เถ้าแก่ใหญ่ กวนจื้อเทากลับมาแล้ว
เล่ยฮวนซีมีลูกจ้างคนแรกในชีวิตของเขา: เย่เทียนหลง
ชายหนุ่มที่เลี้ยงปลาเป็น อารมณ์ร้อนและเคยติดคุกมาก่อน ในวันถัดมาก็แบกข้าวของเพียงเล็กน้อยมาที่หมู่บ้านเซียนเถา
พอมาถึงหมู่บ้านเซียนเถา เขาวางสัมภาระลงแล้วขึ้นเรือเล็กไปกับเล่ยฮวนซี
เล่ยฮวนซีอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของบ่อปลา เย่เทียนหลงฟังไปก็ขมวดคิ้วไป “เสี่ยวเล่ย ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ การเลี้ยงปลากุ้ย ปลาไหลและเต่า แม้ว่าจะมีกำไรสูงก็จริง แต่ก็มีปัญหาเยอะเช่นกัน หากปริมาณผลผลิตและคุณภาพไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ก็มีโอกาสขาดทุนสูง สู้เลี้ยงปลาเฉาเป็นหลักยังจะดีกว่า...”
ความคิดนี้เหมือนกับของพ่อค้าโหวไม่มีผิด ปกติแล้วบ่อปลาส่วนใหญ่ก็เลี้ยงปลาเฉาเป็นหลัก
แต่ปัญหาคือบ่อปลาของเล่ยฮวนซีไม่ใช่บ่อปลาธรรมดา มันเป็นบ่อปลาที่มีแก่นแท้ของมังกรอยู่ เล่ยฮวนซีแน่นอนว่าไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับเขาได้ เขาทำได้เพียงแค่ยิ้ม “พี่เย่ ฉันลงปลาไปหมดแล้ว มันเปลี่ยนไม่ได้แล้วล่ะ ยังไงก็ฝากพี่ช่วยดูแลให้เต็มที่ก็พอ...”
ตั้งแต่พ้นโทษออกจากคุกมา นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเรียกเขาว่า "พี่เย่" ทำให้หัวใจของเย่เทียนหลงอบอุ่นขึ้นมา เขารู้สึกว่าการทำงานเพื่อเล่ยฮวนซีนั้นคุ้มค่าแล้ว
คนเหล่านี้แต่เดิมเป็นคนขยันซื่อสัตย์ แต่เพราะเหตุการณ์บางอย่างทำให้ต้องติดคุก เมื่อพวกเขาพ้นโทษออกมาก็มักจะรู้สึกด้อยค่า หากมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยในเวลานี้ ต่อให้พวกเขาไม่พูดอะไรออกมา แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความซาบซึ้งที่ยากจะอธิบาย
“พี่เย่ ก่อนจะสร้างกระท่อม พี่มาพักที่บ้านเก่าของฉันก่อนเถอะ ยังไงมันก็อยู่ไม่ไกลจากบ่อปลา” เล่ยฮวนซียื่นกุญแจบ้านเก่าพร้อมกับเงิน 5000 หยวนให้เย่เทียนหลง “พี่เอาเงินนี่ไปใช้ก่อน ฉันติดต่อเรื่องอาหารปลาไว้แล้ว ถ้าไม่พอก็มาขอเพิ่มได้”
เย่เทียนหลงไม่ได้ปฏิเสธและรับกุญแจกับเงินมาแล้วกล่าวว่า “ฉันยังต้องไปซื้อข้าวโพดอะไรอีกนิดหน่อย... เสี่ยวเล่ย นายไปทำธุระของนายเถอะ ที่นี่ฝากฉันดูแลเอง”
อยู่ ๆ เขาก็หยุดพูด
ขณะนั้นเรือก็แล่นมาถึงกลางบ่อปลา เย่เทียนหลงนั่งยอง ๆ สังเกตดูแล้วถามว่า “เสี่ยวเล่ย นายปล่อยลูกปลาเหล่านี้ลงไปนานเท่าไหร่แล้ว?”
“ไม่นานเท่าไหร่เอง”
“แต่นี่มันดูเหมือนปล่อยไปตั้งเดือนกว่าแล้วนะ” เย่เทียนหลงขมวดคิ้ว
เล่ยฮวนซีมองดู ก็จริงอย่างที่ว่า หลังจากที่พลังของเสี่ยวพั่งเข้าสู่บ่อปลา ในเวลาอันสั้นลูกปลาพวกนี้ก็เติบโตเร็วผิดปกติ ดูไม่เหมือนปลาที่เพิ่งปล่อยลงไปเลย
“อาจจะเป็นเพราะคุณภาพน้ำที่นี่ดีล่ะมั้ง...” เล่ยฮวนซีตอบแบบขอไปที
เย่เทียนหลงเป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้ พอกลับจากบ่อปลาก็ออกเดินสำรวจรอบหมู่บ้าน ทุกครั้งที่กลับมามือเขามักจะถืออิฐหรืออะไรบางอย่างติดมาด้วย
เล่ยฮวนซีเพิ่งสังเกตเห็นว่าข้างบ่อปลามีอิฐกองอยู่ไม่น้อย เขามองด้วยความสงสัย “พี่เย่ พี่ทำอะไรอยู่เหรอ?”
“เอาไว้สร้างกระท่อม”
“หา? พี่ไปเก็บมาสร้างเองเหรอ?” เล่ยฮวนซีเบิกตากว้าง
เย่เทียนหลงหัวเราะ “หึหึ ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ฉันเห็นหมู่บ้านมีอิฐที่ถูกทิ้งอยู่เยอะ เลยเก็บมาใช้ซะเลย”
ยอมแล้ว เล่ยฮวนซียอมจริง ๆ ทำไมเขาไม่เคยคิดถึงวิธีแบบนี้มาก่อนเลยนะ?
“โอเค พี่ทำไปเถอะ ฉันไปที่ทำการหมู่บ้านหน่อย จะถามกำหนดส่งอาหารปลากับหลานชายของผู้ใหญ่บ้าน”
“ไปเถอะ ที่นี่ฉันดูแลเอง”
เล่ยฮวนซีเดินไปที่ทำการหมู่บ้าน เห็นรถบีเอ็มดับเบิลยูคันหนึ่งจอดอยู่หน้าประตู
ใครกันนะ? เถ้าแก่ที่ไหนมาหมู่บ้านเซียนเถา?
ยังไม่ทันได้เข้าไปข้างใน ก็ได้ยินเสียงดังลั่น “บอกเลยนะ เหล่าสวี่ หมู่บ้านเซียนเถาของเราแบบนี้มันไม่ได้จริง ๆ ดูสิ เงียบเหงาจะตาย หันไปดูหมู่บ้านเยี่ยนหูสิ คนเยอะกว่ากันเป็นกอง”
เสียงนี้ฟังดูคุ้น ๆ
พอเดินเข้าไปในทำการหมู่บ้าน เล่ยฮวนซีก็เห็นเจ้าของเสียง ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“ฮวนซี!”
“พี่รอง”
ชายที่เล่ยฮวนซีเรียกว่า ‘พี่รอง’ ดูอายุประมาณสามสิบห้าหรือสามสิบหกปี รูปร่างกำยำใหญ่โต สวมสูทแบรนด์เนม ห้อยสร้อยทองเส้นโต และมีแหวนทองสามวงที่นิ้ว
เขาชื่อกวนจื้อเทา ก็คือ ‘เถ้าแก่ใหญ่’ หรือ ‘อ้วนสอง’ ที่ผู้ใหญ่บ้านสวี่เคยพูดถึง คนที่ออกจากหมู่บ้านเซียนเถาไปแล้วร่ำรวยขึ้นมา
เล่ยฮวนซีกับเขาเป็นญาติกันห่าง ๆ หากนับตามลำดับเครือญาติ ต้วนพั้งจื่อถือเป็นพี่ลูกพี่ลูกน้องรองของเขา และต้องเรียกผู้ใหญ่บ้านสวี่ว่า ‘ลุง’
แต่พอเขารวยขึ้นมา มีเงินมากก็เปลี่ยนไปเรียกผู้ใหญ่บ้านสวี่ว่า ‘เหล่าสวี่’ อย่างสนิทสนมแทน
“เฮ้ ฮวนซี สองปีแล้วนะที่ไม่ได้เจอ” กวนจื้อเทาเข้ากับเล่ยฮวนซีได้ดี พอเห็นญาติน้องชายก็ยิ้มกว้าง เขาหยิบซองบุหรี่จงหัวออกมา “สูบไหม?”
“ไม่สูบ” เล่ยฮวนซีโบกมือ
“แบบนี้ไม่ได้เลยนะ เดี๋ยวนี้ไม่สูบบุหรี่ไม่ดื่มเหล้าอยู่ในสังคมลำบากแย่” กวนจื้อเทาแจกบุหรี่ให้รอบวง “ฮวนซี นายมาทำอะไรที่นี่?”
“ฉันเช่าบ่อปลาสิบหมู่ เลี้ยงปลาอยู่”
“นาย... นายนี่นะ” กวนจื้อเทาทำหน้าเหมือนผิดหวัง “ทุกคนต่างออกไปหางานข้างนอก นายเป็นถึงบัณฑิตแท้ ๆ กลับมาทำบ่อปลาเนี่ยนะ? ที่เรียนมาทั้งหมด เอาไปทิ้งไว้ไหนหมด?”
“โยนให้หมากินไปหมดแล้วมั้ง” เล่ยฮวนซีพูดล้อเลียนตัวเอง “พี่รอง แล้วพี่กลับมาทำไมเหรอ?”
“ฉันไปหาเพื่อนที่หยุนตง มีธุระนิดหน่อย เสร็จแล้วเลยแวะกลับมาดู” กวนจื้อเทาพูดด้วยน้ำเสียงอวด ๆ “ตอนนี้ฉันกับพวกหุ้นส่วนทำโครงการ P2P อยู่ เป็นธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ กำลังไปได้สวยเลย ฮวนซี นายกับฉันสนิทกัน นายเลิกเลี้ยงปลาซะเถอะ มาทำกับฉันดีกว่า ปีเดียวหาได้เป็นแสน ๆ สบาย ๆ อยู่ที่บ้านนอกแบบนี้มันมีอนาคตตรงไหน?”
เล่ยฮวนซียิ้ม “เรื่องนี้ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเลย”
“ไม่รู้ก็ไม่เห็นเป็นไร?” กวนจื้อเทาถลึงตา “ดูพี่สิ พี่เรียนไม่จบมัธยมยังรวยได้เลย พี่ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตเลยแต่ก็ยังทำธุรกิจนี้ได้ นายยังหนุ่มแน่นแถมเป็นบัณฑิตอีก ไม่คิดจะเก่งกว่าพี่หน่อยเหรอ?”
ครั้งนี้ที่ได้เจอกวนจื้อเทาอีกครั้ง เล่ยฮวนซีรู้สึกว่าพี่ชายคนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เวลาพูดจาช่างโอหัง ไม่เห็นหัวใครเลย
“พี่รอง ไหน ๆ ก็มีเงินแล้วมาช่วยหมู่บ้านเซียนเถาของเราหน่อยสิ” เล่ยฮวนซีคิดไปอีกทางหนึ่ง “หมู่บ้านเราออกจะล้าหลัง พี่ทั้งมีเงินทั้งมีเส้นสาย ช่วยหาสักสองสามโครงการมาทำในหมู่บ้าน หรือไม่ก็ตั้งโฮมสเตย์ให้คนมาเที่ยวก็ยังดี…”
“พี่กลับมาครั้งนี้ก็เพื่อมาเยี่ยมทุกคน แล้วก็เพื่อหมู่บ้านเซียนเถาของเรานี่แหละ” กวนจื้อเทาพูดด้วยท่าทีเหมือนกำลังแถลงการณ์ “พวกนายรู้จักสินเชื่อ P2P ไหม? รู้ไหมว่าโครงการนี้มีอนาคตแค่ไหน? ฮวนซี นายอธิบายให้พวกเขาฟังหน่อยสิ”
เล่ยฮวนซีแม้จะไม่ได้ข้องเกี่ยวกับวงการนี้ แต่ก็พอรู้ว่าสินเชื่อ P2P คืออะไร แต่พอเห็นท่าทางของกวนจื้อเทา เขาก็ส่ายหัว
กวนจื้อเทายิ่งพูดก็ยิ่งคึก น้ำลายกระเซ็นไปทั่ว อธิบายภาพรวมของ P2P ออกมาแม้ว่าจะผิดพลาดไปเยอะ แต่เล่ยฮวนซีก็ไม่ได้ขัดจังหวะความกระตือรือร้นของเขา
จากนั้นกวนจื้อเทาก็เริ่มสาธยายถึงอนาคตอันสดใสของสินเชื่อ P2P อย่างออกรสออกชาติ ฟังจากที่เขาพูดแล้ว แค่เข้ามาร่วมโครงการนี้เงินก็จะหล่นมาจากเพดานขณะนอนอยู่บนเตียงเลยทีเดียว
ผู้ใหญ่บ้านสวี่กับคนอื่น ๆ เป็นพวกที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ฟังไปก็ตะลึงงันจนไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
“เงินมันเรื่องเล็ก! เงินมันเรื่องเล็ก!” กวนจื้อเทายิ่งพูดยิ่งคึก คว้าสร้อยทองเส้นโตที่เท่านิ้วก้อยของเขาขึ้นมา “เห็นไหม? เห็นไหม? นี่มันอะไร? เห็นรถที่จอดข้างนอกไหม? มีเงิน เงินมันหาง่าย! โอกาสดี ๆ แบบนี้ ถ้าพลาดไปแล้ว พวกนายจะเสียใจทีหลัง!”
เล่ยฮวนซียิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกแปลก ๆ “พี่รอง พี่กลับมาครั้งนี้เพื่อระดมทุนหรือเปล่า?”
“ฉันต้องระดมทุน? ฉันต้องไปขอเงินใคร?” กวนจื้อเทาเบิกตากว้างกว่าตาวัวเสียอีก “รู้ไหมว่าบริษัทของเรามีเงินทุนเท่าไหร่? บอกไปนายต้องตกใจแน่ เหล่าสวี่ ฉันก็ออกมาจากหมู่บ้านเซียนเถาเหมือนกัน พอรวยแล้วก็ต้องไม่ลืมพวกนาย รีบ ๆ เลย เรียกคนในหมู่บ้านเอาเงินออกมาแล้วลงทุนกับพวกเรา เริ่มต้นแค่ 1,000 หยวน รายได้ต่อปีขั้นต่ำ 30% จะได้ 40% ก็ยังไม่ยาก โอกาสทองแบบนี้ถ้าพลาดไปแล้วจะเสียใจนะ!”
คนในที่ทำการหมู่บ้านต่างฟังจนตาค้าง
“ดอกเบี้ยสูงขนาดนี้เลยเหรอ…” ผู้ใหญ่บ้านสวี่กลืนน้ำลายดังเอื๊อก “สูงกว่าธนาคารตั้งเยอะ”
“ธนาคาร? ธนาคารอะไร?” กวนจื้อเทาหัวเราะเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก “นี่คืออนาคต ไม่นานธนาคารก็จะถูกพวกเราแทนที่…”
“อนาคตถ้าจะกู้เงิน จะไปหาใคร? ไปหาธนาคาร? เอกสารเยอะ อนุมัติยาก ต้องมีหลักประกัน แถมดอกเบี้ยสูง”
“ถ้าจะฝากเงินล่ะ? จะไปฝากที่ไหน? ฝากธนาคาร? ปีหนึ่งได้ดอกเบี้ยกี่หยวนกัน? ต้องมาฝากกับพวกเรา เงินทุนเบเรีย”
“เหล่าสวี่ ฉันบอกให้นะ อีกไม่กี่ปีธนาคารก็ต้องมาขอความเห็นจากพวกเราแล้ว!”
พูดจบเขาก็หยิบเอกสารปึกใหญ่จากกระเป๋าออกมา “พวกนายไม่เข้าอินเทอร์เน็ตกันเลยสินะ ล้าหลังเกินไปแล้ว ดูนี่สิ คนนี้นี่ไง! เมี่ยวเปียว… รู้ไหมว่าเมี่ยวเปียวคืออะไร? พูดไปพวกนายก็คงไม่เข้าใจ…”
“ลงทุนแค่ 1 แสนหยวน ไม่กี่นาทีก็ได้กำไร 1,000 หยวนแล้ว… ธนาคารน่ะเหรอ? ไปฝากที่ธนาคารจะมีเรื่องดีขนาดนี้เหรอ?”
ผู้ใหญ่บ้านสวี่กับคนอื่น ๆ โดนดึงดูดความสนใจไปหมด
ไม่กี่นาทีก็ได้กำไร 1,000 หยวนเลยนะ!
พอได้จังหวะที่กวนจื้อเทาหยุดหายใจสักครู่ เล่ยฮวนซีก็รีบถาม “พี่รอง โครงการนี้ของกลุ่มเงินทุนเบเรีย พี่เป็นเจ้าของเหรอ?”
“พี่มีเงินแค่นี้จะไปเป็นเจ้าของใหญ่ได้ยังไง?” กวนจื้อเทาไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้ “คนที่เป็นหัวเรือใหญ่น่ะ เป็นพี่ชายที่พี่สนิทด้วย คนเขาน่ะมีทรัพย์สินเป็นหมื่นล้านเลยนะ”
“หมื่นล้านเลยนะ! มีทุนขนาดนี้ พวกเรายังต้องกังวลอะไรอีก?”
“มันก็มีความเสี่ยงใช่ไหม?” เล่ยฮวนซีตัดสินใจพูดความคิดของตัวเองออกมา “สินเชื่อ P2P พวกนี้ผลตอบแทนสูงก็จริง แต่ผลตอบแทนสูงก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงสูงเหมือนกัน”
“ฉันยังได้ยินมาว่าแพลตฟอร์มสินเชื่อ P2P นี่เปิดใหม่วันละหลายเจ้า แต่ก็มีหลายเจ้าที่ล้มละลายไปพร้อมกัน เพราะว่าเงื่อนไขในการเข้าตลาดมันต่ำเกินไป”
“เรียนจนโง่ไปแล้วหรือไง?” กวนจื้อเทาดูไม่พอใจนัก “ที่นายพูดถึงนั่นมันบริษัทเล็ก ๆ ดูของเราสิ? เป็นบริษัทใหญ่ที่มีเงินหมื่นล้านหนุนหลัง บริษัทระดับซูเปอร์เลยนะ”
“ความเสี่ยงเหรอ? ต่อให้ธนาคารล้มละลายไป แต่เงินทุนเบเรียของเราก็ไม่มีทางล้มแน่”
“ธนาคารในประเทศเราน่ะไม่มีทางล้มละลายหรอก” เล่ยฮวนซีพึมพำเบา ๆ
เขารู้สึกอยู่ตลอดว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ