ซื้อหยกด้วยเงินสองพัน

“พี่สุ่ยเกิน พี่หลู พวกพี่เห็นผมเป็นคนนอกเหรอ?” เล่ยฮวนซีพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ผมกินฟรีอยู่ฟรีที่บ้านพี่มาตั้งหลายครั้งแล้ว ตอนนี้ผมหาเงินมาได้บ้าง พี่กลับไม่รับ นี่คิดว่าผมเป็นตัวอะไร? ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไปผมจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว!”



“อย่าเลย น้องฮวนซี พวกเราไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่เงินก้อนนี้มัน...”



“พี่สุ่ยเกิน พวกเราเป็นคนจนเหมือนกัน พี่ก็เห็นผมโตมาตั้งแต่เล็ก” เล่ยฮวนซีพูดด้วยความจริงใจ “ในหมู่บ้าน คนรุ่นราวคราวเดียวกับผมเขาออกไปทำงานข้างนอกกันหมด คนแก่ผมก็พูดคุยไม่ถนัด คนที่ผมสนิทด้วยก็มีแต่พี่สองคน สมัยก่อน พี่ช่วยเหลือผมไว้ตั้งมากมาย แล้วตอนนี้จะมาทำเหมือนไม่สนิทกันได้ยังไง?”



ซุนสุ่ยเกินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า



เมื่ออีกฝ่ายยอมรับเงินไป เล่ยฮวนซีก็อารมณ์ดีขึ้น ยกถ้วยเหล้าขึ้นชนกับซุนสุ่ยเกินและดื่มไปหลายอึก



เขาไม่ใช่คนคอแข็งนัก พอท้องว่างและดื่มเร็วเกินไป ก็เริ่มมีอาการมึนเมา เขาตบอกพูดว่า “พี่สุ่ยเกิน พี่หลู จำไว้เลยนะว่าอย่าดูถูกคนจน คนจนอย่างผมเนี่ยแหละจะรวยให้ดูซักวัน! ตอนนั้นผมจะพาพี่สองคนไปด้วยกัน!”



“เลิกโม้ได้แล้ว อย่าพูดเกินจริงเลย เดี๋ยวกลายเป็นฮวนซีขี้โม้จริงๆ นะ” ซุนสุ่ยเกินที่เริ่มเมาเหมือนกันก็หัวเราะลั่น แล้วตั้งฉายาให้ “แค่หาเงินได้มานิดหน่อยก็มาพูดถึงการรวยแล้ว รวยอะไรกัน? ทำงานดีๆ ยังไงก็ดีกว่ามานั่งโม้แบบนี้ น้องฮวนซี เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะลองไปพูดกับหัวหน้าที่โรงงานให้ นายไปทำงานที่โรงงานปูนซีเมนต์ละกัน อย่างน้อยก็ได้เงินมั่นคง”



“ไม่เชื่อผมเหรอ? ไม่เชื่อสินะ?” เล่ยฮวนซีตาแดงกร่ำ “พี่รอดูเลยนะ วันไหนที่ผมใส่แบรนด์เนม ขับบีเอ็มดับเบิลยูกลับมานี่ พี่จะยังกล้าเรียกผมว่าฮวนซีขี้โม้อีกไหม?”



“ฮวนซีขี้โม้ ฮวนซีขี้โม้!” เสียงเด็กสองคนตะโกนออกมาจากในบ้าน



“ไปเลยๆ ไปดูทีวีกันเถอะ” พี่หลูหัวเราะพลางไล่เด็กๆ กลับเข้าไปข้างใน ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งดูผู้ชายสองคนที่กำลังถกเถียงกันอย่างออกรส



เธอคิดในใจว่า น้องเล่ยของเธอคนนี้น่ะเป็นคนดีทุกอย่าง ขาดแต่ตรงที่ชอบเพ้อฝันเกินจริง...



……



หลังจากนั่งคุยอยู่ที่บ้านซุนสุ่ยเกินสองชั่วโมง เล่ยฮวนซีก็เริ่มคิดถึงเจ้าตุ้ยนุ้ยกินจุที่บ้าน เพราะเขาแน่ใจว่ามันคงหิวมากแล้วแน่ๆ



“เจ้าตุ้ยนุ้ย เจ้าตุ้ยนุ้ย ฉันกลับมาแล้ว!” เล่ยฮวนซีตะโกนเข้าบ้านด้วยความตื่นเต้น “ดูสิว่าฉันเอาอะไรมาฝาก คราวนี้ได้กินข้าวกับหมูตุ๋นหอมๆ ชามใหญ่แน่ๆ!”



แต่พอเขาเดินไปที่อ่างน้ำเท่านั้นก็รู้ทันทีว่ามีปัญหา



เจ้าตุ้ยนุ้ยนอนแผ่อยู่ในน้ำ ไม่มีแรงกระดิกตัว พอได้ยินเสียงของเล่ยฮวนซี มันพยายามเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจมลงไปในน้ำเหมือนเดิม ร่างกายที่เคยขาวใสก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเหลือง



มันหิวอยู่แน่ๆ!



“รอก่อนๆ เดี๋ยวฉันทำอาหารให้เลย!”



เล่ยฮวนซีรีบล้างผักและเตรียมเนื้อหมู กลิ่นหมูตุ๋นหอมกรุ่นฟุ้งไปทั่วห้องในเวลาไม่นาน



ปกติแค่ได้กลิ่นนี้ เจ้าตุ้ยนุ้ยจะกระโดดออกจากอ่างได้ทันที แต่คราวนี้ถึงจะพยายามกระโดดหลายครั้งก็ยังขึ้นมาไม่ได้ สุดท้ายมันก็ทิ้งตัวลงไปในน้ำด้วยความเหนื่อยล้า



เมื่อหมูตุ๋นเสร็จ เล่ยฮวนซีค่อยๆ ช้อนเจ้าตุ้ยนุ้ยขึ้นมาจากอ่างน้ำและเอาชิ้นเนื้อไปจ่อที่ปากมัน



เจ้าตุ้ยนุ้ยกัดกินเหมือนเดิม แต่เพียงคำแรกมันก็คายออกมา แล้วนอนนิ่งอยู่ข้างชิ้นหมูเหมือนหมดแรง



เกิดอะไรขึ้น? หมูไม่อร่อยเหรอ?



เล่ยฮวนซีลองชิมเองก็พบว่าหมูอร่อยดี แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าในตอนที่เจ้าตุ้ยนุ้ยปล่อยของเหลวสีทองในสวนท้อ มันก็มีอาการหมดแรงเช่นเดียวกัน และดูเหมือนมันจะสนใจหยกที่ห้อยอยู่บนคอของเขามาก



หยก! มันต้องเป็นเพราะหยกแน่ๆ!



ของเหลวสีทองนั้นอาจเป็นสิ่งสำคัญจากร่างกายของมัน เมื่อปล่อยออกมา มันจึงต้องการพลังจากหยกเพื่อฟื้นตัว!



แต่จะไปหาหยกได้ที่ไหน? ในเมืองจู้หนานไม่มีตลาดหยกแน่นอน มีทางเดียวคือตลาดของเก่าในเมืองหยุนตง



เล่ยฮวนซีดูเวลา นี่บ่ายสามแล้ว จะไปทันหรือเปล่าก็ไม่รู้



“เจ้าตุ้ยนุ้ย รออยู่ที่นี่ก่อน ฉันจะไปหาหยกมาให้แก”



เจ้าตุ้ยนุ้ยกะพริบตาอย่างอ่อนแรงราวกับเข้าใจ



……



เล่ยฮวนซีรีบออกจากหมู่บ้านทันที เขาไม่เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว



โชคยังเข้าข้าง เขาเจอหงเกอที่กำลังจะขับรถกลับหยุนตง เมื่อได้ยินว่าเล่ยฮวนซีมีเรื่องด่วน หงเกอก็พาเขาไปส่งที่หยุนตงด้วยรถปิกอัพของเขา



พอลงจากรถ เล่ยฮวนซีก็กล่าวขอบคุณลวกๆ ก่อนจะโบกแท็กซี่มุ่งตรงไปยังตลาดของเก่า



ทันทีที่มาถึง เขารีบตรงไปยังแผงขายหยก แต่ก็นึกได้ว่าตัวเองไม่มีความรู้เรื่องหยกเลย



งั้นก็ต้องแกล้งทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ!



เล่ยฮวนซีทำท่าทีไม่ใส่ใจ หยิบหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู แล้ววางลงด้วยสีหน้าราวกับดูแคลน “ของปลอม”



“โอ้โห ท่านผู้เชี่ยวชาญสายตาแหลมคม!” เจ้าของแผงรีบลุกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ของปลอมจริงๆ เอาไว้หลอกมือใหม่ ผู้เชี่ยวชาญแบบท่านมองแวบเดียวก็รู้ ผมมีของดี จะให้ดูเอาไหมครับ?”



“ดูหน่อยก็ได้ แต่คงไม่ใช่ของดีเท่าไหร่หรอก” เล่ยฮวนซีพูดเหมือนรู้จริง



เจ้าของแผงหยิบกล่องหนึ่งขึ้นมา เปิดผ้าซาตินสีเหลืองออก เผยให้เห็นหยกโบราณชิ้นหนึ่ง



“นี่เป็นหยกยุคราชวงศ์ถัง ท่านผู้เชี่ยวชาญคงทราบดี ยุคนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน ดูจากความโอ่อ่าของหยกชิ้นนี้ก็รู้” เจ้าของแผงพูดด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย “ส่วนยุคราชวงศ์ซ่งน่ะ คนรวยก็จริง แต่หยกของเขามักแกะสลักเป็นดอกไม้หรือภาพสตรี ไม่มีความโอ่อ่าเหมือนยุคถัง ท่านลองดูสิว่านี่เป็นหยกจากยุคไหน?”



เล่ยฮวนซีเดาไม่ออกแน่ๆ เขาแกล้งทำเป็นพิจารณาหยกก่อนจะพูดมั่วๆ ว่า “ยุคถังแน่นอน”



“โอ้โห ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง!” เจ้าของแผงยกนิ้วโป้งให้ “ของดีแบบนี้ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญคงดูไม่ออก มีแต่คนโง่เท่านั้นที่เอาของล้ำค่าแบบนี้มาขาย ผมก็ไม่อยากขายหรอก แต่เห็นท่านผู้เชี่ยวชาญสนใจเลยจะยอมปล่อยให้ในราคาพิเศษ”



ราคาพิเศษ? แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าราคามันเท่าไหร่?



เล่ยฮวนซีหัวเราะเยาะ “นายเป็นคนขาย ฉันเป็นคนซื้อ นายต้องตั้งราคาเองสิ ถ้าราคาดี ฉันก็จะซื้อ”



“ได้เลยครับ ราคาพิเศษ 5,000!”



“งั้นลาก่อน” เล่ยฮวนซีวางหยกลงแล้วทำท่าจะเดินหนี



“เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งไป” เจ้าของแผงเรียกเขาไว้ “เอาล่ะ ท่านว่าราคาเท่าไหร่ดี?”



เล่ยฮวนซีชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว “หนึ่งพัน!”



สีหน้าของเจ้าของแผงเปลี่ยนไปทันที “นี่คุณมาซื้อหยกหรือมาป่วนกันแน่?”



“หนึ่งพัน ถ้าขาย ฉันก็ซื้อ!”



“ไม่ไหว ราคานี้ต่ำไป 4,500!”



ทั้งสองต่อรองกันไปมา เล่ยฮวนซีทำท่าทีเบื่อหน่ายและเดินหนีหลายครั้ง เจ้าของแผงก็ต้องเรียกเขากลับมา



สุดท้าย เจ้าของแผงถอนหายใจ “โอเค ยอมแพ้แล้ว ผมทำอาชีพนี้มานานไม่เคยเจอใครเก่งต่อรองขนาดนี้ เอาล่ะ วันนี้เรามีวาสนาต่อกัน ผมขายให้ในราคาต้นทุน...สองพัน!”



แม้จะเสียดายเงิน แต่เมื่อราคาลดจากห้าพันเหลือสองพัน การได้หยกยุคถังถือว่าคุ้มค่า



สองพันก็สองพันเถอะ เพื่อช่วยเจ้าตุ้ยนุ้ยเขาไม่มีทางเลือก



เล่ยฮวนซีจ่ายเงิน รับหยกมาอย่างพอใจและเดินออกจากตลาด



แต่พอเขาเดินไปได้ไม่นาน ก็มีเสียงจากแผงข้างๆ ดังขึ้น “สุดยอดเลยนะ นายดวลราคาจนได้กำไรอีกแล้ว”



“ก็แค่หนุ่มมือใหม่รวยๆ คนนึง” เจ้าของแผงหัวเราะ “หยกชิ้นนี้ซื้อมาแค่ห้าสิบเอง ขายได้ตั้งสองพัน”



“มีลูกค้ารวยๆ แบบนี้ต้องฟันหนักๆ!”



เจ้าของแผงหยิบกล่องอีกใบออกมา ใช้ผ้าซาตินสีเหลืองห่อหยกอีกชิ้นที่หยิบจากกองไว้เรียบร้อย



หยกยุคถังชิ้นใหม่ก็พร้อมขายแล้ว



ตลาดของเก่ามักเป็นแบบนี้ เจ้าของแผงช่วยกันหลอกลูกค้า ยิ่งถ้าคนซื้อเป็นมือใหม่ โดนโก่งราคาแน่นอน แม้แต่นักสะสมที่มีประสบการณ์ยังพลาดได้บ่อยๆ




ตอนก่อน

จบบทที่ ซื้อหยกด้วยเงินสองพัน

ตอนถัดไป