ปลามังกรที่ขี้เกียจมากตัวหนึ่ง

ทันทีที่ปลามังกรแดงกุหลาบเพลิงปรากฏตัว ศาสตราจารย์เป้าชี่หรงถึงกับไม่อยากให้โอกาสเล่ยฮวนซีเลย


เขารู้จักปลาตัวนี้ดีเกินไป เพราะเมื่อหลายปีก่อนเขาเคยร่วมเดินทางไปสิงคโปร์กับเจียงเซิ่งลี่ พ่อของเจียงปินเพื่อซื้อมันมา


โดยปกติแล้วเจียงเซิ่งลี่ถือว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่า เขาเชื่อว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจของเขารุ่งเรืองได้ก็เพราะปลามังกร "เสริมฮวงจุ้ย" ตัวนี้ นอกเสียจากเพื่อนสนิทเท่านั้น คนอื่นแทบไม่มีโอกาสได้เห็นมันเลย


แต่ตอนนี้เจียงปินกลับเอาสมบัติล้ำค่านี้ออกมาแล้ว ยังจะมีปลามังกรตัวไหนที่สามารถเทียบชั้นกับมันได้อีก?


ในเมื่อเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำและเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการ เมื่อเขาเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว จะมีใครกล้าคัดค้านอีก?


เล่ยฮวนซีได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ครั้งนี้เขาคงต้องแพ้แน่แล้ว คาดไม่ถึงว่าเจียงปินจะมีไพ่ตายแบบนี้ซ่อนไว้อยู่


“ทำไมถึงบอกว่าพวกเราแพ้แล้ว?” อันนี่ไม่ยอม “คุณลำเอียงหรือเปล่า? หรือว่าซื้อปลามาให้เขาเองเลยกลัวว่าถ้าแพ้จะถูกหาว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ?”


ศาสตราจารย์เป้าชี่หรงเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาเคยถูกต่อว่าแบบนี้ต่อหน้าสาธารณชน? แต่ถ้าคุณหนูอันนี่โมโหขึ้นมา ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือแม้กระทั่งจักรพรรดิ เธอก็กล้าด่าได้ทั้งนั้น


ใบหน้าของศาสตราจารย์เป้าชี่หรงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “เด็กคนนี้พูดจาแบบนี้ได้ยังไง? ตอนที่ฉันไปสิงคโปร์กับท่านประธานเจียงเพื่อซื้อปลาตัวนี้ ตอนนั้นมันหนักแค่ประมาณ 1 กิโลกรัม แต่ต้องใช้เงินมากกว่า 1 ล้านหยวน พอมาดูน้ำหนัก รูปร่าง และสีสันของมันตอนนี้ ราคาต่ำสุดก็ต้อง 1.5 ล้านหยวน และนี่เป็นราคาที่ประเมินแบบต่ำที่สุด ถ้าจะบอกว่ามันขายได้ถึง 2 ล้านหยวนก็ไม่เกินจริง เมืองหยุนตงยังมีปลาตัวไหนที่สามารถชนะมันได้อีก?”


เฟยชุนถิงหันไปมองมู่เป่าเซียวก่อนกล่าวว่า “สาวน้อย นี่เป็นความจริงนะ 1.5 ล้านหยวนถือว่าประเมินราคาต่ำแล้ว ถ้าท่านประธานเจียงยอมขาย ฉันคิดว่า 2 ล้าน หรือแม้แต่ 2.5 ล้านหยวนก็คงมีคนยอมซื้อ”


เจ้าอ้วนโม่ยิ้มขื่น ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ราคาของปลามังกรตัวนี้ดี


พวกเศรษฐีที่หอบกระเป๋าเงินสดมาเต็มกล่อง ต่างก็ถอดใจไปตาม ๆ กัน ล้อกันเล่นหรือเปล่า? จะให้จ่ายเงินหลายล้านเพื่อซื้อปลาตัวเดียวเนี่ยนะ?


พอเห็นสีหน้าของทุกคน อันนี่ก็รู้ว่างานนี้พวกเธอคงแพ้แน่แล้ว แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ทำไมถึงไม่ให้โอกาสพี่ฮวนซีเลย?


พอหันไปมองเจียงปินที่กำลังยืนยิ้มอย่างภูมิใจ อันนี่ก็กัดฟันโมโหหนัก


ใครจะชนะก็ได้ แต่จะให้เจียงปินชนะไม่ได้เด็ดขาด


แต่ตอนนี้ยังมีวิธีไหนอีกล่ะ? จะหวังพึ่งปลาตัวที่ยังไม่ได้เอาออกมาของพี่ฮวนซีเหรอ? ตอนมาก่อนหน้านี้เขายังบอกอยู่เลยว่าปลาตัวนั้นขี้เหร่สุด ๆ


“แต่ว่า” มู่เป่าเซียวเอ่ยขึ้น “ในเมื่อเป็นการแข่งขัน ก็ต้องให้โอกาสอีกฝ่าย ศาสตราจารย์เป้า พวกเราลองดูปลาของเล่ยฮวนซีเถอะ ถึงจะแพ้ก็ต้องให้เขาแพ้อย่างหมดข้อกังขา”


ศาสตราจารย์เป้าชี่หรงหัวเราะเยาะ “ถ้าปลาของเขาชนะปลามังกรแดงกุหลาบเพลิงตัวนี้ได้ล่ะก็ ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่แตะต้องอะไรที่เกี่ยวกับปลามังกรอีกเลย”


“งั้นก็ถอดแว่นของคุณออกมาแล้วทุบมันซะ” อันนี่แดกดัน


ต่อให้ศาสตราจารย์เป้าชี่หรงจะมีความอดทนสูงแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ถูกอันนี่ทำให้โกรธจนได้ “ได้! ถ้าพวกเธอมีปลาที่ชนะปลามังกรแดงกุหลาบเพลิงตัวนี้ได้จริง ฉันจะทุบแว่นของฉันต่อหน้าทุกคน แล้วเลิกยุ่งเกี่ยวกับวงการปลามังกรตลอดไป แต่ถ้าพวกเธอแพ้ล่ะ?”


“ฉันจะยกบ้านหรูที่เซียงเซี่ยฮวาหยวนให้คุณหลังหนึ่ง!” อันนี่เลือดขึ้นหน้าพูดออกไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง


เจ้าอ้วนโม่อยากจะห้ามแต่ก็สายเกินไปแล้ว


จบแล้ว ๆ บ้านหรูหลังหนึ่งต้องหายไปแน่ ๆ อย่างน้อยก็หลายล้านหยวน อันนี่ไม่มีปัญญาจ่ายแน่ แล้วตอนนั้นจูกั๋วซวีจะโทษลูกสาวสุดที่รักของเขายังไงบ้างก็ไม่รู้


แต่ความโกรธของศาสตราจารย์เป้าชี่หรงกลับหายวับไปในพริบตา


ได้บ้านหรูหลังหนึ่งเป็นเดิมพันงั้นเหรอ? การแลกเปลี่ยนแบบนี้มันคุ้มค่า เขามั่นใจว่าในเมืองหยุนตงไม่มีปลามังกรตัวไหนที่เอาชนะปลามังกรแดงกุหลาบเพลิงตัวนี้ได้ และถ้านับทั่วประเทศก็มีอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น


เล่ยฮวนซีได้แต่หัวเราะขื่น ๆ


คุณหนูคนนี้พอโกรธขึ้นมาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ตอนแรกถ้าเขาแพ้ อย่างมากก็แค่เสียปลามังกรสองตัวไป แต่ตอนนี้ล่ะ? ความเสียหายหนักกว่าเดิมมาก


บ้านหรูหลังหนึ่งแลกกับแว่นตาหนึ่งอัน? แว่นตาราคาทองคำหรือไง? นี่เธอคิดอะไรของเธออยู่เนี่ยคุณหนูอันนี่


แต่ในใจของเขาก็มีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น จริง ๆ แล้วไม่ว่าแพ้หรือชนะ อันนี่ก็ไม่ได้เสียอะไรเลย แม้ว่าตอนแรกเธอจะเป็นคนเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมาเอง แต่เธอก็ทุ่มสุดตัวเพื่อปกป้องเขา


พอคิดดูให้ดีแล้ว เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากที่อันนี่ไม่พอใจท่าทีของเหล่าฝงที่มีต่อเขา


“คุณเล่ย กรุณานำปลามังกรของคุณออกมาเถอะ” เหล่าฝงที่อยู่ข้าง ๆ เร่งเร้า


เล่ยฮวนซีดูหมดอาลัยตายอยาก หยิบกล่องปลาออกมาแล้วปล่อยปลามังกรตัวสุดท้ายของเขา


เป็นปลามังกรสีขาวตัวหนึ่ง ดูเผิน ๆ คล้ายกับปลามังกรเงิน แต่พอสังเกตดี ๆ แล้วมันแตกต่างจากปลามังกรเงินมาก มันดูเหมือน...


แพลตตินั่ม! ใช่เลย สีของมันเหมือนแพลตตินั่ม


ทั้งตัวเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ไม่ปรากฏสีอื่นเจือปนแม้แต่น้อย


ปลามังกรตัวนี้ว่ายน้ำในตู้ด้วยท่าทางขี้เกียจ ความเร็วไม่มาก รูปร่างก็ไม่ใหญ่ น่าจะหนักแค่ราว ๆ 1 กิโลกรัมกว่า ๆ และท่วงท่าก็ไม่ได้สง่างามเลย และที่สำคัญที่สุดคือ ปลามังกรอีกสามตัวที่อยู่ในตู้ เมื่อเห็นมันปรากฏตัวขึ้น กลับรีบถอยห่างออกไปเหมือนไม่อยากอยู่ร่วมตู้เดียวกัน


เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบด้าน


“นี่มันปลามังกรเงินใช่ไหม? เอาปลามังกรเงินมาแข่งกับปลามังกรแดงตัวนั้นเนี่ยนะ?”


“ดูเหมือนปลามังกรเงินนะ? แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว”


“ดูท่าทางขี้เกียจแบบนี้ ฉันนึกว่ามีของดีซะอีก”


เสียงหัวเราะเยาะรอบข้างทำให้ใบหน้าของเล่ยฮวนซีขึ้นสีแดง อันนี่ยิ่งไปกันใหญ่ เธออยากให้มีรูโผล่ขึ้นมาจากพื้นแล้วมุดลงไปซะตอนนี้เลย


พี่ฮวนซีจะเอาปลามังกรเงินมาแข่งทำไมกัน?


“เงียบ ๆ หน่อย ทุกคนเงียบก่อน” มู่เป่าเซียวกลับตะโกนสั่งให้ทุกคนเงียบ เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ตู้ปลา จนแทบจะติดกระจก ดวงตาจับจ้องไม่กระพริบ


เกิดอะไรขึ้น? ปลาตัวนี้มันมีอะไรน่าตื่นเต้นขนาดนั้น?


ไม่เพียงแค่มู่เป่าเซียว แม้แต่เฟยชุนถิงและศาสตราจารย์เป้าชี่หรงก็มีสีหน้าตกตะลึง รีบขยับเข้ามาใกล้ตู้ปลา


พวกเขาสามคนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปลามังกร จ้องมองไปที่ตู้ปลานานถึงสิบนาทีเต็ม ๆ เมื่อสายตาของพวกเขาค่อย ๆ ละออกจากตู้ปลา ใบหน้าของทั้งสามคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงและถึงขั้นช็อกไปเลย ราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น


เมื่อหันไปมองเล่ยฮวนซี เสียงของมู่เป่าเซียวถึงกับสั่นเครือ “คะ...คุณเล่ย... ปะ...ปลาตัวนี้ของคุณ... ได้มายังไง?”


“ผมเลี้ยงเอง” เล่ยฮวนซีตอบอย่างงง ๆ


“คะ...คุณ? คุณเลี้ยงมันเอง?” เฟยชุนถิงถึงกับติดอ่าง “คุณเล่ย ผม... นี่มัน... โอ้พระเจ้า ในชีวิตนี้ผมไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นปลามังกรตัวนี้... คุ้มแล้ว คุ้มแล้ว วันนี้คุ้มค่าเกินพอแล้ว”


คนรอบข้างถึงกับอึ้งไป


หรือว่าปลามังกรเงินตัวนี้มีอะไรพิเศษ?


“เหล่าเฟย มันก็แค่ปลามังกรเงินตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอ?” เหล่าฝงยังงุนงงไม่หาย “นอกจากสีของมันจะดูสดใสกว่าปกติ ผมก็ดูไม่ออกว่ามันพิเศษตรงไหน”


“ปลามังกรเงิน? นี่นายเรียกมันว่าปลามังกรเงินงั้นเหรอ?” เฟยชุนถิงถึงกับรู้สึกเหมือนโดนดูถูก “นายเคยเห็นปลามังกรเงินที่มีสีแพลตตินั่มทั้งตัวไหม? นายเคยเห็นปลามังกรเงินที่เปล่งออร่าระดับนี้ไหม? เหล่าฝง นายทำธุรกิจปลามังกรมาตั้งหลายปี แต่กลับดูไม่ออกว่านี่คือตัวอะไร? ดูสีของมันสิ สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ดูพลังแห่งความสูงส่งของมันสิ แล้วนายยังกล้าบอกว่ามันเป็นแค่ปลามังกรเงิน?”


เฟยชุนถิงโกรธจัดจนคนรอบข้างตกใจ เหล่าฝงเองก็ไม่รู้ว่าเผลอไปทำให้เขาโกรธตรงไหน


“ช่างเถอะ เหล่าเฟย เขาไม่รู้หรอก คนส่วนใหญ่ที่เลี้ยงปลามังกรก็ไม่รู้เหมือนกัน ขนาดนายกับฉันยังเพิ่งเห็นเป็นครั้งที่สองเลย” มู่เป่าเซียวถอนหายใจก่อนพูดต่อ “ฉันจะไม่อธิบายให้มากความ เหล่าฝง เอากุ้งเป็นมาหน่อย”


กุ้งเป็นเป็นอาหารหลักของปลามังกรอยู่แล้ว เหล่าฝงเองก็อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น จึงรีบนำกุ้งมาให้


พอกุ้งถูกปล่อยลงในตู้ ปลามังกรทองสองตัวและปลามังกรแดงตัวหนึ่งกลับไม่กล้าขยับเข้าไปกิน


มีเพียงปลามังกร "เงิน" ตัวนั้น ที่ยังคงดูเกียจคร้าน มันค่อย ๆ งับกุ้งทีละตัวเข้าปาก เคี้ยวอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อน


ปลามังกรอีกสามตัวกลับถอยห่างออกไป ยืนมองอยู่จากระยะไกล


พระเจ้า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?


จนกระทั่งปลามังกร "เงิน" ตัวนั้นกินอิ่มแล้วว่ายออกไปอีกทาง ปลามังกรสามตัวที่เหลือถึงกล้ากลับมากินอาหาร


หรือว่าตอนที่ปลามังกร "เงิน" ตัวนั้นเข้ามาในตู้ ปลาสามตัวนี้ไม่ได้รังเกียจมัน แต่ที่จริงแล้วกลัวมันต่างหาก?


เหล่าฝงถึงกับตาค้าง เขาเลี้ยงปลามังกรมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเหตุการณ์แบบนี้


“เห็นหรือยัง?” มู่เป่าเซียวหัวเราะขมขื่น “พวกมันกลัวปลามังกรแพลตตินั่มตัวนี้โดยสัญชาตญาณ ต้องรอจนมันกินอิ่มก่อน พวกมันถึงจะกล้าเข้ามากินอาหาร ฉันพูดไปแล้วใช่ไหมว่านี่เป็นครั้งที่สองที่ฉันกับเหล่าเฟยได้เห็นปลาชนิดนี้ ครั้งแรกที่ได้เห็นคือเมื่อหลายปีก่อน ในงานแสดงปลามังกรที่สิงคโปร์”


“ในครั้งนั้นมีปลามังกรทองตัวหนึ่งถูกชาวญี่ปุ่นซื้อต่อไปด้วยราคาสูงถึง 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้วงการปลามังกรพากันถกเถียงกันอยู่นาน”


“แต่จริง ๆ แล้ว ปลามังกรทองตัวนั้นไม่ได้มีราคาสูงที่สุดในงานแสดงปลามังกรครั้งนั้น” เฟยชุนถิงกล่าวช้า ๆ “ตอนนั้นยังมีปลาหายากอีกสองตัวที่ไม่ได้ถูกนำออกมาแสดง แต่ถูกเชิญให้กลุ่มมหาเศรษฐีที่ชื่นชอบปลามังกรได้ชมเป็นการส่วนตัว พวกเราโชคดีที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของ จึงได้รับเชิญไปชมด้วย ตอนนั้นมีปลามังกรแดงกุหลาบเพลิงตัวหนึ่งที่ถูกขายไปในราคาสูงถึง 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ…”


ปลามังกรแดงตัวนั้นมีมูลค่าสูงกว่าตัวที่เจียงปินนำมาเสียอีก ทั้งตัวไม่มีสีชมพูกุหลาบเจือปนเลยแม้แต่น้อย


ตามทฤษฎีแล้ว ปลามังกรทองควรจะมีมูลค่าสูงกว่าปลามังกรแดง แต่ถ้าหากเป็นระดับปลามังกรแดงกุหลาบเพลิงขึ้นมา มูลค่าของมันก็จะสูงกว่าปลามังกรทองไปไกล


เล่ยฮวนซีเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า แท้จริงแล้ว สีชมพูกุหลาบบนตัวปลามังกรแดงถือเป็นตำหนิ สีของมันต้องบริสุทธิ์เท่านั้นถึงจะสมบูรณ์แบบ


มู่เป่าเซียวกล่าวต่อจากเฟยชุนถิง “ส่วนปลามังกรอีกตัวหนึ่ง กลับสร้างความฮือฮาไปทั่ว เพราะมันเป็นปลาที่แพงที่สุดในโลก และเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว เราทุกคนต่างรู้กันดีว่าปลามังกรมีประวัติยาวนานกว่ามนุษย์ ย้อนกลับไปถึงยุคคาร์บอนิเฟอรัส มันถูกขนานนามว่า ‘ฟอสซิลมีชีวิตใต้น้ำ’ ปลาตัวนั้น...มันคือราชาแห่งปลามังกรโดยแท้”


เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังขึ้นรอบด้าน


ราชาแห่งปลามังกร? นั่นคือปลาแบบไหนกัน?


มู่เป่าเซียวโบกมือให้ทุกคนเงียบลง “ปลามังกรระดับราชานี้ ถ้าไม่มีโชคพิเศษจริง ๆ ก็คงไม่มีโอกาสได้เห็น บางคนเป็นมหาเศรษฐี เลี้ยงปลามังกรมาทั้งชีวิตก็ได้แค่เคยได้ยินชื่อของมัน ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย ๆ แต่ฉันกับเหล่าเฟยโชคดีมาก เพราะในชีวิตนี้เราได้เห็นมันถึงสองตัว”


พูดจบเขาก็หันไปมองศาสตราจารย์เป้าชี่หรงที่ยืนอึ้งอยู่แล้วกล่าวว่า


“ศาสตราจารย์เป้า คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง บอกทุกคนหน่อยเถอะว่าปลามังกรของเล่ยฮวนซีตัวนี้มีมูลค่ามหาศาลแค่ไหน”



ตอนก่อน

จบบทที่ ปลามังกรที่ขี้เกียจมากตัวหนึ่ง

ตอนถัดไป