ต่อให้ยกให้ขอทานก็ไม่ขายให้แก
“ท้อสวรรค์ พันธุ์หายาก มีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย ลูกละ 100 หยวน งดต่อรอง”
ณ ตำบลจู้หนาน กลุ่มพ่อค้าท้อพากันล้อมรถสามล้อเล็กคันหนึ่งไว้
เจ้าของรถสามล้อคือชายหนุ่มคนหนึ่งที่ขายผลท้อ ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้ ผลท้อมักจะเป็นพันธุ์ปลายฤดูที่ทั้งรสชาติไม่ดีและหน้าตาไม่น่าดู โดยทั่วไป พ่อค้าผลท้อต้องนำผลท้อแบบนี้ไปผ่านกระบวนการพิเศษก่อนจะนำออกขาย
แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ ท้อของชายหนุ่มคนนี้ไม่เพียงมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้นสองกำเท่านั้น แต่ยังมีสีสันที่ชวนให้หลงใหล ดูแล้วแทบอดใจไม่ไหวที่จะกัดสักคำ
ท้อเหล่านี้ ต่อให้ไม่ต้องขาย ก็ยังเอาไว้เป็นจุดดึงดูดลูกค้าได้
“พ่อหนุ่ม ผลท้อนี่ปลูกยังไงกัน?”
“น้องชาย ฉันค้าขายอยู่ที่จู้หนานมาหลายปี ไม่เคยเจอเธอมาก่อนเลยนะ”
“100 หยวน? ลูกละ 100 แพงไปหน่อยไหม? ยังกล้าตั้งชื่อว่าท้อสวรรค์อีกนะ”
พ่อค้าผลท้อต่างพากันถามอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยความอยากรู้ว่าท้อที่ทั้งแปลกและราคาแพงเช่นนี้มาจากไหน
เล่ยฮวนซียิ้มกว้าง “ลุงป้าน้าอา พี่ชายพี่สาวทั้งหลาย ดูกันให้ดีๆ นะ เคยเห็นผลท้อใหญ่ขนาดนี้ไหม? เคยเห็นท้อที่ดูดีแบบนี้ไหม? ชื่อท้อสวรรค์ก็แค่ตั้งเล่นๆ แหละ ก็ผลใหญ่ขนาดนี้ ไม่เคยเห็นในหนังหรือทีวีบ้างเหรอ? ฉันแซ่เล่ย มาจากหมู่บ้านเซียนเถา ปู่ฉันน่ะเป็นชาวสวนท้อตัวจริง ผลท้อพวกนี้ปลูกด้วยเทคนิคพิเศษที่สืบทอดในตระกูลฉันมาแต่โบราณ สมัยก่อนปลูกเพื่อถวายจักรพรรดิเลยนะ! จริงๆ นะ ฉันไม่ได้โม้เลย! ตระกูลเล่ยของฉันนี่ปลูกท้อถวายพระนางซูสีไทเฮามาหลายรุ่นเชียว...”
“โม้เข้าไป หมู่บ้านเซียนเถาน่ะเคยมีท้อถวายราชสำนักจริง แต่ไม่เกี่ยวกับตระกูลแซ่เล่ยหรอกนะ”
“ก็เพราะแต่ก่อนบ้านฉันไม่ได้แซ่เล่ยไง จะให้บอกก็ไม่ได้หรอก” เล่ยฮวนซีพูดพลางยิ้มกว้าง “หลังจากพระนางซูสีไทเฮาสวรรคต พวกเราถึงต้องเปลี่ยนแซ่เพื่อหลีกเลี่ยงภัย สงสัยใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องรีบขายผลท้อ? ก็ฉันจะเก็บเงินแต่งงานไง แต่ตอนนี้ไม่มีเงิน สาวเขาเลยไม่ยอม ฉันเลยเอาวิธีของปู่มาปลูกผลท้อขาย หาเงินแต่งงานนี่แหละ”
“พ่อหนุ่ม พูดแบบนี้มันเกินไปนะ ท้อพวกนี้ไม่ได้ปลูกวันสองวันแล้วจะได้แบบนี้หรอก อีกอย่าง ต่อให้ผลท้อจะใหญ่ สีจะสวย แต่ใครจะรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง? ต้องลองชิมก่อนถึงจะรู้สิ”
“อ้อ ขอโทษทีครับลุง ผลท้อพวกนี้มันแพงเกินไป ฉันไม่กล้าแจกชิมฟรีหรอก! ลูกละ 100 หยวน จะไปมากมายอะไรนัก? ทุกวันนี้กินข้าวมื้อเดียวก็หมดไปหลายร้อยแล้ว ลุงใส่สร้อยเส้นเบ้อเริ่มขนาดนี้ ยังจะมาสนใจเงินแค่หยิบมืออีกเหรอ? ลองซื้อลูกนึงสิ ถ้ารสชาติดีลุงก็ชมสักหน่อย ถ้าไม่ดีลุงก็มาทุบแผงฉันเลย!”
ชายวัยกลางคนที่ดูอายุสี่สิบกว่า ใส่สร้อยคอทองเส้นใหญ่ เอ่ยหัวเราะด้วยความขบขันพร้อมกับควักเงิน 100 หยวนออกมา “ได้สิ แค่ 100 เอง ฉันซื้อ! แต่ขอบอกไว้นะ ถ้าไม่อร่อย ฉันทุบแผงแกแน่! ฉัน ‘หงเกอ’ ทำธุรกิจผลท้อที่จู้หนานมาเกือบสิบปี ใครๆ ก็รู้จักนิสัยฉันดี”
“อ้าว นี่ลุงคือหหงเกอเหรอ?”
“รู้จักฉันด้วย?” หงเกอตกใจเล็กน้อย
“ไม่รู้จัก” เล่ยฮวนซีตอบพร้อมกับยิ้มรับเงิน “ก็แค่อยากตีสนิทกับลุงไง”
หงเกอเริ่มรู้สึกชอบใจในความพูดจาน่าฟังของชายหนุ่ม ถึงแม้ว่าท้อผลใหญ่ในช่วงปลายฤดูจะไม่ได้อร่อยนัก แต่เขาก็คิดว่าหากไม่อร่อยจริง อย่างมากก็แค่สั่งสอนพ่อหนุ่มนี่สักเล็กน้อย ใครจะไปทุบแผงเขาจริงๆ ล่ะ?
……
“เจียงปิน นายมั่นใจนะว่าเตรียมการรับรองคุณเหมียวคืนนี้เรียบร้อยแล้ว?”
ในห้องทำงานของประธานกลุ่มซีไห่ เจียงเซิ่งลี่ ผู้เป็นทั้งประธานคณะกรรมการและซีอีโอ อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในเมืองหยุนตง เอ่ยถามขึ้น
“พ่อวางใจเถอะ ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีพลาดแน่นอน” เจียงปินตอบอย่างไม่ใส่ใจ ขณะเล่นโทรศัพท์มือถือ “ก็แค่คุณเหมียว เจ้าพ่อเหมืองถ่านหินที่รวยขึ้นมา เขาจะสนใจอะไรเยอะขนาดนั้น?”
“แกนี่มันเข้าใจอะไรบ้างไหม?” เจียงเซิ่งลี่ขมวดคิ้ว “พอกลับมาจากเมืองนอกก็ทำตัวเหลิงไปหมด ดูถูกคนจน? พ่อแกก็เป็นคนจนมาก่อน แกก็มีเชื้อคนจนอยู่ในสายเลือดเหมือนกัน! คุณเหมียวเป็นกุญแจสำคัญของการลงทุนมูลค่าหลายพันล้าน ถ้าเกิดอะไรผิดพลาด เราก็เสียหายหนัก ตอนนี้สภาพเศรษฐกิจแย่ เราจำเป็นต้องพึ่งทุนของเขา”
“ทราบแล้วครับพ่อ” เจียงปินเก็บโทรศัพท์อย่างไม่เต็มใจ “รับรองว่าผมจะจัดการให้เรียบร้อย”
“แล้วผลท้อล่ะ? ซื้อรึยัง?”
“ผลท้อ?” เจียงปินชะงัก
“ปากไม่มีขน การงานไม่มั่นคง!” เจียงเซิ่งลี่เริ่มโมโห “ฉันบอกแกตั้งกี่รอบแล้วว่าคุณเหมียวไม่มีงานอดิเรกอะไรเลย นอกจากชอบกินผลท้อ ตอนที่เขายังทำธุรกิจที่จู้หนาน เขาก็ชอบกินท้อพันธุ์พิเศษของที่นั่น เมืองหยุนตงกับจู้หนานห่างกันแค่ชั่วโมงเดียว เขามาที่นี่ก็ต้องนึกถึงผลท้อแน่ๆ! เอาแต่เล่นโทรศัพท์ แกคิดอะไรอยู่นอกจากเล่น?”
“โธ่ พ่อ! ผมลืมไปจริงๆ น่ะ” เจียงปินทุบหัวตัวเอง “แต่นี่มันไม่ใช่ฤดูผลท้อแล้วนะครับ คุณเหมียวเป็นถึงนักธุรกิจใหญ่โต คงไม่ซีเรียสเรื่องแค่นี้หรอก”
เจียงเซิ่งลี่ส่ายหัวอย่างหนัก “ความสำเร็จอยู่ที่รายละเอียด ยิ่งในช่วงที่หาท้อไม่ได้ ถ้าเขาได้กิน ก็จะยิ่งรู้สึกดีกับเรา รีบไปเดี๋ยวนี้เลย แกขับรถไปจู้หนานเอง ไปซื้อท้อปลายฤดูมา ต่อให้แพงแค่ไหนก็ซื้อ คืนนี้ต้องกลับมาก่อนมื้อเย็น!”
“ได้ครับๆ พ่อ”
ในตอนนั้นโทรศัพท์ของเจียงปินดังขึ้น เขารับสาย “เยี่ยนเยี่ยน? ฉันกำลังจะไปซื้อผลท้อ...อะไรนะ? ทำไมต้องซื้อผลท้อ? เดี๋ยวเจอกันค่อยคุยกัน ไปเจอที่ชั้นล่างของตึกนะ...”
……
หงเกอกัดผลท้อเข้าไปคำแรก ทุกสายตาของคนรอบข้างจ้องมาที่เขา
น้ำผลท้อฉ่ำล้นปาก แต่หงเกอกลับไม่พูดอะไร
แย่แล้ว ท้อคงไม่อร่อย ทุกคนคิดแบบนั้น ยิ่งหงเกอเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่ด้วย เดี๋ยวได้เห็นพ่อค้าหนุ่มโดนทุบแผงแน่ๆ
แต่แล้ว หงเกอกลับกัดอีกหลายคำ กินด้วยความเอร็ดอร่อยจนปากเปื้อนน้ำผลท้อ ผ่านไปไม่นาน ท้อผลใหญ่ที่เขากินก็หายไปเกินครึ่ง พร้อมกับเสียงพูดที่ฟังไม่ชัดเพราะกำลังกิน
“อร่อยมาก อร่อยที่สุด ฉันไม่เคยกินท้อที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย!”
มือหนึ่งถือผลท้อ อีกมือควักเงินออกมาจากกระเป๋า “ดูสิว่าซื้อได้กี่ลูก ฉันเหมาหมด! เดี๋ยวไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มก่อน รอฉันเดี๋ยว!”
หงเกอเป็นพ่อค้าผลท้อที่อยู่ในวงการมานาน คำยืนยันจากเขาถือว่ามีความน่าเชื่อถือสูงมาก บรรยากาศในที่นั้นจึงพลันคึกคักขึ้นทันที
“หงเกอ อย่าเหมาหมดสิ! ท้อดีๆ แบบนี้ต้องแบ่งกันบ้าง”
“แค่ลูกละ 100 เอง ใครจะไม่ซื้อล่ะ? ซื้อกลับไปเป็นตัวอย่างให้ลูกค้าดู รับรองยอดขายพุ่งแน่ๆ”
“พ่อหนุ่ม นี่ 500 ให้ฉัน 5 ลูก”
เพียงชั่วครู่ ทุกคนก็แย่งกันควักเงินเพื่อซื้อท้อกันอย่างคึกคัก
หงเกอรีบพูดขึ้น “พ่อหนุ่ม ฉันให้ไป 2,000 เอามา 20 ลูก!”
ท้อของเล่ยฮวนซีขายดีจนแทบคลั่ง
ในตอนนั้นเอง รถเบนซ์คันหนึ่งขับมาจอดอยู่ริมถนน คนขับลดกระจกลง เจียงปินโผล่ศีรษะออกมาดูความวุ่นวายตรงข้ามถนน และสิ่งที่เขาเห็นคือ คนที่เพิ่งซื้อท้อจากแผงกำลังเดินยิ้มกลับมาในมือมีท้อผลใหญ่ติดมือ
พอเห็นขนาดของท้อ เจียงปินตาลุกวาว เขามาที่นี่ก็เพื่อผลท้อโดยเฉพาะ!
เขารีบลงจากรถพร้อมกับฉู่เยี่ยนเยี่ยน เดินเข้าไปหาคนที่เพิ่งซื้อผลท้อมา “นี่ ท้อนี่เป็นยังไงบ้าง?”
“ดีมาก พ่อหนุ่มคนนี้ไม่ได้โม้เลย ฉันทำธุรกิจผลไม้มาก็ไม่เคยเจอผลท้อที่ดีแบบนี้”
……
ท้อทั้งคันรถ จำนวน 104 ลูก ถูกขายหมดอย่างรวดเร็ว
พ่อค้าท้อคนอื่นๆ ต่างรู้สึกเสียดาย พวกเขาขอเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของเล่ยฮวนซี พร้อมบอกไว้ล่วงหน้าว่าในฤดูเก็บเกี่ยวปีหน้า อยากได้สิทธิ์ซื้อผลท้อจากเขาเป็นคนแรก
แต่เล่ยฮวนซียังคงเก็บผลท้อไว้ 4 ลูก ซึ่งเขาซ่อนไว้ในก้นตะกร้า ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ขาย เพราะเขายังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน ยังไงก็ต้องเก็บไว้กินเองบ้าง
“เฮ้ พ่อค้าขายผลท้อ ยังมีเหลือไหม?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงอวดดี
ฟังดูคุ้นจัง?
เล่ยฮวนซีเงยหน้าขึ้น และเมื่อสบตากับคนพูด ทุกอย่างก็ชัดเจน...
ฮ่าๆ ศัตรูคู่แค้นมาเจอกันโดยบังเอิญ!
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือเจียงปินกับฉู่เยี่ยนเยี่ยน!
เจียงปินกับฉู่เยี่ยนเยี่ยนเองก็ตกใจไม่น้อยที่พบว่าเจ้าของแผงขายผลท้อคือเล่ยฮวนซี
หลังชะงักไปเล็กน้อย เจียงปินก็พยายามเก็บความอึดอัดแล้วพูดขึ้น “เอ่อ...นายชื่ออะไรแล้วนะ? ท้อยังมีเหลือไหม? ฉันให้ราคาดี”
“มีสิ” เล่ยฮวนซีเหมือนเสกผลท้อ 4 ลูกออกมา
ผลท้อใหญ่และสวยงามมาก!
แม้แต่เจียงปินกับฉู่เยี่ยนเยี่ยนที่เคยชินกับการกินของดี ก็ยังต้องตะลึงกับความงามของผลท้อเหล่านี้
ถึงจะเหลือแค่ 4 ลูก แต่ก็เพียงพอแล้ว หากคุณเหมียวได้เห็นผลท้อสวยๆ แบบนี้ เขาต้องพอใจแน่นอน
เจียงปินหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา “ฉันเหมาหมด”
“ไม่ขาย”
“ไม่ขาย?” เจียงปินเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายยังโกรธเขาอยู่ เขาเหลือบมองป้ายราคา “200 หยวนต่อลูก เป็นไง?”
“ไม่ขาย” เล่ยฮวนซีหยิบผลท้อขึ้นมา กัดกินคำใหญ่
“อย่ากินสิ!” เจียงปินร้องเสียงหลงเมื่อเห็นผลท้อเหลือเพียง 3 ลูก เขาเม้มปากอย่างอดไม่ได้ก่อนจะเสนออีกครั้ง “500 หยวนต่อลูก ขายเถอะ”
“เล่ยฮวนซี 500 หยวนต่อลูกเลยนะ!” ฉู่เยี่ยนเยี่ยนพูดพลางช่วยเจรจา “แค่เขาไล่นายออกแล้วก็ซ้อมนายไปหน่อย จะเป็นอะไรนักหนา? แค่แป๊บเดียวก็ได้เงินตั้ง 1,500 หยวนแล้วนะ”
“ใครเขาไล่กัน? ฉันลาออกเองต่างหาก” เล่ยฮวนซีพูดพลางยิ้มบาง “500 หยวนต่อลูกน่ะราคาดีเลยนะ”
เจียงปินเริ่มเย้ยหยันในใจ *ก็แค่ไอ้จน ถึงกับตาลุกวาวเพราะเงิน 1,500*
แต่เล่ยฮวนซีกลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “ถ้ามีคนอื่นเสนอราคา 500 ฉันอาจจะขาย...แต่ถ้าเป็นแก? ฉันไม่ขาย!”
ในตอนนั้นเอง มีเด็กขอทานคนหนึ่งยืนมองมาด้วยความอยากได้ เล่ยฮวนซีจึงเรียกเด็กคนนั้นเข้ามา
เด็กขอทานเดินเข้ามาอย่างลังเล ก่อนมองหน้าด้วยความหวาดกลัว
“นี่ ผลท้อ ท้อสวรรค์นะ อร่อยมาก” เล่ยฮวนซียิ้มขณะหยิบผลท้อที่เหลือทั้ง 3 ลูกใส่ถุงพลาสติกแล้วยื่นให้เด็กคนนั้น “ให้กินฟรีเลย”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณ!” เด็กขอทานที่ได้ยินข่าวว่าท้ออร่อยมาตั้งแต่แรก ดูดีใจจนตื่นเต้น รีบรับถุงผลท้อด้วยท่าทางเกรงใจ ก่อนจะวิ่งหนีหายไปด้วยความเร็ว ราวกับกลัวเล่ยฮวนซีจะเปลี่ยนใจ
เจียงปินโกรธจนแทบระเบิด “แกยอมยกให้ขอทานฟรี แต่ไม่ขายให้ฉัน?”
“ก็ใช่ เพราะฉันชอบขอทานคนนี้ แต่เกลียดแก” เล่ยฮวนซีตอบพร้อมรอยยิ้ม แล้วก้าวขึ้นรถสามล้อพร้อมพูดทิ้งท้าย “คุณชายเจียง สำหรับฉัน แกยังด้อยค่ากว่าขอทานเสียอีก! วันนี้มีความสุขจัง มีความสุขจริงๆ!”
เจียงปินมองตามหลังเล่ยฮวนซีด้วยความเดือดดาล แม้ฉู่เยี่ยนเยี่ยนจะพยายามปลอบอย่างไรก็ไม่ได้ผล
ในที่สุด เขาก็ค่อยๆ สงบลง แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาใครบางคน “กู้เปียว พาคนมาที่จู้หนานเดี๋ยวนี้ ฉันมีเรื่องให้แกจัดการ!”
อยากเล่นงั้นเหรอ? ไอ้คนจนอย่างแกคิดจะเล่นเกมกับคุณชายเจียงแห่งซีไห่กรุ๊ปงั้นเรอะ?