ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลเป็นครั้งที่สอง

วันต่อมา แม้ว่าอันนี่และจูจิ้นเหยียนจะรบเร้าหนักแค่ไหน เล่ยฮวนซีก็ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะไปวัดพระใหญ่กับพวกเขา

ล้อกันเล่นหรือไง? ไปกับพี่น้องคู่นี้แล้วจะมีเรื่องดีเกิดขึ้นได้ยังไง? อีกอย่างเขาก็มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำเหมือนกัน

หลังจากแน่ใจว่าอันนี่และจูจิ้นเหยียนออกไปแล้ว เล่ยฮวนซีถึงได้ออกจากห้อง

หลังจากหาอะไรรองท้องอย่างง่าย ๆ และถามพนักงานต้อนรับนิดหน่อย เขาก็เดินออกจากโรงแรม

พอเข้าใกล้ชายฝั่ง ลมทะเลก็แรงขึ้นเรื่อย ๆ มันพัดกระหน่ำเสียงดังอื้ออึงจนคนที่ตัวผอมบางหน่อยอาจโดนพัดปลิวได้

ออกเรือไปวัดพระใหญ่ทั้งที่พายุไต้ฝุ่นกำลังมา? เล่ยฮวนซีอดเป็นห่วงอันนี่กับจูจิ้นเหยียนไม่ได้

เขาโทรหาอันนี่ซึ่งตอนนี้เธออยู่บนเรือแล้ว เธอบอกว่าพายุไต้ฝุ่นจะขึ้นฝั่งที่ไห่ซานในคืนวันพรุ่งนี้ ส่วนที่พัดแรงอยู่ตอนนี้เป็นแค่แนวหน้าของพายุเท่านั้น

พอได้ยินแบบนั้นเล่ยฮวนซีก็เบาใจขึ้นเล็กน้อย

เขาทำตามคำแนะนำของพนักงานโรงแรม เรียกแท็กซี่และเข้าไปในตัวเมืองไห่ซาน

เดินวนอยู่ตั้งนาน กว่าจะเจอร้านขายอุปกรณ์ดำน้ำโดยเฉพาะ พอเข้าไปปุ๊บ พนักงานสาวสวยก็เข้ามาต้อนรับทันที "คุณลูกค้าคะ สนใจหาอะไรเป็นพิเศษไหมคะ?"

"มีนาฬิกาดำน้ำไหม?"

"มีค่ะ ๆ" หญิงสาวรีบชี้ไปที่โมเดลนาฬิกาในตู้กระจก "นี่คือมารีน5817 นาฬิกาดำน้ำสุดพรีเมียมที่ได้รับการออกแบบโดยเบรเกต์เพื่อกองทัพเรือฝรั่งเศสโดยเฉพาะ รวมความสง่างามและสมรรถนะเข้าด้วยกัน หน้าปัดทองชุบเงินตัดกับขอบโรเดียมสีดำ ดูทรงพลังเหมาะกับบุรุษที่มีรสนิยมมากค่ะ กันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร"

ตัวเรือนสีขาวดำเข้ากันได้อย่างลงตัว มันดูสง่างามและหรูหรา เล่ยฮวนซีเห็นแล้วก็ถูกใจตั้งแต่แรกพบ

"ราคาเท่าไหร่?"

"ที่ร้านเรามีแต่โมเดลค่ะ ถ้าคุณลูกค้าต้องการ ต้องวางมัดจำก่อน ราคาของรุ่นนี้อยู่ที่ 101,800 หยวนค่ะ..."

เล่ยฮวนซีกลืนน้ำลาย... หนึ่งแสน?

ซื้อนาฬิกาเรือนเดียวแสนกว่า?

เขาสงบสติแล้วถามต่อ "มีถูกกว่านี้ไหม?"

"มีค่ะ รุ่นเดอร์รอง ดำน้ำได้ลึก 120 เมตร ราคา 24,000 หยวน"

"เอ่อ... ยังมีถูกกว่านี้อีกไหม?"

พนักงานสาวเริ่มจับทางได้ แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ต้องรู้จักปรับตัว เธอหยิบนาฬิกาอีกเรือนจากตู้ "เรือนนี้เป็นของจีนค่ะ เอาจริง ๆ มันเป็นของก๊อป แต่คุณภาพไม่แย่นะคะ เหมือนพวกมือถือจีนเลย ถึงจะถูกแต่ฟีเจอร์เยอะ แถมทนทานอีกด้วย..."

เล่ยฮวนซีเผลอแตะมือถือก๊อปในกระเป๋าตัวเอง "เท่าไหร่?"

"2,500 หยวนค่ะ"

อืม ราคานี้รับได้

หลังจากต่อรองกันเล็กน้อย สุดท้ายเขาซื้อมาในราคา 2,200 หยวน

"คุณลูกค้าสนใจดูไฟฉายดำน้ำไหมคะ?" หญิงสาวไม่รีบปิดการขาย แต่ใช้โอกาสนี้ถามต่อ

ส่วนใหญ่คนที่มาซื้ออุปกรณ์ดำน้ำที่นี่มักไม่ใช่มืออาชีพ ส่วนมากเป็นพวกมือสมัครเล่น และพวกมือสมัครเล่นก็มักไม่รู้ว่าควรซื้ออุปกรณ์อะไรบ้าง

เล่ยฮวนซีได้ยินแล้วก็ถามขึ้น "มีไฟฉายดำน้ำด้วยเหรอ?"

"มีค่ะ แล้วก็มีหลายแบบด้วย" พนักงานสาวรู้ว่าต้องขายได้อีกแน่ ๆ "ไฟฉายดำน้ำจะแบ่งเป็นแบบใช้น้ำจืดกับน้ำเค็ม แบบน้ำจืดตัวโครงสร้างจะไม่ต้องทนทานมากนัก เพราะการกัดกร่อนต่ำ แล้วก็น้ำจืดค่อนข้างใสเลยไม่ต้องใช้ความสว่างสูงมาก แต่ถ้าเป็นน้ำเค็มจะกัดกร่อนรุนแรงกว่า..."

หญิงสาวหยิบไฟฉายรุ่นหนึ่งออกมา "อย่างเช่นตัวนี้ เป็นไฟฉายดำน้ำอะลูมิเนียมเกรดทหาร แข็งแกร่งกว่าปกติ ทนการกัดกร่อนดี ดำน้ำกลางวันกับกลางคืนจะต่างกันไม่มาก แต่ไฟฉายที่สว่างเป็นพิเศษจะเหมาะกับการดำน้ำกลางคืน เพราะช่วงเวลากลางคืนสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลจะออกมาหากินมากที่สุด ทั้งพืชและสัตว์ต่างก็แสดงซิมโฟนีอันเงียบงันของพวกมัน..."

พนักงานสาวแม้อายุยังน้อยแต่ฝีมือการขายไม่ธรรมดา แค่ไม่กี่คำก็ทำให้เล่ยฮวนซีอยากซื้อขึ้นมาแล้ว

"ราคาเท่าไหร่?"

หญิงสาวคาดการณ์กำลังซื้อของเล่ยฮวนซีได้แม่นยำ "ตัวที่แนะนำนี้ก็เป็นของจีนค่ะ กันน้ำได้ลึกเกิน 100 เมตร ความสว่าง 1,000 ลูเมน ใช้ได้นาน 9 ชั่วโมงถ้าเปิดไฟต่ำ ราคาถูกมาก แค่ 600 หยวนเท่านั้น"

ราคานี้รับได้

หลังจากปิดการขายได้สองรายการติด ๆ พนักงานสาวก็ตัดสินใจตีเหล็กตอนร้อน "ถ้าคุณลูกค้าจะดำน้ำ อุปกรณ์ดี ๆ อย่างชุดดำน้ำ แว่นตาออกซิเจน..."

แม้หญิงสาวจะฉลาดในการขายแค่ไหนก็ไม่มีทางเดาได้เลยว่าว่าอุปกรณ์พวกนี้เล่ยฮวนซีไม่เพียงแค่ไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ยังเป็นภาระสำหรับเขาด้วยซ้ำ

"ไม่ล่ะ แค่นาฬิกากับไฟฉายก็พอแล้ว" เล่ยฮวนซีรีบตัดบท

จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย ถึงจะเสียไปสามพันกว่าหยวน แต่สำหรับเล่ยฮวนซีแล้วมันคุ้มค่าแน่นอน

ใต้น้ำเขาทำได้แค่กะเวลาโดยประมาณ ถ้านานไปก็แทบจะไม่รู้เวลาที่แน่นอน

เมื่อวานนี้เขายังดำลงไปไม่ลึกมาก ถึงจะเป็นเวลากลางคืน แต่ด้วยแสงจากสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล เขาก็พอจะมองเห็นรอบข้างได้บ้าง

แต่ถ้าจะดำให้ลึกกว่านี้คงต้องใช้ไฟฉายดำน้ำช่วย และภาพใต้ทะเลที่หญิงสาวบรรยายให้ฟังก็ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเล่ยฮวนซีมากขึ้นไปอีก

หลังออกจากร้านแล้วเขาก็ไปซื้อของกินตุนไว้เป็นจำนวนมาก

เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด กลิ่นคาวทะเลลอยฟุ้งในอากาศ ลมกรรโชกพัดผ่านรุนแรงราวกับต้องการแสดงอำนาจของธรรมชาติให้มนุษย์ได้รับรู้

พอกลับถึงโรงแรมพนักงานต้อนรับก็เตือนเป็นพิเศษว่าขณะนี้แนวหน้าของพายุไต้ฝุ่นได้มาถึงแล้ว เพื่อความปลอดภัยขอให้แขกที่เข้าพักหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก เพื่อลดความเสี่ยงต่ออันตราย

แต่เล่ยฮวนซีต้องการสภาพอากาศแบบนี้แหละ

ในสภาพอากาศแบบนี้ไม่มีใครจะไปเดินเล่นริมทะเลแน่นอน เพราะถ้าไปก็เหมือนเอาชีวิตไปเสี่ยงเล่น

และถ้าเขาลงทะเลตอนนี้ก็แทบไม่มีใครสังเกตเห็นแน่นอน

พอเขาหยิบอาหารทั้งหมดออกมา เจ้าตุ้ยนุ้ยก็ไม่เกรงใจเลย มันสวาปามทุกอย่างอย่างเอร็ดอร่อย กินจนพุงกาง

เล่ยฮวนซีก็รีบกินให้อิ่มเต็มที่เช่นกัน

เขาตัดสินใจแล้ว ในเมื่ออันนี่กับจูจิ้นเหยียนไม่อยู่ คราวนี้เขาจะลงไปสำรวจให้เต็มที่ กะไว้ว่าน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งวันหนึ่งคืน และที่ใต้ทะเลไม่มีที่ให้หาอะไรกินแน่ ๆ

เขาปิดโทรศัพท์ไปเลย ถ้าอันนี่โทรหาแล้วติดต่อไม่ได้ก็บอกได้ว่าพายุเข้า สัญญาณไม่ดี

พอคิดว่าตัวเองเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว เขาก็หยิบอุปกรณ์ขึ้นมาแล้วเดินไปที่ล็อบบี้แล้วแจ้งพนักงานว่าคืนนี้เขาจะไม่พักที่โรงแรม แต่จะไปค้างกับเพื่อนในตัวเมือง

"ให้ช่วยเรียกแท็กซี่ให้ไหมคะ คุณลูกค้า?"

"ไม่ต้องครับ เดี๋ยวเพื่อนมารับ"

"รับทราบค่ะ คุณลูกค้า โปรดระมัดระวังด้วยนะคะ"

พอออกจากโรงแรมแล้วเดินไปได้สักพักเขาก็หันกลับไปดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา จากนั้นจึงเลี้ยวเข้าซอยที่เคยสำรวจไว้ก่อนหน้านี้

ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสายลับไปซะได้?

เขาเดินไปเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดที่ลงทะเลเมื่อคืนนี้ รอบ ๆ เงียบกริบ ไม่มีใครให้เห็นแม้แต่เงา เขามองออกไปที่ผืนน้ำก็ไม่พบเรือสักลำ ในสภาพอากาศแบบนี้คงไม่มีชาวประมงคนไหนกล้าฝืนออกเรือแน่ ๆ

เขาถอดเสื้อผ้าเก็บไว้ให้เรียบร้อยแล้วสวมไฟฉายดำน้ำไว้บนศีรษะก่อนจะดูเวลา ตอนนี้ 11:20 น.

ได้เวลาเริ่มแล้ว

เพราะมีประสบการณ์จากครั้งที่แล้ว ครั้งนี้เล่ยฮวนซีแทบจะรอไม่ไหวแล้ว

ส่วนเจ้าตุ้ยนุ้ยยิ่งแล้วใหญ่ มันกระโดดโลดเต้น ดีใจจนออกนอกหน้า

เสียงลมคำรามที่พัดผ่าน สำหรับพวกเขาแล้วมันเป็นแค่การเรียกน้ำย่อยของการผจญภัยครั้งนี้เท่านั้น

มนุษย์หนึ่งคนกับมังกรหนึ่งตัวพุ่งตรงไปที่ทะเลราวกับกำลังแข่งขันกัน ในบรรดาสิ่งมีชีวิตบนบก ความเร็วของเจ้าตุ้ยนุ้ยก็ไม่แพ้ใคร มันกระโจนลงน้ำเป็นตัวแรก

และเมื่อร่างกายของเล่ยฮวนซีจมหายไปในผืนน้ำ เขาก็เข้าใจความรู้สึกของเจ้าตุ้ยนุ้ยในทันที

"เหมือนได้กลับบ้าน!"

แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านเช่นกัน

ครั้งนี้เล่ยฮวนซีเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาว่ายแซงเจ้าตุ้ยนุ้ยขึ้นไป แต่ไม่นานเจ้าตุ้ยนุ้ยก็เร่งความเร็ว พุ่งนำหน้าเขาไปอย่างง่ายดาย

มนุษย์กับมังกรไล่จับกันไปมา หยอกล้อกันราวกับที่นี่เป็นสวรรค์ของพวกเขา

เจ้าตุ้ยนุ้ยที่กำลังว่ายนำอยู่ดี ๆ ก็หยุดกะทันหัน มันหมุนตัวกลับมาแล้วอ้าปากพ่นกระแสน้ำแรงสูงตรงมาทางเล่ยฮวนซี

เล่ยฮวนซีไม่ทันตั้งตั ถูกแรงดันน้ำกระแทกเข้าเต็ม ๆ จนหมุนคว้างตีลังกาไปหลายตลบ กว่าจะตั้งหลักได้ก็รู้สึกปวดระบมไปทั้งตัว

นี่มันความสามารถอะไรกัน?

พอเห็นเจ้าตุ้ยนุ้ยทำหน้าเจ้าเล่ห์ เล่ยฮวนซีก็ยิ่งโมโห แต่ตัวเขาเองไม่มีความสามารถแบบนั้น เขาจะทำอะไรได้นอกจากว่ายน้ำเต็มกำลังเพื่อไล่จับเจ้าตัวแสบ

แต่เจ้าตัวแสบจะให้จับง่าย ๆ ได้ยังไง?

เจ้าตุ้ยนุ้ยบิดตัวอวบ ๆ ของมันไปมา เหมือนกับเมื่อวาน ไม่มีทีท่าว่าจะให้เขาตามทันเลย บางครั้งมันจงใจชะลอความเร็วรอให้เขาใกล้เข้ามา แล้วจู่ ๆ ก็หันกลับไปพ่นน้ำอัดเข้าใส่ ทำให้เล่ยฮวนซีกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในน้ำอีกครั้ง

เล่ยฮวนซีแทบคลั่ง

เจ้าเล่ห์จริง นี่มันโกงชัด ๆ!

ในน้ำ เจ้าตุ้ยนุ้ยเป็นราชา เขาไม่มีทางเอาชนะมันได้เลย

แต่มีคำกล่าวว่า "หนี้มิถุนายนต้องรีบชำระ" เมื่อวานเล่ยฮวนซีใช้โอกาสของตัวเองบังคับให้เจ้าตุ้ยนุ้ยเซ็นสัญญาทาสที่ไม่เป็นธรรม

เจ้าตุ้ยนุ้ยต้องทำงานฟรีให้เขา 216 อย่าง นี่มันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกัน?

แต่ตอนนี้พออยู่ในน้ำก็กลายเป็นโลกของเจ้าตุ้ยนุ้ยไปแล้ว ฝีมือการว่ายน้ำของเล่ยฮวนซีในหมู่มนุษย์ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร แต่พอมาเทียบกับเจ้าตุ้ยนุ้ยแล้ว มันเหมือนอยู่กันคนละระดับ

สิ่งที่ทำให้หงุดหงิดไปกว่านั้นคือแรงพ่นน้ำของเจ้าตุ้ยนุ้ยแต่ละครั้งไม่เท่ากัน บางครั้งเบา ๆ แต่บางครั้งแรงมากจนกระแทกเข้าใส่เขาแล้วรู้สึกเจ็บ

ส่วนท่าทางตอนที่เขาถูกซัดกระเด็นไปแต่ละครั้งก็แตกต่างกันไปหมด ราวกับเขากำลังแสดงกายกรรมใต้น้ำ

หลังจากโดนเข้าไปหลายสิบรอบ เล่ยฮวนซีก็เริ่มนิ่งคิด

ตีลังกา? แรงพ่นน้ำต่างกันทุกครั้ง? หรือว่าเจ้าตุ้ยนุ้ยกำลังสอนเทคนิคอะไรบางอย่างให้เขาอีก?

เมื่อวานเขาเรียนรู้การหยุดฉุกเฉินและการเลี้ยวขณะว่ายด้วยความเร็วสูง แม้จะพอทำได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของเจ้าตุ้ยนุ้ย

แล้วครั้งนี้ล่ะ?

เมื่อเขาเริ่มสงบจิตใจแล้วพิจารณาให้ดี ยิ่งคิดก็ยิ่งมั่นใจว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ

แรงพ่นน้ำแต่ละครั้งมาจากทิศทางและมุมที่ต่างกัน ทำให้ท่าทางตอนที่เขาหมุนตัวก็แตกต่างกันไปด้วย ถ้ารวมทั้งหมดเข้าด้วยกันมันก็คือเทคนิคการหมุนตัวในน้ำไม่ใช่เหรอ?

พอคิดได้แบบนี้เล่ยฮวนซีก็ตาสว่างขึ้นมาทันที!


ตอนก่อน

จบบทที่ ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลเป็นครั้งที่สอง

ตอนถัดไป