ฮวนซีแสดงพลัง

ผลท้อ 100 ลูกขายหมดเกลี้ยง เล่ยฮวนซีไม่คาดคิดมาก่อนเลย



รวมเงินได้ถึงหมื่นหยวนเต็มๆ! ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยเห็นเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย ครั้งนี้เขารวยแล้วจริงๆ



แต่จะมีแบงก์ปลอมรึเปล่านะ? ตอนนั้นยุ่งเกินไปจนไม่ได้ตรวจให้ดี



หึๆ การหาเงินได้ถือเป็นเรื่องรอง แต่การได้ทำให้เจียงปินอับอายขายหน้า นั่นแหละคือสิ่งที่สะใจที่สุด



หลังจากหาอาหารอร่อยๆ ทานแบบจัดเต็มในเมือง เขาก็บังเอิญเจอหงเกออีกครั้ง หงเกอพอเห็นเล่ยฮวนซีเข้า เขาก็ตาลุกวาว รีบช่วยจ่ายค่าอาหารให้ทันที แล้วยังลากเขาไปดื่มต่ออีกสองแก้ว ย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าถึงฤดูเก็บเกี่ยวครั้งหน้าให้รีบแจ้งเขาก่อนใครถึงจะยอมปล่อยตัวกลับบ้าน



แน่นอน ก่อนกลับบ้าน เล่ยฮวนซีไม่ลืมซื้อเนื้อก้อนใหญ่ติดมือกลับไปด้วย เพราะเจ้ามังกรตะกละในบ้านตอนนี้กลายเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าของเขาไปแล้ว



เมื่อใกล้ถึงบ้าน เขาก็เห็นรถตู้คันหนึ่งจอดอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน และมีคนสามคนยืนอยู่ตรงนั้น



ตั้งแต่ที่เจอมังกรน้อย ชีวิตของเขาก็เต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาด แม้แต่สายตาที่สั้นเล็กน้อยของเขายังกลับมาดีขึ้นจนมองเห็นชัดเจนแม้จะมองจากระยะไกล



พอมองดูดีๆ คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกู้เปียวและลูกน้องสองคนที่เคยซ้อมเขาวันนั้น!



เล่ยฮวนซีถึงกับรู้สึกเย็นวาบที่หนังหัว เขาไม่ต้องเดาให้มากความ คงเป็นเจียงปินที่ส่งพวกมันมาแก้แค้นเขาแน่ๆ ดูแล้วถ้าพวกมันยังไม่ได้ตัวเขาไปคงไม่ยอมกลับแน่ ที่อยู่บ้านเขาก็อยู่ในเอกสารฝ่ายบุคคลของโรงแรมซีไห่ ต่อให้หนีไปที่ไหนก็หนีไม่พ้นอยู่ดี



เล่ยฮวนซีจึงกัดฟันขี่สามล้อเข้าไปหา



เมื่อเห็นเล่ยฮวนซี กู้เปียวก็โบกมือให้เขาหยุด



เมื่อเล่ยฮวนซีหยุดและลงจากรถ กู้เปียวจึงพูดขึ้นว่า “เล่ยฮวนซี ฉันว่าฉันชื่นชมแกอยู่นะ วันก่อนโดนเราซ้อมซะขนาดนั้นยังไม่ร้องสักแอะ แต่แกจะไปขวางทางคนอื่นเขาอีกทำไม?”



“ผู้จัดการกู้ ฉันไปทำให้ใครเดือดร้อนกัน? เจียงปิน?”



“อย่าถามฉันเลยว่าฉันหมายถึงใคร ฉันก็แค่ลูกจ้างเหมือนกัน ไม่บอกแกหรอกว่าใครใช้มา” กู้เปียวส่ายหน้า “รู้อยู่แก่ใจเป็นพอ คราวนี้แกทำให้เขาโกรธมาก เขาสั่งให้ฉันทำลายแขนข้างหนึ่งของแก”



ไม่ขนาดนั้นมั้ง? เล่ยฮวนซีไม่เคยคิดเลยว่าการขายผลท้อจะทำให้เจียงปินเดือดดาลถึงขั้นอยากทำลายแขนของเขา



“ทำเองหรือจะให้เราช่วย? เลือกเอา” กู้เปียวพูดพลางหยิบมีดออกมา



เล่ยฮวนซีก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว



“ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวพวกฉันช่วยเอง จะได้ไม่เสียเวลา” กู้เปียวพยักหน้าให้ลูกน้อง สองคนนั้นจึงตรงเข้ามา จะจับแขนเล่ยฮวนซีทันที



ตามสัญชาตญาณ เล่ยฮวนซีสะบัดแขนออกไป และเรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เขาสะบัดเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ลูกน้องของกู้เปียวคนหนึ่งปลิวกระเด็นออกไป



อีกคนหนึ่งชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะง้างหมัดต่อยเข้าใส่เล่ยฮวนซี



ทำไมหมัดเขาถึงช้าขนาดนี้?



ในสายตาของเล่ยฮวนซี การเคลื่อนไหวของหมัดนั้นเหมือนภาพสโลว์โมชั่น เขาหลบได้อย่างง่ายดาย และสวนกลับด้วยหมัด



ในขณะที่หมัดของคู่ต่อสู้ดูช้าเป็นเต่า หมัดของเล่ยฮวนซีกลับเร็วดุจสายฟ้าในสายตาของอีกฝ่าย



“ปัง!”



ลูกน้องอีกคนถูกหมัดเดียวของเล่ยฮวนซีซัดปลิวไป



เขาร้องโหยหวนลั่น ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น มือกุมปากแน่น และเมื่อคลายมือออก เลือดเต็มปากพร้อมกับฟันที่ร่วงออกมาหลายซี่



เล่ยฮวนซีเองก็ตกใจ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงหมัดเดียวจะมีพลังมากขนาดนี้



เขาไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะพลังจากเมล็ดท้อที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาหรือเปล่า



“แกแกล้งทำเป็นอ่อนแอสินะ?” กู้เปียวสีหน้าเปลี่ยนทันที



ตอนที่เขาซ้อมเล่ยฮวนซีวันนั้น ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร กู้เปียวไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเล่ยฮวนซีถึงยอมให้เขาซ้อมง่ายๆ ในเมื่อมีพลังมากขนาดนี้



ลูกน้องคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ทำท่าจะเข้าไปเล่นงานเล่ยฮวนซี แต่พอเห็นสภาพของเพื่อนก็ถอยหลังไปด้วยความหวาดกลัว



เล่ยฮวนซีเริ่มมั่นใจขึ้นมาในทันใด: ฮึ! กู้เปียวแล้วไง? เจียงปินแล้วไง? พี่ฮวนซีคนนี้มีมังกรตัวเป็นๆ อยู่ทั้งตัว ใครจะกล้าแหยม!



“ผู้จัดการกู้ กู้เปียว” เล่ยฮวนซีเดินเข้ามาใกล้กู้เปียว พร้อมรอยยิ้ม “ฉันยังหนุ่มยังแน่น ยังต้องใช้สองมือหาเลี้ยงปากท้อง ถ้าเหลือแขนเดียว เวลาจะดูหนังผู้ใหญ่ก็ลำบากแย่สิ…”



กู้เปียวชะงัก ก่อนจะเข้าใจในความหมายของอีกฝ่าย ถึงกับอดหัวเราะไม่ได้



เขาเป็นคนเจนสนามมาก่อน รู้ดีว่าตอนนี้ฝีมือของอีกฝ่ายเกินกว่าที่เขาจะสู้ได้ เขาจึงพูดขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น “วันนี้ฉันแพ้แล้ว เล่ยฮวนซี จะเอายังไงก็ตามใจแก”



“ผู้จัดการกู้ ฉันว่าฉันเป็นคนใจกว้าง วันนี้ฉันอารมณ์ดีที่ได้เงินมาเยอะ ไม่อยากหาเรื่องนายเพิ่ม แต่ถ้าครั้งหน้านายยังมาก่อกวนฉันอีก ฉันจะหักแขนนายทิ้งแน่ๆ ดีไหม?”



ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับกู้เปียวแบบนี้มาก่อน



แต่จะทำอะไรได้ล่ะ? ในเมื่อฝีมือของอีกฝ่ายเหนือกว่าเขามาก



“ได้ ฉันจำคำพูดของแกไว้แล้ว ถือว่าวันนี้ฉันติดค้างแก”



เขาชี้ไปที่ลูกน้องที่ยังร้องโอดโอยอยู่บนพื้น “ยกเขาขึ้น ไป!”



“เดี๋ยวก่อน ผู้จัดการกู้” เล่ยฮวนซีพูดแทรกขึ้น “จะไปแบบนี้จริงๆ เหรอ? ไม่คิดจะทิ้งอะไรไว้เลยสักนิดรึไง?”



กู้เปียวชะงักก่อนจะมองเล่ยฮวนซีด้วยสายตาอาฆาต แล้วจู่ๆ ก็ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองไปหลายครั้งจนหน้าขึ้นรอยแดง “เล่ยฮวนซี ฉันผิดเองที่ทำร้ายนาย นายช่วยอภัยให้ด้วย...พอใจรึยัง?”



เล่ยฮวนซียิ้มและโบกมือ “ลาก่อน”



ความแค้นที่กดทับอยู่ในอกของเขาได้รับการปลดปล่อยเสียที



สิ่งที่เล่ยฮวนซีได้รับในวันนี้ ไม่ใช่แค่ความสะใจจากการล้างแค้น หรือความสามารถเหนือมนุษย์ แต่ยังเป็นความมั่นใจในตัวเองที่เพิ่มขึ้น



คนที่มีมังกรเป็นลูกน้อง ยังต้องกลัวอะไรอีกล่ะ?



เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน หลังจากจอดรถสามล้อเรียบร้อย เขาก็เดินไปเคาะประตูบ้านของพี่สาวหลู แต่กลับได้ยินเสียงทะเลาะกันดังออกมาจากข้างใน



เป็นเสียงของสามีหลู พี่ซุนสุ่ยเกิน ที่กำลังตะโกนเสียงดังว่า



“เงิน เงิน เอาแต่เงิน! แกนี่มันเมียใช้เงินเก่ง มีอย่างอื่นทำอีกไหม? ฉันทำงานหัวหมุนแทบตายไม่กล้ากินไม่กล้าใช้ แล้วยังต้องเอาเงินมาให้แกเก็บ พูดสิ เงินหายไปไหนหมด?”

บ้านในหมู่บ้านมักไม่มีฉนวนกันเสียง เล่ยฮวนซีขยับเข้าไปใกล้และได้ยินเสียงพี่หลูพูดอย่างเกรงใจว่า



“พ่อคุณป่วย เราเลยต้องใช้เงินไปหนึ่งหมื่นหยวน น้องสาวคุณแต่งงานไปหมู่บ้านข้างๆ เราก็ต้องให้สินสอดอีกหมื่นหนึ่ง แล้วเรายังติดหนี้คนอื่นอยู่อีกสามพัน… พ่อ แถมเด็กๆ ก็ต้องเข้าเรียน...”



“เรียน? เรียนอะไร? ไม่เรียนก็ไม่เห็นจะอดตาย! ไม่มีเงิน!”



สองสามีภรรยากำลังทะเลาะกันเพราะเรื่องเงินอีกแล้ว



ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างคิดว่าซุนสุ่ยเกินที่ไปทำงานในเมืองใหญ่น่าจะมีเงินมากมาย ครอบครัวไหนเดือดร้อนก็มักจะมาขอความช่วยเหลือ แต่ใครจะรู้ว่าตัวพวกเขาเองก็ยังติดหนี้คนอื่นอยู่



เล่ยฮวนซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งไปที่ร้านขายของชำตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน ซื้อเหล้าขวดหนึ่ง แล้วกลับมาที่บ้านพี่หลู



เสียงทะเลาะที่ดังอยู่ก่อนหน้าสงบลงทันทีเมื่อเขาเคาะประตู พี่หลูเปิดประตูออกมาด้วยท่าทีลังเล



“พี่หลูครับ เอากุญแจคืนครับ” เล่ยฮวนซีรีบพูดแล้วเสริมขึ้นอย่างร่าเริง “อ้าว พี่ซุนสุ่ยเกินก็กลับมาด้วยเหรอ ดีเลย ผมซื้อเหล้ามา ตั้งใจจะมากินข้าวที่นี่ซะหน่อย”



ซุนสุ่ยเกินเป็นคนรักศักดิ์ศรี เขามักมองเล่ยฮวนซีเป็นน้องชายคนหนึ่งเสมอ สมัยเล่ยฮวนซียังเด็ก หากมีอาหารอร่อยๆ ในบ้าน ซุนสุ่ยเกินก็ไม่ลืมเรียกเขามากินด้วย



เมื่อได้ยินเล่ยฮวนซีพูดแบบนี้ ซุนสุ่ยเกินจึงล้วงแบงก์ร้อยใบหนึ่งออกมา “แม่ ไปซื้อกับแกล้มมาให้ที ฉันกับเจ้าเล่ยจะดื่มด้วยกัน”



“ไม่ต้องหรอกพี่ ผมซื้อมาพร้อมแล้ว” เล่ยฮวนซีรีบดึงพี่หลูไว้ ก่อนจะนั่งลงข้างซุนสุ่ยเกิน เปิดขวดเหล้าและรินใส่ถ้วยสองใบ “พี่สุ่ยเกิน ทำไมกลับก่อนสิ้นเดือนล่ะครับ?”



“โรงงานหยุดพักงานน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ดื่มเถอะ ดื่ม” สุ่นสุ่ยเกินตอบตัดบท เขายกถ้วยขึ้นดื่มแล้วหัวเราะ “เหล้านี่หอมกว่าเหล้าสามหยวนขวดนั้นของฉันเยอะเลย”



“แน่นอนสิ ขวดนี้ตั้ง 25 หยวน”



“เมียฉันบอกว่าวันนี้นายไปขายท้อมา ได้เงินแล้วล่ะสิ? ฉันจะบอกอะไรให้นะไอ้น้อง ได้เงินมาอย่าเพิ่งใช้สุรุ่ยสุร่าย เก็บไว้เผื่อแต่งงาน ตอนนี้ไม่มีพ่อแม่แล้ว ถ้าไม่มีเงิน ใครจะช่วยนายหาเมีย”



เล่ยฮวนซีหลิ่วตานิดหนึ่ง “พี่สุ่ยเกิน ผมมาหาพี่วันนี้ก็เรื่องเงินนี่แหละ”



“มีปัญหาอะไร?” ซุนสุ่ยเกินวางถ้วยเหล้าลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง



“อืม...” เล่ยฮวนซีทำหน้าเคร่งเครียด “วันนี้ผมขายผลท้อได้เงินมาก็จริง แต่ผมอยากทำธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น...แต่ทุนไม่พอ”



สุ่นสุ่ยเกินกัดฟันกรอด “แม่ ไปเอาเงินสองพันหยวนมาให้เจ้าฮวนซี เอาไปให้หมดเลย!”



“ได้จ้ะ” พี่หลูทำท่าจะเดินไปหยิบเงิน



“หยุดก่อน! ผมล้อเล่นน่ะ” เล่ยฮวนซีรีบพูด “พี่สุ่ยเกินน่ะบ้าศักดิ์ศรี ตัวเองไม่มีเงินยังจะให้คนอื่นอีก ผมยืนอยู่หน้าประตูเมื่อกี้ ก็ได้ยินว่าพี่กำลังกลุ้มใจเรื่องค่าเรียนของลูกอยู่ใช่ไหม?”



“นี่แม่! ฉันบอกแล้วให้พูดเบาๆ! เธอจะตะโกนให้คนทั้งหมู่บ้านได้ยินรึไง?” ซุนสุ่ยเกินหันไปดุภรรยาเสียงดัง



เล่ยฮวนซีหัวเราะออกมา ทั้งที่คนที่ตะโกนจริงๆ คือซุนสุ่ยเกินเอง เขาล้วงเงินปึกหนึ่งออกจากกระเป๋า นับแล้วแยกสามพันหยวนออกมา “นี่ครับพี่ เอาไว้ใช้จ่ายเรื่องค่าเรียนของเด็กๆ อย่าให้พวกเขาเสียโอกาส”



“เงินนี่นายเอามาจากไหน?” ซุนสุ่ยเกินเบิกตากว้างมองเงินในมือเล่ยฮวนซี “ฟังนะ! ถึงเราจะจนแค่ไหนก็ห้ามทำอะไรผิดกฎหมาย! คืนเงินนี่ไปซะ!”



เล่ยฮวนซีมีเงินจากที่ไหนมากขนาดนี้? ไปขายผลท้อคงไม่ได้มากมายขนาดนี้แน่ สุ่นสุ่ยเกินจึงคิดว่าเล่ยฮวนซีต้องไปทำอะไรผิดๆ มา



“ฮวนซี ห้ามทำอะไรผิดกฎหมายนะ! เดี๋ยวก็ได้ติดคุกหรอก” พี่หลูก็พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน



“พี่สุ่ยเกิน พี่หลู! พวกพี่ไม่รู้จักผมรึไง?” เล่ยฮวนซีแทบจะสาบาน “ผมไม่มีปัญญาทำเรื่องผิดกฎหมายหรอกครับ เงินนี่ผมได้มาจากการขายผลท้อจริงๆ พี่หลูเองก็เห็นผลท้อของผมแล้ว ใช่ไหม? ขายได้ราคาดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”



สองสามีภรรยามองหน้ากัน แม้จะยังลังเล แต่ก็คิดว่าเล่ยฮวนซีไม่น่าจะโกหก เขาเป็นคนชอบเล่นสนุกก็จริง แต่ไม่เคยทำอะไรผิดมาก่อน



“เราไม่เอา นายเก็บไว้เถอะ” สุ่นสุ่ยเกินยืนยันอย่างดื้อรั้น “นายหาเงินมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เก็บไว้ใช้เถอะ! พรุ่งนี้รีบเอาไปฝากธนาคาร อย่าให้ใครเอาไปได้”



“พี่สุ่ยเกิน พี่หลู พวกพี่เห็นผมเป็นคนนอกเหรอ?”



ตอนก่อน

จบบทที่ ฮวนซีแสดงพลัง

ตอนถัดไป