ราชาไพ่แห่งเซียงเซี่ยฮวาเยวี่ยนกับราชินีนักพนัน
ในฐานะเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลทุกด้าน เมืองไห่ซานจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยกำเนิด
ในช่วงฤดูท่องเที่ยวชายหาดและร้านอาหารริมทะเลที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้คนมหาศาล ถ้ามาช้าไปนิดเดียวจะต้องยืนต่อแถวรอคิวนานมาก
โชคดีที่เล่ยฮวนซีกับพวกมาถึงช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงพอดี อีกทั้งฤดูไต้ฝุ่นของไห่ซานก็กำลังใกล้เข้ามา ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวมากนัก
ไต้ฝุ่นในทะเลเป็นสิ่งที่เมืองชายฝั่งแทบทุกแห่งต้องเผชิญ
แต่ฤดูไต้ฝุ่นของไห่ซานรุนแรงเป็นพิเศษ ที่นี่ไม่มีตึกสูงมากนักและยังมีเรื่องเล่าที่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าด้วย
ว่ากันว่ามีชายคนหนึ่งกำลังซ่อมแซมบ้าน แต่ขาดไม้อัดสองแผ่น เขาจึงออกไปซื้อมาและเพราะบ้านอยู่ใกล้ ๆ เขาเลยถือกลับมาแขนละแผ่น
โชคร้ายที่ไต้ฝุ่นพัดมาอย่างไม่ทันตั้งตัวแถมรุนแรงกว่าทุกครั้ง ลมกระโชกแรงจนยกไม้อัดสองแผ่นนั้นขึ้นไปกลางอากาศจนดูเหมือนปีกนก
ชายคนนั้นตกใจจนปล่อยไม้อัด ผลคือลมแรงพัดเขาลอยขึ้นไปบนอากาศสูงเจ็ดถึงแปดเมตรก่อนที่เขาจะกระเด็นออกมา
ผลที่ตามมาก็ไม่ต้องเดาเลย…
เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของไต้ฝุ่นที่ไห่ซานได้ดี
โรงแรมถูกจองล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่ริมทะเลชื่อว่าโรงแรมหวังไห่ สมชื่อจริง ๆ เพราะมองออกไปก็เห็นทะเลได้ในพริบตา
พอเข้าห้องพักเล่ยฮวนซีก็รีบปิดประตู เขาเปิดกระเป๋าเดินทางแล้วปล่อยเจ้าตุ้ยนุ้ยออกมา
หลังจากถูกขังอยู่ข้างในมานานเจ้าตุ้ยนุ้ยก็ออกมาพร้อมกับสีหน้าหงุดหงิดเต็มที่ โชคดีที่เล่ยฮวนซีเตรียมของกินเอาไว้เพียบ
หลังจากตะกละตะกลามกินเข้าไป เจ้าตุ้ยนุ้ยก็อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย
"อดทนอีกหน่อยนะ เจ้าตุ้ยนุ้ย เด็กดี" เล่ยฮวนซีปลอบมัน "พอตกกลางคืนฉันจะพาไปเล่นที่ชายทะเล"
เจ้าตุ้ยนุ้ยพยักหน้ารัว ๆ ขอแค่ได้เห็นทะเลอีกครั้ง ไม่ว่าต้องอดทนแค่ไหนก็ยอมทั้งนั้น
เล่ยฮวนซีเดินสำรวจห้องพักแล้วลองเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำ เขาตั้งใจจะให้เจ้าตุ้ยนุ้ยลงไปเล่น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สนใจเลยสักนิด
มันนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ท่าทางผ่อนคลายสุดขีด
ให้ตายเถอะ ใครเคยเห็นมังกรนอนบนเตียงบ้าง? แถมมันยังกล้าหน้าด้านยึดเตียงนี้เป็นของตัวเองอีก!
แต่ก็นั่นแหละ เขาชินกับความขี้เกียจและหน้าด้านของเจ้าตุ้ยนุ้ยไปแล้ว
"พี่ฮวนซี! พี่ฮวนซี!" เสียงเคาะประตูจากอันนี่ดังขึ้นจากด้านนอก
"เจ้าตุ้ยนุ้ย หาที่ซ่อนเร็วเข้า!" เล่ยฮวนซี รีบบอกมัน
เจ้าตุ้ยนุ้ยขยับตัวอย่างเกียจคร้านแล้วมุดเข้าไปใต้หมอน ถ้าไม่ตั้งใจหาก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นมัน
พอเปิดประตูอันนี่กับจูจิ้นเหยียนก็เดินเข้ามา
"ไปกัน ไปเดินช็อปปิ้งกัน!" อันนี่พูดอย่างกระตือรือร้นทันทีที่เข้ามา
"ไม่ไป!" เล่ยฮวนซีกับจูจิ้นเหยียนพูดพร้อมกันอย่างหนักแน่น
ไปเดินช็อปปิ้งกับอันนี่เนี่ยนะ? บนโลกนี้มีอะไรที่ทรมานไปกว่านี้อีกไหม?
อันนี่เหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมทันที "งั้นทำอะไรล่ะ? ไปจิบชาไหม?"
"น่าเบื่อ"
"ไปร้องเพลงกัน?"
"ร้องไม่เป็น"
อันนี่เริ่มไม่พอใจ "จะให้นั่งโง่ ๆ รอแค่กินข้าวเย็นเนี่ยนะ? นี่ยังเพิ่งกี่โมงเอง!"
"งั้นเราเล่นไพ่กันไหม?" จูจิ้นเหยียนเสนอขึ้นมา "เล่นเกม ‘เจิ้งซ่างโหยว’ ดีไหม?"
เล่ยฮวนซีลังเลไปชั่วครู่ "ฉันเล่นไม่ค่อยเป็นนะ..."
อันนี่กับจูจิ้นเหยียนตื่นเต้นขึ้นมาทันที สองพี่น้องมองหน้ากันแวบหนึ่ง แววตาพราวไปด้วยเล่ห์กล ทั้งสองมองเล่ยฮวนซีเหมือนหมาป่าจ้องเหยื่ออ้วน ๆ
"จิ้นเหยียน ไปเอาไพ่มา"
พอจูจิ้นเหยียนวิ่งออกไป อันนี่ก็วางมือลงบนไหล่ของเล่ยฮวนซี รอยยิ้มของเธอดูเจ้าเล่ห์สุด ๆ "พี่ฮวนซี เล่นไพ่ธรรมดามันไม่สนุกหรอก เราเพิ่มความตื่นเต้นดีไหม?"
เล่ยฮวนซีแสยะยิ้มกว้างเหมือนเจ้าอ้วนโม่ "ใครแพ้ถอดเสื้อผ้าหรอ? งั้นฉันไปใส่เพิ่มอีกสองตัวก่อน"
"ลามก!" อันนี่หน้าแดง "หมายถึงเดิมพันเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ สักสิบหยวนต่อใบ"
"ห้ะ? เรียกว่าน้อยแล้วเหรอ? ฉันไม่ได้พกเงินมาเยอะนะ"
อันนี่ทำหน้าเหนือกว่า "นี่ถือว่าน้อยแล้วล่ะ เอางี้พี่ฮวนซี ถ้าพี่แพ้ฉันคืนเงินให้ทั้งหมด แต่พี่ต้องสัญญาว่าจะไปวัดพระใหญ่กับพวกเราพรุ่งนี้"
เรื่องนี้สองพี่น้องพูดกับเขาไว้ตั้งแต่บนเครื่องบินแล้ว
จากหยุนตงมาไห่ซานใช้เวลาแค่ 50 นาที แต่จากไห่ซานไปวัดพระใหญ่ต้องนั่งเรือสองชั่วโมงกว่า แถมยังต้องเดินขึ้นเขาอีก วันเดียวกลับมาไม่ทันแน่ ๆ
สองพี่น้องเลยพยายามโน้มน้าวให้เล่ยฮวนซีไปด้วยกัน แต่เขาปฏิเสธเสียงแข็ง เขามาเพราะอยากพาเจ้าตุ้ยนุ้ยมาดูทะเล
แต่ตอนนี้โอกาสงาม ๆ อยู่ตรงหน้า อันนี่จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง?
"ถ้าฉันแพ้ พวกเธอคืนเงินให้ แต่ต้องไปวัดพระใหญ่กับพวกเธอใช่ไหม?"
"ใช่ ๆ" อันนี่พยักหน้าหงึกหงัก
"อ๋อ เข้าใจล่ะ"
จูจิ้นเหยียนไปหยิบไพ่มาจากเคาน์เตอร์ อันนี่กะพริบตาให้เขา "สิบหยวนต่อใบนะ"
สองพี่น้องร่วมมือกันเป็นอย่างดี จะปล่อยไพ่ก็ปล่อย จะโกงก็โกง ไม่ว่าเล่ยฮวนซีจะมองยังไง เกมนี้เขาแพ้แน่นอน ทริปวัดพระใหญ่เขาไม่มีวันหนีพ้น
จูจิ้นเหยียนล้างไพ่ไปพลางพูดไป "พี่ฮวนซี กฎตกลงกันแล้วนะ ผมไม่ปิดบังพี่แล้วกันว่าตอนอยู่บ้านผมไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเล่นเน็ตกับฝึกเล่นไพ่ ผมมีฉายาด้วยนะ... ‘ราชาไพ่แห่งเซียงเซี่ยฮวาเยวี่ยน’"
"ห้ะ?" เล่ยฮวนซี อ้าปากค้าง
จูจิ้นเหยียนหัวเราะเสียงดังอย่างภูมิใจ "พี่ฮวนซี คราวนี้พี่เสร็จแน่! พี่สาวผมเก่งยิ่งกว่านะ ตอนเรียนเธอมีฉายาว่า ‘ราชินีนักพนัน’"
"ห้ะ!?" เล่ยฮวนซีตาโต
"ฮ่า ๆ ๆ พี่ฮวนซี วันนี้พี่ไม่มีทางรอดจากเงื้อมมือเราสองพี่น้องแน่!" อันนี่หัวเราะเยาะอย่างสะใจ "ให้ไปด้วยดี ๆ ไม่ยอม ต้องให้เล่นแบบนี้ สรุปวันนี้พี่ต้องแพ้เราแน่! จิ้นเหยียน แจกไพ่!"
เล่ยฮวนซีทำหน้าหนักใจ
ท่าทางของจูจิ้นเหยียนตอนล้างไพ่กับความเร็วตอนแจกไพ่ดูสมกับฉายา ‘ราชาไพ่แห่งเซียงเซี่ยฮวาเยวี่ยน’ จริง ๆ
เสียงไพ่ถูกแจกดัง ‘ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ’ พอรับไพ่ขึ้นมาดู จูจิ้นเหยียนก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ ไพ่ในมือมี 2 หนึ่งใบ A หนึ่งใบ และ K สองใบ
อันนี่ยิ่งกว่าดีใจ เธอแอบขยิบตาให้จูจิ้นเหยียนเพราะเธอมี A สองใบ K หนึ่งใบ และ Q อีกสองใบ
เกมเจิ้งซ่างโหยวมีไพ่ 2 แค่ใบเดียว และ A สามใบ ซึ่งไพ่ใหญ่ทั้งหมดตกอยู่ในมือของสองพี่น้อง
แค่ตาแรกก็จะทำให้พี่ฮวนซีแพ้ราบคาบแล้ว
ในฐานะ ‘ราชินีนักพนัน’ เธอต้องนิ่งเข้าไว้ อันนี่พูดขึ้นเรียบ ๆ "โพดำ 3 เปิดเกม"
"อยู่กับฉัน ๆ" เล่ยฮวนซีถือไพ่ในมือแบบผิด ๆ ถูก ๆ ดูยังไงก็รู้ว่าไม่ใช่คนเล่นไพ่เก่ง หน้าตาเต็มไปด้วยความทุกข์ "ไพ่มันเล็กขนาดนี้ จะเล่นยังไงเนี่ย?"
"พี่ฮวนซียอมแพ้ตอนนี้ยังทันนะ จะได้เสียแค่ครึ่งเดียว" อันนี่พูดเสียงหวาน แต่สายตากลับเต็มไปด้วยเล่ห์กล
"ลองเล่นดูก็ได้ ๆ" เล่ยฮวนซีถอนหายใจ "เรียงดอก 3 4 5 6 7 8 9 10 J"
"ผ่าน"
"ผ่าน"
"6 7 8 9 10 J Q..."
"ห้ะ?"
"หา!"
"พวกเธอยังไม่ได้ลงไพ่สักใบเลยนี่? คูณสี่ใช่ไหม?"
"ซวยแล้ว ๆ" อันนี่โกรธจนโยนไพ่ลงกอง "ล้างไพ่ แจกไพ่ใหม่!"
……
"โพดำ 3 อยู่ที่ฉัน" จูจิ้นเหยียนประกาศ "ตอง 3 คู่ 4"
"ผ่าน"
"ขอดูก่อนนะ" เล่ยฮวนซีค้นไพ่ในมืออยู่นาน "ใหญ่กว่า ตอง K คู่ 5"
"ผ่าน"
"ผ่าน ไพ่พี่ใหญ่อะไรขนาดนี้"
"ไพ่มันเรียงสวยเอง เลยเล่นไปตามนั้น" เล่ยฮวนซี หัวเราะ "คู่ 7 คู่ 8 คู่ 9"
"ผ่าน"
"ผ่าน"
"คู่ A"
"ผ่าน"
"ผ่าน"
"2 เดี่ยว... ไม่มีไพ่ระเบิดใช่ไหม? คู่ J... อันนี่ เธอยังไม่ได้ลงไพ่เลย คูณสี่นะ... จิ้นเหยียน คูณสองใช่ไหม?"
"อ๊าก!"
"บ้าจริง!"
……
"2 เดี่ยว! เล่ยฮวนซี ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่านายจะมีอะไรใหญ่กว่านี้!"
"เดี๋ยวนะ ฉันมี 6 สี่ใบ นี่มันโฟร์การ์ด? ใช่เลย! แล้วก็เรียงดอก... อันนี่ เหลือ 8 ใบ... จิ้นเหยียน คูณสองอีกแล้ว..."
……
"เล่ยฮวนซี ฉันสู้ตายแล้ว! ตอง J คู่ 3 มาสิ! ถ้ามีอีกก็ลงมาเลย!"
"ฉันว่าฉันมี ตอง K อีกแล้วนะ... คู่ 10... ใหญ่กว่า เธอไม่มีแน่ ๆ... คู่ Q... ยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่... A เดี่ยว... ไม่มีอีก... 2 เดี่ยว... สุดท้ายขอลงใบเล็ก ๆ ใบสุดท้าย... 8 เดี่ยว... อ้าว? ฉันชนะอีกแล้วเหรอ?"
"จิ้นเหยียน... น้ำ... น้ำ... ฉันจะอ้วกเป็นเลือดแล้ว..."
"พี่! พี่มี A ทำไมไม่ลงไปล่ะ ปล่อยให้เขาผ่านไปเฉย ๆ ได้ยังไง!"
"นายกล้าว่าฉันเหรอ? เมื่อกี้เขาลงเรียงดอก นายเองก็ไม่กันไว้เหมือนกัน!"
"ถ้าฉันกันไว้ ไพ่ฉันก็จะเละหมดเลยนะ!"
"นี่นายเล่นไพ่เป็นหรือเปล่าเนี่ย?"
"ทั้งสองคนใจเย็นหน่อย ให้เกียรติกันด้วย!" เล่ยฮวนซีรีบทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย "มิตรภาพต้องมาก่อน การแข่งขันต้องมาเป็นรอง"
"ถ้าไม่เห็นแก่พี่ฮวนซีล่ะก็..." อันนี่กำลังจะพูดต่อ แต่จู่ ๆ ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ "เดี๋ยวนะ เล่ยฮวนซี! นายมาทำเป็นพระเอกไปได้ยังไง? นายได้เงินไปหมดเลยนะ!"
"แค่เล่นมั่ว ๆ น่ะ เล่นขำ ๆ..."
……
สามชั่วโมงต่อมา
ร้านอาหารทะเลที่เมืองไห่ซาน
ราชาไพ่แห่งเซียงเซี่ยฮวาเยวี่ยนจูจิ้นเหยียน และราชินีนักพนันจูอันนี่ ทั้งสองนั่งหน้าหม่นหมองหมดเรี่ยวแรง
มื้อนี้เป็นอาหารทะเลที่เล่ยฮวนซีเป็นคนเลี้ยง ใช่แล้ว! นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายเลี้ยงพวกเขา
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ก็เพราะร้านอาหารทะเลแถวนี้จ่ายด้วยบัตรไม่ได้ แถมยุคนี้ใครเขาจะพกเงินสดเยอะ ๆ ติดตัวกันล่ะ?
แล้วเงินสดอยู่ไหน?
ก็อยู่ในกระเป๋าเล่ยฮวนซีหมดไงล่ะ!
"กินเถอะ ๆ ฉันเลี้ยงเอง ๆ" เล่ยฮวนซี ยิ้มกว้าง "นาน ๆ ทีจะได้เลี้ยงพวกนาย จะกินอะไรก็สั่งเลย"
"เถ้าแก่! เอาปลายี่สิบแปดเม็ดอีกตัว! อะไรนะ? ไม่มี? งั้นเอาตัวสิบหกเม็ดก็ได้ แล้วก็เพิ่มล็อบสเตอร์ออสเตรเลียอีกตัว" อันนี่ฮึดฮัด ตั้งใจว่าจะกินให้คุ้มเงินที่สุดเท่าที่จะทำได้
"พี่ฮวนซี! พี่ไม่ได้บอกว่าเล่นไพ่ไม่เป็นเหรอ?" จูจิ้นเหยียนถอนหายใจ "แล้วทำไมตลอดบ่ายพี่ถึงชนะหมดเลยล่ะ?"
"ก็พวกนายเป็นถึงราชาไพ่กับราชินีนักพนัน ฉันจะกล้าบอกได้ไงว่าฉันเล่นไพ่เป็น?" เล่ยฮวนซี ถอนหายใจ "แต่พูดก็พูดเถอะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ฉันเองก็มีฉายาเหมือนกันนะ"
"อะไรนะ!?" อันนี่กับจูจิ้นเหยียนรีบถามทันที
เล่ยฮวนซีหัวเราะ "เจ้าชายนักเล่นไพ่แห่งมหาวิทยาลัยหยุนตง"
"เล่ยฮวนซี! นายหลอกพวกเรา!"