอง ผักเขียวหนึ่งกำ เบคอนแห้งเล็กน้อย และกระเทียมหนึ่งหัว
เล่ยฮวนซีใช้ชีวิตด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ความใฝ่ฝันสูงสุดของเขาในตอนนั้นคืออยากเป็นพ่อครัวดีๆ เพราะอยากกินอะไรก็จะได้ทำกินเองตามใจ แต่ดูเหมือนความฝันนี้จะกลายเป็นเพียงความฝันไปแล้ว แม้กระนั้น ทักษะการทำอาหารของเขาก็ถือว่าไม่เลว
ไม่นานนัก กระเทียมผัดเบคอนก็หอมฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน
ขณะเดียวกันนั้น เมล็ดท้อที่เขาวางไว้บนโต๊ะอาหารก็ขยับเล็กน้อย...
หลังจากเขาผัดผักเขียวใส่น้ำมันเสร็จเรียบร้อย พอหันไปมองก็พบว่าเบคอนที่ผัดไว้ดูเหมือนจะหายไปครึ่งหนึ่ง!
เล่ยฮวนซีเกาหัว รู้สึกว่าต้องไปตรวจสายตาสักหน่อยแล้ว แปลกจริงๆ
“ช่างมันเถอะ คงจะเหนื่อยจนตาฝาดไปเอง” เขาพึมพำ ก่อนจะทำซุปไข่ใส่เพิ่มในเมนู คิดว่าจะทำซุปไว้กินให้สบายท้องสักหน่อย
แต่ทว่าเมื่อเขายกซุปไข่ไปที่โต๊ะ ครึ่งหนึ่งของเบคอนชิ้นใหญ่ที่ผัดไว้ก็หายไปอีกแล้ว!
ครั้งนี้เขารู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นอะไรที่ลี้ลับเกินกว่านั้น
“หนูหรือเปล่านะ?” เขาคิดในใจ “ถ้าใช่ก็ถือว่าฉลาดเกินไปแล้วมั้ง!”
“จะทำอะไรอีกดีนะ?” เล่ยฮวนซีลองแกล้งพูดออกมาพร้อมกับหันหลังให้โต๊ะ แล้วนับในใจ
“หนึ่ง สอง สาม...”
เขาหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
และสิ่งที่เห็นทำให้เขาตกตะลึง
บนจานผักเขียวของเขามีหนอนตัวหนึ่งนอนอยู่ หนอนสีขาวตัวเล็กเท่านิ้วก้อย ขนาดเท่าตะเกียบ มันกำลังแทะกินใบผักอย่างเอร็ดอร่อยจนใบผักหายไปอย่างรวดเร็ว
ตัวหนอนนั่นดูเหมือนตัวไหมมาก...ใช่แล้ว ดูยังไงก็เหมือนหนอนไหมไม่มีผิด
เมื่อมันรู้ว่าถูกจับได้ หนอนไหมตัวนั้นรีบหันหลังจะหนี
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เล่ยฮวนซีพูดออกมาอย่างลืมตัว
จะว่าไปก็แปลก เขานี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงพูดกับหนอนตัวนิดเดียว แต่เรื่องยิ่งประหลาดขึ้นไปอีกเพราะหนอนตัวนั้นกลับหยุดนิ่งเหมือนเข้าใจสิ่งที่เขาพูด
เล่ยฮวนซีมองหนอนไหมตัวนั้นอย่างถี่ถ้วน มันมีตัวสีขาวล้วน ดูนุ่มนวล และเรืองแสงเล็กน้อยเมื่อแสงจันทร์ส่องผ่าน ผิวของมันเกือบจะใสจนมองทะลุได้
ที่แปลกไปกว่านั้นคือบนหัวของมันมีปุ่มเล็กๆ สองจุด ส่วนดวงตาก็เล็กขนาดเท่าเมล็ดงาดำ จ้องมาที่เล่ยฮวนซีอย่างออดอ้อน
เล่ยฮวนซีใช้ชีวิตในชนบทมาตลอด เขาไม่เคยเห็นอะไรประหลาดเช่นนี้มาก่อน
“แกมาจากไหนกันแน่?” เขาพึมพำกับตัวเอง
ทันทีที่ถามออกไป หนอนไหมตัวนั้นก็มองไปยังเมล็ดท้อที่เขาวางไว้บนโต๊ะ คล้ายกับจะบอกว่า ‘ฉันมาจากเมล็ดท้อนั่นแหละ’
พระเจ้า! หนอนตัวนี้เข้าใจภาษาคนงั้นหรอ?
เล่ยฮวนซีเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
“แก...แก...อย่าขยับนะ ฉันไม่ทำร้ายแกแน่นอน” เขาพูดด้วยเสียงตะกุกตะกักเพราะความตกใจ
หนอนไหมตัวนั้นก็ทำตาม นอนนิ่งอยู่ในที่ของมัน
เล่ยฮวนซีค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาด้วยความระมัดระวังแล้ววางลงบนฝ่ามือของเขา หนอนไหมตัวนั้นดูนุ่มนิ่มเป็นมันวาวเหมือนตุ๊กตาตัวเล็กๆ ใสซื่อไร้พิษสง และมันยังกระพริบตาสองสามครั้ง มองหน้าเล่ยฮวนซีสลับกับอาหารบนโต๊ะด้วยความอาลัยอาวรณ์
ในตอนนั้น แสงสีฟ้าจางๆ พลันสว่างวาบขึ้นทันทีที่เขาสัมผัสตัวหนอนไหม เสี้ยววินาทีนั้นเอง ข้อความลึกลับมากมายปรากฏขึ้นในหัวของเขา...
ในยุคโบราณ มังกรถือเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าพันธุ์และพลังศักดิ์สิทธิ์ของมนุษยชาติ มันได้รับพลังอำนาจจากศรัทธาและการเคารพบูชาของมนุษย์ แต่เมื่อโลกพัฒนาก้าวหน้า มนุษย์หันไปเชื่อในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศรัทธาในตำนานเริ่มเลือนหาย
เมื่อไร้ศรัทธาจากมนุษย์ พลังของมังกรจึงอ่อนแรงลง และสุดท้ายก็ใกล้ถึงกาลดับสูญ
ในท้ายที่สุด บนโลกนี้เหลือเพียงราชามังกรตัวสุดท้ายซึ่งมันเองก็กำลังจะหายไป แต่ก่อนที่มันจะดับสูญ มันได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายปิดผนึกลูกมังกรตัวน้อยเอาไว้ หวังให้หลีกหนีชะตากรรมนี้ได้...
“ข้าคือราชามังกร ผู้ฝากข้อความนี้ไว้ด้วยพลังสุดท้ายของข้า...”
ในหัวของเล่ยฮวนซีพลันได้ยินเสียงหนึ่งที่สื่อความหมายดังขึ้น
“ในโลกนี้จะไม่มีมังกรอีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงลูกเพียงคนเดียวของข้า และมันคือลูกหลานเพียงหนึ่งเดียวของมังกรเผ่าพันธุ์นี้...ผู้ใดก็ตามที่ช่วยชีวิตลูกของข้า จะกลายเป็นผู้ปกครองหนึ่งเดียวของมัน และจะได้รับความจงรักภักดีอันเป็นนิรันดร์จากมังกร...ผู้ช่วยชีวิตมันจะสามารถใช้พลังของมังกร และในที่สุดจะสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน...โปรดเลี้ยงดูมันให้เติบโตด้วยดี...”
ข้อความเริ่มขาดหายและกลายเป็นความว่างเปล่า
เล่ยฮวนซีแทบไม่อยากเชื่อ เขามองสิ่งที่อยู่ในมืออย่างงุนงง
มังกร? โลกนี้มีมังกรอยู่จริงหรือ? แล้วเจ้าหนอนตัวน้อยในมือเขานี่น่ะหรือคือมังกร?
มันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน! และใครบ้างจะเคยเห็นมังกรที่ตัวเล็กจิ๋วและหน้าตาเหมือนหนอนไหมเช่นนี้?
“แกคือมังกรอย่างงั้นหรอ?” เล่ยฮวนซีถามอย่างไม่แน่ใจ
หนอนไหมตัวนั้นพยักหน้า มันค่อยๆ ไต่ไปยังขอบมือของเล่ยฮวนซี ดวงตาคู่เล็กจ้องมองอาหารบนโต๊ะด้วยความกระตือรือร้น
เล่ยฮวนซียิ้มบางๆ พลางวางมันลงบนจานเบคอนผัดกระเทียม “เอาสิ กินให้เต็มที่เลย”
ตัวเล็กเท่านี้จะกินได้สักแค่ไหนกัน?
แต่แล้วเล่ยฮวนซีก็รู้ทันทีว่าเขาคิดผิด เมื่อเจ้ามังกรน้อยได้รับอนุญาตแล้วมันก็พุ่งไปที่อาหารทันที—
ลักษณะเหมือนพายุโหมเข้ากวาดทุกอย่างหายไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วครู่ กระเทียมผัดเบคอนที่อยู่ในจานก็หมดเกลี้ยง แม้แต่ใบผักยังไม่เหลือให้เห็น
เล่ยฮวนซีได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความอึ้ง
ตัวเล็กแค่นี้แต่กลับกินอาหารได้มากมายถึงเพียงนี้!
แุถมเจ้าหนอนไหมตัวนี้ดูเหมือนยังไม่อิ่ม มันกระโดดออกจากจานเบคอนไปที่จานผักแล้วกินต่อทันที
แค่พริบตาเดียว ทั้งจานก็ไม่เหลืออะไรเลย
“เจ้าตะกละเอ๊ย! นี่ไม่ใช่มังกรหรอก มันคือมังกรตะกละชัดๆ!” เล่ยฮวนซีบ่นพึมพำ
มังกรน้อยดูเหมือนจะอิ่มแล้ว มันนอนขดตัวลงในจานอย่างสบายใจ และยังอ้าปากหาวอีกต่างหาก
“นี่ เจ้าตัวเล็ก” เล่ยฮวนซีเรียกด้วยความเอ็นดู “ฉันจะเรียกแกว่าเจ้าตุ้ยนุ้ยก็แล้วกันนะ”
มังกรน้อยอ้าปากหาวอีกรอบ เป็นเชิงรับรองชื่อที่เขาตั้งให้
“เจ้าตุ้ยนุ้ย เจ้าตัวเล็กกินจุขนาดนี้ รู้ไหมว่าฉันก็ต้องกินด้วยนะ ตอนนี้ของในครัวก็หมดเกลี้ยงแล้ว แถมในกระเป๋าก็เหลือแค่...” เล่ยฮวนซีค้นหาเงินในกระเป๋าแล้วนับ “เจ็ดสิบสามหยวนกับห้าสิบเซนต์ พวกเราคงต้องหาทางหาเงินแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นจะเอาอะไรกินล่ะ?”
เจ้าตุ้ยนุ้ยส่ายหัวทันที
เล่ยฮวนซีไม่ท้อแท้ “แต่แกก็น่าจะมีอะไรที่ทำได้บ้างล่ะน่า”
เจ้าตุ้ยนุ้ยพยักหน้าแล้วก็ส่ายหัวตามทันที
“เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าโกหกสิ!” เล่ยฮวนซีพูดอย่างท้าทาย “แกต้องมีอะไรทำได้แน่ๆ บอกฉันมาเร็วๆ!”
เจ้าตุ้ยนุ้ยยืดขาทั้งสี่ข้างออก เอนกายลงในจานอีกครั้งและหลับตาลงทันที
เล่ยฮวนซีได้แต่ถอนใจ คำหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว...
“ขี้เกียจ!”
นี่มันไม่ใช่แค่มังกรตะกละ แต่ยังขี้เกียจสุดๆ ด้วย!
เขาคิดในใจอย่างสิ้นหวัง ไม่รู้ว่าทำไมโชคชะตาต้องเล่นตลกกับเขาขนาดนี้
เล่ยฮวนซีหลิ่วตาพลางครุ่นคิด แล้วก็เกิดความคิดขึ้นมา
เขาอุ่นซุปไข่จนร้อนหยดน้ำมันงาทับลงไป ทำให้กลิ่นหอมโชยออกมา
เจ้าตุ้ยนุ้ยที่นอนหลับในจานได้กลิ่นเข้าก็สะดุ้งสุดตัว มันกระโดดขึ้นมาดมกลิ่นด้วยความกระตือรือร้น มันหันซ้ายหันขวาด้วยความรีบร้อน ขณะที่เล่ยฮวนซียิ้มเจ้าเล่ห์
“อยากกินไหม? นี่คือซุปเทพเชียวนะ!”
เจ้าตุ้ยนุ้ยที่ถูกเล่ยฮวนซีจับไว้ขยับตัวไม่ได้ก็รีบพยักหน้าหงึกหงัก
“บอกฉันก่อนว่าแกทำอะไรได้บ้าง?”
เจ้ามังกรน้อยเหลือบตามองซุปไข่ก่อนจะถอนใจ ยอมมองไปยังเมล็ดท้อบนโต๊ะ
“อะไรนะ แกปลูกท้อได้หรอ?” ทันใดนั้น เล่ยฮวนซีก็คิดออก “หรือแกทำให้ผลท้อเติบโตเร็วขึ้นได้?”
เจ้าตุ้ยนุ้ยพยักหน้าอย่างแรง
เล่ยฮวนซีครุ่นคิด “ตกลงกันนะ แกต้องช่วยฉันปลูกสวนท้อ แล้วฉันจะเลี้ยงอาหารแกให้เต็มที่เลย ดีไหม?”
เจ้าตุ้ยนุ้ยพยักหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างดีใจ
เล่ยฮวนซีแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าชีวิตของเขาจะมีมังกรตะกละขี้เกียจ...ตัวนี้