คุณหนูอันนี่เดือดแล้ว

ในตู้ปลามีปลาสีทองตัวหนึ่งกำลังว่ายไปมา สีสันของมันสดใสสวยงาม หนักเกินสองชั่ง สิ่งที่แปลกที่สุดคือ บริเวณระหว่างดวงตาทั้งสองข้างของมันกลับมีเนื้อนูนสีดำโผล่ขึ้นมา ดูราวกับว่ามันมีตาที่สาม


“นี่ปลาอะไรเหรอ?” อันนี่ดูเหมือนจะสนใจปลาสวยงามตัวนี้เข้าให้แล้ว


แต่ เจ้าอ้วนโม่ มองแวบเดียวก็จำได้ทันที “ปลามังกรทอง”


ปลามังกรทอง?


เล่ยฮวนซีเผลออุทานออกมา “1:1:1?”


คำพูดนี้ทำให้คนรอบข้างที่ยืนดูอยู่พากันหัวเราะออกมา


เล่ยฮวนซีรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง เพราะปลามังกรทองที่เขารู้จักมีแค่ยี่ห้อน้ำมันพืชกับโฆษณาที่โด่งดังเท่านั้น


“นี่เขาเรียกอีกอย่างว่า ‘ปลาฮวงจุ้ย’” เจ้าอ้วนโม่กลับรู้เรื่องปลาเป็นอย่างดี “ปลาชนิดนี้สามารถนำพาฮวงจุ้ยที่ดีมาให้ เจ้าสัวหลายคนเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสมบัติประจำบ้าน ฉันเคยเห็นที่บ้านของ เจียงปินตัวหนึ่ง”


เห็นได้ชัดว่าเล่ยฮวนซีกับอันนี่ไม่รู้เรื่องปลาชนิดนี้เลย เจ้าอ้วนโม่จึงอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด


ปลามังกรทองพวกนี้มีราคาสูงจนน่าตกใจ ปลาหนัก 1.5 กิโลกรัมตัวหนึ่งสามารถขายได้ถึง 180,000 หยวน


ของที่หายากย่อมมีราคาสูง ราคาที่แพงเป็นเพราะปลาชนิดนี้มีจำนวนน้อย เพื่อเป็นการยืนยันคุณค่า หัวของปลามังกรทองทุกตัวจะถูกฝังชิปอิเล็กทรอนิกส์เพื่อระบุตัวตน และมีใบรับรองแหล่งที่มาโดยเฉพาะ มันจึงมีมูลค่าสูงสำหรับนักสะสม ที่สำคัญอีกอย่างที่ทำให้ราคาสูงคือ ปลาชนิดนี้เชื่อกันว่าสามารถนำพาฮวงจุ้ยที่ดีมาให้


ปลาฮวงจุ้ยส่วนใหญ่มักจะเป็นปลามังกรสีทอง สีแดง หรือสีเงิน โดยที่ปลามังกรทองมีราคาสูงที่สุด ปลามังกรเงินที่มาจากมาเลเซียก็สามารถขายได้ถึง 40,000 หยวนขึ้นไป


ราคาของปลาที่โตเต็มวัยสูงมาก ส่วนราคาลูกปลาก็ไม่น้อย ลูกปลามังกรทองที่มีความยาวแค่สิบกว่าซม. สามารถขายได้มากกว่า 3,000 หยวน ปลานกแก้วสีแดงสด หรือปลาฟลาวเวอร์ฮอร์นหลากสีก็สามารถขายได้หลายพันหยวนได้ไม่ยาก


ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ปลามังกรทองไม่สามารถดื่มน้ำจืดจากน้ำในท้องถิ่นได้ ดังนั้นเพื่อให้สามารถเลี้ยงปลานำเข้าราคาแพงเหล่านี้ได้ จึงต้องใช้น้ำทะเลสังเคราะห์เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันราคาของน้ำทะเลสังเคราะห์อยู่ที่ 2 หยวนต่อกิโลกรัม


เล่ยฮวนซีฟังแล้วถึงกับอ้าปากค้าง ให้ตายเถอะ นี่แพงกว่าน้ำดื่มบริสุทธิ์อีกนะ


มีน้ำทะเลสังเคราะห์ขายด้วยเหรอเนี่ย?


“ในบรรดาปลามังกรทองทั้งหมด ที่แพงที่สุดก็คือพันธุ์นี้—ปลามังกรทองสามตา และจากสีสันรวมถึงความสวยงามของมัน ถือว่าเป็นระดับสุดยอดในบรรดาปลาชั้นยอด” เจ้าอ้วนโม่ มองปลามังกรทองตัวนั้นพร้อมกับถอนหายใจไม่หยุด “ตัวแบบนี้ อย่างน้อยต้องขายได้ไม่ต่ำกว่า 400,000 หยวน”


ปลาหนึ่งตัวราคา 400,000 หยวน?


บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว ของแบบนี้มีแต่พวกเศรษฐีเท่านั้นที่ซื้อได้


ปลามังกรทองไม่เพียงแต่มีราคาสูง ค่าดูแลก็แพงมากเช่นกัน นอกจากต้องใช้น้ำทะเลสังเคราะห์ที่มีราคากิโลกรัมละ 2 หยวนแล้ว อาหารที่มันกินยังเป็นกุ้งทะเลที่ราคากิโลกรัมละ 80 หยวน


ปลาฮวงจุ้ยแบบนี้ ปกติขายได้เพียงตัวเดียวในรอบหกเดือน


เพราะเหตุนี้ คนที่มาดูก็เยอะ แต่คนที่ถามราคาจริงๆ กลับแทบไม่มีเลย


“เจ้าของร้าน ปลาตัวนี้ขายเท่าไหร่?” ในที่สุดอันนี่ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา


เจ้าของร้านมองอันนี่แวบหนึ่ง ไม่เชื่อเลยว่าเด็กสาวบอบบางแบบนี้จะซื้อจริง แต่ไหนๆ ก็คือลูกค้า เขาจึงตอบกลับไปว่า “ดูสภาพปลาตัวนี้สิ ดูตาที่สามของมัน ตอนนี้มันหนัก 2 ชั่ง 1 เหลียงแล้วและยังโตได้อีก อย่างน้อยต้องถึง 3 ชั่ง ใครอยากได้จริงๆ เอาไปเลย 500,000 หยวน”


ให้ตายเถอะ ตอนแรกนึกว่าเจ้าอ้วนโม่พูดเล่นว่าราคา 400,000 หยวนแพงแล้ว ที่ไหนได้ เจ้าของร้านฟาดไปเลย 500,000 หยวน


“แค่ปลาตัวเดียวจะนำพาฮวงจุ้ยที่ดีมาได้จริงๆ เหรอ?” อันนี่ไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว


เจ้าของร้านปลายิ่งพูดก็ยิ่งได้อารมณ์ “หนูเอ๊ย ของพวกนี้ถ้าเชื่อมันก็มี ถ้าไม่เชื่อมันก็ไม่มี ฉันเล่าอะไรให้ฟังนะ มีเจ้าของธุรกิจที่หยุนตงคนหนึ่งมาซื้อปลามังกรเงินที่ร้านฉัน วันก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปทำงานต่างเมือง อยู่ๆ ปลาก็ตายโดยไม่มีสาเหตุ วันรุ่งขึ้นขณะเดินทางไปทำธุระ เขาก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ตัวเขาเองกลับไม่เป็นอะไรเลย ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ก็เพราะปลามังกรเงินช่วยรับเคราะห์แทนเขา ฉันไม่ได้โม้นะ ลองไปถามคนในตลาดดูก็ได้ ใครๆ ก็รู้เรื่องนี้!”


เรื่องราวพวกนี้ สิบเรื่องมีเก้าเรื่องที่แต่งขึ้นเอง จะให้ไปถามใคร? พ่อค้าในตลาดพวกนั้นต่างก็อยากแต่งเรื่องให้ดูน่าอัศจรรย์เข้าไว้ เพื่อปั่นราคาปลาให้สูงขึ้นทั้งนั้น


แต่จู่ๆ เล่ยฮวนซี ก็ฉุกคิดขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง


ถ้ามีน้ำทะเลสังเคราะห์ขาย แล้วเขาจะสามารถเลี้ยงปลามังกรทองเองได้หรือเปล่า?


การเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ทำกำไรได้อย่างมหาศาลแน่นอน


เขามีเจ้าตุ้ยนุ้ยอยู่ บางทีอาจจะช่วยเพาะพันธุ์ปลาหายากชนิดพิเศษออกมาก็ได้


แต่ปัญหาที่ต้องเผชิญก็เยอะเหลือเกิน จะหาแหล่งพันธุ์ปลาจากที่ไหน? น้ำทะเลสังเคราะห์ซื้อได้จากที่ใด? จะเลี้ยงไว้ที่ไหน? และมีอะไรที่ต้องระวังระหว่างการเลี้ยงบ้าง?


แม้ว่าทุกอย่างจะหาทางแก้ไขได้แล้ว แต่เจ้าตุ้ยนุ้ยจะสามารถอยู่ในน้ำเค็มได้ไหม?


บางทีอาจจะได้? ก็ในหนังหรือทีวี มังกรส่วนใหญ่ก็อยู่ในมหาสมุทรกันทั้งนั้นนี่นา


"ที่หยุนตงของเรา สองปีแล้วที่ไม่มีใครได้เห็นปลามังกรทองสามตา..." เจ้าของร้านปลาพูดอย่างกระตือรือร้น น้ำลายกระเด็นไปทั่ว "ฉันไม่ได้โม้นะ ทั้งตลาดนี้มีแค่ร้านฉันร้านเดียว... ฉันกะจะรอให้เศรษฐีมาเหมาซะหน่อย คนธรรมดาไม่ต้องพูดถึงเลย แค่เลี้ยงก็คงไม่ไหวแล้ว..."


เล่ยฮวนซีเองก็รู้สึกสนใจปลามังกรทองจึงขยับเข้าไปดูใกล้ๆ แต่ทันทีที่เขาขยับ เจ้าของร้านปลาก็รีบผลักเขาออกไป “อย่าเข้าใกล้! อย่าเข้าใกล้! ปลานี่มันมีค่ามากนะ ถ้าเกิดอะไรหลุดจากตัวนายลงไปในตู้แล้วทำให้ปลาตายขึ้นมา ขายตัวนายไปก็ชดใช้ไม่พอหรอก!”


น้ำเสียงของเจ้าของร้านเต็มไปด้วยความโอหัง เล่ยฮวนซีเพียงแค่ยิ้มบางๆ แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า...


“500,000 หยวน ฉันเอา”


เสียงนี้ทำให้ทั้งตลาดเงียบกริบทันที


อันนี่! เป็นอันนี่ที่พูดออกมา!


เจ้าของร้านปลาถึงกับพูดติดอ่าง “คะ...คุณหนู...อย่าล้อเล่นนะ นี่มัน...นี่มันตั้ง 500,000 หยวนเลยนะ...”


อันนี่หยิบบัตรแบล็กการ์ดออกมา “เจ้าของร้านรับบัตรไหม? หรือโอนผ่านมือถือก็ได้ หรือถ้าไม่สะดวก รอฉันสักชั่วโมงก็ได้ ฉันให้คนเอาเงินสดมาให้”


เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ล้อเล่น เจ้าของร้านปลาถึงกับมึนไปเลย


“เฮ้ย ตกลงจะขายหรือไม่ขาย?” เจ้าอ้วนโม่ยืนข้างๆ เริ่มช่วยเสริม “เมื่อกี้บอกว่า 500,000 หยวนใช่ไหม? ตอนนี้เงินก็อยู่ตรงหน้าแล้ว จะอ้ำอึ้งอะไรอีก?”


เขามองออกทันทีว่า ท่าทีของเจ้าของร้านปลาที่มีต่อเล่ยฮวนซีเมื่อครู่นี้ทำให้อันนี่โกรธ


เล่ยฮวนซีตอนนี้เป็นเหมือนไอดอลในสายตาของอันนี่ พอเธอโกรธขึ้นมา ไม่ต้องพูดถึงแค่ปลามังกรทองสามตาตัวเดียวเลย ต่อให้เป็นทั้งร้าน เธอก็กล้าซื้อเหมาหมด!


พวกที่ยืนดูอยู่ก็ชอบความวุ่นวายกันเป็นทุนเดิม จึงเริ่มโห่แซวกันใหญ่ “เฮ้ย เจ้าของร้าน แบบนี้ไม่ถูกต้องแล้วนะ เมื่อกี้บอกเองว่า 500,000 หยวน เด็กสาวคนนี้ยังไม่ได้ต่อรองสักคำก็ยอมจ่ายแล้ว!”


“เหล่าฝง พวกเราทำธุรกิจในตลาดนี้เหมือนกัน วันนี้ไม่เจอวันหน้าก็ต้องเจอกัน ถ้าค้าขายไม่ซื่อสัตย์ แบบนี้มันไม่ได้นะ”


“นั่นสิ เด็กสาวคนนี้ยังจริงใจกว่าซะอีก”


เจ้าของร้านปลาที่ถูกเรียกว่าเหล่าฝงหน้าซีดเผือดไปทันที เขารู้สึกอับจนหนทางจะอธิบาย เรื่องมันไม่ใช่ว่า 500,000 หยวนแพงหรือถูก แต่มันเป็นเพราะต่อให้ขายได้ในราคา 600,000 หรือ 800,000 หยวน เขาก็ไม่กล้าขายอยู่ดี!


“คุณหนู ไม่สิ น้องสาว น้องสาว ฟังฉันก่อน” เหล่าฝงเหงื่อท่วมหน้าด้วยความร้อนรน “ปลาตัวนี้มีคนจองไว้แล้ว ถ้าคุณชอบฉันจะหาตัวใหม่มาให้แทน คุณรอก่อน รอหน่อย ให้เวลาฉันสักครึ่งปี รับรองว่าหามาให้ได้แน่...”


“ฉันต้องการตัวนี้” อันนี่พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปิดช่องให้ต่อรอง “วันนี้นายต้องขาย จะต้องการหรือไม่ก็ตามแต่เถอะ”


คนข้างๆ ก็เริ่มช่วยอันนี่พูดอีก “เหล่าฝง ฉันต้องพูดหน่อยแล้วนะ แบบนี้มันทำลายชื่อเสียงตัวเองชัดๆ นายเป็นคนตั้งราคา เธอเป็นคนจ่าย ถ้าเธอต่อรองราคาแล้วนายไม่พอใจก็ไล่เธอไป เราก็คงไม่ว่าอะไร แต่นี่อะไร? ถ้าข่าวลือแพร่ออกไปไม่ถูกพ่อค้าในตลาดหัวเราะเยาะหรือไง? แล้วนายจะทำมาค้าขายต่อได้เหรอ?”


นี่คือกฎของตลาดสัตว์เลี้ยงและพืชสวน


ของหายากแบบนี้ ถ้านายไม่อยากขายก็ควรเมินไปเลย หรือไม่ก็บอกว่าไม่ขาย หรือถ้าจะตั้งราคาก็ควรตั้งให้แพงจนไม่มีใครกล้าซื้อ


ถ้าลูกค้าต่อรอง นายก็ยังถือไพ่เหนือกว่า แต่ถ้าดันไปเจอคนรวยที่ไม่ต่อรองอะไร แล้วยื่นเงินให้ตรงๆ ต่อให้ของชิ้นนั้นนายจะรักแค่ไหน ก็ต้องขายให้เขา


นี่เป็นวงการเฉพาะกลุ่ม ใครก็ตามที่ทำลายกฎ ก็เท่ากับทำลายชื่อเสียงตัวเอง ต่อให้มีของดีขนาดไหนในอนาคต ลูกค้าขาประจำก็จะไม่มาซื้อของที่ร้านอีก


เพราะแค่ความซื่อสัตย์พื้นฐานในการค้าขาย นายยังไม่มีเลย


เหล่าฝงเช็ดเหงื่อไม่หยุด ใบหน้าซีดเผือดเหมือนจะร้องไห้ “คุณหนู ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะ ถ้าปลานี่เป็นของฉันเอง ฉันจะขายให้คุณทันที แต่ความจริงคือมันไม่ใช่ของฉัน เจ้าของที่แท้จริงฝากให้ฉันดูแลชั่วคราวต่างหาก...”


รอบข้างมีเสียงโห่ดังขึ้น


“ฝากเลี้ยง? นายจะหลอกใครกัน?” อันนี่ไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียว


เจ้าอ้วนโม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับถามขึ้นว่า “พึ่งนำเข้าจากต่างประเทศมาใช่ไหม?”


เหล่าฝงเห็นว่าเจอคนรู้จริงก็รีบพยักหน้ารัวๆ


เจ้าอ้วนโม่หันไปอธิบายกับอันนี่พร้อมรอยยิ้ม “แบบนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้ ปลาชนิดนี้บอบบางมาก พึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ มันยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมของที่นี่ ถ้าเป็นมือสมัครเล่นเลี้ยงมีโอกาสตายง่ายมาก ดังนั้น เจ้าของปลาหลายคนจึงมักจะให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเลี้ยงดูสักหนึ่งถึงสองเดือน รอให้มันปรับตัวได้ก่อนแล้วค่อยรับกลับบ้าน”


เดิมทีอันนี่คงจะยอมปล่อยผ่านและไม่กดดันเหล่าฝงมากเกินไป แต่ใครใช้ให้เขาไปล่วงเกินเล่ยฮวนซีล่ะ?


อันนี่ไม่พูดอะไรให้มากความ “600,000 หยวน ส่วนที่เพิ่มมา 100,000 หยวน ถือว่าเป็นค่าฝากเลี้ยงของนาย”


เหล่าฝงถึงกับอึ้ง เขาเปิดร้านที่นี่มาหลายปีและถือว่ามีชื่อเสียงพอตัว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครไว้วางใจฝากปลามังกรทองราคาสูงขนาดนี้ให้เขาดูแล


แต่คนอย่างอันนี่ เขาไม่เคยเจอมาก่อนเลยจริงๆ


เด็กสาวบอบบางคนหนึ่ง หยิบเงินหลายแสนออกมาจ่ายแบบไม่กะพริบตาสักนิดเดียว!


เสียงเชียร์รอบข้างดังขึ้นไม่หยุด เหล่าฝงไม่มีทางเลือกจริงๆ ถ้าชื่อเสียงของเขาเสียหาย อาชีพนี้ก็คงไม่ต้องทำต่อแล้ว “รอสักครู่ รอสักครู่! ฉันจะโทรหาอีกฝั่งก่อน”


เขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเดินเลี่ยงไปโทรหาใครบางคน ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรบ้าง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงกลับมา “เจ้าของตัวจริงกำลังมาๆ ถ้าคุณจะซื้อจริงๆ ก็ต้องรอให้เขาตัดสินใจก่อนใช่ไหม? น้องสาว วันนี้เป็นความผิดของฉันเอง ปากหมาของฉันมันพูดโม้ไปหน่อย ได้โปรดอย่ากดดันฉันอีกเลย”


เหล่าฝงจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องที่เขาเจอในวันนี้ ไม่ใช่เพราะเขาโม้เกินจริง


เรื่องโอ้อวดเกินจริงอันนี่ไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำ แต่ประเด็นสำคัญคือท่าทีของเหล่าฝงที่มีต่อเล่ยฮวนซีต่างหาก ทั้งผลัก ทั้งพูดแดกดัน แบบนี้มันตั้งใจทำให้อันนี่เสียหน้าไม่ใช่หรือไง?


ล้อเล่นหรือเปล่า? คุณหนูอันนี่ออกจะชื่นชอบเล่ยฮวนซีมากขนาดนี้


ทำให้อันนี่โกรธอาจจะยังพอรอดได้ แต่ถ้าทำให้เล่ยฮวนซีขุ่นเคืองล่ะก็ เธอไม่มีวันปล่อยแน่!


ดังนั้นสิ่งเดียวที่เหล่าฝงทำได้ในตอนนี้ คือภาวนาให้เจ้าของปลาตัวจริงรีบมาช่วยเขาให้เร็วที่สุด!



ตอนก่อน

จบบทที่ คุณหนูอันนี่เดือดแล้ว

ตอนถัดไป